วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 236 - ความช่วยเหลือที่คุ้มค่า

     

     “น้องเฟิงหยาง ในปีที่ผ่านมาในอาณาจักรมังกรฟ้านั้น ข้าได้รับความช่วยเหลือจากเจ้ามากมาย และยังได้มีเจ้าเป็นสหายอีก ข้าไม่อาจรับคำขอบคุณของเจ้าได้หรอก”



     “แล้วเจ้าออกมาจากคฤหาสน์กิเลนมาเป็นเวลานานแบบนี้ ทั้งๆ ที่เจ้าเป็นถึงแม่ทัพของคฤหาสน์กิเลน เจ้าจะไม่มีปัญหาอะไรตามมาหรอกรึ” ชายชราสวมผ้าคลุมตอบกลับ



     “ตราบใดที่ย้าสามารถเข้าสู่ขั้นแดนสวรรน์ได้นั้น ข้าก็จะขึ้นเทียบเคียงได้กับผู้นำคฤหาสน์กิเลน แม้ว่าตระกูลหลุน และเหล่าผู้อาวุโส อาจจะทำการบางอย่างในช่วงที่ข้าไม่อยู่ แต่เมื่อข้ากลับไป พวกเขาจะไม่สามารถทำอะได้อีก” ขณะที่กล่าวใบหน้าของ ฉี เฟิงหยาง เต็มไปด้วยความมั่นใจ



     “ถูกต้อง ในเก้าอาณาจักรนั้น ผู้เชี่ยวชาญระดับแดนสวรรค์กลายเป็นเพียงตำนาน รวมทั้งในอาณาจักรมังกรฟ้าเองนั้น มีเพียงผู้นำของคฤหาสร์กิเลน และผู้นำของสำนักหลิงหยุน ที่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นแดนสวรรค์ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาณาจักรมังกรฟ้าจะเป็นจุดอ่อน ของทั้งเก้าอาณาจักร” ชายชราสวมผ้าคลุมกล่าวพร้อมกับส่ายศรีษะของเขา



     “โฮ่ โฮ่ !!” ฉี เฟิงหยาง นั้นเพียงยิ้มตอบ ชายชราที่สวมผ้าคลุม และไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก



     ในอดีตอาณาจักรมังกรฟ้านั้น เต็มไปด้วยเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง และยังเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้งเก้าอาณาจักร แต่ในปัจจุบันนั้น อาณาจักรมังกรฟ้ากำลังเสื่อมโทรมลง นั่นเป็นเพราะในรุ่นของพวกเขานั้นไม่ได้มียอดอัจฉริยะปรากฏออกมา



     เมื่อคิดเช่นนั้น ฉี เฟิงหยาง ก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ “มองไปยังคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนั้น จากคนนับแสน ตู่กู๋ โอวหยาว ก็ถือได้ว่าไม่เลวเท่าไรในอาณาจักรมังกรฟ้า แต่เมื่อเทียบกับทั้งเก้าอาณาจักรแล้วนั้น ความวามารถของเขาก็อยู่เพียงระดับกลางๆ เท่านั้น สวรรค์ต้องการให้อาณาจักรมังกรฟ้าขอข้าต้องล่มสลายอย่างนั้นรึ”



     “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก ในตอนนี้ได้มีอยู่อีกบุคคลหนึ่งปรากฏออกมาในอาณาจักรมังกรฟ้า ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ที่เขาจะก้าวข้าม ตู่กู๋ โอวหยุน” ชายชราที่สวมผ้าคลุม กล่าวพร้อมทั้งยิ้มบาง



     “พี่เฮิงหยวน ท่านหมายถึงผู้ใด !?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉี เฟิงหยาง ไม่อาจสงบใจได้ เขาถามขึ้นอย่างรวดเร็ว



     “ไม่ได้มีเพียงคนสองคนเท่านั้นในหุบเขาร้อยเลี้ยวแห่งนี้ นอกจากเจ้ากับข้าแล้วนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่ในหุบเขาร้อยเลี้ยวกว่าครึ่งปี”



     “นอกจากนี้ ภายในครึ่งปีเขายังสามารถรวบรวมทรัพยากรต่างๆ ภายในหุบเขาร้อยเลี้ยวได้อีกมหาศาล เขาไปยังทุกบริเวณที่เขาอยากจะไปภายในหุบเขาร้อยเลี้ยว และที่สำคัญที่สุด เขายังเป็นถึงผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา อีกทั้งเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น ถ้าหากเขาทำทุกอย่างด้วยอายุเพียงเท่านี้ อนาคตของเขานั้น ย่อมยากที่จะคาดเดาได้” ชายชรากล่าวตอบพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอีกครั้ง



     “ชายหนุ่มผู้เป็นถึง ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทาอย่างนั้นรึ !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉี เฟิงหยาง ก็ไม่สามารถสงบนิ่งได้อีกต่อไป เขายืนขึ้นด้วยความเคร่งขรึม เพราะในอาณาจักรมังกรฟ้านั้น ตัวตนของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมีน้อยมาก



     ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มนั้น เป็นที่ประทับใจสำหรับเขาอย่างมาก



     แต่เมื่อเขาคิดอย่างละเอียด เขาก็พบถึงความขัดแย้งบางอย่าง ฉี เฟิงหยาง จึงกล่าวถามขึ้น “พี่เฮิงหยวน ท่านเคยบอกว่า ในหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้น นอกจากผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้า และผู้เชี่ยวชาญระดับแดนสวรรค์แล้วนั้น ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถต้านทานแรงกดดันของที่นี่ได้ แล้วผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ใช้วิธีการใดจึงอยู่ภายใต้แรงกดดันนี้ได้ถึงครึ่งปี !?”



     “ฮ่าๆ….ไม่ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะใช่วิธีการใดในการเอาตัวรอดภายใต้แรงกดดันนี้ก็ตาม แต่เหตุผลที่เขาสามารถรอดมาได้นั่นเป็นเพราะเจ้า ถ้าวันนั้นเจ้าไม่โยนป้ายป้องกันไปให้เขา และเขาสามารถจดจำรูปแบบการก่อตัวของป้ายได้ล่ะก็ เขาก็ไม่อาจอยู่ที่ได้”



     “ยังไงก็แล้วแต่ แม้จะเป็นเช่นนั้น ข้าก็ต้องยอมรับว่าเด็กคนนั้นค่อนข้างพิเศษอย่างมาก เพราะถ้าไม่ใช่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้าแล่วนั้น จะไม่มีผู้ใดที่สามารถเข้าถึงการก่อตัวของป้ายป้องกันนั้นได้ แต่เด็กคนนั้นต่างออกไป เขาไม่ใช่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้า แต่เขาสามารถทำมันได้ เขาช่างเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดของคนรุ่นใหม่นี้” ชายชรายิ้มบางขณะกล่าว



     “พี่เฮิงหยวน ท่านจะบอกว่าคนที่อาศัยอยู่ในหุบเขาร้อยเลี้ยวคนนั้น คือเด็กหนุ่ม ชูเฟิง ในวันนั้นเหรอ” ฉี เฟิงหยาง คิดได้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง



     “ถ้าตามปกติล่ะก็ใช่ มันย่อมเป็นเขา” ชายชรากล่าวตอบพร้อมพยักหน้าของเขา



     “ข้าบอกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก และข้าก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะในด้านผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเช่นกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะเป็นผู้สืบทอดทักษะของจักรพรรดิ์นภา” เมื่อได้ยินคำกล่าวของ เฮิงหยวน , ฉี เฟิงหยาง รู้สึกสงบเป็นอย่างมาก เขาตระหนักถึงการกระทำของเขาในวันนั้น มันช่างเป็นการกระทำที่ถูกต้อง



     แม้แต่จักรพรรดิ์นภา เขาก็มีพลังเพียงระดับสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณเท่านั่น และในชั่วชีวิตของเขาอาจไม่เคยสัมผัสถึงพลังของขั้นแดนสวรรค์วิญญาณก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้น การที่เขาสามารถคิดค้นทักษะที่สามารถเดินบนอากาศได้ ย่อมเกิดจากจังหวะโอกาส และโชคของเขา



    “ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนที่โดดเด่นที่สุด ที่ปรากฏออกมาในครึ่งปีในอาณาจักรมังกรฟ้าแห่งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีนายเสื้อคลุมเทาที้ปรากฏออกมา และได้ส่งสารเตือนไปยังสำนักหลิงหยุน และแม้แต่ที่คฤหาสน์กิเลนเองก็ได้รับสารเตือนเช่นกัน แม้เขาจะหายตัวไปกว่าครึ่งปี เขายังคงเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในอาณาจักรมังกรฟ้าแห่งนี้”



     “ถ้าข้าคิดไม่ผิด นายเสื้อคลุมเทาจะต้องเป็นคนๆ เดียวกันกับ ชายหนุ่มที่ชื่อ ชูเฟิง อย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง



     “อาจจะใช่ เพราะ ชูเฟิง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างแตกต่าง”



     เมื่อได้คำอธิบายของ ชายชรา รอยยิ้มบนใบหน้าของ ฉี เฟิงหยาง ก็กว้างมากขึ้น หัวใจของเขาถูกอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้น หากว่าบุคคลที่มีความแตกต่างสูงมากเท่าไหร่ ในอนาคตเขาจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง และเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างมาก



     เมื่อคิดย้อนกลับไป เหล่าบุคคลที่อยู่ในหน้าของประวัติศาสตร์ ไม่มีผู้ใดเลยที่สามารถแสดงความแข็งแกร่งออกม่ได้ในวัยหนุ่ม และในรุ่นของเขาเองก็เช่นกัน แต่ในตอนนี้ ได้มีเด็กหนุ่มผู้ที่มากด้วยความสามารถปรากฏขึ้นมาภายใต้อาณาจักรฟ้าแห่งนี้แล้ว เมื่อคิดเช่นนั้น ฉี เฟิงหยาง ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาในหัวใจของเขา



     “ยังไงก็ตาม เด็กหนุ่มคนนี้อาจจะต้องเผชิญกับวิกฤติต่างๆ” ชายชราสวมผ้าคลุมกล่าว



     “วิกฤต !! พี่เฮิงหยวน ท่านหมายความว่าอย่างไร !?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของ ฉี เฟิงหยาง ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว



     “เด็กคนนี้อาจกำลังเดินเข้าสู่ความตาย เพราะเขาต้องเข้าประลองกับคู่ต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ ซึ่งคู่ต่อสู้ของเขาคือบุตรชายของเจ้าเมืองเต่าดำ และเขายังได้รับความดูแลอย่างพิเศษจาก หลิน หลาน ของคฤหาสน์กิเลน ในครึ่งปีที่ผ่านมา ทรัพยากรต่างๆ ที่เขาสามารถหามาได้นั้น มันเป็นเพียงส่วนน้อย เมื่อเทียบกับทรัพยากรของคฤหาสน์กิเลน”



     “เด็กหนุ่มคนนี้ แม้เขาจะมีความสามารถมากมาย แต่พื้นฐานทางครอบครัวของเขานั้นไม่ได้ดีมากนัก ข้าคิดว่าเขาจะไม่โชคดีในการประลอง” ชายชรากล่าวอธิบาย



     เมื่อได้ยินดังนั้น ฉี เฟิงหยาง ขมวดคิ้วของเขาแน่น พร้อมทั้งมองไปที่ชายชรา และกล่าวว่า “พี่เฮิงหยวน ข้า…..”



     “ไปทางนั้น ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และเด็กคนนี้ก็คุ้มค่าที่เจ้าจะช่วยเหลือเขา” ก่อนที่ ฉี เฟิงหยาง จะกล่าวจบ ชายชราก็กล่าวขึ้นพร้อมทั้งโบกมือไปด้านหน้าของเขา



     “แน่นอน ข้ารู้จักท่านดี พี่เฮิงหยวน ข้าขอตัวลาก่อนล่ะ” ในขณะที่เขาก้าวออกมาได้เล็กน้อย เขาก็หยุดและหันไปทางชายชราพร้อมทั้งประสานมือขึ้นมา และกล่าวว่า “ข้าต้องขอขอบคุณท่าน สำหรับความเมตตา และสถานที่แห่งนี้ ที่ท่านมีให้แก่เด็กคนนั้นอย่างมาก”



     หลังจากที่ ฉี เฟิงหยาง จากไป ใบหน้าของชายชราพลันเปลี่ยนเป็นเค่งขรึม เขาลุกขึ้นยืน และในขณะที่เขายืนอยู่บนยอดเขานั้น เขาได้ทอดสายตาของเขาออกไปยังพื้นที่ห่างไกล และกล่าวขึ้นว่า



     “นี่ก็ผ่านมาตั้งหกปีแล้ว ทำไมร่างเทพเจ้าจึงยังไม่ปรากฏออกมา หรือว่าจะเกิดเหตุอะไรกับเขา”



     ชายชราเพียงแค้ถอนหายใจออกมา พร้อมทั้งหลับตาของเขาลง และปล่อยความคิดล่องลอยไปถึงเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อน



     ในคืนนั้น เหนือแม้น้ำเงินของเก้าสวรรค์ เกิดปรากฏการณ์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าผ่าลงมา และปลายทางของสายฟ้านั้นตกไปที่อาณาจักรมังกรฟ้า



     ในคืนนั้น ผู้เชี่ยวชาญกว่าหมื่นคนของราชวงศ์เจียง ต่างสาบานว่าจะต้องหาตัวของร่างเทพเจ้าให้พบ แต่พวกเขาก็ต้องกลับมามือเปล่า



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop