วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 244 - แท้จริงคือชูเฟิง



       “พวกเขาเป็นใคร? พวกเขาทั้งหมดคือผู้เชื่อมต่อฯ! มีแม้กระทั่งผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีเทา? นั้นพวกเขามีถึง 20คนเลยใช่หรือไม่? โอ้วสวรรค์มีผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีเทาถึง 20คน อยู่ที่นี่!!”



เหล่าศิษย์ที่มีความรู้น้อยตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจแต่หลังจากที่ตะโกนดังออกมา มันทำให้ผู้คนที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นถึงกับตกตะลึง เพราะเหล่าผู้เชื่อมต่อฯนี้เป็นกลุ่มคนที่พวกเขาไม่รู้จัก



เหล่าหกปราการของสำนักมังกรฟ้าเริ่มที่จะมีสีหน้าที่มืดคล้ำและเส้นเลือดบนหน้าผากของพวกเขาในใจของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่สบายใจเพราะเขากลัวว่าผู้เชื่อมต่อฯเหล่านี้อาจไม่ได้มาแบบเป็นมิตร



หากบอกว่าสำนักลำดับสองนั้นสามารถมีผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีขาวได้และเหล่าสำนักลำดับแรกเท่านั้นถึงจะสามารถมีผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีเทาได้



แต่นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นอะไรเป็นเหตุจูงใจที่ทำให้เหล่าหลายร้อยเสื้อคลุมสีขาวและยี่สิบเสื้อคลุมสีเทามาที่นี่? ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเพียงแค่หลายร้อยคนแต่พวกเขานั้นสามารถดับสำนักในอาณาจักรมังกรฟ้าได้เกือบทั้งหมด พวกเขานั้นสามารถกำจัดคนได้ถึงหลายสิบล้านไม่สิบางทีอาจเป็นหลายร้อยล้าน อำนาจของพวกเขานั้นไม่ใช่เล็กๆ แล้วเช่นนี้ในกลุ่มคนของสำนักมังกรฟ้าจะมีใครกล้าที่จะขัดใจพวกเขาได้หรือไม่?



ไม่ต้องพูดถึงคนในสำนักมังกรฟ้าที่ไม่สบายใจ เกือบทุกคนที่อยู่ที่นี่นั้นก็ไม่สบายใจ แม้แต่เจ้าเมืองเต่าดำ กง เทียนพิ๋ง หรือ เหล่าเจ้าสำนักลำดับแรกก็ไม่มีข้ายกเว้นเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดได้รับการคาดเดากันว่ากลุ่มคนเหล่านี้นั้นจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่



         “เฮ่นั้นดู! สัญลักษณ์ที่อยู่บนหน้าอกของพวกเขา! พวกเขาเป็นกองกำลังคนของนิกายโลกวิญญาณ!” ทันใดนั้นสำนักลำดับแรกได้โห่ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ



        “นิกายโลกวิญญาณ? กลุ่มคนที่รวบรวมความโดดเด่นที่สุดในหมู่เหล่าผู้เชื่อมต่อฯใน 9 อาณาจักรและพวกเขายังเป็นขุมพลังหลักในอาณาจักรจิตวิญญาณ? นี่พวกเขาเป็นคนของนิกายโลกวิญญาณจริงรึเนี่ย?”



หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นคนที่นั่งอยู่ในสถานะที่นั่งชมการประลองก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องสูดลมหายใจเข้าไปอึกใหญ่ และยืนขึ้นอยู่ในสภาพที่อ้าปากค้างใบหน้าเดิมของพวกเขาที่ไม่สบายใจอยู่แล้วกับเริ่มที่จะโผล่อาการช็อกเข้าไปอีกครั้ง



อะไรคือนิกายโลกวิญญาณ? ในบางกลุ่มคนปกติก็ยังมีคนที่ไม่ทราบอยู่บ้าง แต่เหล่าเจ้าสำนักต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่รู้แจ้งเห็นจริง ไม่เพียงแต่รู้ว่านิกายโลกวิญญาณนั้นเป็นขุมพลังที่แข็งแกร่งในอาณาจักรจิตวิญญาณแต่พวกเขายังเป็นขุมพลังที่แข็งแกร่งเป็นลำดับต้นๆใน 9 อาณาจักร



ตั้งแต่ที่เหล่าผู้เชื่อมต่อฯใน 9 อาณาจักรเริ่มที่จะรวมตัวกันในนิกายโลกวิญญาณก็ได้มีเหล่าอำนาจที่แข็งแกร่งจากหลายๆสถานที่พยายามที่จะตีสนิทกับนิกายโลกวิญญาณ แม้แต่ผู้ปกคลอง 9 อาณาจักรอย่างราชวงศ์เจียงยังมีการแอบติดต่อกับพวกเขาเหล่านิกายโลกวิญญาณ



ถ้ามันบอกว่าสำนักหลิงหยุน นั้นเป็นอันดับ 1 ของสำนักในอาณาจักรมังกรฟ้าแต่ถ้านำไปเทียบกับนิกายโลกวิญญาณแล้วละก็พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ไรฝุ่น นิกายโลกวิญญาณนั้นเปรียบได้ดั่งสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่อย่างแท้จริงและพวกเขายังเป็นหนึ่งในขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ในทวีป 9 อาณาจักร



แต่สิ่งที่หน้าตกใจที่สุดคือทำไมกลุ่มคนที่มีความแข็งแกร่งดังกล่าวถึงได้มาที่อาณาจักรมังกรฟ้า? พวกเขามาที่สำนักมังกรฟ้าทำใมกัน? ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องมองลงมาที่อาณาจักรมังกรฟ้าแล้วดูหมิ่นเหยียดหยามยังงั้นหรือ?



ขณะที่ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มที่จะอุทานด้วยความประหลาดใจและสายตาของฝูงชนเกือบล้านได้จับจ้องไปที่นิกายโลกวิญญาณที่ยืนอยู่ในจุดศูนย์กลางบนเวทีใหญ่ พวกเขาทุกคนได้สวมใส่ชุดคลุมของผู้เชื่อมต่อฯและหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้จึงทำให้ไม่มีใครที่จะสามารถมองเห็นใบหน้าและเจตนารมของพวกเขาได้อย่างชัดเจน



ทันใดนั้นได้มีผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีขาวเดินออกมา เพียงไม่กี่เก้าเขาก็ได้มายื่นอยู่ด้านหน้าของผู้เชื่อมต่อฯและฝูงชนเขาเริ่มที่จะค่อยๆ ยกมือของเขาขึ้นมาและเอาหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าของเขาออก



ในทันทีสายตาของฝูงชนได้รับการจ้องมองแน่นไปที่เขาและแม้กระทั่งหัวใจของพวกเขายังได้รับการเต้นเป็นจังหวะขึ้นและลงเหมือนดั่งเช่นเสียงของคนเดิน พวกเขานั้นมีความต้องการอย่างแท้จริงที่อยากจะรู้ว่าใบหน้าแบบไหนกันที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากและเสื้อคลุมของเหล่านิกายโลกวิญญาณ



        “นั้น…มันเป็นเขา?” หลังจากที่หน้ากากได้ถูกถอดออกไป ทุกคนจากสำนักมังกรฟ้าถึงกับอดใจไม่ได้ ที่จะต้องโห่ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเพราะใบหน้าที่พวกเขาได้เห็นนั้นคือใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างมาก



แต่เมื่อเทียบกับใบหน้าที่ช็อกและความสับสนของเหล่าศิษย์และผู้อาวุโส, ใบหน้าของ กง ลู่หยุน นั้นเป็นบิดเบี้ยวสุดยอดของการขมวดคิ้ว คิ้วทั้งสองของเขานั้นได้รับติดชิดและชนกันแน่นหยั่งกับติดกาวตราช้าง มือของเขานั้นกำแน่นจนเล็บนี่แทบจะจิกเข้าไปในมือของเขาและร่างกายของเขาได้สั่นอย่างรุนแรง การแสดงของเขานั้นได้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขานั้นไม่สามารถที่จะยอมรับกับสถานการณ์เช่นนี้ได้



        “นี่…เจ้า..จะบอกว่ามันเป็นชายหนุ่มคนนี้อย่างนั้นรึ?” ภายใต้การตะโกนของความประหลาดใจของคนนับไม่ถ้วนถ้าดูจากสายตาของพวกเขาจะบ่งบอกได้ว่าพวกเขานั้นได้ตื่นตระหนกตกใจอย่างเหลือทนมันจึงทำให้คนที่ไม่ทราบเรื่องนี้อย่างชัดเจนเกิดความอยากรู้อยากเห็น



        “เขา..เขา..เขาเป็นชายหนุ่มที่ท้าทาย กง ลู่หยุน เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา! ศิษย์หลักของสำนักมังกรฟ้า ซึ่งเป็นบุคคลหลักที่จะได้ลงการต่อสู้ในวันนี้..ชูเฟิง.!! ”



        “อะไรนะ? เขาคือชูเฟิง? เขาได้กลายเป็นผู้เชื่อมต่อฯโดยที่อายุของเขายังอยู่เพียงแค่นี้? และเขายังมีการเข้าร่วมกับนิกายโลกวิญญาณด้วยอายุเพียงเท่านี้?



         “โอ้วสวรรค์..บอกข้าสิว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง? เจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม? ไหนเจ้าบอกข้าหรอว่าชูเฟิงนั้นเป็นเพียงแค่ขยะ? แล้วเขาจะมีสถานะเช่นนี้ได้อย่างไร และเขาจะมีคนหนุนหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวรึ”



          “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้ฟังผิดไปหรอก เขาชูเฟิงเป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าของข้าอย่างไม่ต้องสงสัย!”



เมื่อชื่อของชูเฟิงได้แผ่ออกไปจากคนที่ไม่เคยเห็นชูเฟิงมาก่อนยังได้เกิดอาการช็อกบนใบหน้า และเมื่อพวกเขาได้เห็นเสื้อคลุมสีขาวอีกคนถอดหน้ากากปิดบังใบหน้าของเขาออกมาและพูดประโยคต่อไปนี้มันก็ยิ่งทำให้ผู้คนตกใจยิ่งขึ้นไปอีก



          “หกปราการพวกเจ้าจะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม? ทำไมพวกเจ้าถึงยังไม่รีบต้อนรับมิตรสหายจากนิกายโลกวิญญาณ แขกที่มีเกียรติต่อสำนักมังกรฟ้าของข้ากัน ?!” นั้นคือ จูเกอ หลิวหยุนซึ่งในตอนนี้เขายังมีตราสัญลักษณ์ของนิกายโลกวิญญาณ เขาได้ชีนิ้วไปที่หกปราการและคำรามใส่



ในทันทีหกปราการรู้สึกสับสนแล้วทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับการควบคุมสถานการณ์ของสำนักมังกรฟ้าในตอนนี้ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นการปรากฏตัวที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันเลยทำให้พวกเข้านั้นยืนตัวแข็งนิ่งและไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไป



          “ยัง..ยังนิ่งอยู่..ไอ้หกปราการทำใมเจ้าถึงยังไม่รีบไปต้อนรับแขก?!! ” พอเห็นเช่นนั้นจูเกอ หลิวหยุนจึงได้คำรามอีกครั้ง



          “อ่ะ..คระ..ครับ!” คราวนี้หกปราการเริ่มได้สติพวกเขาจึงตอบสนองและไม่กล้าที่จะลังเลอีกต่อไป ในขณะที่พวกเขาวิ่งไปก็ได้สะดุดขาตัวเองไป และเชิญเหล่าฝนชนนิกายโลกวิญญาณและจูเกอ หลิวหยุนไปที่นั่งพักผู้เข้าชมที่ทำเลดีที่สุด



แม้ว่าใบหน้าของผู้มีอำนาจต่างๆจากนิกายโลกวิญญาณจะถูกปกคลุมไปด้วยหน้ากากจนไม่มีผู้ใดที่สามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าเขาได้พยักหน้าให้กับเหล่าหกปราการ ถึงแม้ว่าเหล่าหกปราการจะไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาและทั้งสำนักมังกรฟ้าจะไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาเลยก็ตาม แต่พวกเขากลับสุภาพมากอย่างแท้จริงพวกเขาได้มาในสำนักมังกรฟ้าในฐานะแขก



          “สวรรค์พวกเขามาในฐานะของแขกสำนักมังกรฟ้า! วิธีการใดกันที่สำนักมังกรฟ้าถึงได้เชิญบุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มากได้กัน? หรือว่าพวกเขาจะมาเพื่อดูการประลอง? พวกเขามาเพราะชูเฟิง? "



          “ชั่งเป็นที่น่าประทับใจ น่าประทับใจจริงๆ ใครกันที่บอกว่าเขาเป็นขยะ เขาในตอนนี้เป็นถึงผู้เชื่อมต่อฯและยังเป็นคนของหนึ่งในนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป 9 อาณาจักรนิกายโลกวิญญาณ”



           “ใครกันที่บอกว่าชูเฟิงไม่มีคนหนุนหลัง ในตอนนี้เขาได้พาขุมพลังอำนาจหลักของอาณาจักรจิตวิญญาณมากับเขา ในด้านหน้าของนิกายโลกวิญญาณไม่ต้องพูดถึงเจ้าเมืองเต่าดำแม้แต่สำนักลำดับแรกต่างๆ รวมทั้งคฤหาสน์องค์ชายกิเลนและสำนักหลิงหยุน ก็ยังไม่กล้าที่จะดูหมิ่นพวกเขา นี่คือสิ่งที่เรียกว่าผู้หนุนหลังหรือไม่? นี่คือสิ่งที่เรียกว่าแข็งแกร่งหรือไม่? "



ในทันที่พวกเขาเลิกที่จะถอนหายใจและเลิกที่จะตะโกนโวยวายด้วยความตะลึง ในตอนนี้พวกเขาหลายๆคนเริ่มที่ยกย่องและขาดความยับยั้งชั่งใจ คนที่ได้ดูหมิ่นชูเฟิงก่อนหน้านี้ก็ได้หุบปากและผงกหัวลงโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา



โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าของเจ้าเมืองวิหคเพลิงซูเฮินเขาเริ่มรู้สึกเสียใจและเริ่มถอนหายใจของเขา “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชูเฟิงจะเป็นคนที่โดดเด่นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เขาเป็นผู้เชื่อมต่อฯเขายังได้สร้างสัมพันธ์กับผู้ปกครองอาณาจักรจิตวิญญาณ นิกายโลกวิญญาณ ถ้าข้ารู้ว่าเขามีความสามารถเช่นนี้ล่ะก็ ข้าคงไม่กักกัน ซูรู่ และ ซูเหมย ให้อยู่ห่างจากเขา”



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ผู้แปล #นายกะทิข้น 

หากมีเวลานะด่าแม่งยาวไปและ ซูเฮิน ไอพ่อหัวฟวย . . . . .