วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 238 - เปลวเพลิงแห่งความโกรธ


     ชายเคราแพะถือกริช และเดินเขาไปที่ ชู กู่หยู ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดุร้าย และรอบๆตัวเขามีพลังระดับ 1 ขั้นกำเนิดวิญญาณเล็ดลอดออกมา


     “คุกเข่า” ชายเคราแพะตะโกนออกมา พร้อมทั้งแผ่พลังวิญญาณออกมา แรงกดดันนั้น กดทับไปที่ ชู กู่หยู ราวกับสายน้ำ



     ในตอนนั้น ชู กู่หยู ต้องการต้อต้านทันที แต่ด้วยการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขานั้นอยู่ในระดับ 7 ขั้นห้วงวิญญาณเท่านั้น เขาจึงไม่อาจต้านทานแรงกดดันนี้ได้ และต้องคุกเข่าลงไปเบื้องล่าง



     *****เปรี้ยงงงงง*****

     หลังจากที่ชายเคราแพะเดินมาถึงด้านหน้าของ ชู กู่หยู เขาผายมือของเขาออก และตบไปที่ ชู กู่หยู ลงไปกองกับพื้น ชู กู่หยู กระอักเลือดออกมากองใหญ่ และมีเลือดไหนออกมาจากหูทั้งสองข้างของเขา



     “ฮ่าๆ….” ชู กู่หยู หัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากที่ถูกชายเคราแพะตบ ตลอดเวลาเขาได้รับแต่ความอดสู แต่เขาก็ไม่เคยที่จะตอบโต้



     มันไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าตอบโต้ แต่เขาไม่ต้องการที่จะตอบโต้ เพราะเขามีน้องชายที่โดดเด่น หากว่าเขายื้อเวลาให้แก่น้องชายของเขาได้นั้น น้องชายของเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อเวลานั้นมาถึง ความอัปยศต่างๆ ที่เขาได้รับมาจะต้องถูกล้างแค้นเพื้อตระกูลของเขา



     “ฮ่าๆ….เจ้ายังหัวเราะได้รึ ไอ้เวรนี่มันยังหัวเราะได้”



     “ข้าจะให้เจ้าหัวเรา !! ข้าจะให้เจ้าหัวเราะ !! ไหนมาดูซิว่าเจ้าจังหัวเราะได้อีกมั้ย !!”



     ชายเคราแพะรู้สึกโกรธมาก เมื่อได้ยิน ชู กู่หยู หัวเราะออกมา เขายกขาของเขาขึ้น และกระทืบลงไปที่ขาของ ชู กู่หยู เสียงแตกหักดังขึ้นอย่างชัดเจน ขาของเขาหักอย่างสมบูรณ์



     ชู กู่หยู กล้ำกลืนความเจ็บปวดของเขาเอาไว้ เขากัดฟันของเขาแน่น ไม่มีแต่คำขอโทษหรือของร้องใดๆ ออกมาจากปากของเขา เพราะเขารู้ดีว่าถึงแม้จะของคนกลุ่มนี้ยังไงก็เปล่าประโยชน์



     “หัวเราะซิ หัวเราอีก ถ้าเจ้าหัวเราะอีกครั้ง เจ้าจะไม่ได้หัวเราะอีกเลยในชีวิตของเจ้า” ชายเคราแพะกล่าวเยาะเย้ย พร้อมทั้งกระชับกริชในมือของเขา เขาพร้อมที่จะทำลายการบ่มเพาะพลังของ ชู กู่หยู โดยการแทงเข้าไปที่จุดตันเถียน

     “ไม่ !!” ในทันที ใบหน้าของ ชู กู่หยู เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงร้องตะโกนออกมาเสียงดังเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะถูกทรมานยังไงเขาสามารถอดทนต่อมันได้ แต่เขาจะไม่ยอมให้พลังวิญญาณที่เขาบ่มเพาะมาตลอดแปดปีต้องถูกทำลาย เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่



     อย่างไรก็ตาม ชายเคราแพะไม่ได้ชะงักแต่อย่างใด เขาเร่งความเร็วของกริชขึ้น เพื่อที่จะแทงไปที่จุดตันเถียนหมายจะทำลายการบ่มเพาะพลังของ ชู กู่หยู



     ประกายแสงเย็นเยียบพาดผ่าน เลือดทะลักออกจากร่างกาย กริชแทงลึกลงไปสู่จุดตันเถียนของ ชู กู่หยู



     ใบหน้าของ ชู กู่หยู เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับกระดาษ ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงออกมาจากจุดตันเถียนของเขา แต่เขาไม่ได้ร้องโอดครวญออกมาแต่อย่างใด เขาจ้องมองไปที่ท้องบริเวณจุดตันเถียนของเขา และเห็นพลังวิญญาณที่เขาเฝ้าบ่มเพาะมาตลอดแปดปี กำลังลั่วไหลออกจากร่างกายของเขา



     “อ้ากกกกกก !!”



     “ข้าจะฆ่าเจ้า !!”



     ทันใดนั้น ชู กู่หยู ตะโกนออกมาเสียงดังราวกับสัตว์ร้าย เขาลุกขึ้นมาด้วยโกรธที่ไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมกับกระโดดเข้าใส่ชายเคราแพะ



     *****ตูมมมม*****



     อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาสูญเสียพลังวิญญาณของเขาไป ดังนั้นเขาจึงไม่อาจต่อกรกับชายเคราแพะได้ ชายเคราแพะยกเท้าของเขาขึ้น และเตะไปที่ ชู กู่หยู ราวกับเตะกระสอบทราย ชู กู่หยู กระเด็นไปกระแทกเข้ากับผนังของโรงเตี๊ยม



     “อั่กกกก !!”



     เมื่อเขาตกลงมาสู่พื้น เขากระอักเลือดออกมากองใหญ่ เขาพยายามดันตัวเองขึ้นจากพื้น กระดูกทั่วร่างกายของเขาแตกหัก เขายังคงจ้องมองไปที่ชายเคราแพะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ขาของเขาไม่แรงเหลือ ทุกส่วนของร่างกายถูกทำลาย เขากลายเป็นคนพิการอย่างสมบูรณ์แบบ



     “จากนี้ไปเจ้าจะเป็นเพียงหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง เจ้าจะทำได้เพียงแหงนมองข้าตลอดไปเท่านั้น ฮ่าๆๆๆ…..” ชายเคราแพะกล้าวเย้ยหยัน น้ำเสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข



      เหล่าลูกศิษย์ด้านหลังของชายเคราแพะ แต่พวกเขาต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าชายเคราแพะนั้นโหดเหี้ยม ผู้ที่คิดจะเป็นศัตรูต้องอยากตายมากกว่าที่จะมีชีวิตอยู่



     ในขณะที่ชายเคราแพะดูถูกเหยียดหยาม ชู กู่หยู นั้น ได้มีอินทรีศรีษะขาวร่อนลงมาที่ด้านข้างของโรงเตี๊ยม และคนที่นั่งอยู่บนหลังนกอินทรีไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ชูเฟิง



     ในตอนนั้น ชูเฟิง ขยายอำนาจพลังวิญญาณของเขาออกจนถึงขีดสุด เมื่อเขาได้ยินเสียงร้องที่โอดครวญ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว



     เขากระโดดลงจากหลังของนกอินทรีศรีษะขาว และทะยานเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคของจักรพรรดิ์นภา เมื่อเขาได้ยินเสียงร้องนั้นเขาก็รู้ได้ทันที เพราะเสียงนั้นเป็นเสียงทร่เขาคุ้นเคย นั่นคือเสียงของพี่ชายของเขา ชู กู่หยู



     *****บูมมมม*****



     เมื่อ ชูเฟิง วิ่งเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว เขานำพาแรงลมมหาศาลตามเขาเข้าไปด้วย เมื่อแรงลมเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมก็ปะทะเข้ากับเหล่าลูกศิษย์ของสำนักหลิงหยุน



     “พี่ชาย !!”



     หลังจากเข้ามาในโรงเตี๊ยมแล้วนั้น เขากวาดสายตายไปทั่ว และหยุดลงที่ร่างกายที่บาดเจ็บของ ชู กู่หยู หัวใจของเขาแทบแตกสลาย เขาเข้าไปที่ด้านข้างและประคอง ชู กู่หยู ขึ้น



     “พี่ชาย !! พี่ชาย !! เนื่องจากพลังวิญญาณของ ชู กู่หยู ถูกทำลาย เขาจึงได้รับบาดเจ็บหนัก เขาพยายามลืมตาขึ้น และเขาก็พบกับ ชูเฟิง อยู่ตรงหน้าเขา เขาตกใจอย่างมาก



     เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ เขาพบว่ากลุ่มของชายเคราแพะ ยังคงยืนอยู่ที่ด้านหลังของ ชูเฟิง เขาพยายามยันตัวเองขึ้น พร้อมทั้งผลัก ชูเฟิง ออกไป และตะโกนออกมา “ วิ่ง !! น้องชาย หนีไป !!”



     “ผู้อาวุโส เจ้านี่น่าจะเป็นน้องชายของเจ้าสวะนั่น ที่เรียนอยู่ที่สำนักอันดับสอง ชูเฟิง ใช่มั้ย ??”



     มุมปากของชายเคราแพะยกขึ้น รอยยิ้มแสดงออกถึงความชั่วร้าย จากนั้นผู้ติดตามของเขาต่างขยับเพื่อปิดกั้นทางออกของโรงเตี๊ยม ป้องกันไม่ให้ ชูเฟิง หลบหนี



     “เซา ตี๋ คนที่เจ้ามีปัญหาคือข้า หากเจ้าจะทำอะไรให้มาทำที่ข้า ข้าขอให้เจ้าปล่อยน้องของข้าไป”



     เมื่อเขาเห็นสายตาของชายเคราแพะจ้องมองมาที่ ชูเฟิง เขาก็คุกเข่าลง และกำลังจะก้มหัวขอร้องให้ชายเคราแพะปล่อย ชูเฟิง ไป



     *****ฟึ่บ*****



     ในขณะที่ ชู กู่หยู กำลังจะก้มหัวอ้อนวอนนั้น มีแขนขนาดใหญ่เข้ามาประคองร่างเขาไว้ นั่นคือแขนของ ชูเฟิง



     ชูเฟิง ประคองพี่ชายของเขา ชู กู่หยู พร้อมทั้งจ้องมองไปที่ ชายเคราแพะ และถามขึ้นว่า “ไอ้สารเลวนี่เหรอที่มันทำร้ายพี่ชาย !!”



     “ถูกต้อง !! ข้าเป็นคนทำเอง แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าล่ะ เจ้าสวะสำนักอันดับสอง” ชายเคราแพะกล่าวอย่างเยาะเย้ย


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop