วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 255 - ตัดหัว กง ลู่หยุน



      “ความเกลียดชังขุดรากถอนโคนตระกูล? มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น? ชูเฟิงมีความเกลียดชังขุดรากถอดโคนตระกูลกับ กง ลู่หยุน นี่มันหมายความว่ายังใง?”



       “ข้ารู้ข้ารู้!! ข้าเคยได้ยินมาว่าเมื่อประมาณครึ่งปีก่อนได้มีการสังหารหมู่อย่างน่าสงสารที่เมืองทอง-ม่วง เพียงแค่คืนเดียวทุกคนในเมืองทอง-ม่วงได้ถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น”



       “และมันก็ยังเป็นเรื่องบังเอิญอีกว่าคนในตระกูลชูได้เสียชีวิตอย่างน่าสังเวชในคืนนั้นด้วยที่เมืองทอง-ม่วง ซึ่งเกือบทุกคนในตระกูลชูได้ถูกแขวนคอประจานไว้ที่ใจกลางของเมืองทอง-ม่วง และมันยังมีตัวอักษรที่เขียนด้วยเลือดอีกว่าเหตุผลที่ทุกคนในเมืองทอง-ม่วงนั้นต้องเสียชีวิตนั้นก็เป็นเพราะชูเฟิง



        “ข้าเองก็เคยได้ยินข่าวของเมืองทอง-ม่วงมาเหมือนกัน แต่ข้าไม่ยักรู้เลยว่าตระกูลชูก็อยู่ที่นั้นด้วย มันเป็นคำพูดที่เขียนด้วยเลือดจริงหรือไม่ ถ้าหากมันเป็นเช่นนั้นแสดงว่าคนในเมืองมอง-ม่วงและคนในตระกูลของชูเฟิงก็ได้ถูกสังหารหมู่จริง”



       “สิ่งใดกันที่ทำให้ชูเฟิงมีศัตรูขนาดใหญ่ได้เพียงแค่อายุเท่านี้? มันอาจเป็นไปได้ว่าการสังหารหมู่ที่เมืองทอง-ม่วงจะเป็นเพราะฝีมือของ กง ลู่หยุนจริงหรือไม่?”



เพียงแค่คำไม่กี่คำว่า “ความเกลียดชังที่โดนขุดรากถอดโคนทั้งตระกูล” มันทำให้พวกเขาเกิดอารมแปรปรวนขึ้นอย่างฉับพลัน บางคนที่ได้รับรู้ว่าผู้ที่มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ในเมืองทอง-ม่วงคือ กง ลู่หยุน ถึงแม้ว่ามันจะเชื่อมโยงกันจริงแต่ในตอนนี้มันก็ไม่สำคัญอีกแล้วเพราะหลังจากที่เขาได้เข้าร่วมการต่อสู้กันอยู่ที่เวทีในตอนนี้ มันจึงทำให้พวกเขานั้นอดไม่ได้ที่จะต้องมองไปที่ กง ลู่หยุนด้วยสายตาที่แปลกประหลาด



การสังหารหมู่ในเมืองทอง-ม่วงนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป ไม่ใช่แค่ทุกคนในเมืองแม้แต่ หมู,หมา,กา,ไก่….ก็ยังไม่มีขอยกเว้น วิธีการฆ่าเช่นนั้นมันชั่งทำร้ายจิตใจคนจนทำให้ใครหลายๆคนถึงกับต้องลุกขึ้นยืน ถ้าเกิดว่ามันเป็นการฝีมือของ กง ลู่หยุนจริงมันก็จะหมายความว่าเขานั้นเป็นคนที่เหี้ยมโหดเกินไปและไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่



        “แหม่ชูเฟิงเพื่อนตัวน้อยเจ้าสามารถที่จะพูดและกลืนน้ำลายของตัวเองได้ แต่เจ้านั้นไม่ควรที่จะพูดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้เจ้าจะบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองทอง-ม่วงนั้นได้ถูกตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วงั้นรึ มันถูกทำลายโดยเหล่ากองโจรห้าพยัคฆ์แล้วมันก็ได้รับบทลงโทษที่มันได้ทำไปแล้ว ความจริงนี้ทุกคนเขาก็ได้รับรู้กันอย่างชัดเจน เจ้าไม่สามารถที่จะมากล่าวหาคนอื่นอย่างไม่เป็นทำได้ “เมื่อเขาได้ยินชูเฟิงพูดว่าลูกชายของเขาเป็นผู้ที่สังหารหมู่เมืองทอง-ม่วง หลิน หลานจึงได้โต้ตอบด้วยเสียงที่เย็นชากลับไป”



          “ข้าน้อยมั่นใจว่าทุกคนในที่นี้รู้ว่าผู้ที่ได้กระทำการสังหารหมู่นั้นคือเหล่ากองโจรห้าพยัคฆ์ แต่ถ้าหากพวกมันไม่ได้รับการว่าจ้างมันจะมีเหตุผลอันใดกันที่จะต้องมาสังหารหมู่คนในตระกูลของข้าน้อยและคนในเมืองทอง-ม่วง? และสำหรับทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ข้าน้อยก็สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ทำการว่าจ้างพวกมันนั้นก็คือ กง ลู่หยุน” ชูเฟิงไม่สนใจคำพูดของ หลินหลานและตะโกนเสียงดังต่อหน้าฝูงชน



        “เหลวไหล! เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันในคำพูดของเจ้าหรือไม่?” หลิน หลาน เต็มไปด้วยอาการมึนงงและตะโกนกลับไปด้วยความโกรธและในเวลาเดียวกัน กง เทียนผิงและพรรคพวกของเขาก็ได้เริ่มเห่าหอนด้วยความโกรธไปที่ชูเฟิง



        “หลักฐาน? ทำใมข้าต้องมีหลักฐาน ในเมื่อตอนนี้ชีวิตของ ไอ้กงมันอยู่ในมือของข้า ข้าจะฆ่ามันเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ข้าต้องการ เพราะงั้นข้าจะถามพวกเจ้าแทน! ว่าทำใมข้าต้องมีหลักฐาน?!” ชูเฟิงพูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยและในขณะเดียวกันเขาก็อดไม่ได้ที่จะกำมีดในมือของเขาแน่น



        “เจ้ากล้า ?! ถ้าเจ้ากล้าที่จะสัมผัสเขาแม้แต่ปลายนิ้วล่ะก็ข้ากล้าให้สัญญาเลยว่าข้าจะเยียบสำนักมังกรฟ้าของเจ้าให้จมในแทบเท้าของข้าในวันนี้!”



หลิน หลาน คำรามด้วยความโกรธอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่เขาได้พูดจบกองทัพจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนทั้งหมดก็ได้เตรียมเป็นแนวค่ายกลพร้อมที่จะเข้าปะทะอย่างเต็มกำลัง



         “เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้า ?! งั้นข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าข้ามีความกล้าหรือไม่!!”



หลังจากที่พูดจบชูเฟิงก็ได้หัวเราะอย่างชอบใจและออร่าแสงสีทองก็ได้กลายเป็นภาพเบลอรูปพระจันทร์ครึ่งเสี่ยวสับลงไปที่คอของ กง ลู่หยุน



        "ไม่!!... "



พอเห็นเช่นนั้นหลิน หลาน และ กง เทียนผิง ถึงกับตกใจในทันที แม้แต่ใบหน้าของ กง ลู่หยุนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ดวงตาของเขาเบิ่งกว้างจนแทบจะถลนออกมาภายในดวงตาของเขานั้นมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนเหลือใจ ในทันทีเขาก็ได้รับรู้อย่างแท้จริงแล้วว่านี่วันที่เขาจะต้องตายนี่คือรสชาติของความตาย



***หวืบ*** แสงเบลอสีทองกวาดผ่านและสายเลือดได้ฉีดกระจายไปทั่วพื้นและหัวของ กง ลู่หยุนที่กลิ่งอยู่ที่พื้น ภายใต้สายตาของฝูงชนพวกเขาถึงกับตกอยู่ในอาการตะลึงเพราะหัวของ กง ลู่หยุนถูกตัดจริงโดยชูเฟิง



***หมับ*** หลังจากที่ตัดออกไปชูเฟิงได้เดินไปคว้าหัวของ กง ลู่หยุน และโยนออกไปให้ หลิน หลาน ที่ซึ่งยังคงอยู่ที่ด้านนอกของเวทีและตะโกน “อ่ะเอาคืนไปกูให้!!”



         "โอ้วสวรรค์เรื่องแบบนี้ ... "



        “ชุเฟิงเขาฆ่า กง ลู่หยุนจริงๆและยังข้าต่อหน้า หลิน หลานอีกด้วย



        “นี่เขาบ้าไปแล้วรึป่าว? นี่เขาจริงๆไม่เกรงกลัวฟ้าดินเลยยังงั้นรึ?



หลังจากการกระทำของชูเฟิงนั้นมันทำให้ผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์สั่นไปด้วยความกลัว หลังจากที่มีดของชูเฟิงได้สับลงไปที่คอของ กง ลู่หยุน ไม่ใช่เพียงแค่ กง ลู่หยุนรู้สึกเจ็บคนเดียวคนทั้งหมดที่ได้เห็นเหตุการณ์ในใจของพวกเขาก็ได้รู้สึกเจ็บไปพร้อมกับ กง ลู่หยุนด้วยเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดล้วนตกใจในการกระทำของชูเฟิง



มันก็อาจบอกได้ว่าการที่ชูเฟิงฆ่า กง ลู่หยุนนั้นก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลอยู่เพราะว่านี่คือการต่อสู้ที่เดิมพันธ์ด้วยชีวิตผู้ที่แพ้นั้นจะมีชีวิตรอดหรือจะตายล้วนถูกกำหนดโดยผู้ชนะ



แต่เมื่อหลิน หลาน ได้พูดไว้ก่อนแล้วว่าหากชูเฟิงกล้าที่จะสัมผัสปลายนิ้วของ กง ลู่หยุนเขาจะเยียบสำนักมังกรฟ้าให้จมแทบเท้าของเขา



หลิน หลานเขาอยู่ในสถานะอะไรและตำแหน่งอะไร? และสิ่งที่เจ้ากำลังทำ? ในด้านหน้าของผู้อาวุโสที่คุมกฎในสำนักมังกรฟ้าเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องกฎที่มีอยู่ก่อนหน้านี้อีกแล้ว เพราะชูเฟิงในตอนนี้ไม่ได้ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว



ในขณะนี้มันไม่ได้เป็นแค่การที่ชูเฟิงได้ฆ่า กง ลู่หยุนเท่านั้น เขายังได้เขายังได้ปฏิเสธคำเตือนของหลินหลานและตบใบหน้าของเขาต่อหน้าฝูงชนนับล้าน ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่จะสร้างความเดือนร้อนมาให้แก่สำนักของพวกเขา



        "เจ้า! ... เจ้า!! ... "



หลิน หลานจับหัวของ กง ลู่หยุนขึ้นมาและมองไปในดวงตาของเขาที่ยังไม่ได้ปิดเขากำลังมองไปที่หัวของลูกชายตัวเองที่ไร้ร่างและวิญญาณ ร่างกายของเขาได้สั่นอย่างรุนแรงและเลือดในร่างกายของเขาได้ซูบฉีดอย่างดุเดือดแล่นพล่านไปทั่วร่างกายของเขา



“อ่า ~~~~~~~~~~~~” ทันใดนั้น หลิน หลานก็ได้คำรามออกมาด้วยความโกรธขึ้นไปบนท้องฟ้ามันทำให้อากาศและพื้นดินโดยรอบเกิดการสั่นไหว หลังจากนั้นเขาได้ชี้ไปที่ฝูงชนและชี้ไปที่ชูเฟิงเขาได้ตะโกนเสียงแห่งความโกรธออกไปด้วยความเย็นชา “สังหารพวกมันให้หมดทุกคนที่อยู่ที่นี่และมันจะไม่มีใครที่ได้มีชีวิตรอดกลับไป!!”



          “ครับท่าน! ในขณะเดียวกันที่เขาพูดจบคนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนก็ได้ตอบสนองในทันทีราวกับสายฟ้า ภายใต้การนำของ หลิน หลานพวกเขามีความตั้งใจที่จะฆ่าอย่างเหลือล้นเจตนาฆ่าของพวกเขานั้นได้ทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์



          “นี่พวกเขาคิดจะทำมันจริงๆ? พวกเขาจะฆ่าทุกคนที่นี่…หมายความว่าพวกเราทุกคนจะต้องถูกฆ่าตายที่นี่ยังงั้นรึ?



ในทันทีที่ทุกคนอยู่ในที่เกิดเหตุพวกเขาได้ตื่นตระหนกกันอย่างยกใหญ่ ไม่เพียงแต่คนจากสำนักมังกรฟ้า แม้แต่การแสดงออกของผู้คนที่มาจากสำนักอื่นๆก็ตื่นตระหนกกันอย่างมากเช่นกัน



พวกเขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลิน หลานนั้นโกรธจนตาของเขาได้กลายเป็นสีแดงราวกับสัตว์กระหายเลือดเขาได้กลายเป็นคนที่ไร้เหตุผลไปแล้วในที่สุด และกองทังคฤหาสน์องค์ชายกิเลนก็ยังคงที่จะทำตามคำสั่งของเขานี่ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะการเป็นสถานที่แห่งการสังหารหมู่อย่างแท้จริง



กองทัพ คฤหาสน์กิเลนนี่ชั่งแข็งแกร่งจริงๆ ถึงแม้ว่าแค่เพียงอาศัยพลังวิญญาณระดับ 8 ของ หลิน หลานพวกเขาก็สามารถที่จะฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ทั้งหมดแต่เขากลับใช้กองทัพ คฤหาสน์กิเลนบุกฆ่าคนเหล่านี้แทน ซึ่งคนที่อยู่ในกองทัพ กิเลนนั้นก็มีอยู่ถึงหลายหมื่นหลายพันคนไม่มากไม่น้อย ซึงคนที่อ่อนแอที่สุดนั้นมีพลังวิญญาณอยู่ถึงระดับ 5 แดนกำเนิดวิญญาณและส่วนใหญ่พวกหลายคนจะอยู่ในแดนแก่นแท้วิญญาณ การรวมตัวของพวกเขานั้นอาจกล่าวได้ว่าสามารถทำลายสำนักมังกรฟ้าและฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้เลยที่เดียว



          “จบสิ้นแล้ว พวกเรากำลังจะตาย ชูเฟิงมันทำให้ หลิน หลานโกรธและเราได้ถูกรากไปเกี่ยวข้องด้วยก็เพราะมันเพราะมัน!!” (B3 : ใช่เพราะมัน!!!)



ในทันที่ใบหน้าของทุกคนได้กลายเป็นหมองคล้ำเหมือนกับสีขี้เถ้า พวกเขาหมดเลี้ยวแรงทุกอย่างและทรุดตัวลงแมะกับพื้นดิน ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ กองทัพ คฤหาสน์กิเลนที่สวมใส่เกราะทองนั่งอยู่บนหลังม้า พวกเขาทำได้เพียงแต่รอคอยความตายเท่านั้น แม้หลายคนที่ได้หมดสติไปเพราะความแข็งแกร่งของกองทัพ คฤหาสน์กิเลน พวกเขารู้สึกว่าพวกเขานั้นกำลังใกล้ที่จะตายและจะต้องตายอย่างแน่นอน



          “ในฐานะที่เป็นถึงผู้ปกครองของอาณาจักรมังกรฟ้า พวกคุณดูแลชีวิตพวกเขาเหมือนกับผักปลา ไอ้พวก คฤหาสน์กิเลนพวกเจ้ามันชั่งเป็นขยะจริง!!



เพียงแค่ในเวลานั้นเสียงที่ค่อนข้างมีอายุและเก่าแก่ก็ได้ดังออกมาอย่างกะทันหัน มันดังมาจากสถานที่นั่งพักของผู้เข้าชมการต่อสู้พวกเขาคือ เหล่าผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีเทาทั้ง 20คน พวกเขาได้รีบที่จะทะยานตัวเองออกมาจากที่นั่งพักของผู้เข้าชมอย่างรวดเร็วและมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าของกองทัพขนาดใหญ่ของ คฤหาสน์กิเลน ผู้ซึ่งเป็นกองทัพที่มีมากกว่าหลายหมื่นคน


################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : และแล้ว ไอ้กงมันก็ตายซักทีหลังจากที่อารัมภบทมานาน แต่ผมรู้สึกขำคนที่มันพูดว่า **สิ่งใดกันที่ทำให้ชูเฟิงมีศัตรูขนาดใหญ่ได้เพียงแค่อายุเท่านี้** 5555 ไม่น่าถามก็เพราะว่านิสัยตัวมันเองทั้งนั้นที่ชวนก่อศัตรูกับเขาไปทั่วทั้งอาณาจักร นี่ขนาดยังไม่ได้ออกไป 9 อาณาจักรนะเนี่ยยังมีศัตรูเยอะขนาดนี้และถ้าออกไปศัตรูจะเยอะขนาดไหนนี่ลองคิดกันเอาเองได้เลย 5555 แม้งถึงกับนับกันไม่ได้เลย ไอ้ตัวซวยไปไหนก็มีแต่โจทย์



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) ฮ่ามาถึงช่วงนี้จะมีสาระขึ้นมาหน่อยคือเราจะมาคุยกันเรื่องไอ้กง ว่าทำใมพี่เฟิงเราถึงปล่อยมันไว้นานจริงๆแล้วผมก็ไม่รู้ถึง 100 เปอร์หรอกนะแต่ถ้าวิเคราะห์ดูแล้วอย่างระเอียดในแต่ละๆบทนั้นมันก็จะออกมาเป็นประมาณนี้

ประเด็นแรก ชูเฟิงต้องการประกาศสักด่าของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ความเลื่อมล้ำของมันใงว่ามันเทพแค่ไหนพูดง่ายๆก็เหมือนกับการเพิ่มเครดิตให้กลับสำนักมังกรฟ้าอ่ะว่าสำนักนี้ไม่ได้หมูๆอีกต่อไปเพราะมีคนเก่งๆอย่างมันปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว และยังเรียกได้ว่าเป็นการข่มขวัญสำนักอื่นๆอีกด้วย ถ้าอ่านๆมาอย่างระเอียดเราจะรู้กัน



ประเด็นที่สอง คือมันกวนตีน!! ชอบทำเป็นเล่นลิ้นและเป็นคนซาดิสที่เหี้ยที่สุดในวัยเดียวกันแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ไม่โหดเหี้ยมเท่าแม้งคือแม้งซาดิสมาก เจอชายนี่จับถลกหนัง เจอหญิงนี่จับข่มขืน ไม่พอใจใครก็สั่งใครคุกเข่า ถ้าคนที่อ่านมาไกลๆแล้วนี่รู้กันเลยแม้งเหี้ยมมาก



ประเด็นที่สาม นี่ผมไม่แน่ใจนะว่ามันพยายามดึงเวลาให้ไอ้ หลิน หลานมารึป่าวเพราะปกติแล้วชูเฟิงมันเป็นคนที่ฉลาดและเจ้าเหล่เพราะงั้นการที่เรื่องยืดเยื้อมาถึงหลายตอนขนาดนี้อันนี้ มโนล้วนๆนะ 55555 แต่พล็อตทุกพล็อตผมกล้ารับประกันได้เลยว่ามันมีที่มาที่ไปแน่นอนครับ ณ จุดๆในอีกไม่กี่ตอนมันก็จะมีการเฉยอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วย มันจะเป็นการเฉลยความจริงที่ทำให้ผู้อ่านเล้าใจแน่นอนจริงๆคือแบบ พออ่านตอนนี้ปุ๊ปผมกล้าพนันเลย 98 เปอเซ็นว่าผู้อ่านต้องบอกว่าชูเฟิงแม้งฉลาดจริงแล้วมีไหวพริบ จำเหตุการณ์ตอนนี้เอาไว้ให้ดีดีนะครับ เพราะในตอนเฉลยออกมามันจะมีเหตุการณ์บางอย่างในบทนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน 5555 เราจะรับรู้ความเลื่อมล้ำของชูเฟิงไปด้วยกันครับ



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) เข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันในตอนนี้ก็จะรู้ๆกันอยู่แล้วว่า เหล่านิกายโลกวิญญาณได้ออกมาช่วยแล้ว 55555 แต่จะสู้ได้รึป่าวนี่ก็อีกเรื่องหนึ่งนะ ต้องคอยติดตาม อีกไม่กี่ตอนก็รู้ผลล่ะ



ปล.ที่ 4.(ทิ้งท้าย) ก็ในตอนนี้ไม่มีไรมากนอกจากคำว่าสงสาร หลิน หลานมากลองหันกลับไปมองความรู้สึกของคนเป็นพ่อดิแม้งใจสลายจริง



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : 5555 B2 นายเห็นไหมชูเฟิงแม้งฟันหัวไอ้กงต่อหน้าไอ้เทียนและไอ้หลิน ด้วยแหละ ในตอนนี้ไอ้หลินคงจะจี๊ดน่าดู

B2 : ถถถถ ใช่เลย B1 มันดูเจ๋งมากจริงชูเฟิงนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เรื่องใจนี่ต้องยอมเขาเลย เป็นตัวละครที่ได้ใจมากๆเลย

ล่ะ B1 เข้าได้ถึงพวกเราสาย S อย่างท่องแท้ 555555

B1 : รอไรล่ะ B2 ชาบูซิ!!

B1,B2 : ชาบู!! ชาบู!! ชาบู!! สาย S จงเจริญ!!!

B3 : (*-_-*)>>ไอ้พวกปัญญาอ่อนไม่มีสมองคิดได้แค่ ไอ้เฟิงเก่ง ไอ้เฟิงเฟี้ยว ดูดิดูดิมันตัวหัวไอ้กง!! ดูดิดูดิมันโยนหัวไอกง

ไปให้ไอ้หลิน!! แม้งโครตใจเลย!! พวกมึงก็คิดได้แค่นี้ มึงลองอ่านดีดีนะใช้หัวคิดตามด้วยไม่ใช่ใช้นิ้วตีนคิด มึงลอง

อ่านดูหลังจากที่ไอ้หลินมันโกรธแล้วสั่งฆ่าคนในสนาม มันมีตัวอักษรตัวไหนไหมที่มันเขียนว่าไอ้เฟิงมันไปช่วยคน!!

แม้งก็ไม่มีตรงไหนเขียนเอาไว้ ลองคิดดูว่ามีคนตายไปแล้วกี่คนเพราะมัน แม้งทำไรไม่เคยคิด ชอบใงทำเด็นทำดังอย่าง

โชว์พราวก็เงี้ยควาย!! นี่มันโชว์โง่ชัดๆทำอะไรเคยปรึกษาพี่หลี่เจ้าสำนักไหมดูด้วยว่าพลังวิญญาณแก่มีแค่เท่าไหร่และฃ

จะเอาปัญญาที่ไหนไปปกป้องสำนักกันแบบนี้ มีศิษย์หัวควยก่อแต่เรื่องสร้างแต่ศัตรูแบบนี้กูไร้ออกไปตั้งแต่แม้งพึ่งเข้า

มาและ มีแต่ปัญหาคนที่เป็นแบ็คแม้งทุกคนก็เดือดร้อนกันหมด ดูดิ ทั้งหลี่ทั้งจูเกอกู ดูได้ที่ไหนเจอสถานนะการแบบนี้

เขาไปก็หงอยเป็นหมาเหมือนกันอะ ศัตรูแต่ล่ะตัวที่ชักนำเข้ามานี่ไม่ใช่ตัวกากๆด้วยนะ ระดับ BIG BIG ทั้งนั้น แล้วยิ่งที่

รับไม่ได้นี่แบบ ตัดหัวลูกแล้วโยนไปให้พ่ออ่ะคือแบบ….กูนี่สงสารตัวร้ายเลย....R.I.P น้องกงของพี่ และของแสดงความ

เสียใจกับพี่หลินด้วย

B2 : เอิ่ม…….ปล่อยมันไปเถอะเนอะ B1

B1 : เห้อฉันก็ว่างั้นแหละ B2

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..