วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 257 - เม็ดยาต้องห้าม

 


       ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทากว่ายีสิบคน กำลังกระจายพลังวิญญาณระดับ 8 ขั้นแก่นวิญญาณออกมา เพื่อกดดัน หลิน หลาน แม้ว่าพวกเขาหนึ่งคนจะไม่สามารถต่อกรกับ หลิน หลาน ได้ แต่เมื่อพวกเขาร่วมมือกันก็ย่อมเป็นไปได้



     “คนเหล่านี้มาจากนิกายโลกวิญญาณอย่างนั้นรึ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ขั้นแก่นวิญญาณ หากว่าพวกเขาอยู่ภายใต้อาณาจักรมังกรฟ้า พวกเขาจะต้องอยู่ในจุดสูงสุดและมีชื่อเสียงอย่างมาก และเป็นขุมกำลังที่น่ากลัวไม่น้อยเลย”



     “พวกเขากล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญเช่นพวกเขายังมีอีกมากในอาณาจักรจิตวิญญาณ ข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของนิกายโลกวิญญาณ แต่แน่นอนว่าเมื่อพวกเขาอยู่ภายใต้อาณาจักรมังกรฟ้านั้น พวกเขาย่อมมีฐานะที่สูงส่ง นี่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง ประชาชนของอาณาจักรมังกรฟ้า และอาณาจักรจิตวิญญาณ”



     การบ่มเพาะพลังของเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก หลิน หลาน จ้องมองพวกเขาอย่างไม่วางตา ในขณะนั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 



     “ไปซะ ข้าเห็นว่าเจ้ามาจากคฤหาสน์กิเลน วันนี้พวกข้าจะไว้ชีวิตเจ้าก่อน”



     “แต่จงจำไว้ว่า อย่าคิดที่จะทำร้าย ชูเฟิง เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งของนิกายโลกวิญญาณ หากเจ้าแตะต้องเขาแม้เพียงปลายนิ้ว นิกายโลกวิญญาณจะไม่ละเว้นเจ้า” หนึ่งในผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา กล่าวขณะที่ชี้ไปทาง หลิน หลาน



     “หึหึ ….ฮะ….ฮะ……..ฮ่าๆๆๆๆๆๆ….!!” ในขณะนั้น หลิน หลาน ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง



     เสียงหัวเราะนั้นดังมาก มันเป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความชอบใจ และในขณะนั้น ใบหน้าของหลิน หลาน ก็เปลี่ยนไปจนน่ากลัว



     ทันใดนั้น เมื่อเขาหยุดหัวเราะ เขาจ้องมองไปยังเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ด้วยแววตาดุร้าย พร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างไม่มีการไว้หน้าว่า “วันนี้ ข้าจะต้องฆ่า ชูเฟิง ให้ได้ ผู้ใดเข้ามาขวางทางข้า มันผู้นั้นจะต้องตาย !!”



     หลังจากที่เขากล่าวจบ ถุงจักรวาลที่ข้างเอวของเขาก็ก็เปิดขึ้น และมีบางอย่างพุ่งทะยานออกมาราวกับเปลวไฟ มันคือยาที่มีสีม่วงเหลือบดำ ปรากฏอยู่ในมือของ หลิน หลาน จากนั้นเขาก็กินมันลงไป



     หลังจากที่ยานั้น เข้าสู่ร่างกายของ หลิน หลาน พลันแววตาและริมฝีปากของเขา ก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และรอบๆ ตัวของเขาก็มีพลังออร่าสีดำกระจายตัวอยู่รอบกายของเขา ในตอนนั้น เพียงแค่กระพริบตาเท่านั้น พลังวิญญาณของเขาที่อยู่ในระดับ 9 ขั้นแก่นวิญญาณกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว



     “หือ….นั่นเขาใช้ยาต้องห้าม !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา จากนิกายโลกวิญญาณ พลันเปลี่ยนเป็นตรึงเครียดขึ้นมาทันที



     “มันเป็นยาต้องห้าม !! ข้าเคยได้ยินมาว่า ผลของยานั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก มันทำให้พลังวิญญาณเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อผลของยาต้องห้ามหมดไป มันจะทำให้ผู้ที่ใช้นั้นสูญเสียพลังวิญญาณทั้งหมดไป”



     “ข้าเคยได้ยินมาอีกว่า ผลของยาต้องห้ามนั้นจะขึ้นอยู่กับสีของยา และยาสีดำนั้นมีผลที่แข็งแกร่งที่สุด ในตอนนี้ หลิน หลาน มีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 9 ขั้นแก่นวิญญาณ และมันยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นแดนสวรรค์วิญญาณใช่มั้ย !?”



     “ไม่น่าจะใช่ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นยาต้องห้าม แต่ผลของมันน่าจะเพียงเพิ่มระดับพลังวิญญาณเพียง 1 ระดับ จากระดับ 8 เป็นระดับ 9 ขั้นแก่นวิญญาณ แต่ถ้าหากว่าผลของยาต้องห้ามมีมากกว่านั้น เมื่อผลของยาหมดฤทธิ์ลง เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน !!”



     “มันหยุด…..มันหยุดแล้ว !! ยังไงก็ตาม ตอนนี้พลังของเขาอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณอยู่ แต่ไม่ใช่ในระดับทั่วไป แต่เขาอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณ และห่างจากขั้นแดนสวรรค์วิญญาณเพียงไม่กี่กเาวเท่านั้น !!”



     “หลิน หลาน คงเป็นบ้าไปแล้ว แม้ว่าเขาจะต้องการฆ่า ชูเฟิง มากเท่าไร แต่ก็ไม่ควรเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยง โดยการใช้สิ่งต้องห้าม อย่างเช่น ยาต้องห้ามอย่างนี้ แม้ผลกระทบของยาต้องห้ามอาจไม่ถึงแก่ความตาย แต่เขาจะต้องได้รับผลข้างเคียงที่สาหัสอย่างมาก”



     พวกเขาต่างจ้องมองไปที่ หลิน หลาน ซึ่งในขณะนี้รอบๆ ตัวของเขาเต็มไปด้วย กลุ่มควันสีดำแผ่กระจายออกมา ด้วยใบหน้าที่หวาดกลัวของพวกเขา แม้เหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทาทั้งยี่สิบคน จะมีพลังวิญญาณในระดับ 8 ขั้นแก่นวิญญาณ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังของ หลิน หลานได้



     “วันนี้ !! ข้าจะนำหัวของ ชูเฟิง กลับไป หากมีผู้ใดที่เข้ามาขัดขวาง ข้าจะเริ่มต้นด้วยการทำลายมันผู้นั้นก่อน”



     หลิน หลาน ตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว ขณะที่เขากำลังเดินเข้าหา ชูเฟิง ทุกๆ ก้าวของเขาทิ้งรอยแตกร้าวไว้ทุกๆ ก้าวของการเดิน และทั่วบริเวณก็เกิดรอยแตกที่เกิดจากแรงกดดันรอบตัวเขา



     “ถ้าเจ้าต้องการที่จะฆ่า ชูเฟิง เจ้าต้องผ่านพวกเราให้ได้ก่อน !!”



ในขณะนั้น เหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทั้งยี่สิบคน ก็ได้พุ่งทะยานตัวออกมา และขวางหน้าของ หลิน หลาน เอาไว้



     ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทั้งยี่สิบคน เร่งพลังวิญญาณของพวกเขาขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณขนาดใหญ่และมั่นคง เพื่อปิดกั้น หลิน หลาน ไว้ภายใน



     “หืมมม….นี่พวกเจ้ายังกล้าใช้วิธีกักขังข้าอีกอย่างนั้นรึ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตาย !!”



     หลิน หลาน สูดหายใจเข้าอย่างแรง พร้อมทั้งสะบัดแขนของเขาออก จากนั้นพลังออร่าสีดำก็ก่อตัวราวกับพายุเฮอร์ริเคน และพัดเข้าใส่รูปแบบพลังอำนาจพลังวิญญาณที่ก่อตัวขึ้น จนรูปแบบพลังวิญญาณทั้งหมดแตกกระจายลง



     หลังจากที่รูปแบบพลังวิญญาณถูกทำลายลง พลังออร่าสีดำก็พุ่งเข้าใส่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทั้งยี่สิบคน ในขณะนั้นเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณต่างทุ่มพลังวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ เพื่อป้องกันออร่าพลังสีดำนั่น



     หนึ่งชั้น สองชั้น สิบชั้น หนึ่งร้อยชั้น รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว มันก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ด้านหน้าของพวกเขา



     อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าของออร่าพลังสีดำ รูปแบบพลังอำนาจพลังวิญญาณนั้นก็ดูราวกับไร้ประโยชน์ แม้รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณจะเป็นทักษะที่ดีที่สุดในการป้องกัน แต่มันก็เปรียบได้ดั่งกับเต้าหู้ เมื่อต้องปะทะกับออร่าพลังสีดำ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณทั้งหมดถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย



     “อ้ากกกกกก !!”



     เหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา กระเด็นไปไกลกว่าร้อยเมตรก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นด้วยการโจมตีของออร่าพลังสีดำ หลังจากที่พวกเขาตกถึงพื้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาดูอ่อนแรงลงอย่างมาก และเมื่อออร่าพลังสีดำกระจายตัวออกจากพวกเขา จึงเผยให้เห็นว่าพวกเขาหลายคนได้รับบาดเจ็บ



     “ผู้อาวุโส  !!” ในขณะนั้นเหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีขาว ที่อยู่รอบๆ เวทีประลอง ได้พากันพุ่งทะยานไปทางผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา



     “อ้ากกกกกก !!” ในขณะเดียวกัน หลิน หลาน สะบัดแขนของเขาออก พลันผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีขาว ก็กระเด็นขึ้นไปในอากาศราวกับหุ่นไล่กา และตกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง



     ในทันทีที่ เหล่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ที่มาจากนิกายโลกวิญญาณ ก็กองอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่อ่อนแอเต็มที่



     “ชูเฟิง หนีไป !!” ในขณะนั้นมีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้น นั่นคือเสียงของ จูเก่อ หลิวหยุน



     “ตายซะ !!” ทันใดนั้น หลิน หลาน จ้องมองไปที่ จูเก่อ หลิวหยุน ด้วยสายตาที่เย็นชา พร้อมทั้งปล่อยพลังฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณขั้นแก่นสวรรค์ มันมากพอที่จะฉีกร่างของ จูเก่อ หลิวหยุน ออกเป็นชิ้นๆ



     *****หวือออออออ*****



     ในขณะนั้น หลี่ ซางฉิง เข้ามายืนที่ด้านหน้าของ จูเก่อ หลิวหยุน เขาดึงพลังขั้นแก่นวิญญาณทั่งหมดในร่างกายของเขาออกมา เพื่อป้องกันการโจมตีของ หลิน หลาน



     *****ตูมมมมม*****



     อย่างไรก็ตาม มันเป็นการกระทำที่ดูราวกับไร้ประโยชน์ เมื่อพลังทั้งสองเข้าปะทะกัน ทั้ง หลี่ ซางฉิง และ จูเก่อ หลิวหยุน ต่างกระเด็นกลับไป และเมื่อพวกเขาตกถึงพื้น ก็กระอักเลือดออกมากองใหญ่ มันแสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้รับบาดเจ็บภายใน



     ในตอนนั้น ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถสะกัดกั้นการโจมตีเพียงครั้งเดียวของ หลิน หลาน ที่ใช้ยาต้องห้ามได้ เดิมทีพลังของเขาก็อยู่ในระดับ 9 ขั้นแก่นวิญญาณอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้พลังวิญญาณของเขากลับเกือบเทียบเคียงพลังขั้นแดนสวรรค์วิญญาณ ด้วยความบ้าเลือดของเขา จึงไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้ ถ้าไม่กำจัดเขาอย่างรวดเร็ว


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ผู้แปลโดยคุณ #Abhisit

มีหน้าไปด่าคนอื่นว่าใช้วิธีขี้ขลาด มึงอ่ะตัวดีเลย . . . . หลิน หลาน

มืงโกรธที่ลูกตาย ขนาดไม่สนใจผลกระทบของยาเลยสินะ . . . . .

ถึงจะฆ่าชูเฟิงได้ ยังไงเขาก็ต้องกลายเป็นคนพิการ ไร้พลังวิญญาณสูญสิ้น

อย่างน้อยก็แค่ระดับพลังวิญญาณ ลดลงมา แต่ดูจากผลกระทบแล้วยังไงก็ได้ไม่คุ้มเสีย

เพราะเนื่องจากไม่มีอะไรมายืนยันว่าใช้ยาต้องห้ามแล้วจะสามารถฆ่า ชูเฟิง ได้

หาก ชูเฟิง คิดจะหนีจริงๆ เขามีหรือจะไล่ตามทัน

เรื่องราวจะเป็นยังไง ก็ต้องรอติดตาม . . . . . . .