วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 254 - การมาของกองทัพที่ยิ่งใหญ่



       " เจ้าสำนักมังกรฟ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!!! "



ในเวลานั้นใบหน้าของผู้คนโดยรอบ ต่างพากันตกใจอย่างมาก ไม่ต้องพูดถึงพวกสำนัก # 2 แม้แต่เจ้าสำนักต่างๆที่มากับเมืองเต่าทมิฬก็ยังไม่สามารถสงบใจ เพราะ ปัจจุบัน หลี่ จางฉิง นั้นเหนือกว่าพวกเขา



        " ไม่เคยนึกเลยว่าสำนักมังกรฟ้าจะมียอดฝีมือหลบซ่อนอยู่ภายใน ด้วยพลังวิญญาณของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำนักมังกรฟ้าจะก้าวเป็นสำนัก #1 "



        " ถูกต้อง หลี่ จางฉิง ค่อนข้างน่าประทับใจ และยังดูเหมือนว่าเขาได้พบเมล็ดพันธ์ชั้นยอด อย่างชูเฟิงเมื่อปีที่แล้ว "



        " ตอนนี้ เป็นเพราะ ชูเฟิง ที่ทำให้ หลี่ จางฉิง ตัดสินใจลงมือกับ ตระกูลกง แม้ว่ามันจะดูไม่สมเหตุสมผลโดยพื้นผิว แต่มันก็คุ้ม ที่พอจะแรกทุกอย่างในการช่วยเหลือ ชูเฟิง ตราบใดที่มีชูเฟิงยังคงพัฒนา วันข้างหน้าสำนักมังกรฟ้าก็ต้องยกระดับขึ้นเช่นกัน " 



        " เจ้ากล่าวถูกแล้ว  ไม่เพียงแต่ปีศาจจะถือกำเนิดในสำนักมังกรฟ้า อีกทั้งยังมี สัตว์ประหลาดอย่าง หลี่ จางฉิง อีก ดูเหมือนว่าสำนักมังกรฟ้าจะต้องเป็นที่จับตามองมากขึ้น และไม่ช้า ในอาณาจักรมังกรฟ้าจะต้องมีสำนัก # 1 เพิ่มขึ้น "



หลี่ จางฉิง แสดงความสามารถของเขาให้ทุกคนได้เห็น ดังนั้น ทุกคนจึงรู้สึกว่า ชูเฟิง และ หลี่ จางฉิง เหมือนกับปีศาจที่จับคู่กับสัตว์ประหลาด ปรากฏขึ้นในสำนักมังกรฟ้า แน่นอนว่าสำนักของพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก



ผู้คนต่างพากันประเมินสำนักมังฟ้า เพื่อทบทวนว่าคุ้มหรือไม่ ที่จะผูกมิตรกับพวกเขา  หรือไม่พวกเขาก็ต้องตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ก่อนที่สำนักมังกรฟ้าจะครอบครองอำนาจอย่างสมบูรณ์ หากไม่เช่นนั้นพวกเขาจะถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ดี




* โห~~~~~~~~~ * 



แต่ในขณะนั้น มีบางอย่างดูผิดปกติเกิดขึ้น เสียงแตรดังออกมาด้านนอกเวทีลานประลอง เสียงนั้นดูน่าเกรงขาม มันไม่ใช่เสียงโห่ร้อง แต่เป็นเสียงคำรามของมังกร ซึ่งส่งให้บรรยากาศที่น่ากลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั้งท้องฟ้าสั่นสะท้าน



         " เสียงนี้ . . . . แตรเขาอสูร ของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน !!!! " จู่ๆ ศิษย์จากสำนัก #1 ก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ



       " อะไรนะ เจ้าจะบอกว่าพวกเขาคือคนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนงั้นหรอ แล้วการที่เป่าแตรนั้นก็หมายถึงต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หรือว่าพวกเขาคิดจะมาโจมตี "



หลังจากที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ผู้คนต่างตกลงไปในความวุ่นวาย แล้วเหตุใดประมุขของอาณาจักรมังกรฟ้า อย่างคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ที่แม้แต่สำนัก หลิง หยุน ยังไม่กล้าขัดใจ ถึงได้มาที่นี่ 



* ก้องก้องก้องก้องก้อง *



ไม่นานหลังจากเสียงนั้นดัง ยอดเขาทั้งหมดก็เรื่มสั่นสะเทือน หินขนาดใหญ่เรื่มจะกลิ้งตกไปตามทางลาดชัน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากพร้อมกับม้าที่ใกล้เข้ามา



          " ตาแก่นี้มาจริงๆด้วย!! " ตอนนั้นแม้แต่ชูเฟิงยังต้องขมวดคิ้ว ขณะที่ยังไม่ได้ทำอะไรกับ กง ลู่หยุน เพราะเขารู้ว่ากองกำลังที่แข็งแกร่งที่คอยหนุนหลัง กง ลู่หยุน มาถึงแล้ว



สำหรับ กง ลู่หยุน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบอบช้ำ จนไม่สามารถพูดได้ แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงแตร รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา



ขบวนทัพที่เดินมาทำให้ฝุ่นปกคลุมไปทั่ว แต่มันก็ถูกแสงสว่างสีทองกลบไว้จนหมด แน่นอนว่าเป็นฝีเท้าทั้งคนและม้า 



พวกเขาหลายหมื่นคน ทั้งหมดล้วนแต่สวมเกราะสีทอง และบนหน้าอกก็มีสัญลักษณ์กิเลนติดไว้ แม้แต่ม้าที่พวกเขาขี่ยังสวมชุดเกราะสีทอง



พวกเขาดูน่าเกรงขามอย่างมาก อีกทั้งพวกเขายังปล่อยบรรยากาศน่ากลวออกมา กลุ่มคนพวกนั้นคือกองทัพ ของประมุขที่แท้จริงในอาณาจักรมังกรฟ้า กองทัพ คฤหาสน์องค์ชายกิเลน 



         " ประมุขของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนมาเองเลยหรอ !!! ไม่ใช่สิ คนที่เป็นผู้นำทัพคือผู้จัดการคฤหาสน์องค์ชายกิเลน หลิน หลาน "



         " ไม่นึกเลยว่าเขาจะมา ในการประลองครั้งนี้ด้วย "



          " แน่นอนว่าเขาต้องมา หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่า กง ลู่หยุน เป็นหลานบุญธรรมของเขา ของสนุกกำลังจะเริ่มแล้ว ข้าล่ะสังสัยจริงๆว่าเขาจะทำสีหน้ายังไงที่เห็น หลานของเขา ถูกทำร้ายแบบนี้ "



หลิน หลานสวมเกราะทองเช่นเกียวกับทหารม้า ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นๆของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนเลย แต่ยังไงก็ตาม ขณะที่เขาอยู่ในคนกลุ่มนั้น บรรยากาศของพวกเขาช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่มาจากพลังวิญญาณของเขา แต่เป็นบรรยากาศแปลกๆที่บอกไม่ถูก



ตอนนั้น หลิน หลาน ก็มองเห็น กง ลู่หยุน ที่อยู่บนเวทีการต่อสู้ คิ้วที่เหมือนดาบหิมะ(คิ้วขาว)ขมวดลง เห็นได้ชัดว่าเปลวเพลิงแห่งความโกรธได้ปรากฏขึ้นในจิตใจเขา เนื่องจากคนๆนั้นไม่ใช่หลานบุญธรรม แต่เป็นลูกชายของเขาเอง



แล้วทำไมหลิน หลานจึงจะไม่โกรธ เมื่อเขาเห็นว่าลูกชายตัวเองต้องบาดเจ็บเช่นนั้น แต่เขาก็ต้องทนไปก่อน เพราะเขามองเห็นกลุ่มคนจาก นิกายโลกวิญญาณ ในพื้นที่ของแขกอาวุโส



เป็นธรรมดาที่หลิน หลานจะรู้จักผู้คนจาก นิกายโลกวิญญาณ ต่อหน้าคนกลุ่มนั้น เขาไม่กล้าที่จะทำอะไรผีผลาม หากทำให้ นิกายโลกวิญญาณไม่พอใจ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนจะได้รับผลกระทบนั้นไปด้วย



        " ใช้สหายชูเฟิงหรือไม่ที่อยู่บนเวทีประลอง ? " หลังจากจัดการอารมณ์ หลิน หลานก็พูด



        " ข้าเอง!!! " ชูเฟิงตอบ



        " สหายเจ้าเก่งมาก ที่สามารถเอาชนะหลานชายของข้าได้ " หลิน หลาน ยิ้มไปแล้วหันไปที่ หลี่ จางฉิง พร้อมกับถาม " อาวุโสท่านคือเจ้าสำนักมังกรฟ้า หลี่ จางผิง ใช่หรือไม่ ? "



        " ข้าเอง!!! " หลังจากที่กองทัพคฤหาสน์องค์ชายกิเลนมาถึง หลี่ จางผิง ก็หยุดการต่อสู้กับคนจากเมืองเต่าทมิฬ



        " เจ้าสำนักหลี่ ท่านแข็งแกร่งเช่นนี้ แม้แต่พวกเขาก็เทียบท่านไม่ได้ อีกอย่างนึกไม่ถึงว่าท่านจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ อาณาจักรแก่นแท้ระดับ 7 ด้วยพลังวิญญาณของท่าน ตอนนี้ท่านสามารถส่งใบสมัครเพื่อเปลี่ยนสำนักมังกรฟ้า ให้เป็นสำนัก # 1 พรุ่งนี้ ท่านสามารถส่งคนไปยังคฤหาสน์องค์ชายกิเลนและข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างให้ ข้านั้นอยากให้สำนักมังกรฟ้าเข้าเป็นหนึ่งในสำนักชั้นยอด "



หลิน หลาน ยิ้มแต่น้ำเสียงของเขานั้นส่อให้เห็นถึงการคุกคาม เพื่อจะบ่งบอกถึงอำนาจให้ หลี่ จางฉิง ได้รับรู้ เขาจึงต้องยกเอาคฤหาสน์องค์ชายกิเลนมาอ้าง ว่าสำนักมังกรฟ้าจะได้เป็นสำนัก # 1 หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะอนุมัติให้หรือเปล่า



        " สำนักมังกรฟ้าไม่สนใจของเหล่านั้น อีกอย่างข้าก็ไม่ได้อยากเป็นสำนัก # 1 ดังนั้นคงไม่รบกวนท่าน "



หลี่ จางผิง ไม่สนใจเรื่องที่เขาฝอยเหล่านั้น และในความเป็นจริง เขาก็ไม่ต้องรบกวน หลิน หลาน เนื่องจากเขาไม่ได้สนใจว่าสำนักจะเป็น # 1 หรือ # 2  ดงนั้นเขาจึงไม่กลัวคำขู่เหล่านั้น



        " ฮ่าๆๆ เจ้าสำนัก เจ้าช่างเป็นคนที่หยิ่งยโสยิ่งนัก ดูเหมือนว่าข้า หลิน หลาน จะยุ่งไม่เข้าเรื่องสินะ " หลิน หลาน หัวเราะและหันไปกล่าวกับ ชูเฟิง " สหาย ชูเฟิง เจ้ามีความโกรธแค้นอันใด "



        " เจ้าทำเหมือนว่า เกลียดชัง กง ลู่หยุน เอามากๆ ในปีนั้น เจ้าท้าประลองกันด้วยเรื่องเล็กน้อยไม่ใช่หรอ แล้วจำเป็นไม๊ที่ต้องฆ่ากันให้ตาย "



       " วันนี้เจ้าก็ให้บทเรียนเขามากพอแล้ว เห็นแก่หน้าข้า แล้วปล่อยเขาไปสักครั้ง "



       " โฮ . . . . . " หลังจากได้ยินคำพูดของ หลิน หลาน ชูเฟิง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับถลึงตาใส่เขาพร้อมกับกล่าว " ความเกลียดชังที่ถูกฆ่าล้างตระกูลมันยังเล็กน้อยอีกหรอ ? "



       " อะไรนะ ฆ่าล้างตระกูล !!! " หลังจาก ชูเฟิง พูด มันกับมีหินก้อนยักษ์ตกลงไปในทะเลสาบ จนทำให้ผู้คนเกิดความวุ่นวาย



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ฆ่าล้างตระกูล ???

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตัวเขาจะแก้ตัวว่ายังไง ??? 

เพื่อให้ ลูกชายเขาพ้นความผิด

จริง หรือ เท็จ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะเขามีเหตุจูงใจ

แล้วชูเฟิง จะใช้อะไรเป็นหลักฐาน . . . . .

แล้วใครจะเป็นพยานให้เขา . . . . 

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่ ชื่อของเขาคือ ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน . . . .