วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 258 - ตัดไข่ของเจ้าซะ



ปัจจุบัน หลิน หลานนั้นได้มีเราบรรยากาศเป็นควันสีดำได้วนอยู่รอบๆตัวของเขามันเป็นบรรยากาศของความกระหายเลือดที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และออร่าที่เปล่งออกมาจากตัวเขานั้นมันชั่งแข็งแกร่งและยังให้ความรู้สึกได้ถึงอากาศที่เย็นยะเยือก



ทุกคนเริ่มที่จะมีความหวาดกลัวต่อ หลิน หลานเพราะในขณะนี้แม้แต่เหล่ายี่สิบผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเท่าที่อยู่ในระดับ 8 ของแดนแก่นแท้วิญญาณก็ยังไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีของเขาได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนสงสัยอย่างแท้จริงว่าเขาได้ก้าวเข้าสู้แดนสวรรค์วิญญาณแล้วหรือไม่



นอกจากนี้กองทัพของ คฤหาสน์กิเลนนับหมื่นที่ถูกพันธนาการเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ ด้วยสถานการณ์ที่มันลงเอยเช่นนี้มันจึงทำให้ผู้คนที่อยู่ที่นี่นั้นรู้สึกสิ้นหวัง



       “หลิน หลาน คนที่ฆ่า กง ลู่หยุนก็คือข้า หากเจ้าต้องการระบายความโกรธแค้นใดๆ ก็โปรดมาลงที่ข้า!!”



ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากได้เกลือกกลิ้งอยู่ที่พื้นดิ้นพวกเขาได้ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว มองไปที่คนแปลกหน้าที่อยู่รอบๆตัวเขา และก็มองไปที่ชูเฟิงที่ยืนอยู่บนเวทีการต่อสู้และกำลังเดินหน้าไปหา หลิน หลาน



       "ชูเฟิง...ฮ่า..ฮ่า!"



ในขณะที่มองไปยังเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่บนเวทีการต่อสู้มันทำให้พวกเขาถึงกับต้องตกใจ แม้ว่าต้นเหตุความโกรธแค้นของ หลิน หลานจะเป็นชูเฟิง แต่ในทันที่ว่าเพื่อความปลอดภัยของฝูงชนชูเฟิงนั้นกับเต็มใจที่จะเสียสละตนเอง มันจึงทำให้หัวใจของผู้คนในที่นี้นั้นล้วนถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง



ในโลกของการบ่มเพาะพลังวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยคนที่เห็นแก่ตัวและมีน้อยมากที่จะมีคนที่เต็มใจที่จะเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่สามารถที่จะทำได้ แต่กับสำหรับคนแปลกหน้าชายหนุ่มเช่นชูเฟิงกับเลือกที่จะเสียสละตนเอง มันจึงอาจกล่าวได้ว่าความหวาดกลัวที่อยู่ในใจของผู้คนในตอนนี้นั้นมันล้วนแทรกด้วยความกตัญญูที่มาจากเบื่องลึกในจิตใจของพวกเขา



       “ไม่ต้องห่วง แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้เดินมาหาข้าเองข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปข้าจะกลืนกินเจ้าทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ข้าจะค่อยๆทรมานข้าจะให้เจ้าได้รับความเจ็บปวดที่จะไม่มีวันลืมจนกว่าจะสาสมแก่ใจของข้าก่อนที่ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ตาย”



        “ทหารและนายพลทั้งหลายของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนจงฟังคำสั่งของข้า! วันนี้ข้าต้องการให้สำนักมังกรฟ้านั้นล้างด้วยเลือด! ทหารและนายพลทุกนายจงฆ่าพวกมันทุกคน อย่าได้มีความเมตรตา!!”



หลิน หลานในตอนนี้นั้นเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างเหลือล้นเขาไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยใครในที่นี้ให้มีชีวิตรอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ ทันทีที่พูดจบกองทัพ คฤหาสน์กิเลน นับหมื่นก็ได้กระจายกำลังกันเข้าไปทุกทีและเริ่มที่จะสังหารผู้ที่สังเกตการณ์ทั้งหมด



        "อ่า ~~~~ วิ่ง !!"



ในทันทีได้มีทุกประเภทของเสียงกรีดร้องนั้นได้ดังขึ้นและทุกคนไม่มีสถานที่ปลอดภัยใดให้หลบหนี มันมีเพียงแค่ทางที่เข้ามาเท่านั้นที่จะหนีออกไปได้แต่มันก็กลับถูกปิดกลั้นเส้นทางเอาไว้โดยกองทัพจาก คฤหาสน์องค์ชายกิเลน มันจึงทำให้พวกเขานั้นเป็นเหมือนกับเต่าที่อยู่ในขวดที่ไม่มีเส้นทางใดให้หลบหนี



         “ไม่..ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังไม่อยากตาย ข้ามาที่นี่เพื่อดูการต่อสู้ก็แค่นั้น ข้าไม่ได้ต้องการมาเป็นที่ระบายความโกรธแค้นของ หลิน หลานที่นี่”



หลังจากที่ได้เห็นกลุ่มคนที่กำลังตื่นตระหนก, คนที่มืดมนอยู่แล้วก็ยิ่งกลับมืดมนมากขึ้นไปอีก หมื่นความหวังของพวกเขาได้กลายเป็นฝุ่นและกระจายห่างหายไปในอากาศ หลังจากที่พวกเขาได้เห็นสถานการณ์ในปัจจุบัน มันทำให้พวกเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน



ในตอนนี้ชูเฟิงไม่ได้ให้ความสนใจกลับผู้คนที่วิ่งไปมาและตะโกนโหวกเหวกโวยวายเป็นครั้งคราว คนที่เขาให้ความสนใจและมองไปยังที่แรกนั้นคือ จูเกอ หลิวหยุน และ หลี่ จางฉิง แล้วเขาก็ยังมองไปที่เหล่าผู้คนจากนิกายโลกวิญญาณ แล้วก็มองไปยังพื้นที่ที่นั่งของผู้พักเข้าชมการต่อสู้ เขาก็ได้เห็นสองรูปร่างที่คุ้นเคยหลังจากที่ได้เห็น มันทำให้หัวใจของเขาต้องกระตุกถึงสองครั้ง



เพราะทั้งสองนั้นก็คือผู้หญิงผู้ซึ่งเป็นคนรักของเขา ซูรู่ และ ซูเหม่ย แม้ว่าพวกเขาจะถูกอารักขาอย่างรัดกุมโดยคนจากเมืองวิหคเพลิง แต่ชูเฟิงรู้ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพนับหมื่นของ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนพวกเขาก็ยังคงตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี



หลังจากที่เขาได้รับประสบการณ์จากการขุดรากถอนโคนมันทำให้เขาเจ็บปวดที่ได้สูญเสียคนในตระกูลของเขา ชูเฟิงจึงได้ปฏิญาณกับตนเองเอาไว้ว่าเขาจะไม่ให้ใครที่เป็นคนใกล้ชิดของเขาจะต้องได้รับอันตรายเพราะตัวเขา และในขณะนี้มันมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องพวกเขานั้นก็คือการเสียสละตัวเอง



ทันใดนั้นเขาก็ได้ยกมือขึ้นและปรากฏดาบสั่นสีทองอยู่ในมือของเขา ขณะที่เขาได้เดินเข้าไปหา หลิน หลานและเขาก็ได้ตะโกนเสียงดังออกไป



         “หลิน หลานท่านมีเหตุผลอันใดที่จะต้องทำเช่นนี้ ความโกรธแค้นที่ท่านได้ระบายออกมานั้นมันจะไม่มีวันจางหายที่ทำอยู่ในตอนนี้ท่านก็ทำได้แค่ทรมานตนเองเท่านั้นจริงไหม? เพียงแค่ในตอนนี้ท่านพูดมันออกมาเท่านั้นท่านไม่จำเป็นที่จะต้องทรมานข้าขอเพียงแค่ท่านพูดมา ข้าชูเฟิงจะทรมานตัวเองต่อหน้าของท่าน!!”



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชูเฟิง แม้แต่ หลิน หลานยังถึงกับตะลึงเขาขมวดคิ้วเบาๆ และจ้องสายตาของเขาไปที่ชูเฟิง จากนั้นก็ได้มีอากาศเย็นผ่านวูบไปพร้อมกับรอยยิ้มแปลกที่ยกขึ้นในมุมปากของเขา เขายกมือของเขาขึ้นและพูดว่า “หยุด!!”



หลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้น กองทัพ คฤหาสน์กิเลนที่กำลังพุ่งตัวเข้าใส่พื้นที่นั่งพักของผู้ที่เข้าชมก็ได้หยุดอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้พวกเขายังไม่ได้เริ่มการสังหารเหล่าผู้บริสุทธิ์เพราะว่าเขาจำเป็นต้องเชื่อฟังและรอคำสั่งของ หลิน หลาน



        “ชูเฟิงเจ้านี่ชั่งมีความกล้าหาญจริงๆ แต่ข้าไม่ทราบว่าเจ้าจะสามารถทำในสิ่งที่เจ้าพูดได้หรือไม่.” หลิน หลาน ได้ปรากฏความชั่วร้ายขึ้นในดวงตาของเขาและจ้องไปที่ชูเฟิงอย่างหน้าขนลุก



        “ตราบใดที่ท่านพูดมันออกมาข้าจะทำมัน” ชูเฟิงจับดาบสั้นสีทองในมือของเขาแน่นและไม่ปรากฏร่องรอยใดๆของความกลัวลงใบหน้าของเขา



        “ดี! ตรงไปตรงมา! งั้นเพื่อเห็นแก่ความจริงใจของเจ้าครั้งแรกจง**ตัดไข่ของเจ้าซะ!!**” หลิน หลานตะโกนออกไปอย่างเสียงดัง



         “ชูเฟิงเจ้าห้ามทำเด็ดขาด! นี่เจ้าเป็นคนโง่เง่าหรือยังไง? แม้ว่ามันจะใช้ยาต้องห้ามมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสชนะ ให้ข้ายืมร่างกายของเจ้าและจัดการเขาซะ แม้ว่าข้าอาจไม่สามารถที่จะเอาชนะมันได้แต่มันก็ยังสามารถที่จะช่วยให้เจ้าหลบหนีอย่างปลอดภัยได้ เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องยอมแพ้แบบนี้!” ในทันที ต้าน ต้านที่อยู่ในร่างกายของชูเฟิงก็ได้คร่ำครวญทุกอย่างที่เธอจะสามารถช่วยกระตุ้นชูเฟิงได้



         “ชูเฟิงอย่าทำนะ! ทำแบบนี้ไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับเจ้า! หลิน หลานเขาเป็นสุนัขจิ้งจอกแก่เจ้าเล่ห์ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็จะไม่ปล่อยพวกเราไปแม้ว่าเจ้าจะทรมานตัวเองก็ตาม!



ในขณะเดียวกัน ซูรู่ และ ซูเหมย ที่อยู่ในบริเวณที่นักของผู้เข้าชมก็ได้ตะโกนออกมาในเวลาเดียวกัน แต่ในทันทีหลังจากที่เขาได้ตระโกนออกมาพวกเขาก็ได้ถูกปิดปากโดย ซูเฮิน เขาไม่ต้องการที่จะโกรธแค้นหรือขัดใจ หลิน หลานภายใต้สถานการณ์เช่นนี้



         “ชูเฟิงเจ้าอย่าทำอะไรโง่ๆ! เจ้ายังคงมีอนาคตที่ดีกว่านี้รออยู่!” หลี่ จางฉิง ร้องตะโกน



          “ชูเฟิงนี่เจ้าคิดว่าทำแบบนี้มันดีแล้วยังงั้นรึ! เร็วจงหลบหนีไปซะในตอนนี้! นี่เป็นคำสั่งจากอาจารของเจ้า! นี่เจ้าไม่คิดที่จะฟังคำของอาจารย์ของเจ้าใช่ไหม?!” จูเกอ หลิวหยุน ตะโกนด้วยความโกรธ



         “หลิน หลาน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้นิกายโลกวิญญาณของข้าจะเยียบ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนของเจ้าให้เละเป็นผุยผง!” แม้แต่ผู้อาวุโสจากนิกายโลกวิญญาณก็ยังพูดขู่



        “อย่าได้คิดว่าข้าจะกลัว เจ้าคิดว่าข้า หลิน หลานเติบโตมาด้วยความหวาดกลัวรึยังไง? พวกเจ้าคิดว่ามีเพียงแค่นิกายโลกวิญญาณของพวกเจ้าที่เป็นที่แข็งแกร่งในทวีป 9อาณาจักรหรือไม่ พวกเจ้ามีความสามารถพอที่จะแข็งแกร่งกว่าราชวงศ์เจียงได้หรือไม่? คฤหาสน์องค์ชายกิเลนของข้าไก้รับการหนุนหลังโดยราชวงศ์เจียง แล้วแบบนี้พวกเจ้ายังต้องการที่จะเยียบ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนของข้าอีกหรือไม่?”



อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน หลิน หลานเขาได้บ้าไปแล้ว เขาไม่กลัวภัยคุกคามจากนิกายโลกวิญญาณและเขายังได้ชี้นิ้วไปที่ ซูรู่ และ ซูเหมย พร้อมพูดกับชูเฟิงว่า



        “ชูเฟิงเร็วรีบตัดไข่ของเจ้าซะหรือจะให้ข้าดึงแม่สาวน้อยทั้งสองคนนั้นมาที่นี่และปล่อยให้กองทัพ คฤหาสน์กิเลน ของข้านับหมื่นนับพันธ์ปู้ยี้ปู้ยำเธอต่อหน้าของเจ้าดี!!”



        “มึง…” ในทันทีชูเฟิงได้ขบฟันของเขาด้วยความโกรธ เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลิน หลานจะยังสังเกตเห็นคนที่ใกล้ชิดและแสนที่จะสำคัญต่อเขาได้ จากที่ หลิน หลานได้เห็น ซูรู่และ ซูเหม่นที่แสดงความกังวลต่อชูเฟิงเขาจึงคิดได้ว่าความพันธ์ของพวกเขานั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน



อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เขาจึงค่อยๆยกดาบสั้นสีทองในมือของเขาและพร้อมจะแทงลง...............................................



################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : ฉึบจะแทงไหมนะ แทง ไม่แทง แทง ไม่แทง 55555 ต้องติดตากันในตอนหน้านะว่าพี่เฟิงเราจะกลายเป็นไอ้หนุ่มไข้ด้วนกันรึป่าว 5555 สถานการณ์เช่นนี้ซูรู่คงจะไม่ชอบแน่เลย 555 >>> ไข่ที่โปรดปรานของ รู่!!



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) : ในตอนนี้เราก็จะมาขยายความกัน 3 ความซึ่ง + มโนกันไปบ้างเล็กน้อย

ทฤษฏีแรก : คืออันเนี้ยมันไม่ใช่ความผิดของคนนิกายโลกวิญญาณนะที่แพ้คือถ้าจะให้พูดเนี่ยมันน่าจะเป็นความผิดของชูเฟิงมากกว่า เพราะตั้งแต่ที่ชูเฟิงไปที่นิกายโลกวิญญาณและพาคนมาเนี่ย จริงๆมันสามารถพาคนระดับแดนสวรรค์วิญญาณมาได้เลยนะ คือแบบถ้าจะพามาเยียบอาณาจักรมังกรฟ้านี่ก็สามารถพามาได้นะแต่มันเลือกแค่ระดับ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณไง มันก็น่าจะมีเหตุผลอยู่สองอย่า อย่างแรกคือถ้ามันพาระดับสวรรค์วิญญาณไปเนี้ยมันจะอาจทำให้เกิดความโกลาหลแบบยุ่งเหยิงล่ะมั้งมันเลยไม่พามา และอย่างที่สองคือมันคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอปราบปรามหลินหลานได้ล่ะมั้ง เห็นว่ามีตั้ง 20 คนที่อยู่ในระดับ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณ และพอมาเจอเรื่องที่เกินคาดอย่างหลินหลานแดกยาแบบนี้มันก็เลยกลายเป็นสถานการณ์เช่นนี้ในปัจจุบัน (อันนี้คือทฤษฏีมโน 555)



ทฤษฏีที่สอง : จากการสำรวจและการวิจัยของเรานั้นเราสามารถระบุได้ว่าใครก็ตามที่มาหาเรื่องพี่เฟิงเรานั้นมันจะต้องตาย แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่มาสบประมาทเมียของเขาจะต้องตายอย่างอนาถยิ่งกว่า 5555 (อันนี้คือทฤษฏีจริงที่มีความเป็นไปได้ถึง 100 เปอร์ที่เราศึกษามาจริง)



ทฤษฏีที่สาม : ก็อย่างที่ทฤษฏีที่สองกล่าวมา นั้นคือ หลิน หลานนั้นมีชตากรรมที่ต้องตายอย่างอนาถแน่นอน 5555 นี่กูสปอยหรือป่าวว่ะ ไม่หรอกมั้งหลายๆคนคงรู้ว่ามันต้องตายแต่มันจะตายในรูปแบบแบบไหนกัน สภาพจะเป็นยังไงและการล้างแค้นของชูเฟิงที่จะลบล้างตระกูลกงจะจบลงเช่นไรในตอนที่ 261-263 นั้นทุกท่านจะได้พบคำตอบที่ทุกท่านรอคอยอย่างแน่นอน



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) : ก็ในตอนนี้ไม่มีไรมากแค่อยากรู้ว่าตอนหน้า ซูรู่ และ ซูเหมย จะโดนลงแขกไหม 55555 แล้วพี่ชูเฟิงของเราจะรู้สึกเช่นไรและยังเป็นยังไงก็ต้องติดตามกันในตอนหน้านะ หุหุ



ปล.ที่ 4.(ทิ้งท้าย) : แก้ไขความข้องใจของผู้อ่านท่านหนึ่งในคอมเม้น ที่ว่าทำไมเหล่านิกายโลกวิญญาณระดับ 8 ถึง 20 คนถึงสู้ หลิน หลานที่กินยาแล้วอยู่ในระดับ 9 คนเดียวไม่ได้ ในส่วนของตรงนี้เนื้อเรื่องนิยายมันน่าจะบอกมาแล้วว่าความต่างของระดับพลังนั้น แม้จะต่างกันแค่ระดับเดียวมันก็เหมือนกับการห่างกันของพื้นดินและท้องฟ้า คือต่อให้ระดับ 8 มีกี่คนก็สู้ระดับ 9 ไม่ได้ ซึ่งจะให้เปลี่ยบเปยก็ระดับพลังเนี่ย ก็เหมือนกับว่าผู้ที่อยู่ในระดับที่ 9 เนี่ยจะมีพลังมากกว่าผู้ที่อยุ่ในระดับที่ 8 ถึงสองเท่า โดยท่าคิดนะน่าจะเป็นประมาณนี้เพราะฉะนั้นคนปกติแล้วเนี่ยระดับ 8 จะสู้ระดับ 9 ไม่ได้เลยต่อให้มีพวกเยอะแค่ไหนก็ตาม นอกซะจากว่าจะมีพวกที่ว่าหลุดจากสามัญสำนึกจริงๆอ่ะถึงจะสู้ได้แบบ ชูเฟิงเงี้ยที่อยู่ระดับ 7 แดนกำเนิดแต่สู้ ระดับ 4 แดนแก่นแท้ได้ ซึ่งคนที่จะทำได้แบบชูเฟิงเนี่ยจะมีเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นซึ่งจะโพล่ออกมาในเล่มสองนี้เอง แต่ถึงแม้จะสู้แบบข้ามขั้นได้แต่มันก็ทำไม่ได้เท่าชูเฟิงนะ ชูเฟิงเราโหดกว่าเพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จะเป็นใครนั้นก็ต้องติดตามกันในเล่มสองนะจร๊ รับรองสนุกแน่ แม่มมันกว่าฉากบู้ในเล่มหนึ่งอีก ยิ่งตอนค้างนะไม่ต้องพูดถึงแม่มมีเยอะจนนับตอนที่ไม่ค้างได้เลย



ปล.ที่ 5. (กันผู้อ่านดัก) : เอ้าก็เขาบอกกันมาว่าผู้เชื่อมต่อนั้นแตกต่างจากคนธรรมดาไม่ใช่หรอ ใช้ครับมันแตกต่างจากคนธรรมดาตรงที่มันมีอำนาจเชื่อมต่อโลกวิญญาณ แต่อำนาจเชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้นมันไม่เกี่ยวกับอำนาจพลังวิญญาณครับ เพราะต่อให้อำนาจเชื่อมต่อคุณมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ชุด ขาว เทา ฟ้า ม่วง ทอง ก็ตามแต่ถ้า พลังวิญญาณน้อยมันก็แพ้ชาวบ้านเขาอยู่ดีครับ ที่ว่ามันแตกต่างจากคนธรรมดาก็ตรงที่ ผู้เชื่อมต่อนั้นจะโดดเด่นในเรื่องของการรักษาการบาทเจ็บ และการสร้างการป้องกัน หรือ สร้างตราประทับปิดผนึกครับ มันไม่เกี่ยวการเพิ่มพลังอำนาจวิญญาณเพราะงั้นในเรื่องของความแข็งแกร่งนั้นมันก็เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปนั้นแหละแต่ที่แตกต่างคือมันสามารถรักษาอาการบาทเจ็บต่างๆและอย่างอื่นอีกมากมายครับ เพราะงั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปในช่วงแรกๆมันไม่ค่อยมีบทบาทไรมากครับแต่พอช่วงหลังๆตั้งแต่ 500 ขึ้นไปจนถึง 1500 เนี่ยจะเริ่มรู้แล้วว่ามันแตกต่างจากคนธรรมดายังไง แล้วตั้งแต่ 1500-2000 นี่ก็จะบรรลุเลยอย่างที่ผมบอกไปแรกๆ เพราะงั้นบอกได้เลยว่าในตอนนี้นั้นแตกต่างจากคนธรรมดาจริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสู้ข้ามขั้นได้แบบชูเฟิงครับ



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B3 : เอาเลยพี่หลินจับ ซูรู่ กับ ซูเหมยข่มขืนไปเลย ให้ชูเฟิงมันได้รับกรรมที่มันได้เคยก่อเอาไว้เข้าไปเยอะๆ 5555 จัดเลยๆ

B2 : นี่ B1 ถ้า ซูรู่และซูเหมยโดนข่มขืนต่อหน้าพี่เฟิงเรา มันจะเป็นไปได้ไหมว่าชูเฟิงอาจระเบิดพลังสายฟ้าที่อยู่ในตัว

ออกมาด้วยความโกรธแล้วฆ่า หลิน หลานและกองทัพ คฤหาสน์กิเลนของมันจนเฮี้ยนไม่เหลือซากอ่ะคิดว่าเป็นไปได้

ไหม

B1 : ฉันก็คิดแบบนายเลย B2 ฉันเองก็อยากเห็นพลังสายฟ้า 9 สีของพี่เฟิงเราเหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบไหน

B1,B2 : งั้นก็...จัดเลย จัดเลย

B1,B2,B3 : จัดเลย..จัดเลย..ข่มขืน..ให้มัน..รู้ไป!! จัดเลย..จัดเลย..ข่มขืน..ให้มัน..รู้ไป!!

#################################################################################################

…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..