วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 226 - ผู้เชี่ยวชาญลึกลับ



       “ แปลกมาก บุคคลแบบไหนกันที่มาสร้างวิหารในสถานที่แห่งนี้ "



        " นี่คือสถานที่ต้องห้าม ดั้งนั้นควรจะมีใครสักคนอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว หรือ บางทีมันอาจะเป็นแค่สถานที่ชั่วคราว?"



         " แต่ผู้อาวุโส จากสำนักต่างๆคงจะไม่มีทางให้เข้าสู่หุบเขาร้อยโค้งเป็นแน่? อย่างไรก็ตามหุบเขานี้อยู่ค่อนข้างลึก "



ดังนั้น โดยปกติไม่สมควรมีใครอยู่ที่นี่ ในขณะที่สายตาของชูเฟิงมองไปที่วิหาร บนยอดภูเขาห่างไกลออกไป....นี่คือสิ่งที่เขาคาดเดา "



สุดท้ายแล้ว เพื่อตอบสนองต่อความอยากรู้อยากเห็นของชูเฟิงในใจ เขาได้ทำการปกปิดตัวเองและได้แพร่อำนาจพลังวิญญาณออกไปเป็นวงกว้าง ในขณะที่ตัวของชูเฟิงเองก็ระมัดระวังจากด้านหลัง และ เขาต้องการค้นหาความจริงของหุบเขาไปจนจบ



        "นี้มัน..."



แต่ก่อนที่ชูเฟิงจะเข้าไปใกล้ยอดหุบเขา ลูกตาดำของชูเฟิงเบิกกว้างด้วยความช๊อค และความอยากรู้อยากเห็นได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที



        "รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ปกปิดความแข็งแกร่งได้คืออะไร เป็นไปได้ไหมว่าสิ่งนั้นมีรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่เหนือกว่าระดับอำนาจพลังวิญญาณระดับสีเทา"



ชูเฟิงได้ตรวจพบรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้จากด้านนอกหุบเขา มันน่าจะเป็นรูปแบบพลังวิญญาณที่เกิดขึ้นตามกลไกของธรรมชาติ ถึงแม้ว่าหลังจากสัมผัสแล้ว มันจะไม่ได้ทำร้ายแต่มันก็ดึงดูดความสนใจของชูเฟิงว่าที่เป็นคนสร้างที่นี่ขึ้นมา



        "นั่นหมายถึงอะไร? ผู้สร้างสถานที่แห่งนี้อาจมีความแข็งแกร่งอย่างมากในโลกวิญญาณ และมันจะเป็นส่วนที่สำคัญในการพัฒนารูปแบบพลังวิญญาณ "



เจ้าของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้นั้นเหนือกว่าชูเฟิงในด้านความแข็งแกร่ง ไม่ว่าอยากไรก้ตาม  นั่นหมายความว่าในโลกของผู้ที่มีอำนาจพลังวิญญาณ ใครก็ตามที่สร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้ มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะไม่ใช่ผู้มีอำนาจพลังวิญญาณสีเทา 



        " แต่. . . . มันน่าจะเป็นสีฟ้า ผู้ก่อตั้งที่นี่นั้นน่าจะเป็นระดับ ผ้าคลุมสีฟ้าในโลกวิญญาณ" ต้านต้าน ส่งเสียงดังออกมา



        " ผ้าคลุมวิญญาณสีฟ้างั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆทำไมที่เป็นถึงระดับผ้าคลุมสีฟ้านั้นถึงมาอยู่ที่นี่? "



        " ในอาณาเขตของผู้ที่มีอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้านั้นถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกวิญญาณ แข็งแกร่งยิ่งกว่าสีเทาสะอีก และ มีเพียงสองเท่านั้น "



         " ดังนั้น ทำไมผู้ที่มีชุดคลุมสีฟ้าถึงมาปรากฎในสถานที่แห่งนี้? มันน่าตกใจมาก! ความแข็งแกร่งของผ้าคลุมฟ้าในโลกวิญญาณนั้นเป็นอย่างไร? "



         " พวกเขาคือบุคคลที่แสนยิ่งใหญ่ สำหรับผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ "



ชูเฟิง รีบออกมาจากที่วิหาร เขาไม่สามารถฝ่าฝืนกฏของผู้ก่อตั้งที่นี่ เขานั้นรีบถอนตัวออกมา ความกังวลใจกลายเป็นตึงเครียดมากขึ้น



ชูเฟิงไม่ลังเลที่จะออกมาจากวิหารทันทีที่ได้ยินเสียงบางอย่าง เขาได้ย้อนกลับไปทางเก่าอย่างว่องไว หลังจากที่ได้ฟังเสียงนั้น มันคล้ายกับต้องการจะเตือนชูเฟิงให้รู้ถึงสาเหตุที่มันส่งคลื่นพลังทำให้หงุดหงิด มันเป็นเพราะว่า ความแข็งแกร่งระดับสีฟ้า ซึ่งเกินความคาดหมายของชูเฟิง



ผู้คลุมชุดฟ้าในโลกวิญญาณ นั้นได้สำรองอำนาจพลังวิญญาณของตนไว้ ลำดับแรกการก่อรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของผ้าคลุมฟ้านั้นเป็นวิธีการที่แตกต่าง ผู้คลุมชุดฟ้านั้นมีความสามารถในการเข้าใจรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเกินกว่าผู้คลุมชุดเทา



         " ในด้านการต่อสู้นั้น พวกเขาก็แข็งแกร่งเช่นกัน รูปแบบพลังอำนาจวิญญาณสีฟ้านั้น อย่างน้อยๆต้องไปถึงอาณาจักรสวรรค์ให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้เข้าถึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้า " ต้านต้านอธิบาย



       " แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องมีผู้คลุมชุดฟ้าอาศัยอยู่ในวิหารเพียงอย่างเดียว "



       " หรือจะบอกว่า อาจมีผู้คลุมชุดฟ้าและผู้ที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์อีกคนก็ได้งั้นหรอ อาณาจักรสวรรค์ซึ่งเป็นขีดขั้นพลังที่สูงที่สุดในทวีป ของ 9 อาณาจักรน่ะนะ ทำไมคนที่มีพลังอำนาจวิญญาณสีฟ้าเช่นนั้น ถึงได้มาปรากฏในหุบเขาร้อยโค้งของอาณาเขตของมังกรฟ้าได้ "



ชูเฟิงไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ แต่เขานั้นรู้ถึงบางสิ่ง จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเคยอาศัยในหุบเขาร้องโค้งนี้แน่ๆ และ ผู้เชี่ยวชาญนั้นจะต้องไม่ให้ใครบางคนหรือชูเฟิงฝ่าฝืนกฏเพราะว่า เขานั้นไม่สามารถที่จะรับผิดชอบผลที่ตามมาได้



แม้ว่าเขานั้นจะไม่สามารถเอาชนะบุคคลที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ได้ แต่ชูเฟิงก็มีทักษะของจักรพรรดิปราชญ์นภาอยู่ ดังนั้นหากสู้ไม่ได้เขาก็ยังมีโอกาสที่จะหนีออกไปได้อยู่



หลังจากตัวชูเฟิงเองออกห่างจากยอดเขาแล้ว ชูเฟิงก็ไม่ได้ใช่เทคนิคท่องนภาอีกต่อไป หลังจากมีหมอกทั้งหมดถูกจำกัดในท้องฟ้าและชูเฟิงไม่สามารถไว้ใจหมอกเพื่อปกปิดตนเองได้ตลอดเวลา ถ้าหากเขาถูกค้นพบโดยใครบางคนที่มีฝีมือ คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้



นอกจากนี้ ยังมี โอสถวิญญาณ โอสถอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั้ง โอสถแก่นแท้ ถึงแม้ว่าชูเฟิงจะไม่สามารถจัดการ กง ลู่หยุนได้ แต่ก็อาจได้อะไรดีๆติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง



         "มีเส้นตายสำหรับการล่าแห่งวีรชน 18 วัน ใน18วันนี้ยังไม่ถือเป็นการเริ่มต้น เมื่อพวกเขาเข้าไปลึกในหุบเขาร้อยโค้งแล้ว



มันจะเริ่มวันที่หุบเขาร้อยโค้งนั้นเปิด ดังนั้น พวกเขามีเวลาจริงๆประมาณ15วัน



ใน15วันนี้ ชูเฟิงคิดจะเข้าไปฆ่าสัตว์อย่างเปิดเผย เขาต้องการที่จะฝึกฝนและหาวิธีการในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากหุบเขาร้อยโค้ง



เช่นกัน มีสัตว์อสูรภายในหุบเขาร้อยโค้งเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ชูเฟิงจึงไม่อยากที่จะพลาดโอกาสในการสู้กับสัตว์อสูร"



" วู๊ดดด วู๊ดดด วู๊ดดด"



ลึกเข้าภายในหุบเขาร้อยโค้ง มีพื้นที่ถูกปกป้องโดยต้นไม้ อย่างไรก็ตามกิ่งก้านและใบไม้ปกคลุมไปด้วยความเขียวชอุ่มในทุกๆที่  พื้นที่นี้ได้รับการปกป้องจากท้องฟ้าและพระอาทิตย์มันยากมากที่จะมีใครมาถึงที่นี่ได้



อย่างไรก็ตาม มีบุคคลหนึ่งไม่ได้รับผลกระทบในพื้นที่แห่งนี้ เขาเดินทางดั่งลิงที่ว่องไว เขานั้นได้ใช้กิ่งของลำต้นและใบไม้กระโดดไปมากลางอากาศ ความเร็วของเขาทะยานถึงขีดสุดอย่างว่องไว คนที่สังเกตเห็นนั้น เห็นได้เพียงแค่เงาแต่ไม่สามารถเห็นถึงตัวตนได้



อย่างที่รู้ๆกันว่าบุคคลนั้น ก็คือชูเฟิง!!! 10 วันที่ผ่านมานับจากวันเริ่มต้นของการล่าวีรชน นายชุดคลุมเสื้อเทา ก็เป็นที่พูดถึงกันไปทั่ว 



ชูเฟิงเหมือนกับปลาในน้ำ เมื่อเขาอยู่ในหุบเขาร้อยโค้ง เขาได้เก็บเกี่ยวเป็นอย่างดี



หากเขากระหายน้ำเขาจะดื่มน้ำจากใบไม้ ถ้าหากเขาหิว เขาจะฆ่าสัตว์ที่พบเจอและย่างกินมันซะ เขาไม่สนใจเกี่ยวกับ โอสถวิญญาณ และ โอสถทั่วๆไป เพราะมันแทบจะไม่ช่วยอะไรเขา 



ภายใน10วัน  เขาจะไล่ฆ่าสัตว์ที่ได้ โอสถแก่นแท้ มาเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นแค่ ยาแก่นแท้คุณภาพต่ำ และ เม็ดยาแก่นแท้ระดับกลาง



แต่คนทั่วๆไป หลายคนก็ไม่สามารถเก็บยาพวกนี้ได้ หลังจากทั้งหมดที่พวกเขามีก็แค่ เม็ดยาทั่วๆไป แล้วยังมีจิตวิญญาณธรรมชาติ และมันก็คงยากมากที่จะไล่จับสมุนไพรพวกนี้ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับชูเฟิง ที่เป็นถึง ผู้คลุมชุดเทา 



ตราบใดที่เขาหาพวกมันพบ เขาก็จะจับพวกมันได้เรื่อยๆ เปรียบเสมือนกับปลาที่ไม่สามารถหลบหนีจากตาข่ายได้ 



         " เม็ดยาแก่นแท้คุณภาพสูง 1 เม็ด  ได้จากสัตว์อสูร ระดับ 9 กำเนิดวิญญาณต่อ 1 ตัว ซึ่งมีแต่คนอาณาจักรแก่นแท้ระดับ 1 ขึ้นไปถึงสามารถโจมตีมันได้ "



ในขณะที่ชูเฟิงได้วิ่งผ่านป่าไป เขานั้นได้บ่นไปเรื่อยเปื่อย... ปัจจุบันชูเฟิงนั้นได้เร่งรีบอย่างมาก หลังจากที่ไล่หา โอสถแก่นแท้ คุณภาพสูง ชูเฟิงได้เจอ สัตว์อสูรและมนุษย์"



       "ย่าห์"



หลังจากที่ผ่านต้นไม้หลากหลาย ท้ายที่สุด ชูเฟิงได้หยุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ชูเฟิงนั้นเห็นทุกๆสิ่งเมื่อเขามองลงมาจากข้างบน



ถัดจากชูเฟิงหลายสิบเมตรห่างจากที่ชูเฟิงอยู่ ได้มีการรบขนาดใหญ่เกิดขึ้น ต้นไม้ถูกตัดนับไม่ถ้วนและเลือดสาดกระเซ็นปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ไม่มีอะไรที่เป็นเหมือนก่อนหน้านี้เลย มันคล้ายกับพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติซึ่งมีแต่ความวินาศ



ชายหนุ่มคนหนึ่งมี พลังอยู่ในระดับ 1 อาณาจักรแก่นแท้ ขณะที่สัตว์อสูรหมีและสัตว์ประหลาดเถาองุ่น พวกมันอยู่ที่ระดับ 9 กำเนิดวิญญาณ อย่างไรก็ตามพวกมันสามารถสู้ร่วมกันได้ ในขณะที่ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส และในเวลาต่อมาชายหนุ่มก็ล่วงลงกับพื้น



          " นี่คือร่างกายของ สัตว์อสูรระดับแก่นแท้สินะ  ช่างร้ายกาจจริงๆ "



มันได้ทำการร่วมมือกับสัตว์อสูรด้วยกันโดยโจมตีมนุษย์ และด้วยการประสานพลัง ระหว่าง หมีและเถาองุ่นทำให้เทียบเท่าหรือสูงกว่าระดับ1แก่นแท้ได้ ไม่แปลกใจเลยที่ ชายหนุ่ม จะได้แค่ฝากรอยแผล



ชิ้นส่วนเล็กๆได้กระจายออกมาดั่งพายุฝน ในขณะที่พวกมันบินใกล้ๆชูเฟิง อย่างไรก็ตามพวกมันไม่สามารถทำอันตรายชูเฟิงได้แม้แต่น้อย เขายังคงเฝ้าสังเกตทุกๆสิ่งและรอคอยเพื่อให้ ชายหนุ่ม ขอความช่วยเหลือ เพราะว่าชูเฟิงนั้นจะนำโอสถแก่นแท้ไปจากเขา



เนื่องจาก โอสถแก่นแท้คุณภาพสูงนั้นได้ถูกค้นพบโดยชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งดูท่าจะยังไม่ยอมแพ้ หากเขามาขอความช่วยเหลือจาก ชูเฟิง เขาก็อาจจะแบ่งยาแก่นแท้ หรือ อาจจะยกให้เขา แต่หากจะแย่งเขาไปก็สามารถทำได้แต่เขาไม่คิดจะทำ



หลังจากที่ชูเฟิงมีประสบการณ์แทบทุกเหตุการณ์ร้ายๆมา เขาก็ได้แต่มองดูพร้อมกับยิ้มอยู่เงียบๆ ชูเฟิงได้เริ่มที่จะควบคุมอารมณ์ของ เพื่อไม่ต้องการสร้างศตรูเพิ่มเพราะเรื่องเล็กน้อย และสิ่งที่เขาต้องการจริงๆในตอนนี้ ก็คือ เพื่อน



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปลโดยคุณ #Thampaphon Worawanawong

คนแปล แปลด้วยความลำบาก ดังนั้นครั้งแรกโปรดให้กำลังใจกันด้วยนะคับ ^^

แหม๋ ตั้งนม ตั้งนาน แม่งพึ่งอยากจะมีเพื่อน ถ้ามันจะหาจิงๆ มึงสร้างกองทัพได้แล้วป่านนี้!!!