วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 265 - ผู้ก่อตั้ง สำนัก



ภูเขาโอสถวิญญาณเป็นสถานที่ต้องห้าม มีแค่ศิษย์ฝ่ายในเท่านั้นที่ได้รับอนุญาติให้เข้าไป เมื่อถึงงานเทศกาลล่าโอสถวิญญาณที่จัดขึ้นในทุกๆปี แต่ของปีนี้ได้จบลงไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ดังนั้น ภูเขาโอสถวิญญาณจึงไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปได้อีก  



แต่ยังไงก็ตาม กฏของสำนักก็ย่อมไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้า ชูเฟิง คงไม่มีใครกล้าสงสัยเขาภายในสำนักมังกรฟ้า เพราะพวกเขาทั้งหมดได้เป็นพยานความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง ตอนที่ตัดคอ กง ลู่หยุน ที่เป็นถึงศิษย์อันดับ 1 



นอกเหนือจากสถานะพิเศษของ ชูเฟิง ใครบ้างจะกล้าขัดขวางเขา ตราบใดที่ ชูเฟิง เอ่ยปาก แค่บอกว่าเขาต้องการจะเข้าไปในภูเขาโอสถวิญญาณเพื่อเดินเล่น แม้แต่ อาวุโสที่ยืนเฝ้าคงจะต้องรีบเปิดทางให้ทันที



แต่ ชูเฟิง ไม่ต้องการดึงดูดความสนใจ ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะรบกวนอาวุโสที่ดูแล เขาใช้ ทักษะ ท่องนภา ทะยานขึ้นฟ้า และแอบเข้าไปในภูเขาโอสถวิญญาณแทน



* พรึบ พรึบ พรึบ *



ตอนนั้น ประกายแสงประหลาดส่องออกมาจากหน้าอกของ ชูเฟิง เป็นรูปแบบที่ซับซ้อน จากนั้นมันก็ค่อยๆก่อตัวเป็นแผนที่ปรากฏต่อดวงตาของชูเฟิง มันค่อยๆเคลื่อนที่ไปรอบๆซึ่งดูวิเศษมาก เขาเดินไปตามที่แผนที่ เพื่อค้นหาที่ตั้งของ สุสานพันกระดูก 



        " จุดที่บอก นี่มัน  . .  ทางเข้าสุสานจักรพรรดิที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ โดยฝีมือใครบางคน เพื่อเพิ่มมาตราการป้องกันให้แน่นหนาหรือรักษาความลับ แต่เจ้าโชคดีที่เจอสุสานพันกระดูก อีกทั้งยังได้แผนที่กับชายชราคนนั้น หากไม่มีแผนที่นี่ มันไปไม่ได้ที่เจ้าจะพบทางเข้า ด้วยความสามารถในปัจจุบัน "



เป็น ชูเฟิง ที่ค้นหา แม้แต่ต้านต้านที่อยู่ในโลกวิญญาณเอง ก็ยังรู้สึกได้ถึงความลึกลับของทางเข้า อาจกล่าวได้ว่า สุสานพันกระดูกเป็นทางเข้าสุสานจักรพรรดิ แต่ทางเข้านี้ช่างแตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับทางเข้าใน ป่าต้องห้ามช่วงเมืองวิหค เพลิง  



มันก็เหมือนกับทางเข้าในหุบเขาพยัคฆ์ขาวซะมากกว่า ที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยใครบางคนและที่พวกเขาทำมันก็ค่อนข้างที่จะซับซ้อน ทางเข้านี้มักจะเปลี่ยนไปรอบๆและมันยังถูกซ่อนไว้ใต้ดินลึก หาก ชูเฟิง ไม่มีแผนที่และอำนาจพลังวิญญาณ เขาคงหมดหนทางที่จะพบทางเข้า



แต่นับว่าโชคดีที่เขาได้รับแผนที่มา และนอกจากนั้นเขายังเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทา ที่เข้าใจโครงสร้างของอำนาจพลังวิญญาณเป็นอย่างดี หากเทียบกับเขาในเมื่อก่อน ดังนั้น เข้าจึงแทรกพลังบางอย่างเข้าไป จนในที่สุดเขาก็พบทางเข้าสุสานจักรพรรดิ



ทางเข้ามันพิเศษอย่างมาก มันไม่ได้เป็นอุโมงค์ที่เห็นได้ชัดเจน หลังจากค้นหาทางเข้า ชูเฟิง เองก็ต้องใช้อำนาจพลังวิญญาณ ในการประคองสภาพแผนที่ ที่ต้องใช้เป็นสื่อกลางเพื่อเชื่อมเขามายังด้านล่าง พร้อมกับระบุหาตำแหน่ง ในการสร้าง อุโมงค์ขึ้นมา



เมื่อ ชูเฟิง วางอำนาจพลังวิญญาณในการสร้างอุโมงค์เสร็จสิ้น เขาก็ก้าวเข้าไปในอุโมงค์ ทันทีหลังเขาหายไป มันก็ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้เลย



หลังจาก ชูเฟิง ผ่านขั้นตอนการสร้างอุโมงค์แล้วเข้ามาแล้ว เขาก็ต้องตกตะลึง กับฉากด้านหน้าของเขา



ภายในนั้นแสนกว้างใหญ่ และ มีพระราชวัง ขนาดใหญ่ ที่สร้างจากวัสดุพิเศษ พวกมันทำให้ ชูเฟิง สำผัสได้ ถึงประสิทธิภาพของมัน ที่มีแรงดันวิญญาณมากมาย ก่อตัวอยู่ทุกซอกทุกมุม



ในที่แห่งนี้แทบจะไม่มีใครในอาณาจักรแก่นแท้สร้างความเสียหายให้กับพระราชตำวังได้ มันสามารถบอกได้ ถึงความแข็งแกร่งของผู้ที่สร้างพระราชวังได้เลย มันเป็นพระราชวังใต้ดินที่ไม่ธรรมดาอีกทั้งยังไม่มีใครทำลายได้



นอกจากนั้น ยังมีกองกระดูกนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่ใต้เท้า ของ ชูเฟิง หากจะบอกจำนวนก็ราวๆสักประมาณ หลายหมื่นคน เขากองซ้อนกันใต้เท้าของเขามันเยอะดั่งมหาสุทมรกองกระดูก ซึ่งเป็นกองกระดูกที่เขาพบเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้น เขาจึงยืนยันได้ว่าทีนี้คือ สุสานพันกระดูก 



         " ฮ่าๆ แหล่งพลังวิญญาณพวกนี้มันทรงพลังยิ่งนัก!!! แม้ว่าไม่มีใครอยู่ในอาณาจักรสวรรค์ แต่พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ก้าวไปยังจุดสูงสุดของอาณาจักรแก่นแท้ อีกทั้งยังมีจำนวนมากมายขนาดนี้ มันคงทำให้เราพัฒนาความสามารถขึ้นอีกมาก!!!  ชูเฟิง เจ้ารีบดูดกลืนพวกมัน หลังจากดูดกลืนพวกมันหมดแล้วพลังวิญญาณของเราต้องเพิ่มขี้นอีกอย่างมาก !!! "



ในตอนนั้น คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดไม่ใช่ใครนอกจาก ต้านต้าน เพราะนางกระดูกที่นางเห็นไม่ใช่พบได้ง่ายๆ พวกมันนับเป็นแหล่งสมบัติที่อุดมสมบูรณ์ ในการยกระดับพลังวิญญาณของนาง



        " ไม่ต้องกงวัล แม่นางน้อย พวกเขาทั้งหมดนั้นย่อมเป็นของเจ้า "




ชูเฟิง ยิ้มเบาๆ  และเริ่มแผ่กระจายอำนาจพลังวิญญาณของเขาออกมา จากนั้นก็ตรวจสอบรอบๆตัวเขา เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็เริ่มดูดกลืนพลังจากซากเหล่านั้น



ต้านต้านที่ติดอยู่ระดับเดิมมานานไม่ก้าวไปข้างหน้า เวลานี้นางเริ่มก้าวออกไปอีกครั้ง ด้วยการดูดกลืนที่รุนแรงและรวดเร็ว ทำให้จากที่นางอยู่ในระดับ 1 แก่นแท้ พัฒนาสู่ระดับ 2 แก่นแท้  และแหล่งกำเนิดพลังวิญญาณของนางยังเพิ่ม สูงขึ้น สูงขึ้น



ภายใต้สถานการณ์นั้น ทั้ง ชูเฟิง และ ต้านต้าน ต่างพากันตื่นเต้นอย่างมาก หากต้านต้านแข็งแกร่งก็แปลว่า ชูเฟิง แข็งแกร่งขึ้นด้วย เพราะนางก็เหมือนปราการด่านสุดท้ายสำหรับชีวิตของเขา ( ไม่รวมสายฟ้าศักสิทธิ์เด้อ )



แต่ในขณะเดียวกันที่พวกเขากำลังตื่นเต้น ชูเฟิง ก็นึกถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้สูงสุดได้หลายหมื่นคน ไม่ต้องพูดถึงในปัจจุบัน ในอาณาจักรมังกรฟ้า แม้แต่อีก 8 อาณาจักร ก็ไม่มีใครที่สามารถทำได้เช่นนี้



ทำไมคนที่มีประสิทธิภาพมากมายถึงต้องมาตายอยู่ที่นี่ ? แล้วอะไรที่พรากชีวิตของพวกเขาไป  ?หรือว่าจะเป็น ผู้พิทักษ์สุสานจักรพรรดิ หรือว่าจะมีเป็นอย่างอื่น ?



เขาคิดว่าจะต้องมีอะไรบางอย่าง ชูเฟิง จึงรีบใช้อำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกรงนอกจากนั้น ต้านต้านเองก็ช่วยเขาอีกแรง จึงทำให้กระดูกนับหมื่นถูกดูดแหล่งพลังวิญญาณจนเหือดแห้ง



ในตอนนั้น จากที่นางอยู่ในระดับ 2 แก่นแท้วิญญาณ นางก็ยังก้าวไปถึงระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณ หากเขายืมพลังจากนาง และบวกด้วยความสามารถของสายฟ้าสีทอง จะทำให้พลังวิญญาณของเขาเข้าสู่ระดับ 4 แก่นแท้วิญญาณ



หากเขาอยู่ในระดับ 4 อาณาจักรแก่นแท้ ด้วยความสามารถนั้น ชูเฟิง ไม่จำเป็นต้องกลัวผู้เชียวชาญระดับ 8 แก่นแท้ อีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถสู้กับระดับ 9 แก่นแท้ได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้อยู่จุดสูงสุดอาณาจักรแก่นแท้ก็ตาม ก็เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวคนที่อยู่ระดับแก่นแท้อีกต่อไป นั้นจึงทำให้ ชูเฟิง และ ต้านต้าน ดีใจและตื่นเต้น



          " ปีศาจน้อยข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ แค่หนึ่งปีเจ้าก็เติบโตได้ถึงเพียงนี้มันเร็วกว่าที่ข้าคิดยื่งนัก!!! "



ขณะที่ พวกเขาทั้งสองกำลังจมอยู่ในความสุข ก็มีเสียงชายชราดังขึ้นมาจากด้านหลัง ชูเฟิงรีบหันหน้าไปดู เขาก็พบกับชายชราที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังเขา อีกทั้งยังสวมชุดคลุมสีฟ้าแปลกๆแต่ดูพิเศษ และยังมี แสงริบหรี่ อยู่รอบๆตัวของเขา เขายืนยิ้มขณะมอง ชูเฟิง คนคนนั้นก็คือชายชราที่มอบแผนที่ ให้กับ ชูเฟิง



ชายชราคนนั้นแข็งแกร่งผิดปกติ แม้แต่ ชูเฟิง ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 7 กำเนิดวิญญาณ อีกทั้งยังเป็น ผู้เชื่อมต่อฯชุดเทา เมื่ออยู่ต่อหน้าชายชรา เขารู้สึกได้ทันทีว่าเขานั้นแสนจะอ่อนแอ และ เล็กกระจ้อยไปเลย



        " อาวุโส ท่านคือผู้ก่อตั้ง สำนักมังกรฟ้า ใช่หรือไม่ ? "



ชูเฟิงมองเขาอย่างเคร่งขรึม พร้อมกับเรียนถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย หรือ ออร่า เขาดูเหมือนบุคคลในตำนานผู้ก่อสำนักมังกรฟ้า



        " ฮ่าๆ ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะตาแหลม เจ้าน่าจะรู้แล้วสินะ ว่าข้าเป็นใคร ? " ชายชราหัวเราะ และแม้เขายังไม่ได้ตอบคำถาม แต่ชูเฟิงก็ได้คำตอบ



ตอนนั้น ชูเฟิง มีความสุขอย่างมาก เขารีบคุกข่าลงบนพื้นและแสดงความเคารพ เพื่อแสดงความเคารพนับถือ พร้อมกับ " ข้าน้อยศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า คารวะผู้ก่อตั้ง!!! "



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. คือในบทนี้ผมไม่ได้เป็นคนแปลนะแต่ขอเจ้าของเขามาเปลืองเนื้อทีทำสคริป 55555 ไม่รู้ว่าเขาจะแอบด่าเราไหม ป่ะมาเข้าเรื่องเลย



ในที่สุดก็ได้จบเล่มที่ 1 กันไปแล้วซึ่งในตอนนี้ก็เป็นการเปิดศักราชใหม่สู่การต่อสู้ครั้งใหม่ ซึ่งในเล่มสองนี้ก็จะมีชื่อว่า 9 อาณาจักร ซึ่งเรื่องราวหลักๆนั้นก็คือการที่ชูเฟิงจะได้ออกจากอาณาจักรมังกรฟ้าแล้วเข้าสู่การต่อสู้และการจัดอันดับความแข็งแกร่งใน 9 อาณาจักร กันด้วย ซึ่งเราจะมาเหล่ารายล่ะเอียดย่อๆกันว่า



หัวข้อ1 : บทบาทของชูเฟิงในเล่มนี้นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเล่มหนึ่งเท่าไหร่ในเรื่องของการสร้างศัตรู ย้ำในเรื่องของการสร้างศัตรูนี่แก่เสมอต้นเสมอปลายครับมีเหมือนกันทุกเล่ม 55555



หัวข้อ2 : ในเล่มนี้นั้น ชูเฟิงจะได้เจอสหายที่ร่วมเดินทางไปกับเขา ถึง 2 คนแต่คนที่ 3 นั้นจะได้ในช่วงท้ายเล่มแต่มันจะเป็นใครกันล่ะ 55555 ซึ่งคนแรกนั้นอาจพอเดาๆกันได้อยู่แล้วว่าเป็นใคร อ่อและที่สำคัญคนที่ร่วมเดินทางกับชูเฟิงเป็นคนแรกนั้นไม่ใช่ใครอื่นเธอคือเมียคนที่ 3 ของชูเฟิงนั้นเอง 5555 ถึงจะเป็นที่ 3 แต่ก็สำคัญสุดใจ ส่วนคนที่สองนั้นเป็นคนที่ทุกท่านคาดไม่ถึงอย่างแน่นอนเพราะเขานั้นเป็นตัวละครลับที่มีชื่อเสียงพอควรมาตั้งแต่แรกเลย ซึ่งขนาดที่ชูเฟิงยังต้องคาราวะและก้มหัวให้ 55555 พูดถึงขนาดนี้เริ่มสงสัยล่ะสิว่ามันเป็นใครว่ะ อ่อแต่บอกไว้ก่อนเลยว่าบุคคลนี้นั้นเรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้าของจริง ถ้านับชูเฟิงในตอนที่พึ่งเจอกันครั้งแรกนะแต่ถ้าหลังๆมาชูเฟิงมันเก่งกว่าแน่นอน เอาเป็นว่าเราก็เกิ่นกันมามากพอแล้วเอาไว้ให้พวกท่านเดากันเล่นๆ 555555



หัวข้อ3 : ซึ่งในเล่มนี้นั้นชูเฟิงจะต้องได้เผชิญหน้ากับเหล่าผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีฟ้าแน่นอน และร่วมไปถึงพี่แกก็ได้เป็นชุดคลุมสีฟ้าในเล่มนี้ด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ในเล่มนี้ยังปรากฏชุดคลุมสีม่วงซะด้วยนะครับ แต่จะเป็นใครนั้นต้องติดตาม เล่มนี้ถือได้ว่าสนุกพอตัวเลยที่ด้วย



หัวข้อ4 : แน่นอนว่าชูเฟิงจะได้ทักษะเร้นลับเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอนแต่จะได้มากี่ทักษะและเป็นทักษะไรบ้างนี่ต้องติดตามกันเอานะจร๊ะ



หัวข้อ5 : ในตอนนี้พวกท่านทั้งหลายจะได้รู้อย่างแน่นอนว่าเหล่าผู้เชื่อมต่อฯนั้นมันทำอะไรกันได้บ้างในเล่มนี้ก็พอจะมีบทบาทอยู่พอสมควรเพราะงั้นผมจะอธิบายไปด้วยในบางตอนเพื่อจะเข้าใจกันง่ายขึ้น



หัวข้อ6 : แน่นอนคำถามยอดฮิตที่ว่าขอทานหายไปไหนทำใมไม่มาช่วยชูเฟิงมันบ้างบอกได้คำเดียวเลยครับ ชื่อมันก็บอกอย่างตรงตัวเลยว่าขอทานเพราะงั้นไม่ต้องสงสัยครับที่มันหายไปนั้นมันไม่ได้ไปไหนแต่มันแค่ไปทำหน้าที่ขอทานของมันครับ 5555 ซึ่งในบทนี้พี่แกได้ออกโลงแน่นอน แต่จะออกมาในตอนไหนนั้นต้องรอชม



หัวข้อสุดท้าย : เอาเป็นว่าเราเกิ่นกันมาแค่นี้พอก่อนดีกว่าถ้ามากไปเดี้ยวมันจะมาสนุกเอา 55555 แต่หลักๆก็มีประมากเท่านี้แท่ถ้าให้ย่อยแล้วแตกแขนงนี่น่าจะยุ่งยาก 55555



ปล.ที่ 2. ในเล่มสองนี้จะมีบทอยู่ทั้งหมด 284 บท ตั้งแต่บทที่ 265-548 5555 กว่าจะจบนี่คงมืองิกตาแฉะกันไปข้างหนึ่งก็หวังว่าจะอยู่กับเราไปตลอดและสมาชิกแพนเพจและเหล่าผู้ที่ชื่นชอบในผลงานของพวกเรานั้นจะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 555555 ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยากเรื่องนี้ครับ


ผู้แปล # @เอง !!! 

พักนี้ช้ามากนะ @