วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 262 - ทรมานหลิน หลาน



       “เจ้า...เจ้า...เจ้าเป็นใคร? ทำใมถึงได้กล้าโจมตีคนของ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนเช่นนี้?!”



พอเห็นเช่นนั้นมันถึงกับทำให้เหล่าองครักษ์คนอื่นๆต้องหวั่นผวา เพราะองครักษ์ที่พึ่งถูกฆ่าไปนั้นเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญในแดนแก่นแท้วิญญาณ และการที่เขาถูกตัดศีรษะได้โดยง่ายนั้นมันหมายความว่าชายที่นั่งอยู่กลางถนนนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน



ในทันทีชายที่นั่งอยู่กลางถนนนั้นก็ได้ลุกขึ้นยืนและเอาหมวกทรงกรวยบนศีรษะของเขาออกและเปิดเผยให้เห็นใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลาและรอยยิ้มที่สวยงามราวกับอิสตรี(ประมาณยิ้มหวาน)และกล่าวกับเหล่าองครักษ์อย่างแน่วแน่ว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อฆ่าคนของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน”



        “เจ้า...เจ้า...เจ้าคือชูเฟิง ?!”



หลังจากจากที่ได้เห็นใบหน้านั้น เหล่าองครักษ์ก็ถึงกับหน้าซีดขาวอย่างกะทันหัน เพราะใบหน้าที่พวกเขาได้เห็นนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชูเฟิง



แต่อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงจำได้อย่างชัดเจนว่า ชูเฟิงนั้นมีพลังวิญญาณอยู่เพียงแค่ระดับ 7 แดนกำเนิดวิญญาณ แต่ชายหนุ่มที่อ้างตัวเองว่าเป็นชูเฟิงและอยู่เบื่องหน้าของพวกเขานั้น กลับมีกลิ่นอายของระดับ 1 แดนแก่นแท้วิญญาณปล่อยออกมา การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มันต้องเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะเป็นชูเฟิง พวกเขาบางส่วนจึงยังไม่ปักใจที่จะเชื่อว่าคนที่อยู่เบื่องหน้าของเขานั้นเป็นชูเฟิง



        “ชูเฟิง?!” หลังจากที่ หลิน หลานได้ยินคำว่าชูเฟิงเขาก็ได้รีบกระโดดและบินออกมาอย่างรวดเร็ว



ปัจจุบันร่างกายของ หลิน หลานนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อและใบหน้าของเขานั้นออกเป็นสีเขียวเล็กน้อยดวงตาของเขานั้นกลวงลึกและนอกเหนือไปจากนั้นผมของเขายังอยู่ในลักษณะที่ยุ่งเหยิงราวกับว่าเขาได้ไปเจอกับสิ่งที่น่าหวาดกลัวบางอย่างมายังใงยังงั้น และสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือกลิ่นอายพลังวิญญาณของเขานั้นได้อ่อนแอลงไปอย่างมาก พลังวิญญาณของเขานั้นได้ลดลงไปจนเหลือเพียงแค่ระดับที่ 6 ของแดนแก่นแท้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งการที่เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นั่นก็เพราะผลข้างเคียงของเม็ดยาต้องห้ามที่เขาได้ใช้มันไปก่อนหน้านี้



แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาออกมาและได้เห็นชูเฟิงเขาไม่เพียงแค่ตกใจเท่านั้น แต่ยังมีความกระหายเลือดเพิ่มขึ้นในทันทีและนอกจากนี้เขายังชี้ไปที่ชูเฟิงและตะโกนกล่าว “ชูเฟิง ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมารนหาที่ตายที่นี่ ฆ่ามันซะ!!”



         “ฆ่า!!” หลังจากที่ได้ยินคำสั่ง เหล่าองครักษ์ไม่มีใครกล้าที่จะละเลยคำสั่งแม้แต่คนเดียวพวกเขาได้ส่งกลิ่นของแดนแก่นแท้วิญญาณออกไป ความดันที่แข็งแกร่งได้มุ่งหน้าเข้าใส่ชูเฟิงอย่างรวดเร็ว



พร้อมกับทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงยี่สิบกระบวนท่าเหวี่ยงออกมา ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังได้ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของชูเฟิงอีกด้วย มันจึงแสดงให้เห็นว่าการโจมตีของพวกเขานั้นต้องการที่จะฆ่าชูเฟิงภายในทันที



*** ชูว ชูว ชูว *** ในทันทีก็ได้มีประกายแสงปรากฏที่ใต้ฝ่าเท้าของเขาและร่างกายของเขาได้กลายเป็นเส้นแสงและหลบหลีกทักษะการต่อสู้ทั้งหมด ภายในช่วงเวลาเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นเขาก็ได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเหล่าองครักษ์



*** หวืบ หวืบ หวืบ *** และเพียงในเวลานั้นมือของชูเฟิงได้กำแน่นและปรากฏสองดาบขนาดใหญ่ในมือของเขา และมันได้กลายเป็นแสงพล่ามัวสีทองกวัดแกว่งอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดในอากาศ



และหลังจากที่แสงพล่ามัวได้หยุดลงหัวของเหล่าองครักษ์ทั้งยี่สิบคนก็ได้ล่วงลงมาในทันที พวกเขาทั้งหมดได้ถูกฆ่าโดยชูเฟิง



         “กลิ่นอายแบบนี้ทักษะการต่อสู้ที่มีความรวดเร็วเช่นนี้หรือว่า...เจ้า...เจ้าคือนายชุดคลุมสีเทา!!”



ในทันที หลิน หลานไม่สามารถอยู่ในความสงบได้อีกต่อไปเพราะได้ค้นพบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ กลิ่นอายของชูเฟิงและทักษะการต่อสู้ของชูเฟิง ที่ได้แสดงให้เห็นอยู่เบื่องหน้าของเขาในตอนนี้นั้นมันชั่งเหมือนกับของนายชุดคลุมสีเทาที่ได้ไล่ตาม กง ลู่หยุนในหุบเขาร้อยเลี้ยวเหลือเกิน



ในทันทีเขาก็ได้รับรู้ความจริงที่แสนจะน่ากลัว และการที่นายชุดคลุมสีเทาที่ได้ไล่ตาม กง ลู่หยุนและฆ่าคนอื่นๆในหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้น เขาไม่ได้มีการความสัมพันธ์ใดๆกับชูเฟิงเพราะชูเฟิงก็คือนายชุดคลุมสีเทา นั้นก็หมายความว่าเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมาชูเฟิงก็มีความแข็งแกร่งพออยู่แล้วที่จะฆ่า กง ลู่หยุน



        “เหอะดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ตัวแล้วซินะ มันดูเหมือนว่าเจ้าก็ไม่ได้โง่มากนัก”



        “แต่ข้าว่าเจ้าคงยังจำคำพูดของข้าที่พูดกับเจ้าเอาไว้ที่หุบเขาร้อยเลี้ยวได้ซินะ? ว่าถ้าครั้งต่อไปที่เราได้เจอกันข้าจะให้เจ้าได้ชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้า!” ชูเฟิงได้แสดงรอยยิ้มบนใบหน้า แต่สายตาของเขานั้นกับส่งบรรยากาศเย็นออกมาราวกับว่ามันคือความหนาวเย็นที่ออกมาจากน้ำแข็ง



       “เหอะ หากเจ้าต้องการที่จะเอาชีวิตข้าละก็เจ้าจะต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ เจ้าคงจะยังจำได้อยู่นะว่าในวันนั้นคนที่ทำให้เจ้าหนีตายอย่าหัวซุกหัวซุนก็คือข้า และในวันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าและหั่นศพของเจ้าออกเป็นหมื่นๆชิ้น”



หลิน หลานได้คร่ำครวญด้วยความโกรธ เขายื่นมือของเขาเข้าไปในถุงจักรวาล พร้อมกับยิบเม็ดยาต้องห้ามสีดำออกมาและปรากฏอยู่ในฝ่ามือของเขา



หลังจากที่เขาได้รับผลข้างเคียงจากเม็ดยาต้องห้ามมันจึงทำให้เขาไม่ได้มีพลังอำนาจในการต่อสู้เหมือนเก่า ดังนั้นถ้าหากเขาต้องการที่จะเอาชนะชูเฟิงในตอนนี้ มันก็มีแต่เขาจะต้องพึ่งเม็ดยาต้องห้ามอีกครั้งถึงแม้ว่ามันจะส่งผลอันตรายต่อเขาอย่างมากก็ตามแต่ในตอนนี้มันก็เป็นเพียงแค่ทางเลือกเพียงทางเดียวของเขาเท่านั้น



*** หวืบ ***



       "อ้าาาา!!"



แต่มันมีเหตุผลใดกันที่ชูเฟิงจะต้องให้โอกาสเขา? เริ่มมีประกายแสงปรากฏที่ใต้ฝ่าเท้าของชูเฟิงและเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่ หลิน หลานในทันที เขาได้กำดาบใหญ่ที่อยู่ในมือของเขาแน่นและเหวี่ยงออกไปอย่างไร้ความปราณี เพียงในเวลานั้นได้มีแสงจ้าผ่านกวาดไปและปรากฏเสียงดังชึ่บ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นพร้อมกับมือของ หลิน หลานที่ได้กำเม็ดยาต้องห้ามเอาไว้ มันถูกตัดโดยชูเฟิง



หลังจากที่ได้ตัดมือของ หลิน หลานออกไปชูเฟิงก็ได้ไปยิบเม็ดยาต้องห้ามขึ้นมาในมือของเขา และในขณะที่เขามองไปที่เม็ดยาต้องห้ามซึ่งมันเต็มไปด้วยพลังงานที่แปลกประหลาดชูเฟิงจึงได้เม้มริมฝีปากของเขาพร้อมกับกล่าวว่า “ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอันตรายกับผู้ที่ใช้มันไม่น้อยก็ตาม แต่มันก็ยังคงคุ้มค่าอยู่ที่ข้าจะเก็บมันเอาไว้”



ในขณะที่พูดจบชูเฟิงก็ได้เก็บเม็ดยาต้องห้ามไปในทันที หลังจากนั้นเขาก็มองไปยังมือที่ตัดออกมาจาก หลิน หลานและกล่าวว่า “ในฐานะที่ยาเม็ดนี้นั้นเป็นของดี...มันไม่ควรที่จะถูกกินโดยสุนัขที่ไร้ประโยชน์เช่นเจ้า” หลังจากที่พูดชูเฟิงได้ยกเท้าของเขา และเยียบลงไปที่มือของ หลิน หลานจนเละกลายเป็นเศษเนื้อ (มือข้างที่ถูกตัดออกมา)



          "อ้า ~~~~ ข้าจะกินที่เจ้าทั้งเป็น !!"



เมื่อเห็นฝ่ามือของตัวเองถูกเยียบเละจนกลายเป็นเศษเนื้อไปต่อหน้าต่อตาของเขา มันทำให้ หลิน หลานรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างแท้จริง เขาได้ตะโกนอย่างบ้าคลั่งและกระโจนเข้าใส่ชูเฟิงอย่างรวดเร็ว



แต่เนื่องจากผลข้างเคียงของเม็ดยาต้องห้าม, มันจึงทำให้พลังวิญญาณของเขาในตอนนี้ถูกจำกัดอยู่แค่ระดับ 6 แดนแก่นแท้วิญญาณเท่านั้น และด้วยพลังที่หมูหมาหาไก่แบบนี้จะเอาอะไรไปชนะชูเฟิงได้?



           “ไอ้เจ้าบ้าเอ้ย” ชูเฟิงได้เตะตรงไปที่ หลิน หลานจนปลิวและล้มลงไปที่พื้นดินพร้อมกับมองไปที่ หลิน หลานและกล่าวว่า “เจ้าชอบเห็นคนอื่นตัดไข้ตัวเองนักใช่ไหม? ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ได้ วันนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าดูว่าคนที่กำลังจะโดนตัดไข่นั้นมันรู้สึกยังใง!!” หลังจากที่ชูเฟิงพูดจบเขาก็ได้พุ่งตัวเองไปด้วยความเร็วแสงพร้อมกับโพสท่าฟรีคิกไปที่ไข่ของ หลิน หลาน



          “ม่ายยย !!” ในทันที หลิน หลานก็ได้กรีดร้องออกมาด้วยความกลัวอย่างบ้าคลั่ง



แต่มันมีเหตุผลใดที่ชูเฟิงจะต้องฟังคำพูดของเขา? เท้าของชูเฟิงได้ฟรีคิกเขาไปที่เป้าชอง หลิน หลานอย่างเหี้ยมโหด *** ปุก *** มีเสียงบางอย่างได้แตกออกมาพร้อมกับเลือดที่สาดไปกระเซ็นไปทั่วบริเวณเป้ากางเกงของเขา อวัยวะเพศของเขาทั้งหมดได้ถูกเตะจนกลายเป็นเศษเนื้อโดยชูเฟิง



          “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อะไรมันจะเล็กได้ขนาดนั้น? นี่ข้าเทียบที่จะไม่ได้รู้สึกว่าเตะโดนเลยนะเนี่ย” ชูเฟิงเม้มริมฝีปากของเขา พร้อมมองไปที่ หลิน หลานด้วยสีหน้าที่ตายด้าน แต่ในหัวใจของเขานั้นค่อนข้างที่จะรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ



ในทันทีใบหน้าของ หลิน หลานนั้นเป็นเหมือนราวกับขี้เทา ความเจ็บปวดมันทำให้วิญญาณของเขาแถบจะหลุดออกจากร่าง แต่ความเจ็บปวดทางกายของเขาก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับความเจ็บปวดทางใจ เขามีลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียวแต่ก็กับถูกฆ่าตายโดยชูเฟิง มือของเขาก็ยังถูกตัดและถูกขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อโดยชูเฟิง และในตอนนี้แม้แต่ไข่ทั้งสองใบบวกกับช้างน้อยของเขาก็ยังถูกเตะจนกลายเป็นเศษเนื้อโดยชูเฟิง เขาในตอนนี้นั้นไม่สามารถที่จะให้กำเนิดบุตรชายหรือสืบทอดทายาทได้อีกต่อไปอีกแล้ว



         “เขาบอกกันว่าเจ้าเป็นถึงผู้จัดการหัวหน้าตระกูลหลินจาก คฤหาสน์องค์ชายกเลน แต่เจ้ามีของเพียงแค่นี้? มีเพียงแค่โอสถแก่นแท้คุณภาพสูงแค่ไม่กี่โหล ของเพียงแค่นี้มันไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของข้าได้เลยสักนิด” ชูเฟิงหยิบเอาถุงจักรวาลของ หลิน หลานมาตรวจสอบและค้นหาว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้นบ้าง



         “ฆ่าข้าซะ” หลิน หลานในตอนนี้อยู่ในสภาพที่เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว เขาจึงได้กล่าวคำพูดเหล่านั้นออกมา



         “เจ้าพูดว่ายังใงนะ?” ชูเฟิงทำเหมือนกับว่าเขาได้ยินไม่ชัด



         “ฆ่าข้าซะ!!” หลิน หลานคร่ำครวญเสียงดัง



         “โฮ้ เจ้าต้องการที่จะตาย?” ชูเฟิงหัวเราะแล้วก้มลงไปพร้อมกับกระซิบข้างหูของ หลิน หลาน “เจ้าต้องการที่จะตายตามไปอยู่กับลูกชายของเจ้า”



         “เจ้า...เจ้า...เจ้าหมายถึงอะไร?” หลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิง หลิน หลานถึงกับเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เพราะในชีวิตของเขานั้นไม่มีผู้ใดร่วงรู้ว่าเขามีลูกชาย ถึงแม้ว่า กง ลู่หยุนจะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาแต่มันไม่ควรที่จะมีผู้ใดที่รู้เรื่องนี้ว่า กง ลู่หยุนคือบุตรชายของเขา แต่มันกลับเห็นได้ชัดว่าคำพูดที่ชูเฟิงพูดออกมานั้นมันเหมือนกับว่าเขาได้รู้บางสิ่งบางอย่าง



         “หึข้าก็ไม่ได้หมายถึงอะไร หากแต่เจ้าต้องการเช่นนั้นข้าก็จะให้เจ้าได้สมหวังดั่งความปรารถนาของเจ้า แต่ก่อนที่มันจะเป็นเช่นนั้นข้าคงต้องทรมานเจ้าให้สาแก่ใจซะก่อน” ชูเฟิงพูดพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความชั่ว!!ร้ายและปรากฏมีดสั่นในมือของเขา และเขาได้เริ่มบรรเลงความซาดิสของเขาลงไปในตัวของ หลิน หลานเริ่มจากการจวงมีดสั่นเขาไปในตาข้างหนึ่งของ หลิน หลาน



"อ้า ~~~~~~~" หลังจากนั้นบนถนนสายเล็กๆ ก็ได้ปรากฏเสียงร้องทุกประเภทดังออกมาและไม่นานนักมันก็ค่อยๆเบาลงและเงียบหายไปอย่างสมบูรณ์



################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : ให้ความรู้สึกแบบเหมือนกูกำลังดูหนังสยองขวัญอ่ะ ไม่มีคำบรรยายนอกจากสงสารไอ้หลินจริงๆในบทนี้



ปล.ที่ 2. (ว่ากันด้วยเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในบท) : ในตอนนี้ก็จะมี คีย์เวิร์ดหนึ่งที่เห็นกันอย่างชัดๆเลยว่า บักเฟิงของเรานั้นได้ไปร่วงรู้ความลับของไอ้หลินเราตอนไหนว่ะ แม่มไวชิบหายซิ่งในตอน 263 นี่จะเฉลยทุกอย่าง 5555 ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังใงล่ะก็คลิกบทถัดไปอ่านกันได้เลยคับ



ปล.ที่ 3. (ทิ้งท้าย ปล.2) : อ่อตรงนี้ในเรื่องของ เม็ดยาต้องห้ามนะครับ คือเม็ดยาพวกเนี้ยมันมีที่มาจากผู้เชื่อมต่อฯเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเชี่ยวนะฮ่ะ นี่จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่กล่าวได้ว่าเหนือกว่าเหล่าคนธรรมดา ย้ำว่าส่วนหนึ่งนะ แล้วก็คนที่จะสร้างยาพวกนี้ได้เนี่ยมันก็ต้องอยู่ในขั้นสูงด้วยถึงจะสร้างได้ และก็ยังมีอะไรอื่นๆอีกมากมายที่เหล่าผู้เชื่อมต่อฯนั้นทำได้ซึ่งผมจะค่อยๆทยอยบอกไปเลื่อยๆทุกคนจะได้รู้กันไวขึ้นว่าผู้เชื่อมต่อนั้นแตกต่างจากคนธรรมดายังใง



ปล.ที่ 4.(ทิ้งท้าย) : ในบทที่ 264 นี้จะนับได้ว่าจบกับภาคต่อสู้กับไอ้กงของเราแล้วน่ะฮะ ก็ในตอนท้ายของบทที่ 264 ผมจะเขียนสคริปในภาคต่อไปกันเอาไว้ให้ยั่วน้ำลายกันเล่นๆนะ 555



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : เห้อ จริงๆก็สงสารไอ้หลินเหมือนกันนะ B2 แต่ก็เงี้ยแย้มกับพี่เฟิงเราก็จบไม่สวยแบบนี้ทุกราย นายคิดเหมือนฉันไหม

B2

B2 : ช่ายยย ฉันก็คิดเหมือนนาย B1 แถม หลิน หลานก็กากเองด้วยการที่ตายแบบนี้ก็เหมาะแล้ว

B3 : เหอะ ไอ้พวกไม่มองความยุติธรรม ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนมึงมองกันไม่เห็นหรือไงว่าไอ้เฟิงแม้งทำร้ายคนไม่มีทางสู้

คือแบบคนบาทเจ็บอ่ะ คนไม่มีเรียวมีแรงนี่เก่งจัง พอตอนเขาท็อปฟอร์มหน่อยๆนี่หงอเลย “ขอเพียงแค่ท่านพูดมาแล้ว

ข้าน้อยจะยินดีทรมานตัวเอง” โด่วไอ้สร้างภาพรอให้ไม่มี จูเกอ ผู้เฒ่าหลี่ ซูรู่ ซูเหม่ย และนิกายโลกวิญญาณดิ แม้งก็คง

เดินชมจันหนีและปล่อยให้คนนับล้านตายไปแล้ว อะโธ่ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?? ดูทำตัวกูว่าแม้งเป็นพวกเดียวกัน

กับไอ้หกคนที่รุมทำร้ายคนพิการชัวกูมั่นใจ

B1 : นายก็พูดเกินไปนะ B3 ถ้านายอ้างตัวว่าเป็นพวกชอบความยุติธรรมจริง ทำใมตอนไอ้หลินมันประกาศจะฆ่าคนนับล้าน

นายถึงได้ไม่ด่ามันแต่กลับสรรเสริญมันในตอนนี้??

B3 : เอิ่ม……..

B2 : ใช่ๆนายก็ทำตัวเหมือนกับ.....ที่ออกมาปกป้องไอ้พวกหกโจ๋อ่ะแหละ B3



B3 : เอ้อ กูยอมก่ะด๊ายกูตัวโกงมีไรป่าว!!