วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 228 - ตู่กู๋ โอวหยุน



หุบเขาแห่งร้อยเลี้ยวเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่มีทั้ง ภูเขา, ลำธาร, แม่น้ำ, เป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ



มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นเหมือนดั่งกลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สภาพแวดล้อมของที่นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ที่แยกออกมาจากโลกภายนอก เพราะที่นี่มีทั้ง โอสถห้วงจิตวิญญาณ โอสถกำเนิดวิญญาณและโอสถแก่นแท้วิญญาณ แถมยังอุดมไปด้วยเหล่าสัตว์ป่า สัตว์ดุร้ายและสัตว์ยักษ์



พวกมันนั้นนับได้ว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารและในหมู่ของพวกมันก็ยังมีราชาที่คอยปกคลองในสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นสัตว์ยักษ์แต่พวกมันก็ยังจำเป็นที่จะต้องบ่มเพาะพลังวิญญาณ ดังนั้นพวกมันจึงจำเป็นที่จะต้องหาโอสถแหล่งกำเนิดวิญญาณและโอสถแก่นแท้วิญญาณด้วยเช่นกัน



และเมื่อพวกเหล่าสัตว์ยักษ์พบเจอกับโอสถแหล่งกำเนิดวิญญาณและโอสถแก่นแท้วิญญาณเมื่อไหร่พวกมันจะไม่ทำการล่าโดยทันทีแต่จะทำการต้อนพวกมัน ให้ไปในสถานที่พิเศษ ที่พวกเหล่าสัตว์ยักษ์ได้สร้างตราประทับปิดผนึกเอาไว้ และรอคอยเฝ่าเลี้ยงให้พวกมันเติบโตและขยายพันธ์ เมื่อโตพอจึงค่อยใช้สอยด้วยวิธีนี้จะทำให้พวกมันมีการบ่มเพาะพลังวิญญาณอยู่ตลอดและยังลดผลกระทบต่อการขาดแคลนโอสถวิญญาณลงด้วย



แต่ในทุกๆปีจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่มนุษย์จะมาบุกรุกดินแดนของพวกมันและทำลายทุกอย่างที่พวกมันได้สร้างเอาไว้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่มนุษย์บุกรุกมาเมื่อไหร่เหล่าสัตว์ยักษ์ทั้งหลายจึงทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของพวกมัน



ในสถานที่แห่งหนึ่งในหุบเขาร้อยเลี้ยวได้มีป้อมปราการแห่งหนึ่ง ที่ข้างในนั้นเต็มไปด้วย โอสถแก่นแท้วิญญาณที่ส่งกลิ่นอายพลังอำนาจแก่นแท้วิญญาณของพวกมันออกมาเช่นเดียวกับกลิ่นหอมของโอสถออกมารอบๆป้อมปราการ นี่จึงระบุได้ว่าข้างในนั้นจะต้องเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่อย่างแน่นอน



แต่สมบัติเหล่านั้นไม่อาจที่จะขโมยมาได้โดยง่ายเพราะด้านนอกป้อมปราการนั้นเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ยักษ์ที่อยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งพวกมันเหล่านั้นอ่อนแอที่สุดล้วนอยู่ที่ระดับ 1 แดนแก่นแท้วิญญาณ และแข็งแกร่งที่สุดนั้นอยู่ถึงระดับ 6 แดนแก่นแท้วิญญาณ



มีหนึ่งในเหล่าสัตว์ยักษ์ของพวกมันที่รูปร่างคล้ายมนุษย์สูงราว 3 เมตรและมีพลังวิญญาณอยู่ที่ระดับ 7 แดนแก่นแท้วิญญาณ กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของมันนั้นเปรียบได้ดั่งเกราะ มันถือค้อนขนาดใหญ่เอาไว้ที่มือข้างหนึ่งของมันและนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ทำมาจากกระดูกของมนุษย์



และรอบกายของมันนั้นก็ยังมีเหล่าสัตว์ยักษ์ที่ยืนรายล้อมอยู่และแสดงถึงท่าทางมีชีวิตชีวาราวกับว่าพวกมันเฉลิมฉลองที่มนุษย์พ่ายแพ้ต่อพวกมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง



         "ไอ้สาระเลวเอ้ย!! ข้าจะไปฆ่าพวกมันทุกตัวเดี้ยวนี้แหละ. "


         “ช้าก่อน รอผู้อาวุโส ตู่กู๋ และ ผู้อาวุโส เฟิงฮ้าว มาถึงที่นี่ก่อนแล้วหลังจากนั้นพวกเราค่อยเข้าไปฆ่าพวกมันทั้งหมดในครั้งเดียว เราจะได้แก้แค้นให้กับเหล่าศิษย์พี่และศิษย์น้องที่เสียชีวิตไปเพราะพวกมัน!! ”



ณ สถานที่ห่างออกไปจากป้อมปราการราวประมาณพันเมตรภายในป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ได้มีหลายร้อยศิษย์มารวมตัวกัน ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นศิษย์จากสำนักหลิงหยุน แต่ก็ยังมีศิษย์จำนวนมากที่มาจากสำนักอื่นๆ และพวกเข้าก็ได้เตรียมการที่จะเปิดศึกครั้งสุกท้ายที่ป้อมปราการเรียบร้อยแล้ว



         “ดูนั้นผู้อาวุโส เฟิงฮ้าว ได้มาถึงนี่แล้ว” ทันใดนั้นได้มีกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้น พวกเขามาจากสำนักหลิงหยุน และ ผู้นำของเขานั้นยังเป็นชายหนุ่มรูปหล่อหน้าใสคล้ายผู้หญิง



หลังจากที่ชายผู้นี้ปรากฏตัวได้เกิดความวุ่นวายขนาดใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงเหล่าศิษย์จากสำนักหลิงหนุน แม้แต่ศิษย์จากสำนักอื่นๆด้วยอาศัยการมองตาของพวกเขายังรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามในตัวของชายผู้นี้ แม่แต่ศิษย์หญิงบางส่วนยังเผยให้เห็นถึงการแสดงออกของความรัก



ชายที่ถูกเรียกว่า เฟิงฮ้าว นั้นเขาเป็นศิษย์ลำดับที่สองของสำนัก หลิงหยุน แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ลำดับที่สองแต่ความสามารถและพลังวิญญาณของเขานั้นชั่งห่างไกลและไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับเหล่าศิษย์จากสำนักอื่นๆได้ เพราะเขาเป็นผู้เชียวชาญระดับ 6 แดนแก่นแท้วิญญาณมันอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็น 1 ในรุ่นที่ดีที่สุดในหมู่คนหนุ่มสาวอาณาจักรมังกรฟ้า


        “นี่แม่สาวน้อยข้าสงสัยว่าข้าสองคนจะขอร่วมกลุ่มไปกับพวกเจ้าเพื่อไปปราบเหล่าสัตว์ยักษ์ด้วยได้หรือไม่?”



ในทันทีชูเฟิงและชายหน้าข้าวตังมาถึงพวกเขาต้องการที่จะเข้าร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายที่จะสามารถเข้าไปร่วมกลุ่มเพื่อปราบปรามเหล่าสัตว์ยักษ์ได้เลยในทันที



ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความแข็งแกร่งของชูเฟิงและชายหน้าข้าวตังจะต้องถูกประเมินโดยศิษย์หญิงจากสำนักหลิงหยุน ผู้นี้ว่าพวกเขานั้นมีคุณสมบัติพอที่จะแบ่งปันโอสถในป้อมปราการให้กับพวกเขาหรือไม่



แต่ในตอนนี้มันก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงเพราะหลังจากที่ เฟิงฮ้าวปรากฏ สายตาของศิษย์หญิงผู้นี้ก็ได้จับต้องไปที่ เฟิงฮ้าว เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับชูเฟิงและชายหน้าข้าวตังเลยแม้แต่นิดเดียว



แต่มันก็ไม่สามารถที่จะตำหนิเธอได้เพราะถ้าเมื่อเทียบกลับใบหน้าอันน่ารักคล้ายหญิงสาวของ เฟิงฮ้าว และใบหน้าอันหน้าเกลียดของชายหน้าข้าวตังแล้ว มันจึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะไม่มีหญิงใดชายตามองเขา



         "ดูนั่นผู้อาวุโส ตู่กู่ มาถึงนู้นแล้ว!"



         "ตู่กู๋ โอวหยุน? ศิษย์ลำดับ 1 สำนักหลิงหยุน ตู่กู๋ โอวหยุน?! "



เพียงในเวลานั้นได้มีคนตะโกนด้วยความประหลาดใจจนทำให้ผู้คนที่จ้องมอง เฟิงฮ้าวอยู่นั้นเปลี่ยนความสนใจและหันไปจ้องมองทาง ตู่กู๋ โอวหยุนแทน



ในด้านหน้าของพวกเขาได้มีกลุ่มศิษย์จากสำนักหลิงหยุนปรากฏขึ้น ซึ่งคุณภาพของพวกเขานั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มของ เฟิงฮ้าว เป็นอย่างมาก



โดยเฉพาะผู้นำของพวกเขา ที่มีคิ้วคู่ที่หนาทึบและมีลักษณะที่เหมือนดาบคมชัดและมีใบหน้าที่เด็ดเดียวและหล่อเหลาเอาการ เมื่อเทียบกลับใบหน้าอันน่ารักใสๆคล้ายผู้หญิงแบบ เฟิงฮ้าว เขาก็เป็นเหมือนกลับดั่งชายที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ของลูกผู้ชาย (***อะไรมันจะหล่อขนาดนั้น***)



เขาเป็นศิษย์ลำดับ 1 ในสำนักหลิงหยุน ตู่กู๋ โอวหยุน และเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับ 8 ของแดนแก่นแท้วิญญาณ ไม่เพียงแต่เขาเป็นศิษย์ลำดับ 1 ของสำนักหลิงหยุน แต่เขายังถูกเสนอชื่อให้เป็นลำดับที่ 1 ของเหล่าหนุ่มสาวในอาณาจักรมังกรฟ้าอีกด้วย



อย่างไรก็ตามได้มีผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆของ ตู่กู๋ โอวหยุน นั้นคือน้องชายของเขา ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ซึ่งพลังวิญญาณของเขานั้นก็ไม่ได้อ่อนแอ พลังวิญญาณของเขานั้นอยู่ที่ระดับ 5 แดนแก่นแท้วิญญาณซึ่งลักษณะหน้าตาของเขานั้นก็ดูหล่อเหลาเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับพี่ชายของเขา เขาก็ไม่ได้เป็นที่น่าประดับใจสักเท่าไหร่



         “ว้าว ศิษย์ลำดับหนึ่งของสำนักหลิงหยุนของข้า ชั่งเป็นคนที่มีมนต์เสน่ห์อะไรเล่นเช่นนี้ อ๊า คันเหลือเกิน!!”



เหล่าสาวกหญิงจากสำนักหลิงหยุน ที่แสดงความรักที่เปรียบมิได้ต่อ เฟิงฮ้าว ก่อนหน้านี้ได้มีแต่ ตู่กู๋ โอวหยุน อยู่ในสายตาของพวกเธอในเวลานี้



         “เฮ้แม่สาวน้อย เจ้าได้ยินไหมพวกข้าอยากจะเข้าร่วมกับพวกเจ้าที่จะต่อสู้กับเหล่าสัตว์ยักษ์ มองมาที่พวกข้า ว่าพวกข้ามีความสามารถพอรึไม่?” เพียงแค่ในเวลานั้นชายหน้าข้าวตังตบไหล่ของสาวกหญิงคนนั้นแล้วกล่าว



         “ยี้! ไม่ผ่าน! พวกเจ้าไม่ผ่านโว้ย! จะไสหัวไปไหนก็ไป!!” ชายหน้าข้าวตังที่เอาแต่รบกวนใจของหญิงสาวผู้นี้ เธอจึงได้ระเบิดออกมาด้วยความโกรธและตะโกนด่าชายหน้าข้าวตัง



          “ศิษย์น้องมีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ” เป็นเพราะเธอตะโกนธรรมชาติจึงได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าศิษย์จากสำนัก หลิงหยุน ในทันที่ศิษย์กลุ่มใหญ่ของสำนักหลิงหยุน ได้เข้ามาล้อมรอบและอาศัยการมองตาที่มุ่งร้ายและรุนแรงของพวกเขาจ้องไปที่บนร่างกายของชายหน้าข้าวตังเช่นเดียวกับชูเฟิง



            “ข้า…ข้า….” ในขณะที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ชายหน้าข้าวตังได้เกิดความรู้สึกกลัว และเขาไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้เพราะเขานั้นไม่รู้ว่าจะอธิบายยังใง



           “พวกเขาต้องการที่จะเข้าร่วมกับเราในการต่อสู้กับสัตว์ยักษ์ แต่เพราะพวกเขาอ่อนแอเกินไปข้าจึงเชิญให้พวกเขาออกไป แต่พวกกลับดุด่าข้า” สาวกหญิงกล่าวด้วยความคับข้องใจ



            “อะไรนะ? มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นด้วยยังงั้นรึ?” หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นเหล่าศิษย์จากสำนักหลิงหยุนก็ถูกครอบงำด้วยความโกรธในทันทีและอาศัยการมองตาของพวกเขาจ้องไปที่ชายหน้าข้าวตังและชูเฟิงปานจะกลืนกินพวกเขาให้ตาย



           “การต่อสู้กลับเหล่าสัตว์ยักษ์ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในขณะนี้ พวกเจ้าทั้งสองคนออกไปเถอะ” หนึ่งในเหล่าสาวกได้ให้คำแนะนำกับพวกเขา



          “เหอะ ถือว่าพวกเจ้าสองยังคนโชคดีอยู่ รีบออกไปซะ” เหล่าศิษย์จากสำนักหลิงหยุน เริ่มที่จะขับไล่พวกเขา



ในขณะที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้กำปั้นของชูเฟิงได้กำแน่นและเปลวไฟแห่งความโกรธแค้นเริ่มเผาผลานในใจของเขา แต่เขาในตอนนี้นั้นต้องทนเพราะเขารู้สึกว่าดวงตาคู่คมหนึ่งได้จ้องมองมาที่เขาและเจ้าของสายตาคู่นั้นมีแข็งแกร่งมาก



ดังนั้นชูเฟิงทำได้เพียงแต่เศร้าโศกและเดินออกไปจากฝูงชนพร้อมกลับชายหน้าข้าวตัง



          “พี่ชายท่านกำลังมองอะไรอยู่อย่างนั้นรึ? ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น



          "ไม่มีอะไรหรอก." ตู่กู๋ โอวหยุน ยิ้มอย่างแผ่วเบาและถอนสายตาที่จ้องไปยังชูเฟิงก่อนหน้านี้



################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : เดี้ยวก่อนไอ้โอ๋หยุนมึงบังอาจมาทำเป็นข่มหรอได้ๆนึกว่าระดับ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณเจ๋งนักใช่ไหม เดี้ยวตอน 229-230 และ 284-290 เราจะได้รู้กันว่าคนที่มันมาทำเป็นข่มคนอย่างข้าเนี่ยชะตากรรมของพวกมันจะเป็นเช่นไร 55555 เดะรู้เลย ว่ามันเป็นยังใง



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) ในตอนนี้แน่นอนว่าชูเฟิงโดนข่มโดย ตู่กู๋ โอวหยุนและซึ่งชูเฟิงในตอนนี้มันก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะ โอวหยุนได้ด้วย แต่!! อย่างที่บอกไปว่า 2 ตอนต่อจากนี้ มันจะเป็นการเจอกันของพวกเขาทั้งสองคนและชูเฟิงของเราจะแก้เผ็ดเช่นไรก็คงต้องติดตามกัน ในตอนที่ 229-230



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) 5555 ลืมบอก ตอนที่ 284 – 290 แน่นอนว่ามันคือตอนที่ชูเฟิง กับ โอวหยุนนั้นสู้กันแต่มันมีอะไรมากกว่านั้นด้วยนะ อิอิ รับลองว่าเซอร์ไพรส์ความเมามันและความสะใจให้กลับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอนเพ้อๆอาจมันกว่า คูไอ้กง ก็ได้ใครจะรู้ 555555 ถ้าอยากรู้อะดิว่าคือไรก็ต้องติดตามและเป็นกำลังใจให้กันต่อไปด้วยนะครับผม



ปล.ที่ 4.(ว่ากันด้วยพระเอกในบทนี้) ในตอนนี้จากการวิเคราะห์แล้วรู้สึกเหมือนเหล่าสัตว์ยักษ์นี่น่าสงสารมากเลยนะ ก็มนุษย์มันมาลุกลานถิ่นฐานของเราอ่ะเราก็ต้องปกป้องใช่ไหม เนอะเราไม่ผิดมนุษย์ต่างหากที่ชั่ว



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเรา เหล่า 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : นี่ B2 เมื่อตอนที่ 226 ชูเฟิงมันบอกว่าอยากมีเพื่อนด้วยแหละ 5555 โครต ตลกเลยผ่านมาตั้ง 226 ตอนละพึ่งบอกอยาก

มีเพื่อน

B2 : ใช่ๆชั้นก็คิดเหมือนนายเช่นกัน B1 แถมชั้นได้ยินมาด้วยนะ B1 ว่าอีกไม่กี่ตอนข้างหน้านี้ชูเฟิงจะมีแบ็คเจ๋งๆมาด้วยนะ

B1 : จริงหรอ B2 งั้นก็ดีเลยอะดินี่ขนาดยังไม่มีแบ็คยังกร่างไปทั่วแบบนี้แล้วถ้ามีแบ็คมันจะขนาดไหนกันนะ 5555 แล้ว

นายคิดว่าใงอ่ะ B3 ตอนนี้ชั้นว่าชูเฟิงสุดยอดไปเลยนะได้เพื่อนและแถมจะได้แบ็คอีก

B3 : (- -*) นี่พวกนายใช้หัวคิดหรือง้ามนิ้วตีนคิดเนี่ย B1,B2 นายอย่าให้ลมปากของไอ้ชูเฟิงมาหรอกพวกนายได้ซิ พงเพื่อน

อะไรชื่อชายหน้าข้าวตัง แค่ชื่อก็บงบอกว่าเป็นตัวประกอบและ แถมบงแบ็คนี่ไม่ต้องไปสนใจเลยอีกไม่นานชะตา

กรรมมันก็จะเป็นแบบเดียวกลับ จูเกอ หลิวหยุนนั้นแหละดูอย่างตอนนี้ซิบทบาทนี่หายเงียบ กร่างได้แค่ในสำนักมังกร

เท่านั้นแหลพอออกไปข้างนอกก็เป็นได้แค่ไก่ กุ๊กๆ เท่านั้นอ่ะเหมือนกับอาณาจักรวิญญาณอะ….เฮอะ พวกนายอย่า

ไปหวังอะไรมากกับคำว่าแบ็คเลยน่า

B1,B2 : ชั้นคิดว่าบางทีนายอาจมีความแค้นอะไรสักอย่างกลับชูเฟิงก็ได้นะ B3……



#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..