วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 214 - ข่าวร้าย!!!



        “มีเหตุอันใดกัน? ทำใมท่านเจ้าสำนักถึงได้มาที่นี่?”



แม้ว่าในตอนนี้ชูเฟิงจะดูน่าสงสัยแต่เขาก็ยังคงเดินไปอย่างเนียนนิ่งและสงบ เพราะว่าเขานั้นไม่ได้กลัวเจ้าสำนักไร้ตัวตน บางที่อาจกล่าวได้ว่าโดยความแข็งของชูเฟิงนั้นนอกเหนือจากสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ซ่อนอยู่ภายในหอคอยไร้ตัวต้นนั้น ก็ไม่มีใครหน้าไหนในสำนักไร้ตัวตนที่สามารถหยุดเขาได้



         "จะดีมากถ้าท่านออกมาในตอนนี้ ข้าได้รับจดหมายเพียงแต่มันบอกว่าควรที่จะนำมาให้ท่านโดยเร็วที่สุด. "



        "ข้าจึงเป็นห่วงว่ามันจะเป็นข่าวสำคัญถึงท่านดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อหาท่าน." เจ้าสำนักไร้ตัวตนได้ยื่นจดหมายให้แก่ชูเฟิงอย่างประหม่า



หลังจากที่ได้เห็นจดหมายในใจของชูเฟิงนั้นรู้สึกแน่นเพราะชนิดของจดหมายนั้นเป็นชนิดที่พิเศษ เพียงผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าสำนักไร้ตัวตนเท่านั้นจึงจะส่งจดหมายถึงกัน แต่จดหมายนี้นั้นได้ส่งผ่านมือของเจ้าสำนักไร้ตัวตนมาให้แก่ชูเฟิง

(***ในช่วงท่อนจดหมายนี้มันวนไปวนมาผมเลยพยายามนำเนื้อหาบางส่วนออกเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเพราะฉะนั้นถ้ามีตรงไหนผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ***)

ซึ่งจดหมายที่ชูเฟิงได้รับมาจากเจ้าสำนักไร้ตัวตนนั้นเป็นจนหมายฉบับเดียวกันที่ชูเฟิงได้ให้ไว้กลับซูรู่ เพราะเขาเป็นห่วงว่าหลังจากที่เขาออกมาแล้ว ซูรู่และคนอื่นๆ จะได้พบกับปัญหา



ดังนั้นชูเฟิงจึงได้บอกกลับซูรู่ ไว้ว่าถ้าเธอได้พบปัญหาใดให้เขียนจดหมายถึงสำนักไร้ตัวตน และจะให้ดีต้องเขียนจ่าหน้าซองว่า “ถึงนายเสื้อคลุมสีเทา” เท่านั้น



หลังจากนั้นชูเฟิงได้เปิดจดหมายออกมาซึ่งแน่นอนคำพูดทุกประโยคที่อยู่ในจดหมายนั้นถูกเขียนโดยลายมือของ ซูรู่



        “มันไม่มีอะไรเพียงแค่สหายน่ะ” ชูเฟิงยิ้มและอธิบายกลับเจ้าสำนักไร้ตัวตน หลังจากนั้นเขาจึงลาและเขาจึงรีบออกจากสำนักไร้ตัวตนไปยังสถานที่ตั้งในจดหมายที่ ซูรู่ได้เขียนเอาไว้



เมื่อมาถึงมันเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ เป็นสถานที่ค่อนข้างดีมีแขกหลายคนที่มามีทั้งข้างในและข้างนอก ซูรู่นั้นนั่งอยู่ข้างในด้วยความงามและเสน่ห์ที่เป็นจุดเด่นของเธอจึงทำให้เธอเป็นที่สะดุดตาและจึงเห็นเธอได้ไม่ยากนัก



แต่ในความเป็นจริงโต๊ะที่ถัดจาก ซูรู่นั่งอยู่นั้นพบว่า ได้มีชายหลายคนนั่งอยู่แต่ดวงตานั้นขาวโพลน และมีฟองสีขาวฟูเต็มปากและที่สำคัญพวกเขาได้รับบาทเจ็บอย่างหนักดูจากทรงแล้วคงเป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้นได้ไปกวนตีน นางเข้าจึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นด้วยความงามและเสน่ห์อันเย้ายวนใจของ ซูรู่ก็ได้ดึงดูดเพศตรงข้ามให้มานั่งก่อกวนเธออย่างไม่ขาดสาย



       "ข้ามีธุระกับผู้หญิงผู้นี้เพียงสองคน พวกเจ้าทุกคนจงออกไปซะ! "



ทันใดนั้นเสียงระเบิดออกมาเหมือนดั่งฟ้าร้อง แม้แต่ชามและแก้วน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะยังสั่นไปทุกที่



ทุกคนในโลงเตี๋ยมได้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากความกลัว พวกเขาไม่กล้าที่พูดแม้แต่เพียงครึ่งคำจึงได้รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาสามารถบอกได้ว่าชูเฟิงนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังวิญญาณดังนั้นจึงไม่ใช่คนที่พวกเขาสามารถต่อกรได้



         “เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อทุกคนได้ย้ายออกไปเขาได้มองไปที่ซูรู่และเขาค้นพบว่าใบหน้าของ ซูรู่นั้นเป็นที่บิดเบี้ยวมากดังนั้นมันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน



         “ชูเฟิง เจ้าต้องใจเย็นเข้าไว้นะ” ซูรู่ ไปด้านหน้าของชูเฟิงและดวงตาที่สวยงามของเธอนั้นเต็มไปด้วยความกังวล



        “มันเกิดอะไรขึ้น?” ชูเฟิงรู้สึกไม่สบายใจ เขาสามารถรู้ได้ว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาเป็นอย่างมาก



          “เมืองทอง-ม่วงรายงานมาว่า นอกจากเหล่าหนุ่มสาวที่ออกไปเพื่อปลูกฝังพลังวิญญาณนั้น ในครอบครัวชูของเจ้าได้ถูกฆ่าล้างทั้งหมด” ซูรู่ กล่าวออกมาอย่างยากลำบาก



* ตึก ตึก ตึก.. *



เมื่อชูเฟิงได้ยินคำพูดเหล่านั้นมันทำให้เขาถึงกลับถอยหลังกลับไปถึง 3 ก้าวในทันทีใบหน้าของเขานั้นขาวซีดเหมือนคนที่ตายและการหายใจยังติดขัดเหมือนมีคนมาบีบจมูกของเขาเอาไว้



        “ชูเฟิงเจ้าไม่เป็นไรนะ” เห็นเช่นนั้นซูรู่รีบไปประคองชูเฟิงได้อย่างรวดเร็วและเธอก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงมากขึ้น



ในขณะที่ร่างกายของชูเฟิงนั้นได้เกิดอาการสั่นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สงบลง เขาถามด้วยเสียงที่ลึก “สิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อและพี่ชายของฉัน ชูเยว่และคนอื่นๆ พวกเขายังอยู่ดีใช่ไหม?”



        “พี่ชายของคุณยังคงอยู่ที่สำนักหลิง-หยุน ส่วน ชูเยว่และคนอื่นๆ ยังอยู่ที่สำนักมังกรฟ้า พวกเขาทั้งหมดยังอยู่ดี แต่พ่อของคุณ….” ซูรู่ นั้นทำใจพูดคำทั้งหมดออกมาไม่ได้



แต่ชูเฟิงก็สามารถที่จะเข้าใจความหมายของเธอ เขาปิดตาทั้งสองข้างของเขาและในทันทีดวงตาทั้งสองของเขาก็ได้มีน้ำตาไหลลินเลือนลงใบหน้าของเขา ซึ่งร่างกายของเขาที่สงบก่อนหน้านี้ก็ได้เริ่มที่จะสั่นไหวอีกครั้งและยิ่งรุนแรงมากขึ้น



         “ข้าจะกลับไปที่เมืองทอง-ม่วง” ชูเฟิงรีบเดินออกมาจากร้านเหล้าอย่างรวดเร็วและผิวปากของเขาไปที่ท้องฟ้า หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีเสียงร้องขนาดใหญ่และร่อนลงมาจากฟากฟ้าราวกับดั่งลูกศรธนูนั่นคือนกอินทรีหัวขาว!





* * * * * * * * หวือก่อนที่นกอินทรีหัวขาวจะล่อนลงถึงพื้นชูเฟิงก็ได้กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันก่อน



         "เดี้ยวก่อนชูเฟิงข้าจะไปกับเจ้าด้วย!" ซูรู่ ไม่รอช้าเธอได้รีบกระโดดขึ้นไปและกอดที่เอวของชูเฟิง



หลังจากนั้นไม่นานเสียงร้องของนกอินทรีหัวขาวก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นไปยังท้องฟ้า ภายใต้การมองตาตะลึงของผู้คนที่อยู่เบื่องล่างพวกเขาได้เห็นนกอินทรีหัวขาวหายไปในขอบฟ้าไกลแทบจะในทันที…



เมืองทอง-ม่วง เมืองอันดับ #2 ได้ถูกกวาดล้าง หลังจากที่ได้รับทราบข่าวเจ้าเมืองที่ใกล้เคียง หรือแม้แต่เจ้าเมืองวิหคเพลิงเองก็ยังรีบบึ่งมาที่เมืองทอง-ม่วงในทันที



ในทันทีที่เข้ามาถึงเมืองทอง-ม่วง ใบหน้าของพวกเขานั้นทำอะไรไม่ถูกได้แต่เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะในช่วงเวลานี้นั้นภายในเมืองทอง-ม่วงไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดใดๆได้ เพราะทุกสิ่งที่ปรากฏในสายตาของพวกเขานั้นมันเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวเกินไป



มันเหมือนกลับตอนที่ชูเฟิงนั้นได้ทำการกวาดล้างตะกลูชางกวนในเมืองวิหคเพลิง แต่มันแตกต่างกันกลับเมืองทอง-ม่วงเพราะว่าทั้งเมืองนั้นได้ถูกทำการกวาดล้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตระกูลขุนนางหรือแม้กระทั่งขี้ข้าก็ไม่มีเว้นแม้แต่คนเดียว



แม้ว่าเลือดจะแห้งไปแล้วก็ตามแต่มันก็ยังคงมองเห็นสีแดงเข็ม สีของเลือดที่สาดอยู่ทุกที่และหลังจากที่เข้ามาภายในเมืองก็ได้ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงได้ตะหลบอบอวนอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นของคาวเลือด



          "ใครมันเป็นคนทำเรื่องพวกนี้กัน?" เจ้าเมืองชั้นสูงที่เพิ่งมาถึงได้พูดด้วยความโกรธแค้นหลังจากที่เขาได้เห็นฉากที่อยู่ตรงหน้าของเขา



          "พวกเขาทำมันเพราะเกี่ยวข้องกับตระกูลชู." เพียงแค่ในเวลานั้นชายอ้วนเล็กน้อยเดินออกจากเมือง เขายังเป็น เจ้าเมืองจากเมืองใกล้เคียง



         "ตระกูลชู?" เหล่าเจ้าเมืองสูงใหญ่ได้แสดงถึงความสับสน



          "มันเป็นเพราะชูเฟิงจากตระกูลชู!." เจ้าชายอ้วนเล็กน้อยตอบ



            "ชูเฟิง? ที่ว่านี่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งยังงั้นรึ? แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขามาจากตระกูลชู? " เจ้าเมืองสูงใหญ่ต่างได้สอบถามอย่างใกล้ชิดใกล้ชิด



           "ท่านจะได้รู้ทุกอย่างหลังจากไปที่นั้น." เจ้าชายอ้วนเล็กน้อยชี้ไปทางใจกลางของเมือง



ในการตอบสนองของเหล่าเจ้าเมืองสูงใหญ่ทั้งหลายได้ลงจากม้าและเดินเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว พร้อมองค์ลักษณ์คอยตามมาด้านหลังอย่างใกล้ชิด แต่หลังจากที่เข้ามาในเมืองพวกเขาได้แต่ยืนนิ่งและใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอาการช็อก



เพราะในใจกลางเมืองทอง-ม่วงภายใต้แสงไฟที่พร่ามัว มีศพแขวนอยู่ที่กำแพง และมีศีรษะถูกแขวนไว้เหนือแสงไฟนั้นพวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนของตระกูลชูทั้งสิ้น



และในใจกลางเมืองยังได้มีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยเลือดอีกว่า " ชูเฟิงเจ้ากล้าที่จะสัมผัสพี่ชายของข้าดังนั้นข้าจะทำลายล้างตะกลูของเจ้า หนี้เลือดมันก็ต้องจ่ายด้วยเลือด!!! "





################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. ไม่มีคำพูดใดๆจริงๆนอกจากกรรมตามสนองพี่เฟิงกูแม่มน่าสงสาร 55555



ปล.ที่ 2. ว่าแต่มีใครสงสัยไหมว่ามันคือใครถ้าอยากรู้ล่ะก็ ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคับรับลองไม่เกิน 218 เดี้ยวรู้เลยว่า เลือดต้องล้างด้วยเลือดมันเป็นยังใงมึงมาสวนกลับผิดคนล่ะมึงเตรียมตัวไว้ได้เลย



ปล.ที่ 3. แต่ยังใงก็ตามผมก็ขอแสดงความเสียใจต่อพ่อบุญธรรมของชูเฟิง ชูหยวน ด้วย R.I.P. ลาก่อนผู้เฒ่าตระกูลชู



ปล.ที่ 4. ถ้าในตอนนี้มีความผิดพลาดประการณ์ใดผมต้องขออภัยด้วยนะครับ **รู้สึกมึนๆ**

#################################################################################################

…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..


ใจ @อยากจะแปลให้ถึงตอนที่คนทำแม่งมีจุดจบที่ไม่ดี ไม่เป็นไร แม่ของไอ้คนที่ทำ โดนชูเฟิง . . . . . . . 
มืงจะโหดไปไหน . . . . . .