วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 242 - ครบกำหนดวันประลอง



วันนี้เป็นวันประลองครั้งใหญ่ ในอาณาจักรมังกรฟ้า ของสำนัก # 2 สำนักมังกรฟ้า



ศิษย์ทั้งสำนักไม่ว่าจะเป็น ศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน แม้กระทั้งศิษย์หลัก ทั้งหมดหยุดการฝึกฝน และเดินทางกลับมายังสำนักมังกรฟ้า



เพราะวันนี้ครบกำหนดหนึ่งปีพอดี ที่ชายหนุ่มนิรนามที่พึ่งเข้าสู่พื้นที่หลัก กับกล้าท้าทาย กง ลู่หยุน ศิษย์อันดับ 1 ของสำนักมังกรฟ้า และนอกจากนี้ยังเป็น การประลองที่ชี้เป็นชี้ตาย



ปกติ เด็กหนุ่มนิรนามจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นคู่ต่อสู้ของ กง ลู่หยุน เลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าอาวุโสหรือลูกศิษย์ของสำนักต่างคิดเช่นนั้น



แต่เมื่อเด็กหนุ่มได้กลายเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของ จูเก่อ หลิวหยุน ผู้เชื่อมต่อฯ อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า เขาจึงช่วยไม่ได้ที่ต้องกลายเป็นที่จับตามอง



ยิ่งผ่านไปเพียงครึ่งปี เด็กหนุ่มคนนั้นก็สามารถใช้พลังวิญญาณแค่ระดับ 1 กำเนิด สังหาร ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 5 กำเนิดได้อย่างง่ายดาย ชื่อของเขานั้นจึงเป็นที่รู้จักกันในนาม ชูเฟิง



ถ้าจะพูดให้ถูก ชูเฟิงก่อนหน้านั้นต่างเป็นที่หัวเราะขบขันในสายตาของคนจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ปัจจุบันนี้ ชูเฟิง ได้กลายเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครในอาณาจักรมังกรฟ้าไม่รู้จักเขา เกือบทั้งสำนักมังกรฟ้า ต่างไม่มีใครกล้าที่จะไม่เคารพเขา



ในช่วงเวลาอีกครึ่งปีผ่านปี ไม่มีใครรู้ว่า ชูเฟิง พัฒนาไปถึงขั้นไหน แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ นั้นคือเด็กหนุ่มคนนี้ช่างบ้าบิ่นยิ่งนัก โดยผู้คนในตอนนี้ ต่างพากันคิดว่า ผลของการต่อสู้นั้นปัจจุบันมันช่างไม่แน่ไม่นอน



หาก ชูเฟิง รับการโจมตีของกง ลู่หยุน ได้ภายใน 3 ครั้ง ชูเฟิงก็จะกลายเป็นผู้ชนะ แม้ว่า กง ลู่หยุน จะแข็งแกร่งอย่างมากจนได้เป็นศิษย์อันดับ 1 ของสำนักมังกรฟ้า อีกทั้งเขายังค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียงภายในหมู่สาวกของสำนักต่างๆ แต่ ชูเฟิง ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน อำนาจการต่อสู้ของเขานั้นเกินกว่าจินตนาการของคนจะหยั่งถึง ดังนั้น หลายคนจึงคิดว่า เขาอาจจะสามารถป้องกันการโจมตีของ กง ลู่หยุนได้



เรื่องการต่อสู้ของพวกเขาเป็นที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนในสำนักมังกรฟ้า และยังมีอีกหลายคนเห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ภายในสำนัก ขนาดที่ว่าจะไปจัดบนยอดเขาของสำนักมังกรฟ้า



การสร้างเวทีประลองเรื่มขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อน มันพอที่จะรองรับคนได้นับล้าน และมันถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ เพื่อการนั่งชมสำหรับ อาวุโส สำหรับ ศิษย์หลัก ศิษย์ฝ่ายใน และแม้กระทั้งที่นั่งสำหรับศิษย์ฝ่ายนอก ในเวลาสั้นๆ ทุกคนในสำนักมังกรฟ้า ต่างก็มีที่นั่งสำหรับการรับชมการต่อสู้ที่แสนจะสบายๆ



          " ข้าไม่เคยมีความคิดว่า การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่สำคัญเลยสักครั้ง "



          " โอ้ว  . . . . มองดูใบหน้าที่ตื่นเต้นของศิษย์สำนักมังกรฟ้าของเราสิ บางทีนี้อาจจะเป็นการต่อสู้ที่สนุกก็ได้ !!! "



          " ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ย่อมไม่เป็นเรื่องดี หาก กง ลู่หยุน หรือ ชูเฟิง จะต้องมาตาย "



         " ข้าว่าช่วงเวลาที่สำคัญ เช่นนี้ เจ้าสำนักคงอาจจะปรากฏตัว หลังจากที่เก็บตัวอยู่นานหลายปี หากเขาเป็นปรากฏตัวขึ้น ก็อาจจะสามารถควบคุมสถานะที่วุนวายหากการประลองเริ่มขึ้น "



หกปราการของสำนักมังกรฟ้า พากันไปนั่งดูในจุดของผู้อาวุโส ขณะที่มองเหล่าสาวกที่เดินทางขึ้นมายังยอดเขา ที่มีจำนวนเทียบได้กับมหาสมุทร บริเวณพื้นที่นี้จัดเพื่อรองรับคนจำนวนมาก ดังนั้นพวกเขาจึงหายห่วง



เจ้าสำนักมังกรฟ้า ทำตัวแสนจะลึกลับ นอกเหนือจากพวกเขาและจู่เก่อ หลิวหยุน แทบจะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้นำสำนักมังกรฟ้าคนปัจจุบัน เพราะอำนาจการตัดสินใจเรื่องภายในวันนี้อยู่ในกำมือของเขา หากเขาปรากฏตัว ความสนุกคงเพิ่มขึ้นอีกมาก



        " ท่านอาวุโส แย่แล้ว!!! "



ในเวลานั้นประตูสำหรับที่นั่งของเหล่าอาวุโส ก็ถูกเปิด โดยศิษย์หลักคนหนึ่งที่กำลังเข้าวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น



         " ไม่ต้องรีบร้อน มันเกิดอะไรขึ้นค่อยๆพูดมา " หกปราการปัจจุบันได้ทำหน้าที่แทนเจ้าสำนักมังกรฟ้า ดังนั้นพวกเขาค่อนข้างที่จะสงบ และด้วยประสบการณ์ผ่านๆมาดังนั้นเขาจึงพูดโยคง่ายๆ เพื่อคลายความรีบร้อนของศิษย์


  
         " อาวุโส ตอนนี้ ผู้นำและอาวุโสจากสำนักต่างๆมากมาย ปัจจุบันกำลังมุ่งหนามายังสำนักมังกรฟ้า " ศิษย์หลักกล่าวขณะที่เต็มไปด้วยความร้อนรน



         " จำนวนกี่คน " หลังจากได้ยินคำเหล่านั้น หกปราการขมวดคิ้วแน่น และรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ



         " จำนวนมากจนนับไม่ได้ สำนัก # 2 บริเวณใกล้เคียงก็ต่างพากันมา ดูจากประมาณแล้วคงไม่น้อยกว่า 20 สำนัก " ศิษย์หลักตอบ



         " ต้องมีเรื่องบางอย่างแน่ๆ รีบพาข้าไปเร็ว !!! " ในเวลานั้น หกปราการไม่อาจอยู่ในความสงบได้ เขารีบโบกแขนของพวกเขา พร้อมกับรีบมุ่งหน้าไปยังทางเข้าของสำนัก เพื่อตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น



เมื่อหกปราการมาถึงทางเข้าของสำนักมังกรฟ้า พวกเขาก็ตกใจอย่างมาก เนื่องจากพบว่า มีกลุ่มคนจำนวนมากมุ่งหน้ามายังสำนักมังกรฟ้า จนมืดฟ้ามัวดิน



กลุ่มของคนพวกนั้น มีกระทั้งเจ้าสำนักของสำนักใกล้เคียงมากกว่า 20 สำนัก รวมไปถึงผู้จัดการอาวุโส และ สาวกที่แข็งแกร่งมากมาย และมีหลายสิบคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้ที่อยู่ภายในกลุ่มพวกเขา



การรวมตัวของพวกเขา ทำให้แม้แต่หกปราการต้องหวาดหวั่น ด้วยความแข็งแกร่งของหกปราการแต่ละคนอยู่ในแค่อาณาจักรแก่นแท้ระดับ 3 หากกลุ่มคนพวกนี้ คิดจะมาถล่มสำนักมังกรฟ้า เห็นทีว่าพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้



แต่เขาก็นับว่าโชคดี เพราะหลังจากที่ผู้นำสำนักอื่นๆเห็นหกปราการ พวกเขาก็ส่งยิ้มให้ทั่วใบหน้า เหล่าหกปราการก็ได้ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งออก เนื่องจากพวกเขารู้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้มีเป้าหมายมาโจมตีสำนักมังกรฟ้า แต่เหมือนจะมาร่วมรับชมการประลองครั้งใหญ่ของสำนัก



ภายหลังเมื่อ หกปราการพบว่า พวกเขามาที่นี่เพราะเรื่องการประลองระหว่าง กง ลู่หยุน และ ชูเฟิง ซึ่งเมื่อหลายวันก่อนพวกเขาได้ยินข่าวและได้รับคำเชิญ ที่ถูกส่งมาจาก แขกอาวุโสของสำนักมังกรฟ้า จูเก่อ หลิวหยุน



เมื่อได้ยินเช่นนั้น หกปราการก็ได้จัดเตรียมที่นั่งตรงส่วนอาวุโสให้ แน่นอนว่าโดยธรรมชาติก็ต้องเตรียมที่นั่งให้กับคนอื่นๆที่ตามมา เพื่อต้อนรับพวกเขา



         " จูเก่อ หลิวหยุน คิดอะไรอยู่นะ ทำไมถึงไม่แจ้งเรื่องนี้กับเรา โดยที่ส่งคำเชิญด้วยนามของสำนักมังกรฟ้า " หลังจากจัดการที่นั่งให้เหล่าผู้คน หกปราการก็รู้สึกโมโหเล็กน้อย



         " บางทีเขาอาจเกรงว่า กง ลู่หยุน จะกลับคำพูดที่สัญญาเอาไว้ดังนั้นในการประลองครั้งนี้เขาจึงจำเป็นต้องเชิญบุคคลอื่นๆจากสำนักเหล่านี้เพื่อเป็นสักขีพยานในการต่อสู้ ไม่ว่า จู่เก่อ หลิวหยุน ก็แข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถรับมือกับ เจ้าเมือง เต่าทมิฬ หรือแม้กระ ผู้จัดการของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน หลิน หลาน ได้ " อาวุโสอีกคนยิ้มและกล่าว



        " ข้าเคยได้ยินมาว่า จูเก่อ หลิวหยุน เมื่อก่อนนี้เป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างมาก แต่ที่เขาทำแบบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและชูเฟิงค่อนข้างดี "



        " แต่เมื่อเจอกับ หลิน หลาน ที่คอยหนุนหลัง กง ลูหยุน มันก็ไร้ประโยชน์แม้ว่า จูเก่อ หลิวหยุน จะเชิญสำนักต่างๆ แล้วในอาณาจักรมังกรฟ้าจะมีใครบ้ากล้าคุกคาม หลิน หลาน "



        " ในความเป็นจริง นี้ก็นับว่าเป็นความช่วยเหลือจาก จูเก่อ หลิวหยุน ที่ตัวเขาจะพอทำได้ ก็เพราะชูเฟิง ดันไปเป็นศิษย์ของเขา " หลังจากที่พากันวิเคราะห์ต่างๆนาๆ หกปราการได้แต่ถอนหายใจ ในความพยายามที่ยากลำบากของ จูเก่อ หลิวหยุน




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



แหม๋ . . . . . ดูถูกกันเข้าไปเถอะ 

คนหนุนหลังของ ชูเฟิง ก็ไม่ธรรมดา

หาก ไอ้บ้าแผลเป็นรูปเปลวไฟ มาล่ะก็ พวกมืงน่าดู . . . . . .

แต่ไม่จำเป็นหรอก แค่ชูเฟิง ตบ ไอ้กง เบาๆ มันก็ไปเฝ้ายมบาลแล้ว . . . . . . 

จะจริงหรอ . . . . . 

จริงไม่จริงก็ต้องรอติดตาม . . . . . .