วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 224 - ทะยานสู่นภา



       “นายชุดคลุมสีเทาเจ้าสามารถบอกข้าได้รึไม่ ว่านั้นคือทักษะเร้นลับที่หาที่เปรียบใดในโลกใช่หรือไม่?”



ณ เวลานี้ หลิน หลาน ได้มาปรากฏตัวอยู่เบื่องหลังของชูเฟิงและเขาได้สะบัดแขนใหญ่ของเขามันคือ โล่กิเลน ที่ส่งแรงดันที่น่ากลัวออกมาพุ่งเข้าใส่ชูเฟิงจากด้านหลัง



มันอาจกล่าวได้ว่าความเร็วของ หลิน หลาน เป็นสิ่งที่เร็วเกินไป ความเร็วของเขาได้หลอมรวมเขากับทักษะการต่อสู้มันจึงทำให้ความเร็วของเขานั้นได้เกินจินตนาการของชูเฟิงและแม้แต่รูปแบบอำนาจวิญญาณของเขาก็ไม่อาจที่จะปกป้องเขาได้



         "บัดซบ!!"



ในขณะที่เขาต้องเผชิญหน้ากลับความแข็งแกร่งของ โล่กิเลน นั้นมีเพียงพยัคฆ์ขาวสังหารเท่านั้นที่สามารถต่อสู้กับมันได้ แต่ในขณะที่เขาต้องการที่จะเชื่อมโยงกับพยัคฆ์ขาวในร่างกายของเขาเพื่อจะใช้ทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารอีกครั้ง แต่ทว่าในครั้งนี้เขาได้ค้นพบว่าการเชื่อมต่อของเขานั้นหายไป



           “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?” วิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารในตอนนี้ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ มันเลยทำให้ชูเฟิงตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก และในขณะนั้นเขาได้ทำการหลบ โล่กิเลน ของ หลิน หลาน อย่างรวดเร็ว



อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชูเฟิงได้หลบ โล่กิเลน ทันทีก็ได้เปลี่ยนทิศทางและพุ่งตรงไปที่ชูเฟิงอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้นั้นมันมีความเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า



***หวืบบ*** ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ชูเฟิงไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป เขาได้ใช้ทักษะร่องนภาอย่างรวดเร็วและมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาร้อยเลี้ยว



          “ลู่หยุน เจ้ารออยู่ที่นี่” หลังจากที่บอกกลับ กง ลู่หยุน หลิน หลาน ก็ได้ไล่ตาม ชูเฟิงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวอย่างเสียงดังว่า “นี่ชายชุดคลุมสีเท่าเจ้าจะรีบหนีข้าไปไหน ทำใมไม่บอกข้าเกี่ยวกับทักษะเร้นลับซะก่อนล่ะ?”



         "บัดซบ!! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? ทำไมข้าถึงใช้ทักษะความเร้นลับของข้าไม่ได้กัน "



ชูเฟิงค่อนข้างเป็นกังวล เพราะสิ่งเดียวที่เขาสามารถต่อกรกลับ หลิน หลาน ได้คือทักษะพยัคฆ์ขาวสังหาร แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะใช้มันได้ นั้นจึงหมายความว่าในตอนนี้เขาไม่มีทางที่จะต่อกรกลับ หลิน หลาน ได้เลย



          “เจ้าโง่! ทักษะเร้นลับนั้นเป็นสิ่งที่พิเศษมากพวกมันนั้นมีชีวิต พวกมันนั้นไม่อาจถูกควบคุมได้โดยอำนาจแก่นแท้ แม้ว่าพลังวิญญาณของเจ้าจะได้รับการส่งเสริมขึ้นมาเป็นดินแดนแก่นแท้ แต่นั้นก็คือการที่เจ้ายืมอำนาจพลังวิญญาณมาจากข้าในความเป็นจริงเจ้ายังคงอยู่แค่ในดินแดนแหล่งกำเนิดวิญญาณ.”



          “ดังนั้นมันจึงไม่ยอมให้เจ้าใช้อำนาจของมันได้ตามใจชอบ ในตอนนี้เจ้าได้ใช้ความสามารถของทักษะเร้นลับจนมาถึงขีดสุกแล้วนี่คือขีดจำกันของเจ้า ภายในวันนี้ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถที่จะใช้ทักษะเร้นลับได้อีก” ต้าน ต้าน เตือนอย่างเคร่งขรึม



         “แบบนี้ก็ได้หรอ!!?” หลังจากที่ชูเฟิงได้ทราบความจริงเขานั้นทั้งโกรธแค้นและแสนจะรำคาญ เพราะเขาเกลียดชังศัตรูของเขา ไม่เพียงแต่เขาฆ่าศัตรูไม่ได้เขายังต้องถูกบังคับให้หลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุนอีก อย่างแท้จริงเขานั้นต้องพยายามเก็บความคับแค้นข้องใจของตนเองกลับมา



เพราะในตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรกลับมันได้ ใครบอกว่าเขานั้นมีความแข็งแรงมากพอ? ถ้าเขาไม่ได้พึ่งพลังของ ต้าน ต้าน และใช้แค่พลังวิญญาณของเขาเองไม่ต้องพูดถึง หลิน หลาน แม้แต่ กง ลู่หยุน ก็ยังสามารถทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ในตอนนี้ของเขาได้เช่นกัน



           "ชูเฟิงเจ้าไม่สามารถที่จะจัดการกลับเรื่องนี้ได้ ปล่อยให้ข้าได้ควบคุมร่างกายของเจ้า. "



ชูเฟิงได้ใช้ทักษะท่องนภา มาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่ระยะห่างของเขาและหลิน หลาน นั้นกับเริ่มที่จะใกล้เข้ามาเลื่อยๆ หลิน หลาน นั้นชั่งแข็งแกร่ง ในด้านของพลังวิญญาณดังกล่าวชูเฟิงนั้นเป็นจริงค่อนข้างที่จะอ่อนแอเกินไปและตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มันเลยทำให้ ต้าน ต้าน ต้องการที่จะควบคุมร่างกายของเขาอีกครั้ง



           “ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเพราะข้าอีก” เมื่อ ต้าน ต้าน ใช้พลังอำนาจวิญญาณอสูรฟ้าของเธอนั้น มันจะทำให้เธอได้รับบาดเจ็บเจียนตายเพราะงั้นชูเฟิงจึงปฏิเสธทันที



           “เจ้าโง่เอ้ย!! ในชั่วชีวิตของข้าไม่เคยเจอใครโง่เช่นเจ้ามาก่อน รีบปล่อยให้ข้าควบคุมร่างกายของเจ้าเดี้ยวนี้ ถ้าเจ้าตายไปข้าก็ต้องตายไปด้วยเช่นกัน” ต้าน ต้าน ข้องใจ



          “นับจากนี้ไปข้าจะปกป้องเจ้าข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องเจ็บปวดเพราะข้า แม้ว่าข้าจะต้องตายข้าก็จะขอตายตรงหน้าของเจ้า” ชูเฟิงนั้นปากแข็งเหลือใจและหลังจากที่เขาพูดแสงไฟใต้ฝ่าเท้าของเขาก็ยิ่งสว่างมากขึ้นและความเร็วของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน



            “นี่นายชุดคลุมสีเทามันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าจะบอกข้าเกี่ยวกับทักษะเร้นลับมาก่อนที่เจ้าจะไป” พอเห็นเช่นนั้น หลิน หลาน ก็ได้เปลี่ยนทักษะของเขาและสลาย โล่กิเลน อันแข็งแกร่งออกไป



หลังจากนั้นเขาก็ได้เริ่มขยับมือของเขาและไอเย็นมากมายได้ปรากฏตัวขึ้นและแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ทุ่งหญ้าหรือแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามเมื่อถูกเข้ากลับไอ่เย็นพวกมันจะถูกแช่แข็งและตายในทันที



           "บรรยากาศแบบนี้ทักษะการต่อสู้ระดับ 6" ชูเฟิงได้หันหัวกลับไปมองและเมื่อเห็นมันจึงทำให้เขาถึงกับตกใจกลัว



ในพื้นที่ด้านหลังของเขาทั้งหมดได้ถูกแช่แข็งด้วยไอเย็นเยือกแข็ง มันดูราวเหมือนกับสัตว์ประหลาดที่มองไม่เห็นและยังให้ความรู้สึกเย็นที่เจาะไปถึงกระดูกมุ่งหน้าไปทางชูเฟิงเพื่อที่จะแช่แข็งเขาทั้งเป็น จากแรงดันวิญญาณที่ชูเฟิงสัมผัสได้นั้นไม่ต้องสงสัยเลยมันคือทักษะการต่อสู้ระดับ 6 หรือแม้ว่ามันจะเป็นอย่างอื่นก็ตาม ชูเฟิงไม่ได้คาดคิดเลยว่าหลินหลานจะสามารถใช้ทักษะที่มีพลังอำนาจแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้



ในทันที่ชูเฟิงได้ใช้พลังงานสายฟ้าสีทองที่อยู่ในสายเลือดของเขาเพื่อเสริมพลังวิญญาณของเขาให้ขึ้นมาอยู่ในระดับ 2 ของแดนแก่นแท้วิญญาณ จากนั้นเขาก็ได้ใส่พลังงานของเขาทั้งหมดไปกับทักษะท่องนภาเพื่อที่จะพยายามหนีอีกครั้ง



แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะไอเยือกแข็งนั้นมีขนาดใหญ่มากและยังเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย และขณะนั้นระยะห่างของ หลินหลานและชูเฟิงก็เริ่มใกล้มากขึ้นเลื่อยๆ ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไปเขาจะต้องถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างแน่นอน



         “ยอมแพ้ซะ เจ้าไม่มีทางที่จะหลบหนีจากไอเยือกแข็งของข้าได้” หลินหลาน ได้ยิ้มจนเห็นฟันและใบหน้าของเขายังแสดงถึงว่าเขากำลังจะได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ



         "บ้าเอ้ย! นี่ข้าจะต้องมาแพ้ที่นี่รึเนี่ย? "



          “ไม่…ไม่ใช่วันนี้…ข้ายังแพ้ไม่ได้ ข้ายังไม่ได้แก้แค้นให้กับตระกูลของข้า แล้วข้าจะพ่ายแพ้ให้กลับมันได้ยังใง ข้าจะไม่ยอมนำความอัปยศมาสู่ตระกูลข้าเป็นอันขาด!!”



ชูเฟิงตะโกนในใจของเขาและในเวลาเดียวกันอำนาจแก่นแท้วิญญาณในร่างกายของเขาก็ได้พุ่งพล่านอย่างรวดเร็วและโคจรไปทั่วเส้นลมปราณพิเศษ ในที่สุดเขาก็ได้ประสบความสำเร็จ ประเภทของการพัฒนาที่เขาพยายามหลายครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จมันเป็นเคล็ดรับที่แท้จริงของทักษะท่องนภา



          “ให้ข้าได้ดูหน่อยเถอะว่าเจ้าจะหลบหนีไปเช่นไร” หลินหลานได้วิ่งเข้ามาใกล้ชูเฟิงไปทุกทีและไอเยือกแข็งของเขาในตอนนี้ก็ได้ล้อมรอบชูเฟิงปิดผนึกทุกเส้นทาง ชูเฟิงในตอนนี้พูดได้ว่าถูกล้อมอย่างสมบูรณ์ไม่มีที่ไหนที่เขาสามารถหนีได้



* * * ปัง* * * เพียงแค่ในเวลานั้นชูเฟิงได้จั้มขาของเขาลงไปที่พื้น และกระโดดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า



          "เหอะ…เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถที่จะหลบหนีด้วยวิธีการเช่นนั้นรึยังใง? แต่ถ้าเจ้าสามารถบินได้ละก็มันก็อาจเป็นไปได้ที่เจ้าจะสามารถรอดไปจากไอเยือกแข็งของข้าล่ะนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า. "



เมื่อเขาเห็นชูเฟิงกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า หลินหลานนั้นเพียงแต่ยิ้มอย่างเยาะเย้ย และไม่รีบร้อนเขาได้ควบคุมอากาศเย็นเป็นรูปแบบขนาดใหญ่ และรอให้ชูเฟิงตกลงมาเพื่อที่เขาจะได้จับชูเฟิงอย่างสมบูรณ์



*** ตึบ ตึบ ตึบ ***



แต่แล้วสถานการณ์ที่น่าทึ่งก็ได้เกิดขึ้น เมื่อขาของชูเฟิงนั้นยังคงยืนอยู่บนอากาศและยังมีลักษณะเหมือนกำลังเดิน หลังจากนั้นร่างกายของของเขาเริ่มที่จะอยู่สูงขึ้นและสูงขึ้นระยะห่างระหว่างเขาและพื้นดินได้แล้วร้อยเมตร นั้นเขากำลังกระโดดอยู่บนท้องฟ้ายังงั้นหรอ? นั้นเขาสามารถเดินบนอากาศได้



         “หลินหลานเมื่อพบกันครั้งหน้าข้าจะฆ่าเจ้า!” ชูเฟิงหันหัวของเขาไปรอบๆ และได้ทิ้งคำพูดของเขาเอาไว้เบื่องหลังก่อนที่จะมุ่งหน้าทะยานสู้ขอบฟ้าไกล



ปัจจุบัน หลินหลานได้พ่ายแพ้และยืนอยู่บนพื้นดินเบื่องล่าง เขายืนจ้องมองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดาวสว่างไสว บนใบหน้าที่แก่ชราของเขานั้นเต็มไปด้วยอาการช็อกอยู่ไปพักนึ่งหลังจากนั้นไม่นานมากนักความรู้สึกของเขาก็เริ่มที่จะกลับมาก เขาได้พูดออกมาเบาๆว่า “ฮ่า…ฮ่าฮ่า…มันบินได้!”



################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น

ปล.ที่ 1.

B1 : นี่ B2 นายคิดเหมือนชั้นไหมว่าตอนนี้พี่เฟิงเราแม้งหนีเหมือนหมาเลย

B2 : เราก็คิดเหมือนนายนะ B1

B1 : แล้วนายล่ะ B3 คิดว่ายังใง

B3 : ถ้ามันไม่ได้ปลดผนึกทักษะท่องนภารูปแบบที่ 3 ได้อย่างกะทันหันล่ะก็มันคงได้ตายห่าไปแล้ว จบอวสานนิยาย

Martial God Asura เนื่องจากพระเอกตายแบบควายๆเพราะห้าวจัดไม่ประมาณพลังตัวเองแถมยังทำตัวพระเอกอีก

ต่างหาก (**ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเพราะข้าอีก**) , (**นับจากนี้ไปข้าจะปกป้องเจ้าข้าจะไม่ยอม

ให้เจ้าต้องเจ็บปวดเพราะข้า แม้ว่าข้าจะต้องตายข้าก็จะขอตายตรงหน้าของเจ้า**) #$#@%#..ถุย ถ้ามึงไม่ได้เป็น

พระเอกนะมึงตายไปตั้งแต่ 10 บทแรกล่ะ….งือ

B1,B2 : บางทีนายก็ดูอัคติไปนะ B3…..



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง) ในตอนนี้ก็ไม่มีไรมากครับแถบไม่มีเงื่อนงำอะไรทิ้งท้ายไว้ให้เลย เอาง่ายๆก็ไม่มีคีย์เวิร์ดอะไรสำคัญๆนั้นเอง ในตอนนี้ก็ได้จบลงไปแล้วด้วยระหว่างการต่อสู้ของชูเฟิงกลับแบ็คของไอ่กง แต่!!เรื่องหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้นมันยังไม่จบไง อย่าลืมสิว่านี่คือหุบเขาของขุมทรัพย์ ผมไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนอย่าไอ่เฟิงมันจะไปอย่างมือเปล่า แถมการเก็บเกี่ยวแบบธรรมดายังไม่ใช่ สไตไอ่เฟิงของเราซะด้วย อย่างพี่เฟิงเรานี่ ต้อง ปล้น ฆ่า ข่มขืน และห้าวเป้งใส่คนแก่ทุกคนที่ขวางหน้าถ้าสังเกตดีดี คนที่ชูเฟิงมันห้าวใส่มันเป็นคนแก่เสมอ เพราะก็ต้องติดตามกันว่ามันจะไปห้าวใส่ใครอีกรึป่าว ได้ข่าวว่ามีหลายสำนักด้วยนะที่มาที่นี่ แถม #1 ทั้งนั้น



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.3) ถึงแม้ว่าเฟิงมันจะชอบห้าวแต่มันก็ห้าวกลับคนชั่วเสมอนะคนดีมามันก็ดีกลับแต่ถ้าคนไม่ดีดูถูกมันเมื่อไหร่แม้งเหี้ยกลับเลยในทันที่ แม่มนึกว่า 4G 55555



ปล.ที่ 4.(ว่ากันด้วยพระเอกในบทนี้) ก็คงหนีไม่พ้นพี่เฟิงเรา กลับ ฉากพระเอกๆที่พูดกลับ ต้าน ต้าน 5555 เอาโล่พระเอกไปเลยสำหรับคำพูดบทนี้

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..