วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 233 - รูปแบบการก่อตัวที่แสนน่ากลัว



ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ได้เก็บคำอธิบายของเขาเอาไว้ในใจและบอกว่ามันเป็นความเข้าใจผิด ผู้ที่เขาหลับนอนด้วยนั้นไม่ใช่ หลิน เยว่เยว่แต่เป็นศิษย์น้องหญิงของเขา หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่มันทำให้ หลิน เสี่ยวโกรธเหลือใจจนไม่อาจที่จะควบคุมตัวเองได้และเข้าไปกระทืบ ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ค่าที่คุมขัง



หลังจากนั้นไม่นานนักผู้คนจากสำนักหลิงหยุนก็ได้รับสารเตือน เมื่อตู่กู๋ โอวหยุนได้รับรู้จึงได้รีบนำกลุ่มเหล่าศิษย์จากสำนักหลิงหยุนมุ่งหน้าออกไปในทันที แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ตู่กู๋ โอวหยุน ก็ไม่อาจบังคับหรือขับไล่ให้พวกเขาออกไปจาก ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ได้เพราะในเวลานี้พวกเขาทุกคนรู้ว่าในเวลานี้ผู้ที่มีความผิดก็คือ ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่



       "นี่มันเกิดอะไรขึ้น…"



ด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวบนใบหน้าของเขา ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ คุกเข่าอยู่ที่พื้นและแหงนหน้ามองไปที่พี่ชายของเขาที่กำลังพูดคุยกับ หลินเสี่ยว ในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความคับแค้นข้องใจและทุกครั้งที่เขานึกถึงใบหน้าของ หลิน เยว่เยว่เขาจะเกิดอาการอยากจะอาเจียน



เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าในช่วงนึ่งของชีวิตของเขาจะได้หลับนอนกับผู้หญิงที่หน้าเกลียดเช่นนางและยิ่งไปกว่านั้นเขายังแสดงท่าทางที่มีความสุขทุกครั้งที่สอดใส่เข้าไปในตัวนางอย่างเมามันเมื่อคิดเช่นนั้นแล้วเขาก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักสองครั้งถึงแม้ว่ามันจะไม่ทำให้ความโกรธในใจของเขาหายไปก็ตาม



       “ด้วยสถานการณ์เช่นนี้เจ้าจะเสียใจกลับทางเลือกนี้หรือไม่” ตู่กู๋ โอวหยุน เดินไปแล้วกล่าวอย่างสงบ



      “พี่ชายท่านมีทางเรื่องที่จะช่วยข้า” ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ยืนขึ้นและขอให้เขาพูดอย่างรวดเร็ว



      “แต่งงานกับเธอซะ” ตู่กู๋ โอวหยุน กล่าวอย่างใส่ใจ



      “อะไรนะ? ให้ข้าแต่งงานกลับเธอ? นี่ท่านพี่กำลังพูดถึง หลิน ซุยซุยหรือไม่? ท่านพี่ต้องการให้ข้าแต่งงานกลับหลิน เยว่เยว่?....โอ้วข้าอยากตาย” ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ไม่สามารถที่จะอยู่ในความสงบได้ ใบหน้าของเขานั้นมีลักษณะออกเป็น สีเขียวยิ่งกว่าแตงกวาและปากของเขานั้นได้เปิดอ้าอย่างกว้างขวาง (***เหว๋ออ่ะ อะไรประมาณนั้น***)



       “แล้วใครจะแต่งกับเธอล่ะ? ข้ารึยังใง?” ในขณะนั้นใบหน้าของ ตู่กู๋ โอวหยุน ได้เปลี่ยนแปลงในทันทีและเขาชี้ไปที่จมูกของ ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่และตำหนิ “เจ้ารู้ไหมว่าเวลานี้เจ้าได้หลับนอนกับองค์หญิงลำดับที่ 3 ของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน! พ่อของเธอคือหัวหน้าผู้จัดการคฤหาสน์องค์ชายกิเลย หลิน หลาน



        “เจ้าได้หลับนอนกับลูกสาวของหัวหน้าผู้จัดการคฤหาสน์องค์ชายกิเลยและเจ้ายังคิดที่จะปฏิเสธมันอีกอย่างงั้นรึ ตอนนี้การแต่งงานคือทางเลือกสุดท้ายของเจ้า…"



       “ท่านพี่มันไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆหรือ?” ข้าไม่อยากแต่งงานกลับผู้หญิงน่าเกรียดเช่นนั้น….” ความหวังของ ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ได้หายไปจนหมดสิ้น เขาได้คุกเขาอยู่ด้านหน้าของ ตู่กู๋ โอวหยุน และขอร้องด้วยความสงสาร



ในขณะที่เขามองไปที่หน้าของน้องชายตัวเองในหัวใจของ ตู่กู๋ โอวหยุนนั้นรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้ ได้แต่ปิดตาของเขาและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าต้องการที่จะมีชีวิตรอดนี่ก็คือทางเลือกเดียวของเจ้าเท่านั้นไม่มีทางเลือกอื่น แม้ต่อให้ท่านผู้นำสำนักมาเองเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยอะไรเจ้าได้”



        “ไอ้บ้าเอ้ย! ใครมันเป็นคนทำแบบนี้ว่ะ!” ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ รู้ว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้เขาจึงได้แต่คำรามโกรธด้วยความเกรี้ยวกราด



        “ผู้อาวุโส ตู่กู๋ ผู้อาวุโส หลิว กลับมาแล้วครับ!” เพียงแค่ในเวลานั้นได้มีศิษย์ของสำนักหลิงหยุนเดินมาพร้อมกลับผู้หญิงที่เดินตามมาข้างหลังของเขา มันคือศิษย์น้องหญิงที่ถูกสับเปลี่ยนออกไปในคืนนั้น



         “อีหญิงสาระเลว เมื่อคืนเจ้าหายไปไหนมา?” หลังจากที่ได้เห็นศิษย์น้องหญิง ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากและพยายามที่จะออกตัวพุ่งเข้าใส่ร่างกายอยากปะทะ



         “ช้าก่อน” แต่เพียงในเวลานั้นผู้ที่หยุดเขาเอาไว้คือ ตู่กู๋ โอวหยุน เพราะหลังจากที่ ตู่กู๋ โอวหยุน มองไปที่ศิษย์น้องหญิง ที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและทำอะไรไม่ถูกเขาจึงได้กล่าวกับศิษย์น้องหญิงว่า “ศิษย์น้องหญิงเมื่อคืนเจ้าไปที่ใดมา?”



        “ข้า…ข้า…ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อคืนข้าได้หมดสติไปพอรู้สึกตัวข้าก็อยู่ในป่าที่ไหนก็ไม่รู้”



        “อ่อใช่ใช่ เมื่อข้าตื่นขึ้นมาข้าได้เจอจุดหมายฉบับนี้มันตกอยู่ข้างๆข้า มันเขียนเอาไว้ว่าให้มันกับผู้อาวุโส โอวหยุน” ศิษย์น้องหญิงได้ส่งจดหมายด้วยลักษณะที่มือสั่นด้วยความกลัวและในหน้าซองจดหมายเขียนไว้ว่า “ถึง ตู่กู๋ โอวหยุน”



พอเห็นเช่นนั้น ตู่กู๋ โอวหยุนรู้สึกขมวดคิ้วแน่นในขณะที่เขาได้รับจดหมาย หลังจากที่เขาได้เปิดมันใบหน้าของ ตู่กู๋ โอวหยุน ได้เปลี่ยนแปลงในทันทีและเจตนาฆ่าที่แข็งแกร่งได้พุ่งกระจายออกมาจากร่างกายของเขาเพราะในจดหมายมันได้ถูกเขียนเอาไว้ว่า….

.

        “นี่เป็นของขวัญความงามเล็กๆน้อยๆของข้าที่มอบให้แก่น้องชายของเจ้า ข้าขอให้พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นร้อยปี หมื่นปีแห่งความรักและหวังว่าพวกเขาจะบรรเลงเพลงรักกันทุกชั่วคืนวันไม่เสื่อมคลาย – จาก อสุรา”



       “ไอ้อสุรา วันหนึ่งข้าจะตัดศพเจ้าเป็นหมื่นชิ้น” ตู่กู๋ โอวหยุน ฉีกจดหมายในมือของเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที่และแสดงถึงอาการโกรธจนแทบจะเป็นบ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับน้องชายของเขาทีโดนรอบกัดโดยคนซึ่งยังเป็นคนเดียวกันที่วางแผนปล้นทรัพย์สมบัติของพวกเขาเมื่อวานนี้มันจึงทำให้ ตู่กู๋ โอวหยุน รู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาได้สาบานกับตัวเองว่า ไม่ว่ายังใงในชีวิตนี้เขาจะต้องฆ่าคนที่ชื่อว่า อสุรา ให้ได้



ตั้งแต่วันนั้นมามันราวกับเขาเป็นบ้า ตู่กู๋ โอวหยุน ได้ทำการสืบค้นทุกๆที่ภายในหุบเขาร้อยเลี้ยวเพราะเขาต้องการหาเบาะแสของ คนที่ชื่อว่า อสุรา แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เพราะหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้นมีขนาดใหญ่มากเกินไป มันเปรียบได้กับการงมเข็มในมหาสมุทรถ้าเขาต้องการที่จะหาใครที่นี่



จนในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายของการล่าพวกเขาไม่สามารถที่จะเก็บเกี่ยวอะไรกลับไปได้เลย มีเพียงแต่ความโกรธเกรี้ยวเท่านั้นที่เขาได้นำมันออกมาได้จากหุบเขาร้อยเลี้ยว



แต่เมื่อทุกคนกำลังจะออกจากหุบเขาร้อยเลี้ยวชูเฟิงกับเลือกที่จะอยู่ข้างในเพราะเขาค้นพบว่าหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้นเปรียบได้ราวกับขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ มันเป็นสถานที่แดนของสวรรค์ที่เต็มไปด้วยสมบัติและโอสถแก่นแท้วิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุดกำลังรอที่จะได้ให้เขาไปเก็บเกี่ยว



ถ้าเขาได้อยู่ที่นี่เป็นเวลานานพอจนถึงวันที่ใกล้จะถึงวันจัดประลองละก็บางที่ชูเฟิงอาจเอาชนะกง ลู่หยุนด้วยพลังวิญญาณของตนเองก็เป็นได้



แต่เมื่อการล่าสิ้นสุดชูเฟิงก็ได้รู้ว่าทำใมทุกคนถึงได้ออกไปหลังจากที่เวลากำหนดไว้ทั้งๆที่นี่คือขุมทรัพย์ขนาดใหญ่แท้ๆ นั้นก็เพราะว่าหลังจากที่ครับเวลากำหนดในทันทีได้เกิดแรงดันที่แสนน่ากลัวมันเป็นแรงดันขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นปรากฏอยู่ในหุบเขาร้อยเลี้ยว



ซึ่งมันเป็นแรงดันที่แปลกมาก มันทำให้คนไม่สามารถที่จะหายใจได้ แต่กับพืช สัตว์ สัตว์ยักษ์กับไม่ได้รับผลกระทบจากแรงดันนี้เลยเลยสักนิดมันเหมือนกับมันกำลังใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติตามธรรมชาติของพวกมัน



        “บัดซบ มันเป็นคนจากสำนักหลิงหยุนและคฤหาสน์องค์ชายกิเลนใช่ไหม? พวกเขาสามารถประทับตราปิดผนึกได้ทั้งหุบเขาร้อยเลี้ยวเป็นเขตตายที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้เชียวรึเนี่ย?



ปัจจุบันแม้ว่าชูเฟิงจะยืนอยู่บนอากาศมันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาดีขึ้นจนหลังจากที่เขาเดินขึ้นไปจนเหนือเมฆเขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลงแต่เขาก็ยังไม่สามรถที่จะกำจัดความดันนี้ออกไปได้ ในสถานการเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงการล่าโอสถแก่นแท้วิญญาณในหุบเขาร้อยเลี้ยวอย่างต่อเนื่องเลย แม้แต่จะเอาชีวิตรอดในความดันเช่นนี้ยังลำบากเลย



         “ชนิดของตราประทับปิดผนึกที่แข็งแกร่งเช่นนี้แน่นอนว่ามันไม่ได้มาจาก คฤหาสน์องค์ชายกิเลนและสำนักหลิงหยุนแน่ๆ มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่พวกมันจะมีวิธีการเช่นนี้” ต้าน ต้าน อธิบาย



        “ถ้าข้าเดาไม่ผิดล่ะก็, หุบเขาร้อยเลี้ยวนี้ต้องไม่ได้อยู่ในการควบคุมโดยอำนาจของอาณาจักรมังกรฟ้าอย่างแน่นอน เพราะด้วยแรงดันขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหุบเขาร้อยเลี้ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นสำนักหลิงหยุนหรือคฤหาสน์องค์ชายกิเลน พวกมันไม่สามารถที่จะควบคุมรูปแบบการก่อตัวนี้ได้อย่างแน่นอน” ต้าน ต้าน ได้แสดงความคิดเห็น



         “อะไรนะ? หุบเขาร้อยเลี้ยวที่กว้างใหญ่นี้ถูกควบคุมโดยรูปแบบการก่อตัว? วิธีการแบบไหนกันที่จะสร้างการก่อตัวได้แข็งแกร่งเช่นนี้?” หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ ต้าน ต้าน ชูเฟิงรู้สึกตกใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและได้กล่าวเสริมไปอีกว่า “แล้วสิ่งที่เราควรทำในตอนนี้?”



        “การตัวนี้แปลกก็จริงแต่ก็ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานมากเท่าไรก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้นเมื่อมันมาถึงจุดๆหนึ่งด้วยลำพังพลังวิญญาณของเจ้าในตอนนี้เจ้าไม่อาจที่จะสามารถทนมันได้.



         “ดังนั้นเจ้าจะต้องรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเจ้าจะอยู่บนอากาศแต่เจ้าก็ยังคงหายใจไม่ออกเช่นเดิมและจะตายโดยแรงดันนี้” ต้าน ต้าน เตือนอย่างเคร่งขรึม



ชูเฟิงไม่กล้าที่จะชักช้าเขาจึงได้รีบที่จะออกไปอย่างรวดเร็วบินไปด้านนอกของหุบเขาร้อยเลี้ยว แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะมันเป็นอย่างที่ ต้าน ต้าน ได้กล่าวไว้แรงดันเริ่มที่จะทวีคูณและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้นั้นคือไม่สามารถหายใจได้อย่างสมบูรณ์ถ้ายังต่อเนื่องแบบนี้ต่อไปล่ะก็เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน



         “นั้นคือ….” ชูเฟิงรู้ได้ในทันทีว่าในขณะนี้เขาก็ไม่ได้อับโชคมากขนาดนั้นเพราะในสายตาของเขาเห็นยอดเขาปรากฏตัวขึ้น มันเป็นยอดเขาที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นเขาเดียวกับที่มีวิหารลึกลับ



ในขณะนั้นวิหารที่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาได้มีควันจางๆ ลอยขึ้นมาจากนั้นหมายความว่านอกจาก ชูเฟิงแล้วยังมีคนอื่นอยู่ในหุบเขาร้อยเลี้ยวอีก



################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : 55555 ในตอนนี้ก็ 55555 ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ได้เมียใหม่ โดยพี่เฟิงเอาถวายเป็นข้าตอบแทนสำหรับสมบัติ รู้สึกสงสารมันนะแต่ก็ 55555 R.I.P. ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ว่าแต่ได้ข่าวว่ามันเลยไม่ใช่หรอเข้าไปนี่สอดใส่แบบไม่ลืมหูลืมตา 555555



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) อั๊ยย๊ะสำหรับตอนนี้ก็มีทิ้งท้ายกันเอาไว้นะครับสำหรับเจ้าของแรงดันวิญญาณบางทีอาจเป็นของอิจิโกะก็ได้ 55555 ล้อเล่นน่ะ ในตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าของแรงดันวิญญาณนี้นั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่และชูเฟิงจะรอดไปได้สักกี่น้ำจะมีปัญญาพอที่จะเดินไปถึงวิหารไหม และคนในวิหารนั้นจะเต็มใจช่วยมันรึป่าว ชะตากรรมของบักเฟิงจะเป็นเช่นไรต้องติดตามกันต่อไปนะฮ่ะ 55555 บางทีมันอาจเป็นวิหารที่อิจิโกะกำลังต่อสู้กับจูฮาบัสก็ได้นะเห็นว่าตอนนี้กำลังปล่อยแรงดันวิญญาณออกมาอย่างดุดันเชียว…..หลับตีนแปป



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) บางทีคนในวิหารนั้นอาจเป็นแบ็คพี่เฟิงเราก็ได้นะ อิอิ ใครจะรู้ต้องดูกัน



ปล.ที่ 4.(ว่ากันด้วยตัวเอกในบทนี้) ตัวเอกในบทนี้ก็คงหนีไม่พ้น ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ผู้หน้าสงสารด้วยความมืดของยามค่ำคืนทำให้เขาได้เอากลับ หลิน เยว่เยว่ อย่างเมามัน และที่สำคัญ หลิน เยว่เยว่ ไม่โวยวายด้วยนะสงสัยชอบ 55555 น่าสงสารจริงๆ



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : 55555 B2 นายได้ยินข่าวนี้ไหมว่า ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ ได้สะบาราฮึมกับ หลิน เยว่เยว่ ด้วยหล่ะ

B2 : 55555 ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้นเหมือนกันล่ะ B1 แถมยังมีคนบอกอีกว่าเพราะความมืด ตู่กู๋ เซี้ยงหยู่ เลยไม่รู้ว่าคนที่

มันสะบาราฮึมอยู่ไม่ใช่ศิษย์น้องหญิงแต่เป็น หลิน เยว่เยว่

B1 : 5555 ถึงจะพูดอย่างงั้นก็เถอะแต่ หลิน เยว่เยว่ ก็ไม่ขัดขืนนิเห็นว่าทำตัวนิ่งๆเลยนะ สงสัยอาจชอบก็ได้ แต่ 5555 ตู่กู๋

เซี้ยงหยู่นี่อินเนอร์มาเต็มแถมเห็นบอกว่ามีการเล่นท่ายากด้วยนะ อุ๊บ 5555

B2 : 555 สงสัยคงจะมันน่าดูในเวลานั้น บางทีชูเฟิงอาจสำนึกก็ได้ที่ได้ขโมยโอสถไปก็ได้นะเลยพยายามหาเมียดีดียศสูงๆ

อย่าง หลิน เยว่เยว่ มาให้ เซี้ยงหยู่ใง เห็นว่าพ่อเป็นหัวหน้าผู้จัดการคฤหาสน์องค์ชายกิเลนเลยนะ

B1 : อาจเป็นอย่างทีนายพูดก็ได้นะ B2 ชูเฟิงอาจสำนึกขึ้นมาจริงๆ จะว่าไปแล้วบักเฟิงเรามันก็เป็นคนดีนะ

B3 : (- -*) คนดีพ่องพวกมึงซิ B1 B2 กูทนฟังมาได้ซักพักและนี่พวกมึงโลกสวยหรือไม่ได้มองความเป็นจริงกันแน่เนี่ยหะ

พวกมึงมีหัวสมองคิดกันมั่งไหมตั้งแต่ บทที่ 229-230 และแม้งก็ไปขโมยโอสถเขามาหากินกับความยากลำบากของคน

อื่นแถมหนีออกมาได้ไม่นาน 231-232 ก็ไปมีเรื่องกับ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนอีก คือเอาทุกอย่างอ่ะห้าวเหลือเกินมอง

การไกลหน่อยเรื่องแบบนี้แม้งต้องไปถึงหูพวกผู้นำสำนักอยู่แล้วที่นี้ล่ะมึงชุดไฟในตัวคุณเหล่าพวกผู้นำก็หัวร้อนกัน

ไปดิแล้วถ้านี่เปิดเผยตัวเมื่อไรนะ ตูมสำนักมังกรฟ้ากูระเบิดเป็นโกโกครั้นกันพอดี มึงนึกถึงเด็กคาดำดำที่ไม่รู้เรื่องส้น

ตีนไรที่มันก่อเอาไว้ให้แก่สำนักมังกรฟ้าบ้างดิ บางทีเด็กพวกนั้นอาจต้องตายเพราะมันก็ได้ และนี่อีกพอจบจากภาค

ไอ่กงแล้วตั้งแต่ 264-284 มันก็จะมีฉากที่ไอเฟิงไปข่มขืนสาวจากสำนักอื่นอีก ความสวยนี่ไม่ต้องพูดถึงถ้าอยากรู้ต้องรอ

ให้ถึงตอนเนี่ย อาชญากร โจรโฉดชั่ว ข่มขืน ฆ่าล้างตระกูล พวกมึงสรรเสริญมันอะ B1 B2 ชูเฟิงแม้งชั่ว ชั่วทั้งตระกูล

ไอ้ตระกูลชูส…..&@^#*&$^@

B1 : นี่ B3 เราเข้าใจนะว่านายเกียจชูเฟิงแต่นายไม่ควรสปอยตระกูลมันนะ นายต้องปล่อยให้ผู้อ่านรอคอยสิจะไปสปอยมัน

ไม่ดายยยย

B2 : ใช่ๆๆ อย่างที่ B1 พูดแหละ B3 นายไม่ควรสปอยนะและถึงแม้ชูเฟิงมันจะเป็น อาชญากร โจรโฉดชั่ว ข่มขืน ฆ่าล้าง

ตระกูลยังใงแต่มันก็เป็นพระเอกของเรื่องนะ

B1 : ช่ายๆ แถมเรื่องสำนักมังกรฟ้านี่ต่อให้โดนทำลายแต่ถ้าผู้นำสำนักยังอยู่ก็สร้างใหม่ได้นะ B3…..

B3 : B1,B2 พวกมึงนี่แม้งอ้าาาา….@%@$^@%$^#

B2 : นี่ B1 ฉันว่า B3 บ้าไปแล้ว

B1 : ฉันก็คิดเหมือนกับนายนะ B2



#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..