วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 200 - สายตาแห่งความเคารพ



            " ฮ่าๆๆ ไอ้หนู เจ้าชื่ออะไร ? " ในตอนนั้น บุคคลลึกลับทำหน้าทะเล้นขณะที่ชี้นิ้วไปที่ ชูเฟิง พร้อมกับสอบถาม



            " ชูเฟิง นี้เป็นสัตว์ปีศาจ ( สัตว์อสูรมหึมา หากจำไม่ได้ ให้ย้อนไปอ่านตอนที่ 61 ) จากที่เราสำรวจคร่าวๆ พลังวิญญาณของมันช่างลึกล้ำ และยังสามารถใช้อำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งได้อีกด้วย เทียบได้กับ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดม่วง เลยทีเดียว ดังนั้นอย่าได้ประมาท " ก่อนที่ชูเฟิงจะตอบ ต้านต้าน ก็พูดขึ้นมาในหัวของเขา นางก็เตือนอย่างจริงจัง



               " มันเป็นสัตว์ปีศาจงั้นหรอ ? และยังเทียบได้กับผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ? " ชูเฟิงตกใจอย่างมาก



               " สัตว์ปีศาจ ภายนอกดูเหมือนมนุษย์ แต่ สัตว์อสูรมหึมาทั่วไปจะไร้ซึ่งอำนาจพลังวิญญาณ แต่ยังไงก็แล้วแต่ บางทีสัตว์ปีศาจตัวนี้มีเลือดพิเศษ หรือบางมีอาจจะเผลอไปกินของวิเศษเข้าไป ร่างกายของมันจึงมีอำนาจพลังวิญญาณ ดังนั้น พวกมันจึงกลายเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ได้เช่นกัน "



                " คนที่ใช้รูปแบบอำนาจพลังฯกักขังสัตว์ปีศาจ ที่มีเลือดพิเศษได้  นับว่าเป็นคนที่ฉลาดอย่างมาก เพราะมันยังไม่สามารถใช้รูปแบบการควบคุมอำนาจพลังวิญญาณได้ "




                " เห็นนั้นมั๊ย ในการสร้างรูปแบบนั้นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ต้องปลดผนึก นั่นเป็นสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก มันจึงถูกขังไว้ที่นี่ หากจะออกไปจากที่นี่มันจะต้องปลดผนึกอักขระเหล่านี้ แต่มันก็มิอาจทำได้!!! "



                " ดังนั้นเจ้าจะต้องระวัง ผนึกซับซ้อนขนาดนี้ไม่อาจพบสมบัติได้ง่ายๆ หากเจ้าทำพลาด มันก็จะหลุดออกจากที่นี่ไปได้ " ต้านต้านยังคงเตือน



                " เฮ้ยยย!!! ไอ้หนู ทำไมเจ้าถึงไม่พูดล่ะ เจ้าคงจะกลัวข้าสินะ ? ฮ่าๆ...... " สัตว์ปีศาจยิงฟัน หัวเราะใส่ชูฟิง



ชูเฟิงไม่สนใจท่าทีของเขา เขายังคงเดินไปรอบๆเป็นวงกลมอย่างระมัดระวัง แล้วก็หันหลังจากไป



แม้ว่าจะมีสมบัติล้ำค่ามากองอยู่ต่อหน้า แต่มันก็ยากที่จะเอาได้ ชูเฟิง ตัดสินใจว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรกับเขานัก



อีกอย่างยังมีสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนผนึกมันเอาไว้ ชูเฟิง จึงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอามันไปได้



              " นี่ นี่ ไอ้หนู อย่าพึ่งไป !!! อย่าพึ่งไป !!! ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ "



เห็น ชูเฟิง พยายามจากไปแบบไม่ใยดี สัตว์ปีศาจก็ตกใจอย่างมาก แต่ยังไง ชูเฟิง ก็ยังไม่สนใจเแล้วก็เดินจากไป เพราะว่า ต้าน ต้าน เตือนว่า อย่าได้ไปสนใจมัน มันจะหาทางหลอกล่อเขา เพื่อช่วยให้มันหนีออกมา เมื่อมันออกมาได้ ไม่มีใครรู้ว่ามันจะทำอันตราย ชูเฟิง หรือ ไม่



                " เจ้าอยากเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้าหรือเปล่า แค่ 2 ปี ข้าสามารถทำให้เจ้าเป็นได้ !!! ? " จู่ๆ คำพูดเหล่านั้นก็ดังขึ้นมจากด้านหลัง




* โหหห * หลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้น ชูเฟิง ก็ชะงักทันที เพราะการเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้ามันดึงดูดชูเฟิงอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงถามกลับ " จะทำให้ข้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้า ภายใน 2 ปี แน่ใจนะว่าเจ้าทำได้  "



              " เจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร ยังไงบอกเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ข้าจะไม่พูดอะไรกับเจ้ามาก แต่ ข้ารู้วิธีที่จะทำให้อำนาจพลังวิญญาณของคนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างการเชื่อมต่อไปยังอำนาจพลังสีฟ้า(ออร่าสีฟ้า) ด้วยระยะเวลาแค่สั้นๆเจ้าก็สามารถได้เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้าได้แล้ว ตอนนี้ช่วงโปรโมรชั่น เพราะข้ากำลังจะบอกวิธีนั้นให้กับเจ้า " สัตว์ปีศาจกล่าว



               " เจ้าไม่ได้เป็นญาติหรือสหายของข้า แล้วทำไมจะต้องมาบอกวิธีนั้นให้ด้วย ? นอกจากนี้ ยังไม่มีอะไรยืนยันว่าที่เจ้าพูดมาเป็นความจริง ? " ชูเฟิง ระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะเขารู้ว่ามันมีสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนอยู่ หากทำอะไรมั่วๆมีหวังมันหลุดออกมาแน่



               " ข้าไม่เคยโกหกใครมาก่อน ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า ข้าแค่ไม่อยากให้วิธี ของข้าต้องสูญหาย โดยที่ไม่มีผู้สืบทอด "



               " แน่นอน ถ้าหากเจ้ากลายเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้า ข้าหวังแค่ว่าเจ้าจะมาช่วยข้าออกไป และปลดผนึกสัญลักษณ์บ้าๆพวกนี้ที่ขังข้าไว้ ข้าเพียงต้องการอิสรภาพของข้าคืนก็เท่านั้น " เห็นชูเฟิงระวังตัวแจ สัตว์ปีศาจ จึงไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใดๆ และบอกเหตุผลที่เขาทำ



               " ก็ได้!!! บอกวิธีของท่านมา !!! " หลังจากทบทวน ชูเฟิง ก็พูด



               " เจ้าจะทิ้งข้าไป โดยไม่เหลี่ยวแลใช่มั๊ยหลังจากที่ข้าบอกเจ้า ? " สัตว์ปีศาจทำตาคลอ และพูดอย่างเจ้าเล่ห์



               " เจ้ามีทางเลือกอื่นไม๊ล่ะ ? " ชูเฟิงยิ้้มเบาๆ ถึงแม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือสุดยอดแห่งความชั่วร้าย แต่ก็ยังแพ้ตัวเป้งอีก 2 ตัวของเขา ที่มีชีวิตมามากกว่า 100 ปี ดังนั้น ชูเฟิงจึงไม่กลัว



ชูเฟิง ไม่แสดงความยำเกรงต่อเขาเลย เพราะเขาก็มีค่าพอที่จะแบบนั้น เขาต้องใช้ความได้เปรียบเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้ามในเรื่องของความรู้สึก เพื่อจะช่วงชิงผลประโยชน์จากฝ่ายตรงข้าม



                 " ฮ่าๆๆ ไอหนูยอดมาก เจ้านี่ค่อนข้างบ้าใช่ได้ ที่กล้าพูดกับข้าแบบนี้ ข้าละถูกใจเจ้ายิ่งนัก " ( ถูกใจก็กดไลค์สิว่ะ )




                 " ด้วยวีธีนี้ เจ้าจะสามารถใช้ของวิเศษเพื่อปรับปรุงอำนาจพลังวิญญาณของเจ้าได้ สำหรับตำแหน่งสถานที่ของสิ่งนั้นข้าสามารถบอกเจ้าได้ แต่หลังจากที่เจ้าได้มันมาแล้ว เจ้าต้องมาช่วยข้า หลังจากที่ข้าออกไปได้ ข้าจะให้เจ้าได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ "



หลังจากพูดจบ สัตว์ปีศาจก็โบกแขนของมันและอำนาจพลังวิญญาณสีม่วงก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นหลังจากนั้นก็กลายเป็น แผนที่ โดยเป็นสัญลักษณ์กลางอยู่ด้านหน้าของ ชูเฟิง เขาไม่รอช้า รีบจดจำแผนที่ลงไปในหัว



                 " ผู้เฒ่า ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมาเป็นความจริง ข้าสัญญาว่าจะกลับมาช่วยท่าน และตอนนั้นท่านไม่จำเป็นต้องตอบแทนใดๆ ถือว่าเป็นการขอบคุณท่าน " หลังจากที่รูปแบบแผนที่วาดลงไปในหัวของเขา ชูเฟิง ก็ทิ้งทัศนคติที่หยิ่งผยอง พร้อมกับโค้งคำนับต่อสัตว์ปีศาจเพื่อแสดงความเคารพของเขา



                 " ตั้งแต่เจ้าสามารถเข้ามายังที่นี่ได้ นั้นก็หมายความว่าเจ้ามีความสามารถ ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้ " สัตว์ปีศาจดูเหมือนจะเชื่อ สิ่งที่ชูเฟิงพูด



                 " ผู้เฒ่า ข้าสงสัยมานานแล้ว ว่าจริงๆที่นี่มีสมบัติอะไรซ่อนอยู่ " หลังจากคิดสักพัก ชูเฟิง ก็ถาม


 
                 " โอ้วว . . . . . . . มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่าทีเดียว แต่โทษนะข้ายังไม่ได้ดู ดังนั้น จะดีกว่าหากเจ้าไม่คิดเกี่ยวกับมัน มองดูสิ เจ้าก็รู้ว่าสมบัตินี้ไม่ใข่เรื่องง่ายที่เจ้าจะเอาไปได้ "



                  " หากไม่ใช่คนที่ฉลาดขังข้าไว้ มันคงไม่เตรียมอาหารไว้ให้พอกับข้าถึงสองร้อยปีหรอก ไม่งั้นข้าอาจจะต้องหิวตายไปแล้ว " สัตว์ปีศาจยิ้มและกล่าว



หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ชูเฟิง ก็ถึงกับตกใจ เขาตกใจถึงความลึกซึ้งของหอคอยอสูรฟ้า และเขายังชื่นชมต่อความสามารถของคนที่ขังสัตว์ปีศาจ เขาได้เตรียมอาหารที่เพียงพอสำหรับสองร้อยปี แสดงว่าเขาทำนายไว้แล้วว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะต้องเกิดขึ้น



หลังจากที่ ชูเฟิง รู้เขาก็ไม่ได้เรียกร้องหรือสงสัยใดๆ เขาเดินออกจากหอคอยอสูรฟ้า แต่เมื่อเขาเดินออกมา จากหอคอย เขาก็ถึงกับตกตะลึง เนื่องจากฉากด้านหน้าของเขา



ชูเฟิง ย้อนคิดกลับไปในเหตุการณ์ก่อนหน้า ที่จะเกิดขึ้นระหว่างที่จะออกมาจากหอคอยอสูรฟ้า เขาคิดว่าคนอื่นจะมองเขาเท่านั้น แต่คงไม่สนใจ และยิ่งกว่านั้น ตระกูลเจี่ยก็คงจะมาเอาเรื่องกับเขา เมื่อเห็นเขาออกมา ทีแรกเขาคิดว่าจะเจอฉาก ชักดาบ ง้างคันธนูมาทีเขาซะอีก และยังคิดไปอีกว่า คงมีเพียงนิกายโลกวิญญาณอาจจะเข้ามาผูกมิตรกับเขาและต้อนรับเขาเป็นอย่างดี



แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคาดหวังว่า หลังจากที่เขาเดินออกมาจากหอคอยอสูรฟ้า จะมีคนทั้งเมืองต่างมายืนห้อมล้อมตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนจากนิกายโลกวิญญาณ หรือ สมาชิกทั้งหมดของตระกูล เจี่ย พวกเขาล้วนแล้วแต่มีสายตาเดียวกัน ก็คือ สายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพ( ยำเกรง )




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





ชูเฟิงไม่ได้สมบัติไรเลยจร้า ได้แค่แผนที่ ที่จำเอาไว้ในหัวสมอง และแผนที่แห่งนั้นจะนำเขาไปสู่ ขุมทรัพย์หรือไม่

ตีกันแน่ ทั้ง 2 ฝ่ายยยย
ฝ่ายตระกูลเจี่ยอยากกำจัดเขาเพื่อไม่ให้เขาไปอยู่กับนิกายโลกวิญญาณ
ฝ่ายนิกายโลกวิญญาณอยากได้เขามาเพื่อกำจัดตระกูลเจี่ย ( จริงๆเอามาเป็นกำลังสำคัญ )
ช่วงหลังๆ ชูเฟิง ก็ได้รับการช่วยเหลือจาก นิกายโลกวิญญาณเป็นประจำ ส่วน นิกายปีกฯ ยุบสภาไปแล้ว
ใครคิดถึงตอนเก่าๆก็ย้อนไปอ่านได้นะคับ ^^
ว่างๆผมจะเข้าไปแก้คำ ให้สละสลวยเพื่อให้ทุกคนอ่านได้สนุกยิ่งขึ้น
ขอบขอบพระคุณ ทุกกำลังสนับสนุน ทุกกำลังใจ ทุกคอมเม้น ทุกไลค์ และที่สำคัญ ผู้อ่านทุกๆคน