วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 210 - สารเตือน!!!



ภายในวันนั้นที่เทือกเขาวิหคเพลิง ได้มีเหตุการณ์บางอย่างแปลกๆ เกิดขึ้น



ได้มีสองเสียงของชายและหญิงได้ดังขึ้นแล้วแผ่วลงเป็นจังหวะของการหายใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เสียงที่ดังออกมานั้นลึกและคมชัด บางครั้งยังออกเสียงเหมือนเสียงนกร้องกันเป็นร้อยตัว บางครั้งก็เป็นเสียงคำรามดั่งเสือที่สั่นสะท้านไปถึงสวรรค์



ทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าครึ่งวัน แต่โชคดีที่ไม่มีใครผ่านมาในสถานที่นี้เพราะ ถ้าเกิดมีชาวบ้านเผลอเข้ามาเห็น แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องขวัญกระเจิงมาจากความกลัวจนถึงกลับกลายเป็นคนพิการที่เดินไม่ได้ไปชั่วขณะอย่างแน่นอน



ภายในเทือกเขา ชางกวน หย๋า, ชางกวน เทียนและ ชางกวน เยว่ ศพของพวกเขานั้นไม่เหลือซาก โดยธรรมชาติแล้วมันได้ถูกระทำโดยฝีมือของชูเฟิง และแน่นอนแหล่งพลังงานของพวกเขาก็ได้ถูกดูดกลืนโดย ต้าน ต้าน



ร่างกายท่อนบนของชูเฟิงนั้นได้เปลือยกายนอนอยู่ที่พื้นหญ้าและในอ้อมกอดของเขาก็คือซูรู่,หญิงสาวที่มีผิวขาวนุ่มรูปทรงที่มีความงดงามและเสน่ห์อันเย้ายวนใจที่ชายใดได้เห็นยังต้องน้ำลายไหลและในตอนนี้เธอได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของชูเฟิงพร้อมชุดเจ้าสาวสีแดงที่ปิดจุดวาบหวิวอันน้อยนิดบางส่วนของเธอ



เมื่อสายลมพัดมาครั้งคราว, ชุดเจ้าสาวสีแดงของเธอก็จะปลิวไสวและเปิดเผยขาอ่อนอันขาวผ่องของเธอซึ่งเป็นสิ่งที่เชื้อชาติชายอย่างเราๆจะไม่มีวันที่ได้เห็น



แต่สิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุดคือลักษณะที่น่ารักของซูรู่ที่กำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรัก ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งได้ตลอดเวลาแต่เธอก็ยังมีมุมของความหวานและมุ๊งมิ๊งต่อสามีของเธอ



ในขณะที่เธอนั้นอายุมากกว่าชูเฟิง แต่เธอนั้นทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ ที่คอยเชื่อฟังชูเฟิงแล้วโน้มตัวอยู่ในอ้อมกอดของชูเฟิงและเธอยังใช้นิ้วเรียวยาวของเธอวาดเป็นวงกลมบนหน้าอกของชูเฟิง



          “เอาล่ะถึงเวลาที่เราจะต้องไปกันได้แล้ว ก่อนที่เหม่ยน้อยจะตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเราในสภาพเช่นนี้และข้าเองก็ไม่ทราบว่าจะอธิบายมันเช่นไร” หลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิง ซูรู่ก็ได้ผลักชูเฟิงออกไปเบาๆ แต่อย่างก็ไรก็ตามใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอนั้นแสดงถึงความไม่เต็มใจเล็กน้อย



         "หลังจากนี้ เราค่อยทำมันด้วยกันทั้งหมด!" ชูเฟิงแสดงรอยยิ้มให้เห็นฟันของเขาในขณะที่เขากล่าวกับซูรู่



         "เหม่ยน้อยยังเป็นเด็กอยู่เจ้าห้ามแตะต้องนาง! " พอเห็นชูเฟิงพูดแบบนั้น ซูรู่ก็หยิกแขนชูเฟิงอย่างรุนแรง



         "ฮ่า ๆ ข้าแค่ล้อเล่นน่ะ." ชูเฟิงหัวเราะแล้วลุกขึ้นจะสวมใส่เสื้อผ้าของเขา ในขณะที่เขาสวมเสื้อผ้าเขากล่าวกับ ซูรู่ว่า "ในตอนนี้ห้ามไปบอกใครเกี่ยวกับข้า ว่าข้าเป็นนายเสื้อคลุมสีเทาแม้แต่เหม่ยน้อยเองก็ตาม. "



         "อืม." ซูรู่ ช่วยชูเฟิงผูกเสื้อผ้าของเขาและพยักหน้าอันมีเสน่ห์ของเธอ



         "นอกจากนี้ข้าจะแต่งงานกับเจ้าทั้งสอง แต่มันจะไม่เร็วเกินไป เพราะจากสิ่งที่ข้าชูเฟิงทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีมากนักมันจะทำให้จำนวนของศัตรูของข้านั้นมีมากขึ้นเลยๆ เพราะงั้นข้าในตอนนี้ยังไม่แข็งแรงพอที่จะ.... "



        "ข้าเข้าใจ." ซูรู่ นำมือไปปกคลุมปากของ ชูเฟิงเบาๆ และเดินไหลเข้าไปในอ้อมกอดของและใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอและก็ได้แน่นติดกับหน้าอกของชูเฟิงและกล่าวว่า "ไม่ว่าเจ้าจะใช้นานเท่าใดข้าก็จะรอเจ้า ข้าจะรอวันที่จะได้แต่งงานกับเจ้าพร้อมกับน้องสาวของข้า.”



หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นชูเฟิงก็ได้ยิ้มอย่างมีความสุข เขาเปิดอ้อมแขนของเขาและกอดแน่นไปกับความงดงามและความสุขในช่วงสั้นๆของความรักที่ซ่อนอยู่



ฉากกลับไปที่ เมืองวิหคเพลิง ในขณะนี้นั้นชูเฟิงยังไม่ได้นำซูรู่และซูเหม่ยออกมาจากเทือกเขาวิหคเพลิง ในตอนนี้จึงทำให้คนในเมืองเกิดความกระวนกระวายเป็นอย่างมาก



ศพของครอบครัวชางกวนได้นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่บริเวณรอบๆของวังเจ้าเมือง แผ่นดินถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดโดยเฉพาะเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกดินจะเกิดเป็นแสงสะท้อนเป็นสีของเลือดสาดส่องไปทั่วเมืองจนทำให้คนที่เห็นเกิดอาการกลัวอย่างแท้จริง แม้แต่ขุนนางชั้นสูงที่อยู่ในเมืองยังหมดสติโดยตรงหลังจากที่เห็นมัน



แต่นั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับคฤหาสน์ของครอบครัวชางกวน เพราะในสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยเลือดอย่างแท้จริงถือได้ว่าเป็นแม้น้ำของเลือดยังได้ เพราะในวันนั้นสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 13,241 ได้ถูกฆ่าตายภายในวันเดียวและไม่มีผู้เหลือรอดแม้แต่คนเดียวขนาด หมู หมา กาไก่ ก็ยังไม่ละเว้น สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกลับตะกลูชางกวน ล้วนตายสิ้นทั้งหมด



ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าใครเป็นคนทำ แต่ที่แน่ชัดเขาคิดว่าจะต้องเป็นผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทาซึ่งเขายังเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ นายเสื้อคลุมสีเทา



ภายในห้องโถงใหญ่ของเจ้าเมือง ซูเฮินกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้สำหรับเจ้าเมือง ซูหลงและผู้อาวุโสอื่นๆจากที่พักเจ้าเมืองได้มารวมตัวกันที่สถานที่แห่งนี้



ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำเช่นไรได้ ไม่เพียงแต่เขากังวล ซูรู่และซูเหม่ย เขายังกังวลเรื่องของนายเสื้อคลุมสีเทาด้วย



หลังจากที่นายเสื้อคลุมสีเทาบอกกลับ ซูเฮินต่อหน้าฝูงชนว่าเขามีหนี้ที่จะต้องชำระกับเขา ดังนั้นซูเฮินจึงเป็นกังวลอย่างมากเพราะเขาเห็นว่านายเสื้อคลุมสีเทาทำอย่างไรกับครอบครับ ชางกวนดังนั้นเขาจึงกังวลว่า ครอบครัวซูจะได้รับประสบการณ์เดียวกัน



         “ท่านเจ้าเมือง,ท่านเจ้าเมือง” ทันใดนั้นยามก็ได้วิ่งเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความหวาดกลัวอย่างสมบูรณ์



         “เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อเห็นยามแสดงท่าทางเช่นนั้นทุกคนในห้องโถงได้รีบลุกขึ้นยืนอย่างขึงขังราวกลับว่าพวกเขากำลังเจอกับกองกำลังของศัตรูขนาดใหญ่ ในขณะที่พวกเขาไม่สามารถที่จะทำเช่นใดได้ก็ได้เกิดเหงื่อเม็ดใหญ่เลื่อนลงมาจากหน้าผากของพวกเขา



         "พะ…พะ…พวกเขากลับมาแล้วครับท่าน!" หลังจากที่พูดคำเหล่านั้นยามได้ชี้ออกไปข้างนอกห้องโถงใหญ่



หลังจากที่มองไปยังทิศทางด้านนอกห้องโถงใหญ่พวกเค้าไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ได้แต่ยินดีและโล่งใจที่พวกเขาได้เห็น ซูรู่ได้สวมใส่เสื้อผ้าของเจ้าสาวเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่พร้อมพยุงซูเหม่ยที่กำลังหมดสติมาด้วย



         "น้องสาวพวกเจ้าทั้งสองจะปลอดภัย? นี้เป็นสิ่งที่ดี! "เห็นได้ว่าซูหลงมีความสุขอย่างมากที่เห็นน้องสาวของพวกเขาปลอดภัยและอย่างรวดเร็วเขาได้รีบไปช่วยจับซูเหม่ยออกจากมือของ ซูรู่จากนั้นเขาจึงรีบทำการตรวจสอบเธอในทันทีเพราะเขากลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บ



         "รู่เอ๋อ, แล้ว..แล้ว สิ่งที่เกี่ยวกับนายเสื้อคลุมสีเทาเนี่ยเขาเป็นใคร? เขาทำอะไรกับชางกวน เยว่? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? " ซูเฮิน เดินไปที่ซูรู่แต่เขาก็ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับลูกสาวของเขาอย่างแท้จริง เขาเพียง แต่ระมัดระวังและกวาดสายตาของเขาออกไปยังด้านนอกของห้องโถงใหญ่



         "นี่คือของสำหรับท่าน จากชายชุดเทา" ซูรู่ ไม่ได้ตอบคำถามของ ซูเฮินเธอเพียง แต่ได้ให้ใบพับกระดาษกับพ่อของเธอ



           "ข้าเหนื่อยแล้ว ดังนั้นขอตัวไปพักผ่อน." หลังจากที่ให้กระดาษไปที่ ซูเฮิน ซูรู่ ก็ได้เดินออกไปที่ห้องของเธออย่างรวดเร็วด้วยความไม่พอใจต่อ ซูเฮิน ( ขาอ่อนเลยล่ะสิ )



ซูเฮินไม่ได้พูดอะไรมากเมื่อเขาได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ หลังจากวันนี้พวกเขาทุกคนรู้ว่าได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องลงไป เพื่อที่จะปกป้องความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาเกือบจะละทิ้งความสุขของลูกสาวทั้งสองคนของเขาเองกับมือ



แม้ว่าเมืองวิหคเพลิงจะแปดเปื้อนไปด้วยเลือดโดยนายเสื้อคลุมสีเทาและที่มากกว่านั้นคือการทำลายล้างครอบครัวชางกวนซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากแต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะอย่างน้อยๆ นายเสื้อคลุมสีเทาได้ช่วยให้เขากำจัดศัตรูขนาดใหญ่ออกไป



หลังจากที่ได้รู้ข่าวว่า ซูรู่และ ซูเหม่ยนั้นปลอดภัยดีดังนั้นพวกเขาทุกคนที่พักอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมืองจึงต้องการที่จะอภิปราย แม้ว่าบนพื้นผิวของเมืองวิหคเพลิงพึ่งจะเผชิญกับภัยพิบัติแห่งนองเลือดมา แต่ถึงยังงั้นตะกลูชางกวนก็ได้กำจัดออกไปอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การเฉลิมฉลองจริง



แม้คฤหาสกิเลนจะมาสอบสวนพวกเค้าเกี่ยวกับตะกลูชางกวนมันก็จะไม่ส่งผลกระทบใดใดต่อพวกเขา เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวตะกลูซู และนอกจากนี้ตะกลูชางกวนยังไม่มีค่าพอที่จะกระตุ้นให้คฤหาสน์กิเลนแสดงตนเป็นศัตรูกลับนายเสื้อคลุมสีเทาผู้ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทา



เมื่อซูเฮินกลับไปที่ห้องของตน ในเวลากลางคืนที่เงียบสงบเขาได้ยืนยู่ที่ริมหน้าต่างและมองไปที่ดวงจันทร์สว่างไสวด้านนอก เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เพราะจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะเป็นอ่านข้อความภายในกระดาษที่อยู่ในมือของเขาในขณะนั้น



แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้เขา เขาจึงต้องจำใจแล้วค่อยๆหลับตา และสูดลมหายใจลึกๆและเปิดตาของเขาพร้อมกลับกระดาษพับที่อยู่ในมือ



เมื่อเขาเห็นเนื้อหาภายในกระดาษ ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวไปหลายครั้ง สีเขียวบ้าง ม่วงบ้าง มีความสุขบ้าง กังวลบ้าง และเป็นแบบนั้นอยู่นั้น สักพักเขาก็ได้สูดลมหายใจที่หนาวเย็นและมีความสุขและความโศกเศร้าโผล่ออกมาบนใบหน้าของเขา



แม้ว่ามันจะมีเพียงไม่กี่คำง่ายๆบนกระดาษใบเล็ก แต่มันมีความหมายมากมายอยู่ในนั้น



"หากท่านกล้าส่ง ซูรู่ และ ซูเหม่ยออกไปแต่งงานกับใครอื่นอีกล่ะก็ ตะกลูของท่านจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกกวาดล้าง!!!!”




################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ว่ากันด้วยเรื่องของชื่อตอน) ใครบอก 209 เด็ด 210 ต่างหากที่มาคบรสในเรื่องใบเตียงและความมุ๊งมิ๊ง 55555 อย่าให้ชื่อตอนมันหลอกพวกท่านได้ ถ้าเกิดเมื่อวานนี้ ปล่อยจนถึงตอนที่ 209 ล่ะก็ ผมเดาได้เลยว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายจะต้องมาเผาเพจเราแน่นอน เพราะมันเอากันไม่สุด ดันโดนตัดจบซะก่อน 55555



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเรื่องความชั่วของชูเฟิงและเมียผู้แสนดีซูรู่) คือแบบได้พี่ไม่พอยังจะเอาน้องมาสวิงคือนี่มึงยังเรียกว่าเป็นพระเอกอยู่ใช่ไหม 5555 ลองมาพูดแบบนี้ที่ไทยซิคับรับลองตายตังแต่ยังไม่ทันได้พูดจบอ่ะ แต่จะว่าไปแล้วเมียแบบซูรู่นี่หาได้จากไหนบอกหน่อยดิ แหม่ชั่งเป็นเมียในฝันจริงๆ



ปล.ที่ 3. (สาเหตุที่ปลอมตัว) อ่อแล้วก็ในตอนนี้ก็คงไม่มีใครสงสัยแล้วนะว่าทำใมชูเฟิง ถึงได้ใส่เสื้อคลุมสีเทา แต่ถ้ามีใครอ่านเนื้อเรื่องแล้วยังไม่เข้าใจผมจะบอกให้ก็ได้ ถึงสาเหตุ คือ ที่ชูเฟิงเลือกใส่ผ้าคลุมสีเทานั้นก็เพื่อการปลอมตัวคือโดยลักษณะนิสัยของชูเฟิงแล้วเนี่ยมันก็เป็นคนอย่างที่พวกท่านทุกๆคนรู้กันคือแม้งห้าว ถ้าเกิดว่ามันเปิดเผยตัวตนออกไปทั้งๆที่ไม่มีสปอนเซอร์ในอาณาจักฟ้าเนี่ยมันจะทำให้มีปัญหาหลายอย่างครับ อย่างเช่นในตอนนี้ท่าชูเฟิงเปิดเผยว่าเป็นมันที่ฆ่าตะกลูชางกวนเนี่ย มันก็จะทำให้ คฤหาสน์กิเลนเนี่ยตามตัวมันง่ายขึ้นไง ถ้าตามชูเฟิงไม่ได้ ก็ไปตามครอบครัว หรือ ไม่ก็สำนักมังกรฟ้าอะไรยังงี้เป็นต้นน่ะครับแล้วมันจะทำให้เกิดบัญหาเพราะในตอนนี้นั้นชูเฟิงมันยังไม่เก่งพอ และในส่วนตรงนี้ก็คงรู้แล้วว่าชูเฟิงในตอนนี้นั้นเก่งกว่า จูเกอ หลิวหยุน อยู่แล้วอย่างแน่นอน



ปล.ที่ 4. (กันผู้อ่านดัก)อ่อแล้วก็ ผมรู้นะว่าพวกท่านจะแย้งผมว่าก็นิกายโลกวิญญาณไงสปอนเซอร์พี่เฟิง 5555 โลกวิญญาณนั้นอยู่กันคนล่ะอาณาจักรเลย เพราะงั้นจะให้มาสนับสนุนในทันทีก็ไม่ได้ เพราะงั้นเฟิงมันถึงต้องปลอมตัวไปก่อนและการที่ปลอมตัวเป็นนายเสื่อคลุมสีเทานั้นก็ทำให้สถานะของชูเฟิงเพิ่มสูงขึ้นด้วย ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเปิดเผยตัวเองขึ้นมา สำนักมังกรฟ้าได้ดังอย่างแน่นอนครับเพราะได้มีผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุ่มสีเทาอยู่ในสำนักแถมยังเป็นศิษย์อีกด้วย แต่จะเปิดตัวตอนไหนนั้นต้องรอดูในเล่มหน้ากันนะครับ



ปล.ที่ 5.(ทิ้งท้ายๆ)ตอนนี้ก็ได้จบไปแล้วกลับช่วงงานแต่งต่อไปก็เป็นราบละเอียดยิบย่อย!! ที่โคตรจะพีคเร้าใจทุกท่านอย่างแน่นอนเพราะมันคือการปูทางไปสู่งานประลองของชูเฟิงที่จะเริ่มขึ้นในตอนที่ 242-264 และก็เป็นภาคจบเล่ม 1 อีกด้วยเพราะงั้นก็ฝากติดตามผลงานก็ด้วยนะครับ



ปล. ที่ 6 . ขอโทษด้วยครับที่พิมไปซะเยอะคือมันเพลิน 55555

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน…..