วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 259 - เจ้าทำเต็มที่ได้แค่นี้หรอ



      " ชูเฟิง ไอโง่!!! เพื่อจะช่วยสองคนนั้น เจ้าไม่ห่วงชีวิตตัวเองบ้างหรอ หากเจ้าตายเราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน " เห็นว่า ชูเฟิง คิดจะทำอะไรโง่ๆ ต้านต้านจึงตะโกนออกมา



      " ต้านต้าน อย่ามาโกหกข้าเลย ข้าเคยถามข้อมูลเรื่องนี้มาแล้ว ว่าหลังจากที่ผู้เชื่อมต่อฯตาย สัญญาก็ถูกยกเลิก แต่อสูรวิญญาณจะไม่หายไปไหน พวกเขาจะกลับไปยังโลกแห่งจิตวิญญาณ " ชูเฟิงยิ้ม และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด



       " ไร้สาระ!!! ที่พวกเขาบอกก็แค่ผายลม เราถูกขังอยู่ในร่างกายเจ้า หากเราสามารถกลับไปยังโลกวิญญาณได้จริงๆ ทำไมเราถึงต้องมาอยู่กับเจ้า " ต้านต้านรู้สึกโกรธ



       " ต้านต้าน อย่าได้พูดอีกเลย ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าจะโทษข้าก็ได้ แน่นอนว่าข้ามันเป็นคนไร้ค่า " ชูเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่น จากนั้นก็ยกกริชสีทองในมือง้างไปที่ ระหว่างขา



         " ไม่ ~~~~~~~ "



ในเวลานั้น ทุกคนที่เป็นห่วงชูเฟิงได้แต่อ้าปากตะโกนออกมาราวกับว่าใจจะขาด ปอดจะแยกเป็นชิ้นๆ แม้แต่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ชูเฟิง ยังต้องหลับตาลง เพราะทนดูต่อไปไม่ไหว เนื่องจากการกระทำของ ชูเฟิง ถือได้ว่าเป็นการเสียสละเพื่อทุกๆคนที่นี่



* ปังงงงงงงงงงงง *



อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นก็มีปลอกแขนสีทองยื่นมือชราๆเข้ามมาจับข้อมือของ ชูเฟิง ไว้แน่นเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว และในเวลาเดียวกัน ก็มีเสียงชายชราหัวเราะดังออกมา



        " โฮ  . . . . . . . เจ้าช่างใจร้ายใจดำยิ่งนัก ที่จะทำร้ายอัญมณีล้ำค่าของตัวเอง หากทำเช่นนั้นแล้วจะเอาไรไว้ใช้กับสตรี และเจ้าจะมีบุตรได้ยังไง ? "



หลังจากได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของ ชูเฟิง ก็เปลี่ยนไปทันที เพราะเมื่อพบกับเจ้าของเสียงคนนั้น เขาได้แต่ปลิ้มปิฏิในใจ



ชายชราสวมเกราะสีทอง กำลังยืนยิ้ม และใบหน้าของเขาก็แสนจะคุ้นเคย เพราะเขาคือบุคคลลึกลับที่ชูเฟิงพบในหุบเขาร้อยเลี้ยว



         " นั้น....ใคร ??? "



ในเวลานั้น ทุกคนที่กำลังดูฉากบนเวทีก็ได้แต่ตกใจ ชายชราปรากฏขึ้นเร็วมาก จนไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขาโผล่มาตอนไหน เมื่อไหร่ จู่ๆเขาก็โผล่ยังกับวิญญาณ



เหตุผลที่พวกเขาตกใจไม่ใช่แค่นั้น แต่เป็นพลังวิญญาณที่สูงเสียดฟ้า จนสุดจะหยั่งถึง อีกทั้งเขาสวมเกราะคฤหาสน์องค์ชายกิเลน แต่เข้ามาช่วย ชูเฟิง 



        " ฉะ . . . . . .  ฉะ . . . . . . . .ฉี เฟิงหยาง!!!!! " และแล้วก็มีบางคนตะโกนออกมาเพราะเขารู้จักชายคนนั้น และคนที่ตะโกนออกมาไม่ใช่ใคร นอกซะจากคนที่อยากจะฆ่าชูเฟิงมากที่สุด หลิน หลาน



        " อะไรนะ เขาคือ ฉี เฟิงหยาง ประมุขของตระกูล ฉี ในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ? "



หลังจากได้ยินชื่อ ฉี เฟิงหยาง เกือบจะทุกคนได้แต่ต้องสูดลมหายใจเข้าแรงๆ เพราะ ฉี เฟิงหยาง เป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ ของอาณาจักรมังกรฟ้า



ในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน มี 2 ตระกูล มีตระกูลฉีและตระกูลหลิน ที่เป็นผู้ปกครองคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ดังนั้น ตำแหน่งในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ฉี เฟิงหยาง นับว่ามีตำแหน่งที่สูงที่สุด



นอกจากตำแหน่งประมุขเขายังมีความแข็งแกร่งขนาดที่ว่าได้เป็นผู้นำของตระกูล ฉี ซึ่งพอๆกับผู้นำตระกูล หลิน แล้วหลิน หลานที่เป็นแค่ผู้จัดการในตระกูลหลิน จะมีตำแหน่ง สูงส่งไปกว่าเขาได้ยังไง




สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ ฉี เฟิงหยาง เข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้ระดับ 9 เมื่อหลายปีก่อน เขาเป็นคนที่ยืนอยู่จุดสูงสุดในอาณาจักรแก่นแท้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ฐานะตำแหน่ง หรือ ความแข็งแกร่ง เขาล้วนแล้วแต่เหนือกว่า หลิน หลาน แล้วทำไมบุคคลเช่นนั้น ถึงได้มาปรากฏในสถานที่แบบนี้



        " ถ้าบอกว่า หลิน หลาน ปรากฏตัวมาช่วยหลานบุญธรรมอย่าง กง ลู่หยุน ก็พอเข้าใจ แต่ ฉี เฟิงหยาง นี้สิปรากฏขึ้นด้วยเหตุอันใด แล้วทำไมเขาถึงได้ช่วย ชูเฟิง หรือว่า เขามาเพื่อช่วย ชูเฟิง ? "



ตอนนั้น ผู้คนต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆอยู่ในหัว แต่ก็มีอยู่อย่างเดียวที่พวกเขาจะนึกได้ ส่วนด้าน ฉั เฟิงหยาง ไม่สนและยังคงยินยิ้ม พร้อมกับกวาดตามองไปที่ หลิน หลาน และกล่าว " หลิน หลาน เจ้ามันสมองที่ใหญ่จริงๆนะ ที่กล้าฝ่าฝืนกฏของคฤหาสน์และเข่นฆ๋าผู้บริสุทธิ์ !!! "



         " ฉี เฟิงหยาง ชูเฟิง มันฆ่าหลานบุญธรรมข้า ข้าฝ่าฝืนกฏข้อไหนหากต้องการจะแก้แค้นเขา " เห็นได้อย่างชัดเจน ว่า หลิน หลาน หวาดกลัว ฉี เฟิงหยาง ซึ่งคำพูดของเขาในตอนนั้น ไม่หนักแน่นเช่ยเดิม



         " โห หลานบุญธรรมก็เป็นแค่คนนอกสายเลือด มันคุ้มแล้วหรอที่เจ้าจะถึงต้องนำกองทัพกิเลนออกมาเคลื่อนไหว ไม่เพียงแค่นั้นเจ้ายังคิดจะทำการสังหารหมู่ผู้คน แล้วที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะ ชูเฟิง เป็นสหายคนสนิทของข้า !!! " ฉี เฟิงหยาง ที่ืยืนอยู่ด้านข้างๆชูเฟิง ขณะนั้นเขายื่นมือออกไปตบที่หัวไหล่ของ ชูเฟิง เบาๆ



         " อะไรนะ ข้าหูฟาดไปหรือเปล่า ที่ประมุข ฉี เฟิงหยาง เป็นสหายคนสนิทของ ชูเฟิง นี่มันยังไงกันแน่ . . . . "



หลังจากที่ ฉี เฟิงหยาง พูดออกมาเช่นนั้น ผู้คนก็ถึงระเบิดความตกใจออกมา แม้แต่ หลี่ จางฉิง  จูเก่อ หลิวหยุน และคนอื่นๆ ต่างพากันตกใจจนขากรรไกรค้าง บางคนก็ล้มลงกับพื้น



เด็กหนุ่มอย่าง ชูเฟิง นะหรอเป็นสหายซี้กับ ฉี เฟิงหยาง ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่ดังระเบิดสุดๆ!!!



แต่ยังไงก็ตาม ไม่มีใครมีการแสดงออกที่แปลกประหลาดไปมากกว่า ซู เฮิน อีกแล้ว ฉี เฟิงหยาง คือบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ซูเฮินก็ยังแทบไม่มีโอกาสที่จะพูดกับเขาเลยด้วยซ้ำ ขนาดอยู่มานานหลายปี ตลอดเวลาเขาต้องการทีจะเชื่อมความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้นเลย



แต่วันนี้บุคคลเช่นนั้น กับบอกว่าเป็น สหายซี้กับ ชูเฟิง แต่เขาดันไปบอกให้ลูกสาวทั้ง 2 ให้ออกห่างจาก ชูเฟิง ตอนนั้นเขาได้แต่โมโหจนตบตัวเอง 2 ครั้ง เนื่องจาก เจ้าเมือง อย่างเขามีตาหามีแววไม่



         " ฉี เฟิงหยาง วันนี้ข้าต้องฆ่า ชูเฟิง ให้ได้ อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำร้ายเจ้า เพียงเพราะว่าเจ้าคือประมุขตระกูล ฉี "



เห็น ฉี เฟิงหยาง ตั้งใจปกป้อง ชูเฟิง หลิน หลาน ไม่พูดไรมาก เขาปล่อยออร่าไม่มีที่สิ้นสุดออกมาอีกครั้ง ในตอนนั้นก๊าซสีดำก็ลอยขึ้นสู้อากาศ



         " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดดีแล้วหรอหลังจากกินยาต้องห้าม คงไม่คิดว่าตัวเองจะเอาชนะข้าได้หรอกนะ ? "



          " มา มา มา มา!!! เห็นแก่ที่เจ้ายอมลงทุนทำถึงขนาดนี้ และข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหนหลังจากกินยาต้องห้าม " ฉี เฟิงหยาง ได้แต่เล่นสนุกกับความโกรธของเขา หลังจากที่กวักมือเรียก หลิน หลานก็รีบวิ่งเข้าใส่ทันที



         " ฉี เฟิงหยาง เจ้าบังคับข้า!!! "



ทันใดนั้น หลิน หลาน คำรามออกมาด้วยความโกรธ เวลาที่เขาพุ่งใส่ก็มีแสงสีดำ แว๊บผ่าน ในพริบตาเขาก็มาถึงหน้า ฉี เฟิงหยาง จากน้นเขาก็ใช้หมัดที่ถูกปกคลุมด้วยก๊าซสีดำ ซึ่งพลังอำนาจพลังทำรายของมันเพื่มขึ้นเรื่อยๆมุ่งไปที่ใบหน้าของ ฉี เฟิงหยาง



       " เจ้าโง่ คิดจะรับงั้นหรอ !!! "



ในตอนนั้น ฉี เฟิงหยาง ไม่ได้หลบหรือหลีกเลี่ยงพลังหมัดนั้น แต่เขาก็ยื่นมือออกมาเหมือนกับกรงเล็บ คว้าไปที่กำปั้นหลิน หลาน ที่กำลังซัดเข้ามา เวลานั้นคลื่นปะทะกระจายออก และกรงเล็บของเขาก็สะบัด มือของ หลิน หลาน จนลอยขึ้นไปในอากาศ



* ปึ้งงงงงงงงงงง * . . .



หลิน หลาน เหมือนกับกระสอบทราย ทีถูกหมุน 10 ครั้งก่อนจะถูกโยน โดย ฉี เฟิงหยาง เวลานั้นเขากำลังล่วงลงมาจากอากษส และตอนที่เขากระแทกลงพื้น ความรุนแรงของมันทำให้หินกระจายออกไปทุกทิศทาง ส่วนบนพื้นนั้นก็เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่



แต่นั้นยังไม่ใช่ จุดสิ้นสุด ฉี เฟิงหยาง ยกขาขวาไปเตะ หลิน หลาน ที่นอนฝังอยู่ในหลุม ขึ้นมาพร้อมกับสบถคำเย้ยหยัน



        " ให้ตายเถอะ!!! เจ้ากล้ามากนะ หลังจากกินยาแล้วทำตัวสามหาวกับข้า แล้วเจ้าทำเต็มที่ได้แค่นี้เองหรอ เห็นทีว่าข้าต้องทำให้เจ้าได้รู้สักหน่อยว่าใครเป็นใคร . . . ."



ปุก ปัก ปุก ปัก ปุก ปัก ***



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////