วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 251 - ผลของการต่อสู้ที่ถูกกำหนดไว้



        “นี่เจ้าคิดจะใช้พลังเต็มที่ของเจ้าในตอนนี้หรือไม่ ฮ่า..ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการที่จะจบการต่อสู้เร็วๆนี้สินะ แต่มันคงจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เจ้าคิดหรอก ข้าจะทำให้เจ้าได้รับรู้ว่าเจ้ากับข้านั้นมีระยะห่างกันมากแค่ไหนในตอนนี้”



ในขณะที่เขาได้กวาดสายตาออกไปได้ปรากฏบรรยากาศเย็นราวกับเป็นสายตาของสัตว์ดุร้าย บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเย็นขึ้นที่มุมปากของเขา ชูเฟิงนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนหรือย้ายร่างกายไปไหนแต่เขากับค่อยๆปิดตาของเขา



        “ดูชูเฟิงเขากำลังทำอะไร? เขาคิดที่จะยอมแพ้? ขณะที่เขากำลังเผชิญหน้ากับบรรยากาศเยือกแข็งของ กง ลู่หยุนมันเลยทำให้เขาไม่มีทางสู้และต้องการที่จะตาย?



เมื่อบางคนเห็นการกระทำของชูเฟิงพวกเขาคิดว่าชูเฟิงนั้นต้องการที่ยอมแพ้ แต่ในทันที่พวกเขาก็ค้นพบว่าพวกเขานั้นคิดผิดอย่างมหันต์



* * * *หวืบ * * * * ในทันทีชูเฟิงได้เปิดตากว้างของเขา ในขณะเดียวกันก็ปรากฏแรงกดดันเหลือใจกระจายออกมาจากภายในร่างกายของเขาและกลืนกินเวทีการต่อสู้ทั้งหมด



หลังจากที่แรงกดดันได้แพร่กระจายไปทั่วเวทีการต่อสู้ก็ปรากฏเป็นจุดของแสงอยู่ทั้งสี่มุมของขอบเวทีการต่อสู้และพุ่งทะยานขึ้นฟ้ากลายเป็นม่านที่ครอบคลุมทั่วทั้งสี่มุมของเวทีมันทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นเกิดอาการกลัวจนตัวสั่นและบรรยากาศเยือกแข็งก่อนหน้านี้ก็ได้ร่วงหล่นและหายไปในอากาศ

(**มันเหมือนกับเป็นม่านพลังสี่เหลี่ยมที่คลุมครอบทั้งเวทีอ่ะพอนึกออกไหม**)



ในเวลาเดียวกันที่บรรยากาศเยือกแข็งหายไป กง ลู่หยุนก็ได้ทรุดตัวลงและคุกเข่าลงไปที่พื้น เขาที่มีร้อยยิ้มอย่างบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ใบหน้าที่ซีดขาวราวกับคนตาย ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและทั่วร่างกายของเขานั้นเกิดอาการสั่น



       “โอ้วสวรรค์! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำใมบรรยากาศเยือกแข็งก่อนหน้านี้ถึงหายไป? แล้วสิ่งที่ครอบคลุมทั้งท้องฟ้าและพื้นดินนั้นมันคืออะไร? แล้วแรงดันที่อยู่เหนือบนเวทีนั้นมันคืออะไร?!”



ทุกคนต่างตกใจกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน พวกเขาไม่สามารถรู้สึกถึงแรงดันในสถานที่นั้น แต่พวกเขายังคงสามารถที่จะเห็นภาพความดันบางอย่างที่ทำให้อากาศนั้นสั่นไหวอยู่ภายในเวทีการต่อสู้



ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ไปจนถึงวันที่พวกเขาตายพวกเขาก็จะไม่มีวันได้รับรู้ว่านี่คือทักษะการต่อสู้ที่ได้ห่างหายไปนานหลายร้อยปี มันคือทักษะการต่อสู้ระดับ 7 เพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตน ที่ชูเฟิงได้มาจากผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตน



สำหรับเวลาที่ผ่านครึ่งปีชูเฟิงนั้นไม่เคยที่จะค้นหาโอสถแก่นแท้ในหุบร้อยเลี้ยว เขาเอาแต่สู้กับเหล่าสัตว์ยักษ์ทุกวันและทุกๆวันมันก็จะทำให้พลังในการต่อสู้ของเขาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เขายังได้ใช้เวลาเหล่านั้นไปในการฝึกทักษะการต่อสู้ระดับ 7 เพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตนอีกด้วย



ในขณะที่เขากำลังฝึกอยู่นั้นเขาก็ได้ค้นพบว่าเพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตนนั้นเป็นทักษะการต่อสู้ที่ซับซ้อนมาก มีความยากลำบากในการฝึกอยู่พอควร แต่อำนาจของมันนั้นก็เป็นที่แข็งแกร่งอย่างมากเช่นกัน หากทำความเข้าใจมันได้อย่างสมบูรณ์แล้วละก็มันจะไม่ใช้แค่ทักษะการต่อสู้ระดับ 7 แต่มันจะเป็นทักษะการต่อสู้ระดับ 8



ในฐานะที่มันเป็นเพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตนมันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะฝึก แม้แต่ชูเฟิงก็ยังใช้ได้เพียงแค่ขั้นตอนแรกของมันแรงดันไร้ตัวตน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ขั้นตอนแรก มันก็ยังคงมีพลังอำนาจของทักษะการต่อสู้ระดับ 7



เพราะงั้นสิ่งที่เขากำลังใช้อยู่ในขณะนี้ก็คือแรงกดดันไร้ตัวตน มันมีรูปร่างเหมือนกับกรอบสีเหลี่ยมเป็นเหมือนดั่งม่านพลังที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบซึ่งในพื้นที่สี่เหลี่ยมนั้นไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเป็นรูปร่างหรือจะเป็นการโจมตีรูปแบบใดก็ตามมันจะถูกทำให้สลายหายไปกับอากาศในทันทีและรวมไปถึงศัตรูของเขาที่อยู่ภายในอาณาเขตของพลังจะไม่สามารถขยับตัวได้พวกเขาจะถูกขยี้โดยแรงดันจนกว่าพวกเขาจะตาย



        “ความรู้สึกนี้..มันไม่น่าจะใช่แรงดันที่เกิดขึ้นมาจากสมบัติบางชนิดได้ ดูจากอำนาจแดนกำเนิดวิญญาณที่อ้อยอิ่งอยู่รอบๆแล้ว หรือว่ามันจะเป็นทักษะการต่อสู้! ฮ่า มันชั่งเป็นทักษะการต่อสู้ที่ดูล้ำลึกมากจริงๆ! ดูเหมือนว่านี่ชูเฟิงจริงจะได้ใช้ทักษะการต่อสู้ระดับ 6 และยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นทักษะการต่อสู้ระดับ 6 ที่ดูล้ำลึกยิ่งกว่าบรรยากาศเยือกแข็งซะอีก”



สุดท้ายก็ได้มีคนตาดีที่มองเห็นว่าพื้นที่ที่บิดเบี้ยวนี้เกิดมากจากทักษะการต่อสู้ที่ชูเฟิงใช้ หลังจากที่คำพูดนี้ได้ถูกพูดออกมาจึงทำให้คนที่ได้ยินเกิดความโกลาหลกันขนาดใหญ่



ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถที่จะรับรู้ถึงแรงกดดันที่อยู่ในพื้นที่นั้นได้ แต่เพียงพวกเขามองไปที่ภาพอากาศที่บิดเบี้ยวพวกเขาก็คิดได้ว่ามันจะต้องเป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แม้แต่ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจำนวนมากก็ยังไม่เคยได้ยินหรือเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแต่ในตอนนี้พวกเขาได้เห็นจากผู้ที่เป็นเพียงแค่ศิษย์



ในทันที่ทุกคนได้เห็นพวกเขาถึงกับต้องตะลึงกันอย่างสมบูรณ์ไปกับความแข็งของชูเฟิงที่ได้แสดงออกมา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่าชูเฟิงนั้นแข็งแกร่งและบอกว่าเขาเป็นถึงอัจฉริยะแต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าพลังของชูเฟิงนั้นจะมากมายถึงเพียงนี้ อย่างแท้จริงด้วยพลังวิญญาณระดับ 7 แดนกำเนิดวิญญาณสามารถเอาชนะ กง ลู่หยุนที่อยู่ในระดับที่ 4 แดนแก่นแท้วิญญาณ ชูเฟิงนั้นได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครที่สามารถทำได้มาก่อนเขาในตอนนี้ได้สร้างความมหัศจรรย์ในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ขึ้นมา



         “ไอ้บ้าเอ้ย! มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังใง? ข้า กง ลู่หยุนจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับไอ้สารเลวนี้ยังงั้นรึ? ไม่มันเป็นไปไม่ได้มันต้องไม่ใช่แบบนี้!”



ในขณะที่ กง ลู่หยุน คุกเข่าอยู่บนพื้นดินเขาพยายามใช้พลังงานทั้งหมดของร่างกายลุกขึ้นยืนแต่มันก็ไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมายืนได้เนื่องจากแรงกดดันไร้ตัวตน มันจึงทำให้เขารู้สึกหมดหนทางแม้กระทั่งรู้สึกหวาดกลัว



นี่เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับว่าชูเฟิงนั้นแข็งแกร่งและความแข็งแกร่งของชูเฟิงนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการที่จะเห็นในตอนนี้เพราะในขณะนี้มันได้เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา



โดยในขณะนี้ชูเฟิงได้เดินไปที่ กง ลู่หยุน ในขณะที่เขามองไปที่ กง ลู่หยุนกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเขาเขายิ้มเบาๆและกล่าวว่า



         “กง ลู่หยุน หนึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าเคยคิดว่าเจ้าจะได้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของข้าในวันนี้หรือไม่?”



          “ฮ่า! ชูเฟิงถ้าเจ้าคิดจะฆ่าข้าละก็ ข้าจะขอเตือนเจ้าเอาไว้เลย ว่าถ้าเจ้ากล้าสัมผัสข้าแม้แต่นิ้วเดียวข้ารับประกันได้เลยว่าจะไม่ปล่อยเจ้าให้มีชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป”



        “ศิษย์นับล้านจากสำนักมังกรฟ้าจะต้องตาย! แม้แต่นิกายโลกวิญญาณที่เป็นหมาคอยปกป้องเจ้าจะต้องได้รับผลกระทบและเจ้าจะต้องตายที่นี่!” กง ลู่หยุนไม่มีความแข็งแรงพอที่จะยืนเพราะความดันที่ไรตัวตน เขาทำได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของชูเฟิง แต่เขาไม่ได้นั่งเฉยๆเขายังพยายามที่จะขู่และพูดคำพูดที่เป็นการเตือนชูเฟิง



       “โอ้ว? นี่เจ้าคิดที่จะขู่ข้า? เจ้าคิดว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอ? เคาะหัวของเจ้าไปที่พื้นและยอมรับความผิดของเจ้าซะ!!”



ทันใดนั้นการแสดงออกของชูเฟิงได้กลายเป็นน่ากลัวอย่างเหลือใจ ความโกรธแค้นที่หลบซ่อนอยู่ในใจของเขาได้ถูกเปิดเผยออกมาในทันที ความอัปยศอดสูที่เขาได้รับมาอย่างมากมายในช่วงหนึ่งปี ความเกลียดชั่งที่ต้องโดนขุดรากถอนโคนของตระกูลของเขา เขาต้องการที่จะแก้แค้น



ชูเฟิงได้คว้าหัวของ กง ลู่หยุนและใช้อำนาจพลังกำเนิดวิญญาณของเขากดหัวมันลง ***บึม*** หัวของ กง ลู่หยุนได้กระแทกลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง เมื่อดึงหัวของเขาออกมาปรากฏรอยเลือดไหลออกมาจากหน้าผากของเขา



         "นี่สำหรับท่านปู่ของข้า."



         "นี่สำหรับท่านพ่อของข้า."



แต่มันไม่ได้จบลงแค่นั้นชูเฟิงยังคงคว้าหัวของ กง ลู่หยุนกกระแทกลงไปที่พื้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่เขาจับมันกระแทกลงไปเขาจะพูดถึงชื่อคนที่ตายไปของตระกูลเขาออกมา



หลังจากที่เขากระแทกหัวของ กง ลู่หยุนลงไปที่พื้นมากกว่าร้อยครั้ง เขาก็ได้พูดชื่อของคนในตระกูลของเขาที่ตายไปแล้วออกมาทั้งหมดจนครบ แต่เขาก็ยังคงไม่ได้คิดที่จะหยุดเพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะระบายความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่มีต่อ กง ลู่หยุนทั้งหมดไปได้ด้วยเพียงเรื่องแค่นี้



หลังจากที่ใบหน้าของ กง ลู่หยุนนั้นไม่เหลือเคล้าโคลงเดิม มันเต็มไปด้วยเศษเนื้อหนังที่ผสมเข้ากับเลือด แม้แต่พื้นสนามที่แข็งยังเป็นรอยหลุมลึกและรอยแตกนับไม่ถ้วนแพร่กระจายออกมาจากหลุม



        "นี้…"



หลังจากที่ได้เห็นการกระทำของชูเฟิงมันทำให้จิตใต้สำนึกของพวกเขาถูกสั่นคลอน พวกเขาคิดว่าชูเฟิงนั้นจะต้องมีความเครียดแค้นชิงชังต่อ กง ลู่หยุนอย่างแน่นอนเพราะไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่สร้างความอับอายให้แก่ กง ลู่หยุนเช่นนี้



แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำตอบอยู่ในใจของพวกเขาแล้ว ว่าผลของการต่อสู้ในวันนี้มันได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเป็นชูเฟิง ผู้ที่ไม่มีใครได้คาดหวังว่าคนที่จะชนะในวันนี้นั้นมันจะเป็นเขา



ถึงแม้ว่ามันจะน่าเหลือเชื่อก็ตามแต่มันก็คือความจริง พวกเขาทุกคนในสถานที่แห่งนี้ล้วนมองเห็นและได้เป็นสักขีพยานทุกอย่าง พวกเขาได้เห็นว่าชูเฟิงนั้นสามารถเอาชนะ กง ลู่หยุนได้ พวกเขานั้นไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องยอมรับว่า กง ลู่หยุนนั้นได้คุกเข่าอยู่เบื่องหน้าของชูเฟิงและหัวของเขาได้ถูกกระแทกลงไปที่พื้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



มันได้พิสูจน์แล้วว่าชูเฟิงนั้นเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง เขาเปรียบได้ดั่งสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวความสามารถของเขานั้นได้ทะลุจินตนาการของผู้คน แน่นอนว่าในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นบุคคลที่โด่งดังเขาจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่พื้นที่เล็กๆอย่างสำนักมังกรฟ้า เขาเป็นชายหนุ่มที่มีศักยภาพในวันหนึ่งเขาจะต้องโด่งดังไปทั่วทั้ง 9 อาณาจักรอย่างแน่นอน



ในทันทีพวกเหล่าศิษย์ก็ได้เริ่มโยนสายตาของพวกเขาไปที่ชูเฟิงด้วยความเคารพบูชาชูเฟิง แม้แต่ศิษย์ที่อยู่จุดสูงสุดจากสำนักอื่นๆก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาได้รับการยกย่องต่อพลังที่แสนน่ากลัวของชูเฟิง



ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักและผู้อาวุโสจากสำนักอื่นๆ พวกเขาได้ชื่นชมด้วยความอิจฉาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อสำนักมังกรฟ้า ที่ได้ปรากฏศิษย์ที่โดดเด่นเช่นนี้ขึ้น ตราบใดที่ชูเฟิงยังคงอยู่ในสำนักมังกรฟ้าพวกเขาจะกลายเป็นสำนักที่โด่งดังและถูกกล่าวขานไปทั่วอาณาจักรมังกรฟ้า และไม่ช้าก็เร็วพวกเขาจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอดสำนักในอาณาจักรมังกรฟ้า และอาจเป็นเพราะชูเฟิงที่ทำให้พวกเขาได้กลับไปเจริญรุ่งเรื่องดั่งในอดีตที่มันเคยเป็นมาก่อนได้อีกครั้ง




################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : เดี้ยวก่อนๆๆเรื่องของเรามันยังไม่จบนะกงเรายังมีเรื่องที่จะต้องสะสางกันในอีก 5 บทข้างหน้านี้ 55555 เอาล่ะกลับมาเข้าเรื่อง

คือเรื่องแรก ผมจะมาอธิบายถึงเพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตนก่อน คือคำพูดมันอาจวนไปวนมาจนทำให้ผู้อ่านบางท่านเกิดอาการงงได้ เพราะฉะนั้นผมจึงได้จัดการอธิบายตรงนี้ขึ้นเพื่อให้เข้าใจกันได้ง่ายๆนะ คือในตอนนี้มันได้บอกเอาไว้ว่ามันได้สร้างมานพลังปกคลุมทั้งรอบเวทีเอาไว้เป็นสี่เหลี่ยมและมีแรงดันกดลงมาก หลายคนอาจนึกภาพไม่ชัดไม่เป็นไรเราจะยกตัวอย่างขึ้นมา….ทุกคนเคยดูนารูโตะไหม….มันต้องมีเคยดูกันมังอ่ะจริงๆ ในฉากที่เหล่าห้าโฮคาเงะทำการผนึกสิบหางโดยรวมพลังกันทั้งห้าคาเงะและสร้างเป็นม่านพลังขึ้นมา***นั้นแหละเป็นม่านแบบนั้นเลยแต่แค่ในที่นี้มันจะจางๆจนเห็นได้ชดเฉยๆ***และแรงดันที่กดดันลงมาก็ไม่ต้องคิดไรมากครับนึกถึงบลีชที่บังไคแล้วปล่อยแรงดันวิญญาณออกมาอ่ะ***นั้นแหละแบบนั้นเลย***แล้วเอาสองอย่างนี้มารวมกันก็จะได้ภาพลักษณ์ของเพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตนในบทนี้…และคือจะบอกอีกด้วยว่าลักษณ์ของท่านั้นผมไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นในรูปแบบสี่เหลี่ยมแบบนี้แบบเดียวเลยรึป่าวเพราะว่านี่มันก็พึ่งบอกว่านี่เป็นแค่ขั้นตอนแรก

เรื่องที่สอง ผมไม่แน่ใจว่าช่วงท้ายตอนมันคลุมเครือรึป่าวแต่กันเหนียวไว้ก่อน คือสำนักมังกรฟ้านั้นมันเคยได้รุ่งเรืองมาก่อนในสมัยเมื่อนานมาแล้วแต่ด้วยระยะเวลามันจึงได้ถูกลดสมรรถภาพลงจนกลายเป็นแค่สำนัก #2 แต่ด้วยการโชว์พราวของชูเฟิงในตอนนี้มันอาจทำให้สำนักมังกรฟ้ากลับมารุ่งเรืองอีกครั้งนี่คือความหมายในช่วงท้าย โดยรวมทั้งตอนแล้วคิดว่าน่ามีคลุมเครือแค่นี้นะ คิดว่านะ 555555



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) ในเนื้อเรื่องตอนนี้ก็ได้บอกเล่ากันถึงอนาคตกันเอาไว้แล้วหยั่งงั้นหยั่งงู้นหยั่งงี้แต่มันจะเป็นจริงไหมก็ต้องดูกันมันต้องมีอุปสรรคอะไรแน่นอนอะแล้วยิ่งตัวละครที่ยังไม่โพลออกมาก็ มีอยู่ด้วยกันถึง 3 ตัว แน่นอน ตัวแรก คือหลินหลาน และตัวที่สองอย่างที่รู้ๆกัน ฉีเฟิงหยาง แต่บุคคลที่จะออกมาก่อนสองคนนี้นั้นคือ เจ้าสำนักมังกรฟ้าผู้ซึ่งจะมาในอีกไม่กี่บทข้างหน้านี้แล้วเขาจะเป็นใคร 55555 ต้องติดตามชมกันนะแจ๊ะ



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) คนรู้อย่าสปอยนะตัวนี้นี่เด็ดอยู่เพราะงั้นเก็บๆกันไว้ก่อนอย่าพึ่งคันปากมันเหลือแค่ไม่กี่ตอนเพราะงั้นอึ๊บไว้ปล่อยให้คนที่เขาไม่รู้ลุ้นกันไปก่อนเดี้ยวมันจะไปลดความตื่นเต้นของพวกเขาเอา เพราะงั้นอึ๊บ….อึ๊บ!!!

(ดักพวกคันปากไว้ก่อนเรามันประเภทเดียวกันมันก็ต้องรู้ทักกันเป็นธรรมดา 555555)



ปล.ที่ 4.(ทิ้งท้าย ในบทที่ 264 เดี้ยวผมจะสปอยแบบยั่วน้ำลายของตอนที่ 265-290 เอาไว้ถือว่าเป็นการปิดเล่มแบบให้คนอ่านรู้สึกค้างคา 5555 อยากบอกว่าในตอนนั้นนี้สะคลิปมาเต็มเอาแบบยั่วน้ำลายกันให้ยืดเลย ถูใจคนซาดิสแน่นอนเพราะเราจะยั่วกันแบบให้ค้างกันสุดๆ 5555 จะโดนคนอ่านกินหัวไหมต้องติดตามชม สะคลิปกันในตอนที่ 264) อ่อและก็ตอน 265 จะทำปฐมบทเล่มสอง เอาแบบเล่นเนื้อความคราวๆและบอกถึงจำนวนบทว่าในเล่มนั้นมีกี่บท 555 ยั่วน้ำลายกันไปอีกที



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : (-_-)>> B2 นายคิดเหมือนเราไหมทำใมชื่อทักษะมันบอกว่า เพลงดาบมังกรคลั่งไร้ตัวตน แต่ตอนชูเฟิงแม้งใช้กูยังไม่

เห็นมันเรียกดาบเลย เห็นบอกแค่ว่าหลับตาแล้วเปิดตาเท่านั้น แม้งพลังนี่พลุ่งพล่านเลยนั้นถือว่าเรียกใช้ทักษะแล้ว

หรอ??

B2 : ฉันก็คิดเหมือนนายเลย B1 คือถ้าแค่กระพริบตาแล้วแม่มใช้ได้เลยนี่มันจะมีชื่อเพลงดาบไว้ทำเพื่อ???

B1 : หรือว่าคนแปลเขาแปลผิด>>(*-*)

B2 : B1 อย่าพูดแบบนั้นซิคนแปลอาจไม่ผิดหรอกูเฟิงอาจผิด>>(*-*)

B1,B2 : แล้วนายล่ะ B3 นายคิดว่ายังใง…??

B3 : ก็ไม่อยากจะพูดไรมากหรอกนะแต่เหมือนว่าครั้งนี้เราจะมีความคิดเห็นตรงกัน มันจะชื่อเพลงดาบเพื่อ!!!

B1,B2 : ช่ายๆ ฉันก็คิดเหมือนนายเลย B3

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..