วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 239 - เลือดสาดไปทั่วพื้น



ความกระหายเลือดของชูเฟิงได้ตื่นขึ้น ความหนาวเย็นที่เกิดขึ้น เสียดแทงลงลึกไปถึงกระดูก จนแทบสามารถจะสะกดวิญญาณของคนๆหนึ่งได้เลยทีเดียว ผู้ที่อยู่ในพื้นที่จากข้างนอกถึงข้างใน รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นเสียดแทงเข้ามาในหัวใจ ความหวั่นไหวและความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจ แต่พวกเขาก็พยายามที่ควบคุมตัวเองไม่ให้ถอยหลังออกไป แต่ก็มีหลายคนที่ถึงกับคุกเข่าลงไปบนพื้นดิน หลังจากเห็นจิตสังหารของ ชูเฟิง 



       "มันเกิดอะไรขึ้น? แล้วสัมผัสที่น่ากลัวนี้มันคืออะไรกัน"



      "หรือว่ามันมาจากเด็กหนุ่มคนนั้นงั้นหรอ?"



บางคนเกิดอาการสั่นในขณะที่พวกเขาพูดคำเหล่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัว ทันใดนั้น พวกเขารู้สึกถึงอาการเสียวไส้เป็นผลเนื่องจาก จิตสังหารที่ชูเฟิงได้ปล่อยออกมานั่นเอง จึงเห็นได้ว่าพวกเขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความกลัวที่ฝังลึกอยู่ข้างในจิตใจ



      "มีอะไรที่จะต้องกลัว? มันเป็นแค่ขยะจากสำนักอันดับ 2 แค่ดีดครั้งเดียวก็คงไปเฝ้ายมบาลแล้ว " ในเวลานั้น ชายเคราแพะตะโกนขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด




โดยแท้จริงแล้ว คำพูดของชายเคราแพะนั้น ก็เพื่อตระตุ้นความเชื่อมั่นใจของพวกเขาทุกคน เพราะว่าคนอื่นๆตระหนักถึงความกระหายเลือดที่อยู่รอบๆตัวชูเฟิง



พวกเขาที่ไร้แรงกระตุ้น จึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับความสามารถของชูเฟิง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็รู้สึกว่าการพัฒนาของชูเฟิงนั้นสูงเกินกว่าจิตใต้สำนึกของคนทั่วไป อย่างน้อยก็คงไม่ต่ำกว่า ระดับ กำเนิดวิญญาณ



ดังนั้น กลุ่มคนของชายเคราแพะก็ยังคงไม่มั่นใจนักและความกลัวก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของพวกเขา ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่หันหลังกลับยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากลับเดินเข้าไปหาชูเฟิงซึ่งมีเจตนาที่จะสังหาร พวกเขาต้องการจัดการกับชูเฟิงผู้ที่ทำให้พวกเขาเกิดความกลัว



       " น้องพี่ ข้ารู้ว่าเจ้าเอาตัวรอดได้ ดังนั้นเจ้าควร หนีไป ไม่ต้องห่วงข้า ยังไงชีวิตเจ้าก็สำคัญกว่า เพราะเจ้านั้นเป็นความหวังของตระกูลชู อย่าให้พี่ต้องเห็นเจ้าตายต่อหน้าเลย!!! "   ชู กูยู่ทนต่อความเจ็บปวดในร่างกายแล้วแผดเสียงไปที่ชูเฟิง



สาเหตุที่ ชู กูยู่ อดทนต่อการข่มเหงตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เพราะว่าเขานั้นไม่ต้องการให้น้องชายของเขาเกิดปัญหาหรือว่าถูกใครทำร้าย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ ชูเฟิงกลับมาหาเขาเองที่นี่ นั่นทำให้เขาเกิดความหวั่นวิตกอย่างมาก เนื่องจากในเวลานี้พลังวิญญาณของเขาถูกทำลายโดยไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ที่ทำได้คือการให้น้องชายหนีไปเท่านั้น



       " หนี ? คิดว่าแกจะไม่มีโอกาสได้หนีงั้นหรอ!" ทันใดนั้น ชายเคราแพะได้โจมตีอย่างทันท่วงที กำปั้นที่แข็งแกร่งและทรงพลังของระดับกำเนิดวิญญาณ ตรงเข้ามาหาชูเฟิง



เมื่อกำปั้นเข้ามาใกล้ ความหวังของชู กูยู่ก็ กลายเป็นผุยผง เพราะน้องชายของเขากำลังจะตาย และอีกอย่างเขารู้สึกว่าชูเฟิงคือญาติคนสุดที่เขามี อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เขาก็ต้องช๊อคจนอ้าปากค้าง



ชูเฟิงเพียงแค่ยกมือก็มีแผ่นบางใสปรากฏขึ้นต่อหน้า เขาสามารถหยุดกำปั้นของชายเคราแพะได้ ทันใดนั้น มือของชายเคราแพะก็โดนบดละเอียดเป็นชิ้นๆ ถัดมานั้น ชูเฟิงเพียงแค่โบกมือใส่แขนของชายเคราแพะ จนเกิดเสียงฉีกขาดดังขึ้นมา แขนของชายเคราแพะทั้งยวงถูกขยี้จนไม่เหลือ



        "อ๊ากก..............." เลือดเนื้อได้กระจัดกระจายไปทุกๆที่และมันยังพุ่งขึ้นไปสู่อากาศราวกับน้ำพุ ฉากเหล่านี้นั้นทำให้บางคนถึงกับอาเจียนออกมา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่พวกเขากลัวมากที่สุดไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นชายเคราแพะ ในตอนนี้เขานั้นรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เสียงร้องของเขาคล้ายสุนัขที่เห่าหอน ดั่งวิญญาณที่เจ็บปวด และที่เหมือนที่สุดน่าจะเป็นหมูถูกเชือด



        "แก...แก...แก"



ในตอนนั้น การแสดงออกของทุกๆคนนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างตกตะลึง ถึงแม้ว่าชายเคราแพะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่เขาก็อยู่ในระดับกำเนิดวิญญาณ ซึ่งแขนของเขาไม่น่าจะถูกทำลายได้ง่ายๆ โดยเด็กหนุ่มที่มากจาก สำนัก # 2



แต่เมื่อท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นวิธีการของชูเฟิงกับตา มันไม่ใช่ความแข็งแกร่งของเขาที่ใช้เอาชนะคู่ต่อสู้ แต่เป็นแค่วิธีการทรมานชายเคราแพะอย่างสมบูรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นวีธีการที่โหดร้ายอย่างแท้จริง



ชูเฟิงได้หยิบกริชขึ้นมา และจับชายเคราแพะกดลงบนพื้น พร้อมกับเริ่มที่จะตัดเนื้อออกจากร่างกายของเขา โดยหั่นออกทีละชิ้น ทีละชิ้น เขายังคงไม่คิดที่จะหยุดมือแม้แต่น้อย เมื่อกระดูกที่น่าขนลุกปรากฏมาให้เห็น หลังจากที่เขานั้นตัดร่างกายทั้งหมดออกเป็นชิ้นๆ ตามกระดูกของเขาก็ไม่เหลือเนื้อหนังห่อหุ่มแม่แต่น้อย



ณ ขณะนั้น ความรู้สึกของชายเคราแพ้เหมือนกับ ปอดถูกฉีก หัวใจถูกแทงจนแทบอยากจะตาย ความทุกข์ ความเจ็บปวด ที่ราวกับฝันร้ายได้ถาโถมอยู่ภายใน โรงเตี๊ยม โดยที่ชายเคราแพะได้แต่ร้องไห้เจ็บปวดคร่ำครวญ ขณะที่วิธีการทรมานของชูเฟิงนั้นโหดร้ายจนน่ากลัวเกินจะหยั่งถึง วิธีการที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การฆ่าให้ตายในทันที แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกทรมานให้ตายขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ มันราวกับว่าได้ตายทั้งเป็น ซึ่งวิธีที่ว่ามาได้ปรากฏต่อหน้าพวกเขา โดยฝ่ายที่ลงมือเป็นแค่ เด็กหนุ่ม



ในขณะพวกเขามองไปที่ชายเคราแพะ ที่ร่างกายเต็มไปด้วยสีแดงจากเลือด ที่อาบลงทั่วร่างกาย ยกเว้นส่วนหัว แต่เกือบทุกส่วนบนร่างกายของเขานั้น ถูกตัดเนื้อจนเห็นโครงกระดูกโผล่ออกมา เมื่อเห็นแบบนั้น ใบหน้าสาวกจากสำนัก หลิง-หยุนนั้นกลายเป็นเขียวคล้ำ เนื่องจากพวกเขาเห็นปีศาจที่แท้จริง



"อ๊ากกกกกกกกก"



มีบางคนที่ไม่สามารถรับสภาพตรงหน้าได้ ก็เรื่มสติแตก และเริ่มมุ่งหน้าไปทางใดทางนึง พวกเขาได้เตรียมวิ่งออกไปแล้วอย่างไรก็ตาม พวกมันไม่สามารถที่จะวิ่งออกไปจากโรงเตี๊ยมได้ ถ้าจะพูดให้ถูก ไม่ใช่ว่ามันไม่สามารถวิ่งออกไปได้ แต่ผู้ที่วิ่งไปใกล้ทางเข้าของโรงเตี๊ยมจะกลายเป็นกองเนื้อทันที 



        "ทะ...ทะ..ท่านจอมยุทธ"



         "ดะ...ได้...ได้โปรด ไว้ชีวิตพวกเราด้วย พวกเราถูกบังคับ! ได้โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!"



ขณะนั้น เมื่อผู้คนยังอยู่ในโรงเตี๊ยม พวกมันไม่กล้าที่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และไม่กล้าที่ถอยหลัง พวกมันทั้งหมด ได้คุกเข่าลงกับพื้นและพวกเขาเกือบจะหมดแรงล้มลง อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงไม่สนใจพวกเขาทั้งหมดและยังคงทรมานชายเคราแพะต่อไป



ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ ชู กูยู่ มองไปที่ศัตรูผู้ที่ทำให้เขาหวาดกลัวอย่างที่สุด ตัวของเขาเองก็หวาดกลัวไม่ใช่น้อย ที่เห็นความเหี้ยมโหด โดยน้องชายของเขา และขณะที่ เขามองไปที่คนอื่นๆ ที่เคยรังแกเขาหลายต่อหลายครั้งกำลังคุกเข่าต่อหน้าน้องชายของเขา แม้ว่า เขาจะซ็อคอยู่บ้างแต่เขาก็ประทับใจ



ชู กูยู่เข้าใจในทันทีว่าทำไมน้องชายของเขาจึงไม่มีความตั้งใจที่จะถอยหนี มันเป็นเพราะว่าน้องชายของเขาได้เติบโตขึ้นแล้ว ชูเฟิงนั้นสามารถฆ่าใครก็ได้ที่อยู่ในดับกำเนิดวิญญาณและเขานั้นแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องเขาและคนอื่นๆได้



ในขณะนั้น น้ำตาของชู กูยู่พลันไหลรินลงจากใบหน้า เขาไม่ได้ร้องให้เพราะความเจ็บปวด หรือเพราะความคับข้องใจ แต่เขาร้องไห้เพราะรู้สึกตื้นตัน ตระกูลชูของเขานั้นเริ่มจะมีความหวังสุดท้าย ความหวังที่เขานั้นรอมาตลอด



      " น้องชาย พอแล้วหล่ะ ปล่อยพวกเขาไปเถอะ"




ชู กูยู่ พูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่น้องชาย ผู้ที่ทำให้ศัตรูของเขามีสภาพไม่ต่างจากศพ ความโกรธและความเกลียดชังเริ่มจะจางหายไปในหัวใจของเขา



เป็นเพราะว่าความอ่อนโยนของชู กูยู่ ไม่สามารถที่จะทนเห็นชายเคราแพะทรมานแบบนี้ต่อได้ ถึงแม้ว่าสภาพของเขาเองก็บาดเจ็บไม่น้อย ยิ่งกว่านั้นเขารู้สึกว่าการกระทำของน้องชายเขานั้นได้คืนให้ชายเคราแพะเป็นร้อยเท่าพันทวี



       " พี่ชาย!!! " หลังจากที่ชูเฟิงได้ยินสิ่งที่ชู กูยู่พูด นัยน์ตาสีเลือดของชูเฟิงพลันหายไปทันที ชูเฟิงซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้นนั้นพลันกลับมาเป็นปกติ



เมื่อเขามองไปยังพี่ชาย ซึ่งยังคงได้รับบาดเจ็บและต้องทนกับความเจ็บปวด ชูเฟิงจึงไม่สนใจชายเคราแพะต่อไป เขานั้นหายไปปรากฏอยู่ด้านหน้าพี่ชาย และคนอื่นๆอย่างว่องไวและนำโอสถเใส่ปากของ ชู กู่หยู และ คนอื่นๆ



         "ขอบ....ขอบคุณน้องชาย ขอบคุณพี่ ชู กูยู๋"



เห็นดังนั้นแล้ว ผู้ที่มีความสุขมากที่สุดไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่ยังคุกเข่าอยู่ในโรงเตี๊ยม ลำดับแรกพวกมันนั้นได้คุกเข่าให้ ชู กูยู่ แม้ว่าพวกมันจะลุกขึ้นโซเซก็ตาม เมื่อตั้งหลักได้พวกมันเริ่มที่จะวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมอย่างว่องไว



พวกมันนั้นรีบวิ่งออกอย่างเร่งด่วนจากโรงเตี๊ยมเล็กๆ โรงเตี๊ยมที่พวกเขาโขกศีรษะกับพื้นหลายต่อหลายครั้ง เปรียบได้ดั่งพื้นที่ของความเหี้ยมโหด มันน่ากลัวมากจนเกือบที่จะถูกฆ่า



ดังนั้น เมื่อพวกมันวิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมแล้ว ราวกับพวกมันได้กลับสู่โลกมนุษย์ ราวกับมันได้รู้สึกว่าความสงบสุขนั้นเป็นเช่นไร



"ปัง ปัง ปัง ปัง" ในตอนที่พวกมันคิดว่าจะสามารถหลบหนีจากชูเฟิงได้ พวกมันก็ระเบิดเหมือนดอกไม้ไฟสีเลือดจนตาย ภายในพริบตาบริเวณรอบๆก็กลายเป็นแอ่งเลือดกระจายเป็นวงกว้าง



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ผู้แปลโดยคุณ#Thampaphon Worawanawong


โดนไปขนาดนั้นมันยังทนได้หรอคับ . . . . .


ด้วยวิธีการบางอย่างของ อำนาจพลังวิญญาณ มันจึงสามารถถ่วงเวลา หรือ ยื้อชีวิตคนเอาไว้ได้ . . . . .


มีวิธีแบบนั้นด้วยหรอ


ก็ที่ 5 เสือ โจรพวกนั้นโดนยังไงล่ะ . . . . .


ถ้ากูโดนขนาดนี้ กูกัดลิ้นตายไปและ . . . . .