วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 220 - การชุมนุมของศัตรู



เมืองขนาดใหญ่และสวยงาม แม้จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความประณีตละเอียดอ่อน เมืองถูกสร้างอยู่บนพื้นที่ของยอดเขา บริเวณรอบเมืองมีน้ำตกที่ไหลลงไปสู่เบื้องล่างของหุบเขา


แสงแดดที่ส่องผ่านสายหมอก ทำให้เกิดปรากฏกายสายรุ้งที่สวยงาม ในอากาศมีฝูงของนกนางนวลบินวนรอบๆ สายรุ้ง เมื่อได้มองฉากที่งดงามเช่นนี้ ราวกับว่าได้เข้าไปยังพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักบุญ


ไม่เคยมีใครบอกมาก่อนเลยว่า ทิวทัศน์ของหุบเขาร้อยโค้งนั้นเป็นเช่นไร ในสายตาของ ชูเฟิง นั้น ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุด เท่าที่เขาเคยเห็นมา


แน่นอนว่า ฉากตรงหน้าของเขานั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหุบเขาร้อยโค้ง ที่เขาสามารถมองเห็นได้ และที่เขามองเห็นนั้นเป็นเพียงบริเวณรอบนอกเท่านั้น


ผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั้น สามารถใช้พื้นที่พระราชวังเพื้อพักผ่อนเตรียมความพร้อมได้ ผู้เข้าร่วมนั้น ต่างเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงจากหลายๆ กลุ่มอำนาจ ผู้เข้าแข่งขันหลายคนรวมตัวอยู่ที่บริเวณลานกว้างที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผา


ชูเฟิง ได้กระจายพลังอำนาจวิญญาณของเขา เพื่อค้นหาตัวของ กง ลู่หยุน ในขณะที่เขาไปรอบๆ เขาค่อนข้างประหลาดใจ เนื่องจากเขาพบผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่มีพลังอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ ซึ่งมีอายุอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับเขา


การบ่มเพาะพลังที่แท้จริงของ ชูเฟิง นั้น ไม่ได้สูงส่งเท่ากับกลุ่มของเหล่าอัจฉริยะกลุ่มนี้ พวกเขาน่าจะมีวิธีการที่พิเศษในการบ่มเพาะพลังวิญญาณ หากเขาต้องประมือกับใครคนใดคนหนึ่ง ในกลุ่มของคนเหล่านี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะสามารถเอาชนะได้


อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้ไม่ได้แน่นแฟ้นเท่าไรนัก จะเห็นได้ว่าพวกเขาแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ 3-5 คน อยู่หลายกลุ่ม แต่ในพื้นที่นั้นก็มีกลุ่มขนาดใหญ่อยู่ เช่น กลุ่มของสำนักหลิง-หยุน ซึ่งเป็นกำลังรุ่นใหม่ของคฤหาสน์กิเลน 



คนกลุ่มนี้เป็นตัวแทนของสองมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้า ดังนั้นพวกเขาจึงมีทุนทรัพย์ที่ดี และยังได้รับความเคารพยำเกรงจากผู้คนรอบข้าง


         “ในที่สุด ข้าก็พบเจ้า” ในขณะที่เดินอยู่นั้น สองหมัดของ ชูเฟิง ก็กำแน่น แววตาเผยให้เห็นถึงเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน เขาก้าวเท้าต่อไปอย่างรวดเร็วบนพื้นที่ของลานกว้างนั่น


คนกลุ่มใหญ่รวมตัวอยู่บริเวณนั้น พวกเขาทั้งหมดยืมล้อมรอบชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีอายุราวยี่สิบปี ในกลุ่มนั้นมีทั้งชายและหญิง มีญิงสาวบางคนที่งดงามสะดุดตา แต่ใบหน้าของพวกเขาต่างแสดงออกถึงความหยิ่งผยอง


แม้ลักษณะของพวกเขาจะแตกต่างกัน แต่ในด้านของพลังนั้น พวกเขาต่างอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณเหมือนๆ กัน จะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้น มาจากสำนักอันดับหนึ่ง 



แต่ในกลุ่มนั้น กับมีบุคคลหนึ่งที่แตกต่าง เขาเป็นชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลา เขาสวมชุดของสำนักอันดับสอง 



บุคคลที่สวมชุดของสำนักอันดับสองนั้น ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ลูกศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักมังกรฟ้า และเขายังเป็นลูกชายของเจ้าเมืองเต่าดำที่ได้ว่าจ้างกลุ่ม 5 พยัฆค์ กง ลู่หยุน 



โดยปกตินั้น เขาจะต้องเหยียดหยามในสายตาของคนในกลุ่มนั้น แต่สำหรับ กง ลู่หยุน นั้น เขาไม่ได้มีบรรยากาศเช่นนั้นรอบๆ ตัวของเขาเลย แต่กลับกันตัวของเขานั้น มีแต่การชื่นชมจากทั้งชายและหญิงรอบๆ ตัวเขา


พวกเขาต่างพูดคุยและหัวเราะกัน ในที่สุดเหตุผลที่ทำไม กง ลู่หยุน ถึงไม่ถูกมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม ก็ปรากฏออกมา


        “พี่กง ลู่หยุน ข้ายินดีกับท่านด้วย ที่ตอนนี้ท่านได้เป็นหลานบุญธรรมของท่าน หราน หลิน ต่อจากนี้ไปข้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านด้วย” ใบหน้าของผู้ที่กล่าวเต็มไปด้วยความชื่นชม


        “น้องหลี่ เจ้าก็ยอกันเกินไป” กง ลู่หยุน ยิ้มอย่างสุภาพขณะกล่าวตอบ


        “พี่กง ลู่หยุน ไม่เห็นท่านต้องถ่อมตัวขนาดนี้เลย ทุกๆ คนก็รู้ว่าท่าน หราน หลิน นั้น อยู่ในจุดสูงสุดของพลังขั้นแก่นสวรรค์ และท่านยังเป็นถึงผู้นำของ ตระกูลหลิน ในคฤหาสน์กิเลน มีหลายคนที่พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับท่าน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำได้”


         “แต่ในตอนนี้ เขากลับรับท่านเป็นหลานบุญธรรม นี่แสดงว่าท่านได้รับความชื่นชมจากเขามากๆ เลยนะ” ชายอีกที่มีใบหน้าหยาบกร้าน กล่าวขณะยิ้ม


         “ที่ท่าน หราน หลิน รับพี่ กง ลู่หยุน เป็นหลานบุญธรรม นั่นเพราะว่าท่านมีสายตาที่เฉียบแหลม แม้ว่าพี่ กง ลู่หยุน อายุยังไม่มาก แต่พลังของพี่ก็อยู่ในระดับที่ 2 ขั้นแก่นวิญญาณ ความสามารถในการต่อสู้ของพี่กง ก็ไม่ธรรมดา สามารถเอาชนะผู้ที่แกร่งกว่าตัวเองได้ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับ 3 ขั้นแก่นวิญญาณก็ไม่สามารถเอาชนะพี่กงได้ ความสำเร็จในอนาคตของพี่กง ย่อมไม่อาจจินตนาการได้เลย” หญิงสาวยิ้มอย่างมีเสนห์ขณะกล่าว พร้อมทั้งขยับเข้าไปใกล้ กง ลู่หยุน



          “ใช่แล้ว !! พี่กงเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง พวกเราต่างก็ชื่นชมพี่จากก้นบึ้งของหัวใจ ด้วยความสามารถของพี่ มันไม่สมควรเลย ที่พี่จะเข้าสำนักอันดับสอง อย่างสำนักมังกรฟ้า” หญิงสาวอีกคนกล่าวขณะขยับเข้าไปใกล้ กง ลู่หยุน เช่นกัน


         “ใช่ๆ ข้าได้ยินมาว่า มีเด็กคนหนึ่งไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงในสำนักมังกรฟ้า เข้ามาท้าทายพี่ และหลังจากนั้นภายในหนึ่งปีเขาจะท้าประลองกับพี่ ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน”


         “มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เรื่องจริงมันเป็นเช่นไรเหรอพี่กง”


         “อ้าาา………โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่ มีคนอยู่หลายประเภท ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะกล้าท้าทายข้า สำหรับข้ามันช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่ยังไงก็ตาม เจ้านั่นมันค่อนข้างก้าวร้าว ดังนั้นข้าจึงจะต้องสอนบทเรียนแก่มัน เจ้านั่นมันก็แค่เด็กเหลือขอ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก” กง ลู่หยุนกล่าวยิ้มๆ พร้อมทั้งโบกมือไปมา


        “แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริงซินะพี่กง ไอ้เด็กเวรนั่นมันเป็นใคร บอกข้าหากว่าท่านรู้สึกแย่ที่จะต้องจัดการกับศิษย์ร่วมสำนัก ข้าจะเป็นคนไปจัดการมันแทนท่านเอง”


        “ใช่ !! เขาอยู่ในสำนักเดียวกัน แต่กลับไม่มีสัมมาคาราวะต่อศิษย์อันดับหนึ่งของนิกาย ข้าว่ามันก็เหมือนกับคนที่ไร้การศึกษา แบบนี้มันต้องถูกสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูง” เมื่อทุกคนรู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริง พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นาๆ


        “กง ลู่หยุน เจ้าสบายดีใช่มั้ย !!” ในขณะนั้น ได้มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมา


ทุกคนต่างหันไปมองตามที่มาของเสียงนั้น แต่พวกเขาต่างอึ้งไปตามๆ กัน เมื่อพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อพิจารณาจากใบหน้าของเขา เขาเป็นเพียงแค่เด็กอายุราวสิบห้าปี


แม้ว่าการรับสมัครศิษย์ของสำนักต่างๆ จะรับสมัครลูกศิษย์ตั้งแต่ยังอายุน้อย แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่อ่อนวัยของชายหนุ่มตรงหน้า พวกเขาต่างพากันประหลาดใจ 



โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาเห็นชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่อยู่ มันเป็นชุดแบยเดียวกันกับของ กง ลู่หยุน พวกเขาต่างตกใจม่ก และสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้คือใคร


         “เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง !?” กง ลู่หยุน ขมวดคิ้วแน่น และแววตาแสดงออกถึงความแปลกใจ เขารู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้านี้คือ ชูเฟิง ที่จะต้องประลองกับเขาในอีก 1 ปีข้างหน้า


           “แม้แต่หลานบุญธรรมยังเข้ามาได้ แล้วทำไมข้าจะเข้ามาไม่ได้ !! กง ลู่หยุน ข้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไงนั้นมันเรื่องของข้า แต่ข้าจะเตือนเจ้าไว้ว่าหลังจากเข้าไปในหุบเขาร้อยโค้ง เจ้าพึงระวังตัวของเจ้าให้ดี หลังจากที่เจ้าได้ก่อบาปไว้แล้ว เจ้าจะต้องได้รับผลของกากระทำของเจ้า” เมื่อ ชูเฟิง พูดจบ เขาก็หันหลังและเดินจากไป


         “พี่กง เจ้านั่นเป็นใคร !? ทำไมเขาพูดเหมือนไม่พอใจท่าน” เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนจึงรีบถามขึ้น


         “เจ้าไม่ได้ถามข้ารึ ว่าไอ้เวรที่ไหนกล้ามาท้าทายข้า” กง ลู่หยุน ยิ้มบางๆ พร้อมกล่าวตอบ


         “มันไม่ใช่เขาใช่มั้ย !?” ทุกคนต่างตกใจ


         “ใช่ !! เขาคือไอ้เด็กเวรคนที่จะประลองกับข้า” เมื่อ กง ลู่หยุน พูดจบ เขาก็กัดฟันเข้าหากัน พร้อมทั้งส่งสายตาที่เย็นชาออกมา



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ผู้แปล โดยคุณ#Abhisit Siriroop


เรื่องหลาน บุญธรรมของตระกูลหลิน ในคฤหาสกิเลน จริงๆแล้วมันมีที่มาที่ไป เมื่อชูเฟิงได้รู้ความจริง . . . . ชูเฟิงจะนำเรื่องมาแฉให้พวกเราฟัง

ซึ่งมันเป็นเรื่องระยำของคนในครอบครัวของมัน . . . . . . .

ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงต้องติดตามกันต่อไป . . . . . . .