วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 219 - พื้นที่รวมตัวของผู้แข็งแกร่ง



เสี่ยวไป๋บินอยู่ในกลุ่มเมฆด้วยความเร็วมันไม่ยากเลยที่พวกเขาจะถึงหุบเขาหุบเขา ร้อยเลี้ยวภายใน 3 วัน



ชูเฟิงนั่งอยู่บนหัวของเสี่ยวไป๋แต่เค้าไม่ได้นั่งเฉยๆแต่เค้าได้กำลังเตรียมการเพื่อที่จะเข้าไปในหุบเขา ร้อยเลี้ยว ไปด้วย



การล่าแห่งวีรชนในหุบเขา ร้อยเลี้ยวมีชื่อเสียงมากในอาณาจักรมังกรฟ้า  ที่เป็นสถานที่ๆพิเศษเป็นดินแดนศักสิทธิ์ของลูกแก้วไม่ได้มีเพียงแค่ลูกแก้วห้วงวิญญาณกับลูกแก้วกำเนิดวิญญาณอย่างมากมายภายในหุบเขานั้นแต่ยังมีลูกแก่นแท้วิญญาณอยู่อีกมากมาย



แต่ทว่าหุบเขา ร้อยเลี้ยวปกติจะไม่เปิดรับคนจากภายนอกมันจะเปิดเพียงปีละครั้งให้กับศิษย์มากมายจากสำนักมังกรฟ้าได้เข้าไปล่าและจำนวนของทรัพยากรที่พวกเขาจะได้รับนั้นก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง



ในเวลาอันสั้นหุบเขา ร้อยเลี้ยวไม่ได้ตกอยู่ภายในอำนาจของใครแต่การที่จะเข้าอาณาจักรมังกรฟ้านั้นตราบใดที่ศิษย์จากสำนักต่าง ๆ มีความแข็งแรงก็จะสามารถเข้าได้



แต่มีอย่างหนึ่ง หากใครต้องการที่จะเข้าไปในหุบเขา ร้อยเลี้ยวเพื่อที่จะเข้าร่วมการล่าแห่งวีรชนที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้งพวกเขาจะต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอและพวกเขาจะต้องสมัครด้วยตัวตนจริงของพวกเขา



ชูเฟิงไม่ได้เข้าร่วมการล่าแห่งวีรชนด้วยตัวตน “ บุรุษ ชุดคลุมเทา ” แต่เข้าร่วมนามของ ชูเฟิง ด้วยตัวตนนี้เขาจึงมีระดับการเพาะปลูกพลังอยู่ที่ระดับ 2 กำเนิดวฺญญาณ ดังนั้นแม้เค้าจะใช้พลังของเค้าทั้งหมดก็ยังคงเป็นสิ่งท้าทายมากสำหรับเขาที่จะผ่านการทดสอบการล่าแห่งวีรชน



ชูเฟิงจึงเพิ่มการเพาะปลูกของเขา ในวันที่ผ่านมาเขาเพาะพลังได้น้อยกว่าคนอื่น กับคนปกติ พวกเขาเหมือนกับได้สมบัติ แต่กับชูเฟิงมันไม่มากเลยเพราะมีเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยเพื่มพลังวิญญาณของเค้ามีเพียงลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณคุณภาพสูง 20 เม็ดที่เจ้าสำนักไร้ตัวตนได้ให้เขาไว้ มันที่พอจะมีผลกับเขาบ้าง



* หืมม *



ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณถูกปรับแต่งและพลังที่แข็งแกร่งระดับแก่นแท้วิญญาณแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วร่างกายของเขาอย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำอะไรกับจุดตันเถียนของเค้าด้วยการใช้เพียงครั้งเดียวมันกลืนกินการระเบิดของพลังของแก่นแท้วิญญาณ



        “ เจ้านี่ต้องเกิดในปีสุนัขหมาป่าแน่เลย แกกลืนกินพลังวิญญาณในอึกเดียว แกกลืนกินระดับกำเนิดวิญญาณในอึกเดียว แล้วแกยังกลืนกินระดับแก่นแท้วิญญาณในอึกเดียวอีก บ้าชิบ จะมีอะไรในโลกนี้ที่จะสามารถทำให้แกเต็มได้ใหม้เนี่ย ”



ชูเฟิงถึงกับทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าจะมีแปดสายฟ้าในตันเถียนของเขาแต่ความกระหายของมันก็มากมายเหลือเกินมันทำให้เค้ารูสึกว่าต้องการสมบัติมากขึ้นๆและมากขึ้น



แต่หลังจากที่ชูเฟิงปรับแต่งลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณไปห้าลูกเขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับแหล่งกำเนิดพลังวิญญารในร่างกายของเขา หลังจากการเพาะพลังของเขาเพิ่มขึ้นไปแค่ระดับเดียว ชูเฟิงรู้สึกว่าต้องการตัวช่วยที่มากกว่านี้



จะหาลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณที่มีค่ามากขนาดนี้ได้ยังไง ? พวกมันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับแก่นแท้วิญญาณ แต่เขา ผู้อยู่เพียงแค่ระดับ 2 กำเนิดวิญญาณ แต่ต้องปรับแต่งลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณถึง 5 เม็ดเพื่อให้ขึ้นเพียงระดับ 3 กำเนิดวิญญาณ มันทำให้เขาพูดไม่ออก



แต่โชคยังดี ที่ในระหว่างที่ลูกแกก้วจะหมดเค้าถึงระดับ 4 กำเนิดวิญญาณสะก่อน



        “ ระดับ 4 กำเนิดวิญญาณ มันเพียงพอสำหรับการเข้าร่วมการล่าแห่งวีรชนแล้วใช่ไหม้ ? “



หลังจากที่เขาคำนวนเล็กน้อย การเพาะพลังของเขาตอนนี้ + กับความเข้าใจในการเชื่อมต่อโลกวิญญาณของเค้าตอนนี้ มันไม่มีปัญหาที่จะรับมือกับระดับ 8 กำเนิดวิญญาณ เค้ายังสมารถใช้สายฟ้าสีทองเพื่อเพื่มระดับไปเป็น 5 กำเนิดวิญญาณได้อีก เท่ากับว่าระดับ 9 กำเนิดวิญญาณยังไม่ใช่คูต่อสู้ของเขา



ถ้าชูเฟิงใช้ความสามารถทั้งหมดและพลังทั้งหมดของเขา มันจะทำให้เขามารถต่อสู้กับระดับ 1 แก่นแท้วิญญาณได้



จากสิ่งที่เค้ารู้ หากใครที่ไม่ได้รับเชิญ พวกเขาต้องผ่านชุดของการสอบเพื่อให้มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมในการล่าแห่งวีรชน อย่างไรก็ตาม พวกเขาจำเป็นต้องใช้อย่างน้อยพลังระดับ 1 แก่นแท้วิญญาณในการที่จะผ่าน ดังนั้น ชูเฟิงยังรู้สึกกดดัน หลังจากทั้งหมด เขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยพลังของเขาเร็วเกินไป



หลังจากที่บินแบบรีบเร่งมาเป็นเวลา 2 วัน ในที่สุด ชูเฟิงก็เข้ามาอยู่ใกล้หุบเขา 100 ศพ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาใด ๆ ที่ไม่จำเป็นจากการขี่เสี่ยวไป๋(มันเด่นเกินไปคับ 555) เขาจึงล่อนลงและเดินต่อไปที่หุบเขาเอง



หุบเขา ร้อยเลี้ยวเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีหุบเขา ภูเขาสูง แม่น้ำ และหนองน้ำ (เอ้าก็มันหุบเขาป่ะวะ - - ) เป็นที่งดงามอย่างมากก



อย่างไรก็ตาม ฉากที่สุดแสนจะสวยงามฉากนี้สามารถพบเห็นได้เพียงไม่กี่วันภายใน 1 ปี



           “ ดูนั่น! แม้แต่เด็กน้อยยังอยู่ที่นี่อย่างลัลล้ามีความสุข ” (มันเรียกเฟิงเด็กน้อย 555)



           “ จริงอ่ะ! ดูชุดที่เขากำลังสวมอยู่ให้ดีๆ ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นชุดแบบนั้นมาก่อน เค้าไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนัก # 2 หนิ่ ? ”



           “ แล้วไง ? ใครสนใจเขา ? เขาไม่ได้กลัวอับอาย แล้วทำไมเราต้องสนใจ ? ”



นั่นเพราะชูเฟิงไม่มีความจำเป็นที่จะปกปิดตัวตนของเขาในสถานที่นี้ดังนั้นชูเฟิงจึงสวมชุดของสำนักมังกรฟ้า ชูเฟิงไม่ได้สนใจคนที่นินทาเขา ในเวลาที่เขาไปเจอสำนัก # 1 เค้าก็เจอกับการย๋อเย้ยแบบนี้เสมอ นอกเหนือจากนั้น นี่ยังงานการล่าแห่งวีรชนที่ศิษย์แนวหน้าจากหลายสำนักมารวมกัน



ชูเฟิงตามศิษย์จากสำนัก# 1 ทั้ง 2 คนที่ว่าเขาก่อนหน้า เข้าไปในสนามทดสอบเดียวกัน เมื่อเข้าไป ทั้ง 2 คนก็จ้องชูเฟิงด้วยสายตาที่เหยียดหยามตั่งแต่ต้นจนจบ



เมื่อทั้ง 3 คนออกมาจากสนามทดสอบ สายตาของทั้ง 2 คนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้มองแบบดูถูกอีกต่อไป แต่กลายเป็นว่ามองแบบ shock! Shock !! อย่างมากจนไม่รู้จะทำหน้ายังไง (555)



เหตุผลเป็นเพราะว่า พวกเขาทั้ง 2 ที่มาจาก สำนัก # 1 พลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 กำเนิดวิญญาณ พวกเขาทั้งคู่สอบตก !



แต่สำหรับชูเฟิงที่มาจาดสำนัก# 2 มีการเพาะพลังเพียงแค่ระดับ 4 กำเนิดวิญญาณ กลับผ่าน ! แถมผ่านแบบโคตรรจะง่ายยย!!!! 5555



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็มาถึงสถานที่ประกาดผล และมันไม่ใช่การสอบที่ยากอย่างที่เค้าได้คิดไว้ ความจริงก็คือว่า เค้าไม่ได้มองว่าตัวเองนั้นเก่งเกินสัตว์ประหลาดไปแล้ว



หลังจากผ่านการทดสอบ ชูเฟิงก็ได้รับคุณสมบัติที่จะเข้าหุบเขา ร้อยเลี้ยว หลังจากที่เข้าไปแล้ว เข้าก็ได้เห็นเมืองที่สูงใหญ่สวยงาม



เมืองถูกสร้างภายในถ่ำและแม่น้ำ มันสวยงามมากก ชูเฟิงแผ่กระจายอำนาจพลังวิญญาณของเขาออก ในที่สุด เข้าก็ได้เจอผลที่คาดไม่ถึง



มีผู้แข็งแกร่งมากมายภายในเมือง ผู้มีพลังระดับแก่นแท้วิญญาณนับจำนวนไม่ได้ และยังมีอีกมากที่อยู่ในระดับสุดท้ายของระดับแกก่นแท้วิญญาณ คนจำนวนมากจากอาณาจักรมังกรฟ้ามารวมตัวกันเช่นเดียวกับยอดอัจฉริยะจำนวนมากจากสำนักต่างๆ ในสถานที่นั้น เขาต้องระมัดระวังตัวมาก เขาไม่สามารถมีแม้เศษเสี่ยวของความประมาท



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปล โยคุณ#Arty Na Songkhla

นี้คืองานแปลจากพี่เขาเป็นครั้งแรก ยังไงให้กำลังใจกันด้วยนะคับ