วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 252 - ละเมิดกฏ



      “กง ลู่หยุน ข้าไม่สามารถระบายความเกลียดชังของข้าออกมาได้หมด แม้ว่าข้าจะสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นก็ตาม เพราะว่าเจ้าได้ทำลายตระกูลชูของข้าอย่างโหดเหี้ยม การฆ่าเจ้าเพียงคนเดียวมันจึงไม่อาจทดแทนได้ ข้าจะส่งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปอยู่กับเจ้า”



     ชูเฟิง กล่าวขณะที่เขาจับผมของ กง ลู่หยุน ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แม้ในเวลานี้ใบหน้าของ กง ลู่หยุน จะดูน่ากลัว แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับใบหน้าของ ชูเฟิง



     ความโกรธแค้นที่ถูกอัดแน่นมาเป็นเวลานาน ภายในหัวใจของ ชูเฟิง นั้น ในวันนี้มันได้ปรากฏออกมาให้ทุกคนได้เห็น เพลิงแห่งความแค้นนี้ไม่สามารถมอดดับได้ เพียงเพราะคำพูดแค่ไม่กี่คำ หรือแม่แต่การฆ่าใครเพียงไม่กี่คน หนี้เลือดที่ตระกูลชูถูกกวาดล้าง กง ลู่หยุน และผู้เกี่ยวข้องกับเขาทั้งหมด ต้องชดใช้ให้แก่ ชูเฟิง



     “อั่ก….ชูเฟิง เจ้าคิดจริงๆ รึว่า เจ้าจะฆ่าข้าได้ อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น หากเจ้าคิดเช่นนั้น เจ้าก็ลองทำมันดู !!” กง ลู่หยุน กล่าวด้วยใบหน้าที่มั่นใจ



     “หึ…..เจ้าคิดว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้าอย่างนั้นรึ งั้นมาลองดูกัน !!”



     ชูเฟิง เตะไปที่ขากรรไกรของ กง ลู่หยุน อย่างรุนแรง ทำให้ กง ลู่หยุน กระเด็นหมุนตัวหลายตลบในอากาศ ก่อนที่จะตกลงมาบนพื้น



     “อ้ากกกกก !!” หลังจากที่ตกถึงพื้น กง ลู่หยุน ก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เนื่องจากขากรรไกรของเขานั้นหักด้วยแรงเตะของ ชูเฟิง เมื่อสิ้นเสียงร้อง เขาก็สลบไป



     *****พรึ่บบบบบ*****



     ในขณะนั้น ชูเฟิง  ยกเท้าของเขาขึ้นมา และเหยียบไปที่แขนขวาของ กง ลู่หยุน พร้อมทั้งมีดาบสีทองปรากฏขึ้นมาในมือของเขา ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความน่ากลัว นอยยิ้มของเขาราวกับปิศาจร้าย เขาจ้องไปที่ กง ลู่หนุน ด้วยความเย็นชา พร้อมทั้งกล่าวว่า



     “เจ้าบอกข้าว่า หากข้าแตะต้องเจ้าแม้เพียงนิ้วเดียว ข้าจะต้องพบปัญหาใหญ่ซินะ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะแตะเจ้าทั้งห้านิ้วเลย !!”



     *****ควับบบบบบบ*****



     หลังจากพูดจบ ดาบสีทองในมือของ ชูเฟิง ก็เกิดประกายแสงออกมา จากนั้นมันก็กรีดผ่านพื้นดินบริเวณมือของ กง ลู่หยุน และเฉือนเอานิ้วมือทั้งห้านิ้วของเขาขาดสะบั้น



     “อ้ากกกกกกก !!”



     ความเจ็บปวดที่ถูกตัดนิ้วมือออกนั้น แม้แต่ กง ลู่หยุน ที่เพิ่งจะสลบไป ก็ต้องสะดุ้งและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดั่งคำสุภาษิตที่ว่า “สิบนิ้วเชื่อมหัวใจ” ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทนไหว



     สิ่งสำคัญที่สุดคือ นิ้วมือนั้นถูกตัดออกไป คนอย่าง กง ลู่หยุน นั้น ไม่อาจทนอยู่ได้ เมื่อไม่มีนิ้วมือ เพราะมันเป็นความอัปยศของเขา ดังนั้น เขาจึงรู้สึกเจ็บปวดใจ มากกว่าที่จะรู้สึกเจ็บปวดที่ร่างกาย



     ในตอนนั้น กง ลู่หยุน ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขาเพียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ในดวงตาของเขาแสดงออกถึงเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน เมื่อเขาจ้องมองไปที่ ชูเฟิง บรรยากาศรอบๆ ตัวเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ สายตาสามารถบ่งบอกได้ว่า “หากเจ้าทำอะไรข้า เจ้าขะต้องตาย !!”



     “อะไร !!........เจ้าชอบมันอย่างนั้นรึ ข้าจะช่วยเอาออกให้อีก ทำให้เจ้ากลายเป็นคนที่ไม่มีนิ้ว !!” อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อสายตาที่ข่มขู่นั้น เขาสะบัดดาบสีทองในมือของเขา และฟันฉับลงไปที่นิ้วมือที่เหลือทั้งห้าของ กง ลู่หยุน



     “สวรรค์…..นี่…..!!”



     ฉากบนเวทีนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว แม้ผลการประลองจะออกมาแล้วว่า ใครเป็ผู้ชนะ และใครเป็นผู้แพ้ พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า ชูเฟิง จะไม้ฆ่า กง ลู่หยุน แต่เขากลับทรมาน กง ลู่หยุน ต่อหน้าทุกๆ คนเช่นนี้



     แม้ กง ลู่หยุน จะไม่ทรมานทางร่างกาย แต่เขาก็ต้องทรมานทางด้านจิตใจ เพราะเขาเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรมังกรฟ้า แต่สำหรับ ชูเฟิง นั้น เขามีชื่อเสียงเพียงเฉพาะในสำนักมังกรฟ้า แต่ภายในอาณาจักมังกรฟ้านั้น ชูเฟิง ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก



     อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีชื่อเสียงมากเช่น กง ลู่หยุน นั้น กลับถูกย่ำยีโดยผู้ที่ไร้ชื่อเสียงเช่น ชูเฟิง นั่นยิ่งไม่ต้องสงสัยถึงความอัปยศอดสูที่เขาจะได้รับนั้น จะมากมายเพียงใด



     “วิธีการของ ชูเฟิง นั้น ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ หากเรื่องราวในวันนี้ถูกแพร่กระจายออกไป รับรองว่า กง ลู่หยุน ย่อมจะไม่มีหน้าในสังคมอีกเป็นแน่”



      “ข้าว่า ชูเฟิง นั้นบ้าบิ่นเกินไป เขาลืมนึกถึง กง เทียนผิง และหลิน หลาน ที่เป็นคนหนุนหลังของ กง ลู่หยุน อยู่ คนพวกนั้นจะทนได้เหรอ เมื่อพวกเขาต้องเห็น กง ลู่หยุน ถูกทรมานเช่นนี้”



     “แม้วันนี้ หลิน หลาน จะไม่ได้มาที่นี่ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ กง เทียนผิง ก็น่าจะมากพอ หากเขาต้องการที่จะแหกกฏ และเข้าไปยุติการประลอง ข้าคิดว่าเขาจะต้องเข้าปะทะกับ ผู้นำของนิกายโลกวิญญาณอย่างแน่นอน”



     เมื่อการต่อสู้ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด เหล่าเข้าชมนั้นต่างวิเคราะห์ ถึงสองอำนาจที่คอยหนุนหลังสองอัจฉริยะ ว่าพวกเขาจะทำเช่นไรต่อไป



     พวกเขามองข้ามการต่อสู้บนลานประลอง และไปหยุดลงที่ผู้หนุนหลังของอัจฉริยะทั้งสอง



     อย่างไรก็ตาม บางคนรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แม้ทั้งสองขั้วอำนาจนี้จะแข็งแกร่งมาก และฐานะของพวกเขาก็สูงส่งมากเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่อาจละเมิดหรือแหกกฏของลานประลองเป็นตายนี้ได้ เพราะผู้ที่ประลองเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ตัดสินใจ ในที่นี้ก็คือ กง ลู่หยุน และ ชูเฟิง คนอื่นๆ ก็เป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น



     แต่บางคนกลับคิดต่าง ด้วยความรักและผูกพันธ์ หากว่า ชูเฟิง จะฆ่า กง ลู่หยุน จริงๆ นั้น กง เทียนผิง จะต้องเข้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน แม้ว่านั่นจะต้องแลกด้วยชีวิตของเขาก็ตาม



     สำหรับ หลิน หลาน นั้น เขาใส่ใจดูแล กง ลู่หยุน เป็นอย่างดี พร้อมทั้งถ่ายทอดทักษะต่างๆ ของคฤหาสน์กิเลนให้แก่ กง ลู่หยุน อีกทั้งเขายังรับ กง ลู่หยุน เป็นบุญทำอีกด้วย เขาก็คงไม่วามารถทนเห็น กง ลู่หยุน ถูกทรมาน และตายลงต่อหน้าของเขาได้เช่นกัน



     “หยุด !!”



     ในที่สุดก็มีคลื่นเสียงแห่งความกราดเกรี้ยวกระจายออกมาจากกลุ่มผู้ชม ทุกคนต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง และมองไปยังต้นเสียง นั่นก็คือ พ่อของ กง ลู่หยุน เจ้าเมืองเต่าดำ กง เทียนผิง



     *****วู้ชชชชชชชชชชชช*****



     ในขณะเดียวกับที่คนจากเมืองเต่าดำเริ่มเคลื่อนไหว จูเก่อ หลิวหยุน และหกปราการ ก็ลุกออกจากที่นั่ง และพรุ่งตรงมาหยุดที่ด้านหน้าของกองทัพเมืองเต่าดำ



     “กง เทียนผิง ผู้ที่อยู่บนลานประลองเป็นตายเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจชีวิตของพวกเขาเอง ไม่ว่าใครก็ไม่วามารถขัดขวางได้ การกระทำของเจ้ามันแสดงว่าเจ้ากำลังจะแหกกฏ” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวขึ้นเสียงดัง



     “กฏอย่างนั้นรึ วันนี้ข้าจะพาลูกชายของข้ากลับไป และข้าจะฆ่าทุกคนที่เข้ามาขัดขวาง แม้แต่พระเจ้าข้าก็ไม่ละเว้น !!”



     อย่างไรก็ตาม กง เทียนผิง ได้สูญเสียการควบคุมสติอารมณ์ของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาสะบัดแขนของเขาออกอย่างแรง ทำให้ จูเก่อ หลิวหยุน และปราการทั้งหก กระเด็นลอยไป ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเขาก็จะช่วย กง ลู่หยุน ให้ได้



     ในขณะนั้น มีสายลมอ่อนๆ จากท้องฟ้า พัดเข้ามารับตัวของ จูเก่อ หลิวหยุน และหกปราการ ลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย



     “นั่น……มันเกิดอะไรขึ้น !?”



     ทุกคนต่างตกใจกันถ้วนหน้า แม้แต่ กง เทียนผิง ก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์นั้น เห็นได้ชัดว่า มีผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ จูเก่อ หลิวหยุน และหกปราการเอาไว้



     ในทันทีนั้น พวกเขาต่างกวาดสายตาของพวกเขา ไปที่กลุ่มคนของนิกายโลกวิญญาณ แต่พวกเขาก็พบว่า กลุ่มของนิกายโลกวิญญาณนั้น ยังนั่งอยู่กับที่ และไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนแต่อย่างใด และพวกเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะขัดขวางเรื่องราวตรงหน้าของพวกเขาแม้แต่น้อย



     ขณะที่ทุกคนกำลัง คาดเดาถึงบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ จูเก่อ หลิวหยุน และหกปราการว่าเป็นใครอยู่นั้น ก็มีเสียงของคนที่มีอายุดังขึ้นมาทั่วบริเวณ



     “กง เทียนผิง ถ้าเจ้าต้องการจะละเมิดกดของสำนักมังกรฟ้าของข้า มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่า เจ้ามีความสามารถที่จะทำมันได้ไหม”



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ผู้แปลโดยคุณ#Abhisit

ของพี่เขาเสร็จเป็นคนแรกแต่ได้ลงคนสุดท้าย

มันเป็นเพราะ @ไม่ดีเอง บ้าน@มันกันดาล คอม@มันห่วย เน็ต@มันเน่า

กราบเท้างามๆขอขมาอย่างแรง

ว่าแต่คนมาช่วย จู่เก่อ หลิวหยุน และ หกปราการคือใคร ???

@อย่าเปลี่ยนเรื่อง สาดดดด วันนี้มุงผิดเต็มๆที่ปล่อยให้ผู้อ่านรอ . . . . .

เค้าขอโต๊ดดดดด......นะะะะ