วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 218 - บุคคลอันตราย



ฉากด้านได้ของพวกเขาในตอนนั้น บอกได้คำเดียวว่า โหดเหี้ยมอำมหิต!!!!!!



โหดร้ายยิ่งกว่า สภาพของนครทอง - ม่วง หลายเท่านัก ทุกคนตายด้วยสภาพที่น่ากลัว จนมองหน้าของศพไม่ออก



ถ้าบอกว่าสภาพศพของนครทอง-ม่วง นั้นน่ากลัว หมู่บ้าน 5 พยัคฆ์ คงเปรียบได้ดั่งนรก ไม่มีศพไหนที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ศพแต่ละศพต่างกระจุยกระจายเป็นชิ้นเนื้อ เหลือไว้แต่สระเลือดที่ไหลนองเป็นแม่น้ำ



เหล่าผู้คนที่มาจากเมืองวิหคเพลิงต่างไม่เคยมีประสบการณ์ในสนามรบต่างยากที่จะทนฉากนั้นได้ แม้แต่ ซูเฮิน สีหน้ายังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ขนาดเหล่าทหารของเมืองวิหคเพลิง บางคนถึงกับ สั่นสะท้าน บางคนล้มลงอาเจียนออกมา บางส่วนพยายามควบคุมสติแต่ก็ยังมีบ้างที่น้ำขาวๆไหลออกมาจากปาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างหวาดกลัวกันอย่างมาก 



        " พวกเขาทำไมถึงมีสภาพเช่นนี้ ใครกันที่โหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ ? "



       " ดูเหมือนว่า ชูเฟิง จะเจอกับปัญหาใหญ่ซะแล้ว เราต้องให้ ลูกรู่ และ ลูกเหม่ย ออกห่างจากเขาให้ไกลที่สุด "



ซูเฮิน ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นคือฝีมือ ชูเฟิง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฝีมือผู้บงการที่ร้ายกาจ สังหารหมู่บ้าน 5 พยัคฆ์เพื่อปิดปากพวกเขา



เขาได้แต่มองดูฉากที่แสนจะอนาถพร้อมกับจินตนาเป็นถึงผู้บงการที่แสนจะอันตราย แต่หารู้ไม่ว่าเป็น ชูเฟิง ที่เป็นคนลงมือ ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการที่จะเอาตัวเองไปเกี่ยวข้อง



ภายในเมือง เต่าทมิฬ ได้เพื่มมาตราการป้องกันความปลอดภัยที่แน่นหนา ทหารและองครักษ์ทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญภายในเมืองเต่าทมิฬ อีกทั้งประตูเมืองยังถูกปิดสนิท เหตุผลทั่งหมดก็เป็นเพราะเรื่องที่พวกเขาได้กระทำกับตระกูล ชู และนครทอง - ม่วง เพื่อป้องกันบุคคลอันตรายมาล้างแค้น  



แต่แท้จริงไม่มีใครรู้ว่าที่เมืองมีการคุมเข้มเช่นนี้ เป็นเพราะมีคนในตระกูล กง ถูกสังหาร ดังนั้นพวกเขาจึงมีคำสั่งออกมาเช่นนี้



ตระกูล กง นั้นมีสถานะตำแหน่งเป็นถึงผู้ปกครองเมืองเต่าทมิฬ แต่ก็ยังมีคนในตระกูลกงถูกฆ่าตาย และคนเหล่านั้นล้วนแต่มีสถานะที่ไม่ธรรมดา ดังนั่นตระกูล กง จึงต้องมีการป้องกันที่เน้นหนา และเพื่อจะควานหาตัวคนที่กล้ามายั่วโมโหศัครูขนาดใหญ่เช่นนี้



ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลกงหลายต่อหลายคนถูกฆ่า โดยที่อำนาจของตระกูลกงเหมือนถูกท้าทายในอาณาเขตของตัวเอง เป็นธรรมดาที่ตระกูล กง ไม่สามารถอยู่เฉยได้พวกเขาจึงวางการป้องกันและส่งยอดฝีมือไปไล่ล่าพร้อมกับสาบานว่าจะจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้



        " อ้าาาาาาาาา ! "



        " บ้าเอ้ยยย!!!! เจ้าเป็นใครกันแน่ ถึงได้กล้ามาทำร้ายคนของตระกูลกงของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า "



ด้านนอกบริเวณรกล้างของเมืองเต่าทมิฬ มีชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหรานอนกองอยู่กับพื้น เลือดท่วมปากพร้อมกับความหวาดกลัวที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า รอบๆตัวเต็มไปด้วยร่างทหารยามของเมืองเต่าทมิฬนับร้อยนอนนิ่งกับพื้นโดยไม่หายใจ



เขาใครหนึ่งในสมาชิกตระกูลกง และมีพลังวิญญาณอยู่ในอาณาจักแก่นแท้ระดับ 3 ที่ได้รับคำสั่งของตระกูลกง เพื่อให้มาตามหาตัวคนร้ายที่ฆ่าสมาชิกคนในตระกูลกง 



ในวันนี้นเองเขาก็ได้พบกับคนร้าย แต่เขาก็คาดไม่ถึงว่ามันจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ มันแข็งแกร่งอย่างมากแม้แต่เขาที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ระดับ 3 ยังกลายเป็นลูกไก่เมื่อเผชิญหน้ากับคนร้าย คนนี้



       " บอกมาไอ้กง ลู่หยุน มันอยู่ไหน!!! " ชูเฟิง สวมชุดป่าน ขณะที่เขาคอยเดินอ้อยอิ่งอยู่รอบๆเมืองเต่าทมิฬ เขาก็ดักทำร้ายผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลกง แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่การแก้แค้น แต่เพื่อมาตามหาที่อยู่ของ กง ลู่หยุน



ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องกวาดล้างตระกูล กง อยู่ดี แต่ในตอนนี้เขาไม่ได้รีบร้อน เนื่องจากคนที่เขาอยากจะฆ่ามากที่สุดก็คือ กง ลู่หยุน ที่บงการให้พวกสารเลวนั้นมาสังหารคนของตระกูล ชู หากเขาไม่ได้ฆ่า กง ลู่หยุน ก็คงยากที่จะระบายความเกลียดชังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขา



         " งั้นที่เจ้ามานี่ก็เพื่อหา กง ลู่หยุน สินะ ถึงเจ้าฆ่าข้าให้ตายข้าก็จะไม่บอกเจ้าว่า ลู่หยุน ไปไหน " คนของตระกูลกง ค่อนข้างที่จะปากแข็็ง



ชูเฟิง ก็เตรียมรับปฏิกิริยานั้นไว้แล้ว เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้คำตอบเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่า ทุกคนที่ปฏิเสธคำถามของเขา ล้วนแต่ถูกสังหาร



แต่ก็ต้องยอมรับว่าตระกูลกงค่อนข้างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะได้คำตอบ เมื่อมีคนเช่นนี้เป็นศัตรู มันก็ค่อนข้างที่จะลำบาก และหลังจากไม่กี่วันของการเฝ้าดู ชูเฟิง ก็พบกับปัญหา



ไม่สงสัยเลยว่าทำไมตระกูลกง ถึงได้รับความเชื่อมั่นจากองค์ชาย คฤหาสน์กิเลน ซึ่งมันทำให้เมืองของตระกูลกงเป็นเมือง #1 และอาจกล่าวได้ว่าเมืองเต่าทมิฬนั้นเหนือกว่าเมืองวิหคเพลิงเล็กน้อย



ด้วยความแข็งแกร่งนั้นจึงต้องทำให้ชูเฟิงคอยเดินเตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกของเมือง เพราะการเข้าไปนั้นเป็นไปได้ยาก แม้ต่อให้เขาเข้าไปได้ ก็ไม่อาจรับมือคนที่ร้ายกาจเป็นจำนวนมากได้



         " ถ้าเจ้าอยากตายข้าก็จะทำให้เจ้าได้สมหวัง แต่ก่อนที่เจ้าจะตาย ข้าจะทำให้เจ้านั้นเจ็บปวดทรมาน "



         " เจ้าก็เคยเห็นสภาพศพของตระกูลกงแล้วใช่ไม๊ แต่ข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานกว่าพวกนั้นร้อยเท่าพันเท่า " ชูเฟิงจ้องอย่างเย็นชาพร้อมกับสร้างกริซที่แหลมคมปรากฏขึ้นมาในมือ




* เอื้อก *



หลังจากเห็นกริซที่น่าหวาดเสียวนั้น คนจากตระกูลกงถึงกับต้องกลืนน้ำลาย จริงๆแล้วเขานั้นได้เห็นสภาพศพที่ถูกชูเฟิงฆ่าตายก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าพวกเขาดูแสนทรมาน เมื่อเขานึกถึงศพพวกนั้นเขาก็ตัวสั่น แม้ว่าอากาศจะไม่เย็นก็ตาม เขาคงรู้ตัวว่าคงจะถูกทรมานก่อนที่จะตาย



         " ถ้าหากข้าบอกเจ้า เจ้าจะไว้ชีวิตข้าไม๊ " สมาชิกตระกูลกง มองหน้าชูเฟิงขณะที่ตัวสั่นสะท้าน



         " ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า " ชูเฟิง พยักหน้า


   
         " แน่ใจนะ !!! " สมาชิกตระกูลกงเห็นท่าทางเขาน่าสงสัย


  
         " ข้าพูดความจริง!!! " แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูเคร้งขรึม แต่ก็เห็นความจริงใจปรากฏขึ้นที่แววตา



         " ลู่หยุน ได้รับเชิญไปยังหุบเขาร้อยเลี้ยวเพื่อร่วมงานชุมชุมวีรบุตรที่จัดขึ้นในทุกๆปีของอาณาจักรมังกรฟ้า ซึ่งสำนัก#1 หลายสำนักต่างไปร่วมงานในครั้งนี้ " สมาชิกตระกูลกงกล่าวอย่างจริงจัง 



ชูเฟิง เคยได้ยินงานนี้มาก่อน มันเป็นงานขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นในทุกๆปีของอาณาจักรมังกรฟ้า แต่โดยเฉพาะสำนักชั้นนำต่างๆเท่านั้นที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในงานนั้น เมื่อ กง ลู่หยุน ได้รับเชิญ ชูเฟิง จึงรู้สึกแปลกใจ



คนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชิญในงานล่าวีรบุรุษล้วนแต่เป็นคนจากสำนัก #1 แทบจะไม่มีศิษย์จากสำนัก # 2 ที่ได้รับเชิญ



         " เหลืออีกกี่วันก่อนงานจะเรื่ม ? " ชูเฟิงรีบถาม



         " อีกในสามวันก่อนงานจะเริ่ม ที่หุบเขาร้อยเลี้ยว แต่มันไกลจากที่นี่มาก หลังจากที่งานเริ่มขึ้น สำนักต่างๆที่มาจะร่วมกันปิดทางไม่ให้ผู้ใดเข้าไป ดังนั้นเจ้าไปไม่ทันหรอก " สมาชิกตระกูลกงเตือน



         " ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น "



ชูเฟิง แสยะยิ้มขณะสะบัดกริซในมือ กวาดผ่านคอของสมาชิกตระกูลกง ใบหน้าของมันในตอนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากมมันค่อยๆล้มลงกับพื้น ขณะที่พยายามเอามือกุมที่คอเพื่อหยุดเลือดแต่มันก็ไม่สามารถหยุดเลือดที่กำลังไหลออกมาได้เลย จากนั้นมันก็หันหน้ามามองที่ชูเฟิงด้วยความโกรธ " เจ้า . . . . . . . . . เจ้าผิดคำพูด !!! "



          " ถ้าเจ้าจะโทษใครก็จงโทษที่ตัวเจ้ามันโง่เอง!!! " ชูเฟิง จ้องมองเขาอย่างประหลาดใจ เขาสนใจพลังที่พุ่งพล่านออกมากมายจากร่างกายของสมาชิกตระกูลกง ชูเฟิงจึงรีบนำมือไปจับร่างเขา



          " อ้าาาาา~~~~~~~~ " นั้นตอนนั้นสมาชิกตระกูลกงอ้าปากกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะเขารู้สึกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในร่างกายของเขากำลังถูกดูดด้วยพลังที่แสนจะน่ากลัว



แหล่งพลังวิญญาณ ของเขาถูกดูดกลืนเข้าแหล่งกำเนิดวิญญาณของ ต้านต้าน โดยฝีมือของชูเฟิง การดูดกลืนแหล่งวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว พวกเขาจะไม่รู้สึกใดๆ เนื่องจากพวกเขาตายแล้ว แต่สำหรับผู้ที่ดูดแหล่งพลังวิญญาณขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะเจ็บปวดทรมานอย่างมาก มันเหมือนกับว่าเลือดเนื้อของพวกเขาถูกดูดออกไปจากร่างกายจนเหือดแห้ง



หลังจากที่คิดว่าสมาชิกตระกูลกงตายแล้ว ชูเฟิง ก็เก็บถุงจักรวาลของทุกคนที่กองอยู่ที่นั้น หลังจากที่เขาตรวจสอบบริเวณรอบๆเรียบร้อย เขาก็หันมาเห็นใบหน้าสมาชิกตระกูลกงที่ขมุบขมิบปากเบาๆว่า " ไอ้สารเลว!!! " 


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



โดนแน่คุณพวกมืง

ใครเกี่ยวข้องกับตระกูลกง คงรับเคราะห์ไปเต็มๆ สภาพของพวกแม่งคงไม่ต่างไปจาก ตระกูล ซ่างกวน ที่ถูก ชูเฟิง ฆ่า กระทั้ง หมู หมา กา ไก่ แต่นี้ เมืองทั้งเมือง ดังนั้นพวกเรามารอดูกัน ว่าชูเฟิง จะมอบจุดจบเช่นไรให้ . . . . . . . .