วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 221 - ตกอยู่ในกับดัก



       “เขาคือไอ้เด็กเวร ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงตามๆ กัน


         “ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมเขาถึงกล้าท้าทาย ท่านพี่ กง ลู่หยุน ถ้าเด็กนั่นสามารถล่าได้โดยมีระดับพลังเพียง ขั้นกำเนิดวิญญาณ ระดับ 4 ล่ะก็ เจ้านั่นต้องมีทักษะการต่อสู้ที่สูงมากอย่างแน่นอน” ทุกคนต่างรู้ดีว่า ชูเฟิง นั้น ยากที่พวกเขาจะรับมือได้


           “อืม….” เมื่อ กง ลู่หยุน รู้ว่าใครเป็นคนที่อนุญาตให้ ชูเฟิง เข้าร่วมแข่งขันการล่านั้น เขาทำได้เพียงแค่สูดลมหายใจเข้า พร้อมทั้งแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา


          “ลู่หยุน ตั้งแต่ที่ไอ้เด็กเวรนั่นมันกล้าท้าทายท่าน ชีวิตของมันก็เดินเข้าสู่หนทางแห่งความตายแล้ว ข้าจะช่วยเหลือท่านติดตามหาตัวของมัน หลังจากที่มันเข้าไปในหุบเขาร้อยโค้งแล้วข้าจะกำจัดมันซะ” หญิงสาวที่ทรงเสน่ห์กระซิบที่ข้างๆ ของ กง ลู่หยุน


          “ข้าหวังว่ามันมีชีวิตเข้ามาได้ แต่จะไม่มีทางที่จะมีชีวิตกลับออกไป” กลุ่มคนทั้งกลุ่ม แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงเจตนาฆ่าฟันออกมาทั้งกลุ่ม


         “มันไม่ดีเหรอ !?” เขาเห็นสีหน้าแสดงความลังเลของ กง ลู่หยุน แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวปฏิเสธแต่อย่างใด


        “พี่กง สำหรับคนที่มันกล้ามาเรื่องกับท่าน ท่านแค่เพียงลงมือครั้งเดียว มันผู้นั้นก็จะหายไป จุดจบชีวิตของมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”


        “ยังไงก็ตาม คนประเภทนี้มันก็เหมือนกับสุนัข หากเราตีมันไม่ตาย มันก็จะลอบกัดเราได้ในภายหลัง ดังนั้น อย่าทำดีกับคนประเภทนี้เลย เราต้องจัดการมันซะตั้งแต่ตอนนี้” เมื่อเห็นท่าทีลังเลของ กง ลู่หยุน บางคนจึงเริ่มยุยงขึ้นมา


        “งั้นคงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว ข้า กง ลู่หยุน จะตอบแทนพวกเจ้าสำหรับความช่วยเหลือ ในภายภาคหน้า” พวกเขาต่างต้องการเป็นพันธมิตรกับ กง ลู่หยุน พวกเขาจึงไม่ได้กล่าวปฏิเสธแต่อย่างใด เพียงแค่กุมมือขึ้นในเชิงคาราวะเท่านั้น


        “เรื่องเล็กน้อยน่า” หลังจาก กง ลู่หยุน กล่าวจบ พวกเขาก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา จากที่พวกเขาสังเกต ชูเฟิง พวกเขาต่างมั่นใจว่า ชูเฟิง เป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ที่พวกเขาสามารถกำจัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย


อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาสามารถฆ่า ชูเฟิง ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาและ กง ลู่หยุน ก็จะดีขึ้นตามมา เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต พวกเขาจึงไม่ลังเลเลย ที่จะกำจัดปัญหาให้กับ กง ลู่หยุน


การแข่งขันล่าสัตว์นั้น โดยปกติจะเริ่มล่าตั้งแต่เช้า แต่ในตอนนี้กลับมีการแก้ไขกำหนดการ โดยที่จะเริ่มการแข่งขันการล่าสัตว์เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า


หลังจากที่รอคอยมาตลอดวัน เวลานั้นดวงอาทิตย์ก็ลงมาจากท้องฟ้า สู่หลังหุบเขาทางทิศตะวันตก และโอกาสที่มีเพียงปีละครั้งของอาณาจักรมังกรฟ้า การแข่งขันการล่าสัตว์ที่ยิ่งใหญ่สุดท้ายก็เริ่มขึ้น


มีหลายพันคนที่เข้าร่วมการล่าสัตว์นี้ เมื่อสัญญาณของการล่าเริ่มขึ้น พวกเขาก็ทะยานตัวเข้าสู่หุบเขาร้อยโค้ง พวกเขาหายลับเข้าไปในป่า ราวกับการโยนก้อนหินลงสู่มหาสมุทร


ดังนั้น หากใครที่ตั้งใจจะจัดการใครสักคน พวกเขาต้องติดตามเป้าหมายไปในทันที ไม่เช่นนั้น การจัหาตัวใครในหุบเขาร้อยโค้งนั้น ก็เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร



ด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรก็ตาม ที่ด้านหลังของ ชูเฟิง มีกลุ่มคนกว่า 20 คนตามหลังมา ในกลุ่มมีทั้งผู้เชี่ยวชาญระดับ 1 ขั้นแก่นวิญญาณ และมีบางคนอยู่ในระดับ 2 ของขั้นแก่นวิญญาณ บางคนในกลุ่มพยายามใช้พลังวิญญาณเพื่อติดตาม ชูเฟิง อย่างลับๆ


แต่การกระทำของพวกเขามันดูราวกับไร้ประโยชน์ ชูเฟิง สามารถค้นพบพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ที่พวกเขาพยายามติดตามเขาออกมา แม้พวกเขาจะสามารถปิดกันพลังวิผญญาณได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหลบหนีการตรวจจับ ของอำนาจพลังวิญญาณของผู้เขื่อมต่อโลกวิญญาณระดับเสื้อคลุมสีเทา อย่าง ชูเฟิง ไปได้


จริงๆ แล้ว ชูเฟิง ไม่ตรวจพบแค่ กง ลู่หยุน และกลุ่มของเขา แต่ ชูเฟิง ยังตรวจพบเหล่าผู้อาวุโสที่หลบซ่อนด้วย เหล่าผู้อาวุโสพวกนั้น ติดตาม กง ลู่หยุน และกลุ่มของเขาออกมา เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่ กง ลู่หยุน จะพบเจอ


ชูเฟิง ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใดเมื่อเขาต้องเผชิญหน้า ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้ ที่จริงเขาไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเข้าไปทักทาย กง ลู่หยุน ก่อนหน้านี้ แต่นี่คือแผนของเขา ที่จะทำให้ กง ลู่หยุน ติดตามเขามาที่พื้นที่รกร้างของหุบเขา เพื่อที่จะได้จัดการกับ กง ลู่หยุน


เหตุที่ว่าทำไม ชูเฟิง จึงมาเข้าร่วมการล่าสัตว์ในครั้งนี้ นั่นเพราะว่าเขาต้องการมาเพื่อที่จะฆ่า กง ลู่หยุน ดังนั้น ถ้าเขาไม่อยากถูกขัดจังหวะในการลงมือ เขาจะต้องพา กง ลู่หยุน และพรรคพวก ไปยังสถานที่ๆ เขาพอใจ


*****วู้ชชชชชชช*****


ในเวลานั้น มีประกายแสงปรากฏที่ใต้ฝ่าเท้าของ ชูเฟิง เขาใช้ทักษะลับของจักพรรดิ์ฟ้า ทันทีนั้นเอง ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพียงแค่กระพริบตา เขาก็ได้หายไปจากการติดตามของ กง ลู่หยุนและพรรคพวก



        “แม่งเอ้ย !! ไอ้เวรนั่นมันหายไปไหน ทำไมมันรวดเร็วเช่นนี้” หญิงสาวที่ทรงเสนห์หยุดชะงักลง และเพ่งสายตามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ


       “ห๊ะ !! น้องหวาง ไอ้เวรนั่นมันหายไปจากการตรวจจับ ของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเช่นเจ้ารึ !!” เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็เข้าใจขึ้นมาทันที


       “อาจเป็นไปได้ว่าเจ้านั่นจะรู้ตัว” บางคนเสนอความคิดเห็นออกมา


      “เป็นไปได้ เพราะเจ้านั่นก็มีอำนาจพลังวิญญาณ และถูกยอมรับให้เป็นลูศิษย์คนสุดท้าย ของ จูเก่อ หลิวหยุน จากนิกายมังกรฟ้าของข้า ยังไงก็ตาม ข้าไม่คิดว่ามันจะรู้ตัวว่า น้องหวาว ติดตามมันมา” กง ลู่หยุน กล่าวอย่างเคร่งขรึม


        “เอายังไงต่อล่ะ ??” มีคนตั้งคำถามขึ้นมา


        “เอายังไงล่ะ !! นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว เจ้านั่นก็หายไป ข้าคิดว่าพวกเราควรเข้าไปคนหายาแก่นวิญญาณ ตามคำแนะนำดีกว่า”


       “อืมมม……..ดูเหมือนว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น” พวกเขายังคงไม่อยากไป แต่ก็ไม่สามารถที่จะติดตามตัว ชูเฟิง ไปได้ พวกเขาจึงต้องเลิกติดตาม ชูเฟิง ชั่วคราว


        “พี่กง ท่านไม่ต้องเป็นห่วง หากข้าพบตัวมัน ข้า ฟู เซี่ยเจี่ย จะช่วยท่านจัดการมันซะ” ชายที่มีลักษณะหยาบกร้านกล่าว ขณะที่กุมไปที่มือของ กง ลู่หยุน


       “ขอบใจเจ้ามาก”


กง ลู่หยุน ยิ่มออกมาเล็กน้อย เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก และเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาเกี่ยวกับความสามารถของ ชูเฟิง ที่อยู่ความคาดหมายของเขา


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากว่าเขาพบ ชูเฟิง อีกครั้ง ก่อนที่จะการประลอง เขาจะต้องจัดการกับ ชูเฟิง ให้ได้ก่อนที่ ชูเฟิง จะพัฒนาไปไกลว่านี้ ไม่เช่นนั้น คนที่จะต้องฆ่าตัวตาย อาจจะเป็นเขา


        “ทุกคน !! ข้าขอตัวก่อน” หลังจากนั้น ชายที่มีลักษะหยาบกร้าน ที่เรียกตัวเองว่า ฟู เซี่ยเจี่ย ก็วิ้งลึกเข้าไปภายในป่า



“ทุกคน !! ข้า กง ลู่หยุน จะจดจำความมีน้ำใจของพวกเจ้าไปตลอด ในหุบเขาร้อยโค้งนี้ มีทรัพยากรที่ม่กมาย ข้าคิดว่าพวกเจ้าต้องได้รับสิ่งดีๆ กลับไปแน่ ดังนั้น ข้าจึงอยากให้พวกเจ้าแยกย้ายกันออกไป” แม้ว่า กง ลู่หยุน จะรู้สึกผิดหวัง แต่เขาก็ยังคงยิ้มต่อหน้าทุกคนเพื่อแสดงความขอบคุณ 




***** วู้วววววว *****


ในตอนนั้น มีลมกระแสหนึ่งที่รุนแรง บนสายลมนั้นมีร่างเงา ร่างหนึ่งอยู่บนสายลมนั้น มันพัดออกมาจากภายในป่าลึก จากนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของ กง ลู่หยุด และคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้า


“นั่นมันอะไร !?” ทุกคนต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างคาดคิดว่านี่อาจเป็นการโจมตีของสัตว์ยักษ์ พลันพวกเขาต่างเตรียมโจมตีไปด้านหน้า


อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาสังเกตไปที่ร่างเงาดำนั้น ใบหน้าของพวกเขาก็แสดงออกอย่างเด่นชัด ถึงความหวาดกลัว


เงาดำนั้นไม่ใช่สัตว์ยักษ์ แต่มันเป็นร่างของคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา มันคือร่างของ ฟู เซี่ยเจี่ย ที่ก้าวเข้าไปในป่าลึกเป็นคนแรก


แต่ในตอนนี้นั้น สมองของ ฟู เซี่ยเจี่ย ถูกแยกออกมาจากกระโหลก บนหน้าอกมีหลุมลึกปรากฏอยู่ อวัยวะของร่างกายไม่มีเหลือ และสมองของเขาก็ถูกยัดอยู่ในหลุมกลางหน้าอกนั่น การตายของเขาช่างโหดเหี้ยมและน่ากลัว



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปล โดยคุณ#Abhisit Siriroop

ประจบดีนัก ไอพวก สอพลอ สมน้ำหน้า

ดั่งนั้น เรามารอดูกัน ว่าคนที่เหลือจะเป็นเช่นไรต่อ  . . . . . . . .