วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 211 - สองอำนาจที่ยิ่งใหญ่


ข่าวของการกวาดล้างตระกูลซางก้วน ในเมืองสวิหคเพลิง แพร่กระจายไปทั่วภายในอาณาจักรมังกรฟ้า

แม้แต่ผู้ปกครองของอาณาจักรมังกรฟ้า ที่คฤหาสน์องค์ชายกิเลน พร้อมด้วยนิกายหลิง-หยุน และอีกหลายนิกายภายในอาณาจักรมังกรฟ้า ต่างส่งผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเมืองวิหคเพลิงเข้ามา เพื่อที่จะได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว


เหตุผลที่พวกเขาต่างพากันเคลื่อนไหวนั้น ไม่ใช่เพราะตระกูลซางก้วน ไม่ว่าตระกูลซางก้วนจะอยู่หรือหายไป ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ แต่เพราะข่าวของการปรากฏตัวของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทานั้น เป็นจุดสนใจของหลายๆ ฝ่าย


ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทานั่น ในอาณาจักรมีเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นที่รู้จักกันดี ดังนั้นค่าตัวของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทา จึงมีค่าอย่างมากภายในอาณาจักรมังกรฟ้า ทุกขั้วอำนาจต่างต้องการดึงตัวของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทา ให้เข้าร่วมเป็นฐานกำลังให้กับกลุ่มของตัวเอง หากว่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเหล่านั้นจะปฏิเสธ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องการที่จะทำสัญญาเพื่อความสัมพันธ์อันดีกับผู้เชื่อต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทา


แต่น่าเสียดาย ตั้งแต่วันนั้นนายชุดคลุมสีเทาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาไม่อาจทราบได้ว่าเขาไปที่ใด แต่มีเรื่องหนึ่งที่สามารถปฎิเสธได้นั่นคือ มีสองขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้อาณาจักรมังกรฟ้าต้องสั่นสะเทือน


อำนาจที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างคือ นิกายนับพันภายในอาณาจักรมังกรฟ้านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลง ในสามอันดับแรกที่แข็งแกร่งของอาณาจักรมังกรฟ้า


นิกายที่มีชื่อว่านิกายดอกพลัมนั้น มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อสองขั้วอำนาจภายในอาณาจักรมังกรฟ้า นั่นคือนิกาย หลิง-หยุน และตำหนักองค์ชายกิเลน ขั้วอำนาจนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราลูกศิษย์หลักของนิกายดอกพลัมนั้นอยู่ในขั้นกำเนิดวิญญาณ และมีผู้อาวุโสอีกนับไม่ถ้วนอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ อาจกล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของนิกายนั้น เปรียบได้กับจำนวนต้นไม้ในป่าใหญ่


ผู้นำของนิกายดอกพลัม ที่ชื่อว่า เซนเหริน เขามีอายุกว่า 99 ปี การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ในระดับ 9 ของขั้นแก่นวิญญาณ เขามีทักษะต่อสู้มากมายของระดับ 6 อีกทั้งยังมีทักษะลับที่แข็งแกร่ง และพพลังของเขานั้นอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณ เขาเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นแดนสวรรค์วิญญาณ เขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมาก ภายในอาณาจักรมังกรฟ้า


อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่นานมานี้นิกายดอกพลัมถูกสังหารหมู่ ภายในนิกายไม่มีแม้แต่ชีวิตเดียวจากเหล่าลูกศิษย์นับหลายล้านชีวิต แม้แต่หอคอยที่มีอายุกว่าร้อยปี ก็ถูกทำลายเหลือเพียงแต่ขี้เถ้า


ในตอนนี้ นิกายดอกพลัมกลายเป็นทะเลเพลิงที่กว้างใหญ่ แม้แต่องค์ชายจากคฤหาสน์กิเลน และผู้นำของนิกายหลิง-หยุน ก็ไม่สามารถก้าวเข้าไปได้


ทะเลเพลิงขนาดใหญ่นี้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อมโยงเข้ากับ ทะเลเพลิงที่เกิดขึ้นในทะเลทรายในหลายเดือนก่อน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสุสานจักรพรรดิ์ฟ้า ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรมังกรฟ้าในรอบร้อยปี


เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ทั้งคฤหาสน์กิเลน นิกายหลิง-หยุน และขั้วอำนาจต่างๆ พากันรีบมาตรวจสอบ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำการตรวจสอบใดๆ ได้ เนื่องจากพวกเขาถูกขัดขวางไว้โดยทะเลเพลิง


ในตอนนั้น มีบางคนที่ไม่เชื่อว่าพลังของทะเลเพลิงจะร้ายกาจ พวกเขาพยายามเข้าไปภายในทะเลเพลิง แต่เพียงแค่พวกเขาเข้าไปใกล้ก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน จนถึงตอนนี้ ทะเลเพลิงก็ยังคงลุกไหม้ แม้พายุฝนเมื่อสองเดือนก่อนก็ไม่สามารถทำให้ทะเพลิงนี้มอดดับลงได้ แต่มันเหมือนกับการสาดน้ำมันเข้าไปในกองไฟมากกว่า เพราะมันทำให้ทะเลเพลิงนี้ยิ่งโหมกระหน่ำขึ้นไปอีก


บางคนกล่าวว่า พวกเขาเห็นคนที่มีลักษณะคล้ายขอทานเดินออกมาจากทะเลเพลิงอย่างช้าๆ แต่เขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการเผาไหม้


ทุกคนต่างคิดว่านี่เป็นเพียงแค่เรื่องที่แต่งขึ้น เพราะแม้แต่ผู้ที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรมังกรฟ้า ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปในทะเลเพลิงกลับออกมาโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ ได้เลย


ดังนั้นข้อมูลนี้จึงเหมือนกับเรื่องล้อเล่น และพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมัน แต่น่าแปลกในวันที่นิกายดอกพลัมถูกทำลาย พวกเขายังเห็นชายขอทานเดินออกมาจากนิกายดอกพลัม


หลังจากนิกายดอกพลัมถูกทำลาย พวกเขาก็ยังเห็นขอทานคนนั้นเดินอยู่รอบๆ ของนิกาย ขอทานคนนั้นไม่มีแม้แต่ร่องรอยของบาดแผลใดๆ บนร่างกาย แต่เขามีลักษณะคล้ายกับคนบ้า


บางคนเริ่มสงสัย ว่าขอทานดังกล่าวจะรู้ความจริงบางอย่าง พวกเขาต่างออกตามหาตัวของขอทานคนนั้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขาเริ่มออกตามหา ขอทานคนนั้นก็ได้หายตัวไป เพราะไม่มีใครสนใจในตัวของขอทาน จึงไม่มีใครรู้ว่าเขาไปที่ไหน


เมื่อทุกคนได้รับข่าวสารนี้มา พวกเขาต่างโยงเรื่องนี้เข้ากับเรื่องในทะเลทราย และต่างคาดการณ์ไว้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ อาจเป็นฝีมือของขอทานก็เป็นได้



ในขณะนั้น พวกเขาต่างคิดว่าชายคนนั้นอาจไม่ได้เป็นขอทานจริงๆ และเป็นชายที่แข็งแกร่งอย่างมาก อย่างน้อยๆ พลังของเขาต้องอยู่ในขั้นแดนสวรรค์วิญญาณ บางคนคิดว่าเขาอาจเป็นสุดยอดผู้เชี่ยวชาญระดับสุดยอด




หากข่าวของชายคนนี้ไปถึงราชวงศ์เจียง แม้พวกเขาจะสามารถทำให้ทั้งเก้าอาณาจักรต้องสั่นคลอน แต่พวกเขาก็ไม่อาจรับแรงกดดันจากข้อแคลงใจของประชาชนได้ พลังของชายคนนี้สามารถทำให้เกิดการสับเปลี่ยนของขั้วอำนาจได้อย่างง่ายดาย


แม้ว่าในตอนนี้สองอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่าง สำนักหลิง-หยุน และคฤหาสน์กิเลน กำลังวุ่นวายในขณะนี้ แต่มีอีกขุมอำนาจหนึ่งที่ยังคงเงียบสงบ เช่น สำนักชั้นสองที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ


ในความเป็นจริง สำนัก#2 หรือ สำนักไร้ตัวตน ยังคงเงียบสงบ เหล่าลูกศิษย์ และเหล่าผู้อาวุโสของสำนักกำลังทำหน้าที่ของแต่ละคน โดยเฉพาะในพื้นที่หลักนั้น เงียบสงบอย่างชัดเจน 



ในหลายวันที่ผ่านมา ผู้นำของสำนักไร้ตัวตนได้สั่งให้เหล่าลูกศิษย์ ออกจากพื้นที่หลัก โดยให้เหตุผลว่าจะทำการปรับปรุง และซ่อมแซมอาคารต่างๆ


สาเหตุที่แท้จริงในการไล่เหล่าลูกศิษย์ออกจากพื้นที่นั่นเพราะว่า นายท่านชุดคลุมสีเทากำลังทำตามสัญญา นั่นคือการวางรูปแบบอำนาจวิญญาณ ในอนาคตหากเกิดการถูกบุกโจมตี พวกเขาจะสามารถรักษาฐานที่มันที่สำคัญที่สุดไว้ได้


หลายวันถัดมา หลังจากที่ชูเฟิงก็ได้วางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเสร็จสิ้น ด้วยการบ่มเพาะพลังของเขานั้นค่อนข้างน้อย จึงทำให้การวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเป็นเรื่องยาก และมีข้อบกพร่อง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะต้านรับพลังระดับ 3 ขั้นแก่นวิญญาณได้อย่างไม่มีปัญหา


แต่ภายในสายตาของผู้นำสำนักไร้ตัวตน เขามองว่ารูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่ชูเฟิง นั่นคือลูกแก้วแก่นวิญญาณ 20 เม็ด เป็นของขวัญ


แน่นอนว่ามันเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ถึงแม้ว่าสำนักไร้ตัวตนจะถูกจัดอยู่ในชั้นกลางระดับสอง และความแข็งแกร่งยังห่างชั้นจากสำนักมังกรฟ้าก็ตาม แต่ลูกแก้วแก่นวิญญาณ 20 เม็ด นี่ ก็เป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับทุกสำนัก



         “ท่านเจ้าสำนัก……นี่มันมีค่ามากเกินไปสำหรับข้า ท่านได้ให้ความช่วยเหลือแก่ข้า และอาจจะได้รับความเดือดร้อนตามมาอีก มันไม่ควรเลยที่ข้าจะได้รับของขวัญจากการวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี่” ชูเฟิงกล่าวออกมา ขณะที่เขามองลูกแก้วแก่นวิญญาณทั้ง 20 เม็ดในมือของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการมันมากเพียงใด แต่เขาก็ยังกล่าวออกไปเช่นนั้นอยู่ดี


         “อ้าาา…..คุณชายชุดคลุมเทา พวกเราไม่ได้ให้ของขวัญเพื่อจะตอบแทนท่าน ในการวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ แต่พวกเรามอบมันเพื่อความสัมพันธ์อันดี ข้ารู้ดีว่าสำนักเล็กๆ ของข้า ซึ่งเป็นเพียงสำนัก #2 ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะให้ท่านมาเป็นแขกพิเศษของสำนักข้าได้”


        “ยังไงก็ตาม ข้าหวังว่าสำนักไร้ตัวตนนี้จะรับความสัมพันธ์ที่ดีจากท่าน ข้างว่าท่านจะนับพวกเราเป็นสหายของท่าน” ผู้นำสำนักไร้ตัวตนช่างเป็นคนที่ซื่อสัตย์ยิ่งนัก เพราะเขากล่าวตอบออกมาจากใจของเขาโดยไม่มีการปิดบังใดๆ


       “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะขอรับมันไว้” ชูเฟิงกล่าวตอบ พร้อมทั้งเก็บลูกแก้วแก่นวิญญาณทั้ง 20 เข้าไปในถึงจักรวาลของเขา


ลูกแก้วแก่นวิญญาณนี้มีค่ามาก แม้แต่นิกายโลกวิญญาณก็ไม่ได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่เช่นนี้ให้ ทั้งๆ ที่พวกเขาต้องการจะผูกมัด ชูเฟิง ก็ตาม ถึงแม้นิกายโลกวิญญาณจะมอบนกอินทรีศรีษะขาวที่อาจมีค่ามากกว่าลูกแก้วแก่นวิญญาณ 20 เม็ด มาให้ก็ตามที


แต่อย่างไรก็ตาม นกอินทรีศรีษะขาวที่นิกายโลกวิญญาณมอบให้แก่เขานั้น มันเป็นเพียง 1 ใน 9 ของนิกายโลกวิญญาณ จึงไม่ใช่สิ่งที่น่าประทับใจนัก หากเทียบกับลูกแก้วแก่นวิญญาณของสำนักไร้ตัวตน พวกเขาอาจใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมพวกมันมา ดังนั้นจึงน่าชื่นชมยิ่งนัก


ในขณะนั้น ชูเฟิงรู้สึกมีความสุขอย่างมาก ต่อการแสดงออกของสำนักไร้ตัวตน และเขาได้ตัดสินใจไว้ว่า ในอนาคตหากเขาแข็งแกร่งขึ้น เขาจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือสำนักไร้ตัวตนอย่างแน่นอน และเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




ผู้แปล โดยคุณ#Abhisit Siriroop


จบเรื่องงานแต่ง ใกล้เขาสู่ฉากดราม่า เศร้าเต็มรูปแบบ . . . . . . . . ไม่มีใครถูกข่มขื่นไม่ต้องห่วง . . . . . . . .

มีแต่ ชูเฟิง จะไปข่มขืนเขา . . . . . .