วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 201 - ปกป้อง



            “นั่น !! เขาคือชูเฟิง”


  
            “เขาทำได้อย่างไรจึงสามารถขึ้นไปยังชั้นที่ 6 ได้กัน!!”




มีเสียงพูดคุยดังระงมไปทั่วบริเวณ ในขณะนั้น ชูเฟิงถือได้ว่าเขากลายเป็นตำนานไปแล้ว เนื่องจากในรอบร้อยปีที้ผ่านมานั้น เขาคือคนแรกที่สามารถขึ้นไปยังชั้นที่ 6 ได้ เขาจึงกลายเป็นตัวอย่างที่ดีของใครหลายๆ คน  



แม้ว่าในปัจจุบันชูเฟิงยังคงอ่อนแออย่างมาก แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขานั้น จึงถูกกำหนดให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญในภายภาคหน้าแล้ว เพราะเหตุนี้เอง เขาจึงรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างมาก


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาได้เห็นใบหน้าที่อ่อนวัยของชูเฟิง พวกเขายิ่งตื่นตกใจกันขึ้นไปอีก เพราะด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่ชูเฟิงสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าในภายภาคหน้านั้น ความสำเร็จของเขายิ่งยากที่จะคาดเดาได้ ความตื่นตะลึงและความชื่นชมเหล่านี้ ได้สถิตย์อยู่ภายในก้นบึ้งของหัวใจของหลายๆ คน


*****หึหึ*****


ในขณะนั้น ภายในกลุ่มฝูงชนนั้น ก็ปรากฏกลุ่มคนจากตระกูลเจี่ย ที่นำโดยผู้อาวุโสทั้งสาม พุ่งตรงมายังชูเฟิง


ที่ด้านหลังของผู้อาวุโสทั้งสามนั้น มี เจี่ยเฮง เจี่ยกัง และคนอื่นๆที่ถูกชูเฟิงซ้อมติดตามมา ออร่าพลังของพวกเขาดูอ่อนแอลง และเมื่อสังเกตดูดีๆ จะพบร่องรอยฟกช้ำบนร่างกายของพวกเขา


              “เจี่ยเฮง !! เจี่ยกัง !! ใครเป็นผู้ที่ทำร้ายพวกเจ้าภายในหอคอยอสูรฟ้านั่น !?” ผู้อาวุโสจากตระกูลเจี่ยหยุดอยู่ด้านหน้าของชูเฟิงและถามขึ้น


              “ผู้อาวุโส คนที่ทำร้ายแบะขัดขวางพวกเราคือชูเฟิง” เจี่ยเฮงกล่าวตอบพร้อมทั้งจ้องมองไปที่ชูเฟิงด้วยความอาฆาต


             “จับมัน !!”


ผู้อาวุโสจากตระกูลเจี่ยตะโกนสั่งทันที จากนั้นเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับแก่นแท้วิญญาณด้านหลังเขา ก็ทะยานตัวตรงไปที่ชูเฟิง พร้อมทั้งส่งพลังแรงกดดันหมายจะบดขยี้ชูเฟิง แรงกดดันมหาศาลปรากฏขึ้น มันราวกับภูเขาลูกย่อมพุ่งกดทับมาที่ชูเฟิง แม้แต่ชูเฟิงยังต้องขมวดคิ้วแน่น


              “ชูเฟิง !! ข้าจะให้เจ้ายืมพลังของข้า !!” ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต้านต้าน จึงจะให้ชูเฟิงใช้พลังของนาง เพื่อที่จะโจมตีเปิดทางฝ่าวงล้อมออกไปได้


               “ไม่จำเป็น !!” ชูเฟิงกล่าวปฏิเสธทันที เขาไม่ได้โจมตีกลับหรือหลบหลีกแต่อย่างใด เขายังคงยืนรอรับการโจมตีของตระกูลเจี่ยอยู่อย่างสงบ


ในตอนแรกนั้น ต้านต้าน ไม่เข้าใจถึงการกระทำของชูเฟิง แต่ด้วยความที่นางอยู่กับชูเฟิงมาเป็นเวลานานนั้น นางจึงมีความเชื่อมั่นต่อชูเฟิงอย่างถ่องแท้


***** อ๊ากกกก !!*****


ในขณะนั้น มีพลังออร่าสีทองเขามากวาดเหล่าผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเจี่ยกระเด็นออกไป พวกเขากระเด็นไปราวกับว่าวขาดป่านด้วยแรงลมมหาศาล


ในเวลาเดียวกันนั้น ได้มีสามผู้อาวุโสจากนิกายโลกวิญญาณ มาปรากฏตัวที่ด้านหน้าของชูเฟิงอย่างสงบนิ่ง ที่ด้านหน้าสุดนั้นคือ ผู้อาวุโสหลี่


                 “ผู้อาวุโสหลี่ !! นี่เป็นความแค้นระหว่างตระกูลเจี่ยกับไอ้เด็กนี่ !! ท่านอย่าได้เข้ามาก้าวก่าย !!” เมื่อเห็นการกระทำเช่นนั้น ผู้อาวุโสของตระกูลเจี่ยตะโกนออกมาอย่างไม่มีการไว้หน้าใดๆ ทั้งสิ้น


                “ไร้สาระ !! ที่นี่อยู่ภายใต้แอาณาเขตของนิกายโลกวิญญาณ แล้วไม่ใช่พวกเจ้าตระกูลเจี่ยรึ ที่กระทำการต่ำช้าขึ้นก่อน !?” ผู้อาวุโสหลี่ สะบัดมือของเขาออก ฉับพลันนั้น รอบๆ ลานกว้างได้มีกลุ่มคนนับพันเข่ามาล้อมรอบตระกูลเจี่ยไว้


                “ผู้อาวุโสหลี่ ท่านยังสติดีอยู่รึเปล่า !! สำหรับคนนอกนั้น หากท่านยื่นมือเข้ามา จะกลายเป็นท่านที่ละเมิดสนธิสัญญาพันธมิตร และเป็นการทำลายมิตรภาพอันดีระหว่างตระกูลเจี่ยของข้า กับนิกายโลกวิญญาณของท่าน ท่านจะสามารถแบกรับความรับผิดชอบนี้ไหวรึ !!” ผู้อาวุโสตระกูลเจี่ยกล่าวถาม


                “หืมมมม !? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าพวกเจ้ากระทำสิ่งใดภายในหอคอยอสูรฟ้า !! ถ้าจะให้ถูกต้อง พวกเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายทำลายสนธิสัญญาพันธมิตร !!”


                 “วันนี้ !! ข้าจะขอให้คำสัตย์ไว้ ณ ที่แห่งนี้ ชูเฟิงได้รับการคุ้มครองโดยนิกายโลกวิญญาณของข้า หากผู้ใดทำร้ายเขา ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน !!” ผู้อาวุโสหลี่ กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ เสียงของเขายิ่งทรงพลังขึ้น



                  “ไม่เป็นไร ผู้อาวุโสหลี่ มาดูกันว่าท่านจะแบกรับความรับผิดชอบนี้เช่นไร !!”



แม้ว่าตระกูลเจี่ยจะโกรธเคืองมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก พวกเขาเพียงหันหลังกลับและนำกองกำลังออกไป ที่นี่เป็นอาณาเขตของนิกายโลกวิญญาณ มันไม่สมควรที่จะกระทำการอันใดภายใต้อาณาเขตนี่



             “ไม่ต้องกังวลไป แม้ว่าตระกูลเจี่ยจะไร้ซึ่งคุณธรรม แต่นิกายโลกวิญญาณของข้านั้นจะเป็นฝ่ายสอนมันให้แก่พวกเจ้าเอง” ผู้อาวุโสหลี่ ยังคงกล่าวทิ้งท้ายไว้



หลังจากตระกูลเจี่ยจากไป การทดสอบเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวก็ได้ปิดฉากลง สำหรับชูเฟิงที่เป็นจุดเด่นในการทดสอบครั้งนี้ เขาได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเขา จากนิกายโลกวิญญาณในพระราชวัง และบุคคลที่ส่งคำเชิญนี้คือสหายของเขา กู๋โบ่


                  “พี่ก๋โบ่….” ชูเฟิงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่นิกายโลกวิญญาณจะจัดการปัญหาของเขา ที่มีต่อตระกูลเจี่ยให้เท่านั้น แต่พวกเขายังจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นเพื่อเขาอีก ชูเฟิงจึงรู้สึกประทับใจต่อนิกายโลกวิญญาณอย่างมาก


                 “น้องชูเฟิง เจ้าไม่ต้องปิดกันตัวเองเช่นนั้น เจ้ามีค่ามากพอที่จะได้รับสิ่งดีๆ จากนิกายโลกวิญญาณของข้า” กู๋โบ่ กล่าวพลางยิ้มให้ชูเฟิง


หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ชูเฟิงทราบทันทีถึงเจตนาของนิกายโลกวิญญาณ แน่นอนว่าหลังจากที่พวกเขาเห็นถึงความสามารถของชูเฟิงนั้น พวกเขาต้องการดึงตัวของชูเฟิงให้เข้าร่วมกับนิกายโลกวิญญาณ และเขาจะไม่ทิ้งโอกาสที่ดีเช่นนี้ไป


ในตอนนี้ หลังจากที่การสอบสิ้นสุดลง ทุกคนจึงมารวมตัวกันภายในนิกายโลกวิญญาณ แต่ จูเก่อ หลิวหยุน นั้นยังคงรออยู่ดานนอก เมื่อคิดได้เช่นนั้น ตั้งแต่เริ่งการสอบชูเฟิงจึงรู้สึกเป็นกังวลขึ้น ว่าอาจารย์ของเขาจะเป็นห่วง เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “พี่กู๋โบ่ ท่านอาจารย์ของข้ายังรออยู่ที่ด้านนอกของนิกายโลกวิญญาณ ข้าต้องการที่จะ…….”


                 “น้องชูเฟิง เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ในตอนนี้ได้มีคนไปส่งคำเชิญถึงท่านอาจารย์ของเจ้าแล้ว อีกไม่ช้าเจ้าจะได้พบกับท่าน” กู๋โบ่ กล่าวขณะยิ้ม พลางดึงตัวของชูเฟิงให้นั่งลงที่เก้าอี้


ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ด้านนอกของนิกายโลวิญญาณ ในเมืองที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเป็นที่พักของคนนอก จูเก่อ หลิวหยุน ยังคงยืนรออย่างใจจดใจจ่อที่หน้าประตู


               “เจ้าเคยได้ยินชื่อของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ชูเฟิง หรือไม่ ในการทดสอบครั้งนี้ เขาได้ขึ้นไปถึงหอคอยอสูรฟ้าชั้นที่ 6 และกลับออกมาพร้อมกับผลจิตวิญญาณที่สุกงอม”


               “ข้าได้ยินมาว่า เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 15 ปี การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ในระดับ 1 ขั้นกำเนิดวิญญาณ ความแข็งแกร่งของเขานั้นช่างน่าประทับใจ ตามข่าวลือ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับ 5 ของขั้นกำเนิดวิญญาณ ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้”


               “ใช้แล้ว เหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่ของตระกูลเจี่ย และ เจี่ยปู้ฟาน ก็ถูกเขาจัดการทั้งหมด”


                “ด้วยเหตุที่ว่าสมาขิกของตระกูลเจี่ยนั้น พ่ายแพ้ให้แก่เขา ตระกูลเจี่ยจึงไม่คิดที่จะยกโทษให้กับเขา และจะต้องแก้แค้นเขาให้ได้”


                 “เจ้ายังไม่เข้าใจ หลังจากที่เขาได้แสดงความสามารถออกมา เขาก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเขาจะต้องเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน อีกทั้งนิกายโลกวิญญาณยังให้คำสัตย์ว่าจะปกป้องเขา ในตอนนี้เขาได้รับคำเชิญให้เป็นแขกพิเศษจากนิกายโลกวิญญาณ แม้แต่ตระกูลเจี่ยก็ไม่อาจแตะต้องเขาได้”


จูเก่อ หลิวหยุน ที่กำลังยืนรอชูเฟิงอยู่นั้น เมื่อเขาได้ยินการสนทนาแบบปากต่อปาก ของเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวนั้น หัวใจของเขาก็แทบจะโดดออกมาข้างนอก ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปสอบถาม “สหาย !! ชูเฟิงที่ท่านกล่าวถึงนั้น มาจากอาณาจักรมังกรฟ้าหรือเปล่า !?”



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปล โดยคุณ#Abhisit Siriroop



อาจจะใช้เวลาไปบ้าง แต่เราก็จะพยายามทำผลงานให้ออกมาดี