วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 273 - ไม่คู่ควร



หนุ่มใหญ่ รูปร่างสูงและหน้าหวานยืนอยู่นอกเกี้ยว ของ หยวน รู่ว



ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้น โดยท่าทีแสนมั่นใจ เหล่าสาวกหลักของสำนักสตรีหยกก็ดูประทับใจเขาไม่น้อย สายตาพวกนางที่มองเต็มไปด้วยความชื่นชอบและความชืนชม



คนๆนั้นคือ ศิษย์ของสำนักอันดับ 4 ของอาณาจักรมังกรฟ้า หนาน กงเสี้ยว จากสำนัก กระบี่ เขาเป็นอัจฉริยะที่เข้าสู่ระดับ 5 แก่นแท้วิญญาณตั้งแต่ อายุ 20 ปี



หนาน กงเสี้ยว ที่ได้รับสายตาของความรักและความชื่นชมจากเหล่าสาวกสำนักสตรีหยก จึงเข้าใกล้นางได้สะดวก หากเป็นคนอื่นเข้าไปสนทนา คงไม่กล้าเขาไปเข้าไปนางตรงๆ เขาจึงต้องแกล้งทำเป็นมองไปที่เกี้ยวของ หยวน รู่ว ด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง



* พรึบบ * ในที่ม่านที่ปิดไว้อย่างมิดชิด ก็มีหญิงสาวรูปร่างดี อีกทั้งหน้าตางดงามก้าวออกมา



หลังจาก หญิงคนนั้น ปรากฏ ไม่ว่าผู้หญิงจากสำนักสตรีหยกที่ว่าโดดเด่น ยังต้องหลบให้นาง เพราะไม่ว่าน่าตาหรือรูปร่างนางต่างกินขาด โดยเฉพาะเนินตรงหน้าอกที่แทบจะทะลักออกมา ส่วนโค้งเว้าช่วงเอว หรือ หลัง รวมไปถึงสะโพรก รวมไปถึงใบน่าที่สะสวย ที่ได้มาตราฐานสากล โดยเฉพาะผิวพรรณของนาง ดูนุ่มนวลเรียบเนียนดั่งหยกที่ผ่านการดูแล มันกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาเหล่าชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี



        " ศิษย์น้อง ไป๋ชี แม่นาง หยวน รู่วเป็นยังไงบ้าง " หลังจากเห็นหญิงงามคนนั้น หนาน กงเสี้ยว ได้ถามขึ้นอย่างรวดเร็ว



แม้ว่านางงามขนาดนี้ยังเทียบไม่ได้กับ หยวน รู่ว ความงามของนางจัดอยู่ในอันดับ 2 ของสำนักสตรีหยกเท่านั้น ความขาวของนางสมกับชื่อแล้วจริงๆ ที่สำคัญ นางยังเป็นสหายของ หยวน รู่ว  ดังนั้น เป็นธรรมดา ที่ หนาน กงเสี้ยว ไม่กล้าเสียมารยาทกับ ไป๋ชี



         " อาวุโส หนานกง ข้าบอกท่านแล้วว่า ศิษย์พี่หยวน รู้สึกไม่ดี และนางก็ไม่สะดวกที่จะพบใคร "



        " แต่เห็นแก่ท่านที่มีความจริงใจ ศิษย์พี่หยวนจึงตัดสินใจพบท่าน " ไป๋ชี พูดขณะทิ้งสายตาของนางไปที่เกี้ยว ของ หยวน รู่ว



ในตอนนั้น ม่านประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง ทุกคนไม่สามารถละสายตาออกไปได้เลย เพราะในนั้น มีความงามที่กล่าวได้ว่าสุดยอด คอยสะกดสายตาของทุกๆคน



หญิงคนนั้นสามารถเทียบกับเสน่ห์ ซูรู่ อีกทั้งยังมีใบหน้าหวานดั่ง ซูเหม่ย เหมือนกับว่านางรวมความงามของทั้ง ซูรู่และซูเหม่ย เอาไว้ด้วยกัน 



สิ่งที่สำคัญคือผิวของนาง ที่ขาวกว่า ไป๋ชี เนียนแบบไม่มีจุดให้ ติ แม้แต่น้อย ชุดสีแดงติดผ่านผิวขาว มันได้สะกดใจของผู้คนไม่ให้ละสายตา จนทำให้ผู้คนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ หากได้ไปสัมผัสผิวของนาง แม้ตายก็นับว่าคุ้ม ยิ่งการได้นางมาครอบครอง ต่อให้ถูกนางฆ่าตายโดยสับเป็นหมื่นสิ้นก็ยอม



แม่นางคนนั้นคือ สาวกอันดับ 1 ของสำนักสตรีหยก หยวน รู่ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตา หรือ ความสามารถ หลังจากที่นางปรากฏตัว ไป๋ชี นางดูธรรมดาลงไปเลย ในบริเวณนั้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สามารถเทียบกับนางได้



         " โอ้ คู่หมั้นของเจ้า น่ารักใช่ได้ทีเดียว " หลังจากม่านถูกเปิดขึ้นจนชูเฟิงได้เห็นใบหน้า ของ หยวน รู่ว ต้านต้านก็กล่าวชื่นชมต่อแม่นางคนนั้น



         " แม้ว่านางจะสวยมาก แต่ก็ยังห่างไกลจากเจ้าอยู่ดี " ชูเฟิงขดริมฝีปากขึ้นก่อนจะกล่าวสิ่งที่คิดออกมา แม้ว่า หยวน รู่ว นางจะสวยมาก จากมุมมองของ ชูเฟิง นางก็อยู่แค่ระดับเดียวกับ ซูรู่และซูเหม่ย



ผู้หญิงที่ ชูเฟิง เคยพบเจอมาก่อน ต้านต้านคือผู้หญิงที่งามที่สุด ไม่ว่าใบหน้า รูปร่าง อากัปกิริยา การกระทำ ความสามารถ ทั้งหมดแล้วล้วนแต่ไม่มีใครเทียบนางได้ แต่จะทำยังไงถึงจะเอานางมาเป็นภรรยาได้ ในเมื่อนางไม่ใช่ มนุษย์



ยามที่นางอารมณ์ดี นางดูสะอาดบริสุทธิ์ นางเหมือนเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ดั่งเจ้าแม่หนี่วา นางเป็นผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์ที่สุด หากจะหาใครมาเทียบนางคงไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกที่เทียบนางได้ ก็แน่นอนละ เพราะนางไม่่ได้มาจากโลกนี้ อย่างน้อยในแง่ของรูปร่างลักษณะภายนอก ต้านต้าน ถือว่าเป็นหญิงในดวงใจของ ชูเฟิง แต่เรื่องความเอาแต่ใจคงต้องยอมแพ้



ต่อไปก็เป็นผู้หญิงชุดม่วงที่เขาได้พบในหุบเขาพยัคฆ์ขาว ซึ่ง ชูเฟิง ไม่อาจลืมใบหน้าของนางได้แม้ว่าเขาอยากจะลบมันออกจากหัว ความงามของนางกล่าวได้ว่าเกิดมาเพื่อทำลายทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าอาณาจักรหรือเมือง และการจะหาคนที่งดงามเหมือนนางในโลกมนุษย์คงเป็นไปได้ยาก ( ก็แน่ละ เมียของมึงหนิ )



ถึงแม้ว่าพลังของนางมันจะน่ากลัวจนผิดปกติแต่มันก็สมแล้วที่นางมีกายศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน แต่ความอำมหิตโดยไม่เลือกวิธีการของนาง จึงนับได้ว่านางเป็นตัวอันตรายต่อ ชูเฟิง อย่างมาก แต่คงต้องยอมรับว่านางเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สามารถเทียบกับความสวย ระดับ ปีศาจของต้านต้านได้



นอกจากนี้ สองพี่น้องตระกูล ซู คนหนึ่งครอบครองเสน่ห์ อีกคนครอบครองความ อ่อนหวาน ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นความงดงามในแต่ละแบบที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆ ยิ่งร่างกายของ ซูรู่ ต่อให้เอาใครมาแลก เขาก็ไม่ยอม



สำหรับ หยวน รู่ว แม้ว่านางจะมีใบหน้าที่พอจะเปรียบกับซูรู่และซูเหม่ย แต่สำหรับจุดแข็งของพวกนางทั้งสอง หยวนรู่ว ก็ไม่ได้เหนือไปกว่าพวกนาง ดังนั้น หากให้ ชูเฟิง ต้องตัดสินความน่ารักของนางนางก็อาจจะอยู่ในระดับเดียวกับซูรู่และซูเหม่ย และแน่นอน ว่านั้นไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจไปจากแม่นางทั้งสองของเขา




           " แน่นอน หญิงคนไหนจะงดงามไปกว่าข้า . . . ." เมื่อกล่าวถึงความงามของนาง ต้านต้านก็ยึดมือมาวางที่หน้าอก และดันขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ภูเขาเล็กคู่ร้ายของนางนั้น ทำให้ ชูเฟิง ถึงกับเลือดกำดาวทะลัก



          " ศิษย์น้องหยวน  หลังจากแยกทางจากงานชุมนุมร้อยสำนักเมื่อปีที่แล้ว นี่ก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้วสินะ ข้า หนาน กงเสี้ยว คิดถึงแม่นางยิ่งนัก!!! " หลังจากเห็นหน้าของ หยวน รู่ว หนาน กงเสี้ยวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ จึงได้แต่รีบเดินเข้าไปใกล้ นาง เพื่อจะฉวยโอกาสเล็กน้อยๆจากนาง



          " ไอ้ . . . . พี่หนาน ชายหญิงนั้นแตกต่าง ดังนั้นจะดีที่สุดหากท่านอยู่ห่างๆจากนาง นอกจากนี้ศิษย์พี่หยวน นางใกล้จะเข้าพิธีวิวาร์ จึงไม่ดีที่ท่านจะใกล้ชิดกันจนเกินไป "



ยังไงก็ตาม ก่อนที่หนาน กงเสี่ยวจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ไป๋ชี ก็เข้าไปขวางเขาเอาไว้ และกล่าวด้วยเสียงที่ดังก้อง เพื่อให้ ชูเฟิงได้ยิน 




         " ศิษย์น้อง ไป๋ชี เจ้าพูดเรื่องอะไร ศิษย์น้องหยวนนี้นะจะแต่งงาน เมื่อไหร่ และแต่งกับใคร " แน่นอนว่าหลังจากรู้เรื่องนี้ สีหน้าของ หนาน กงเสี้ยวก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียดชัง และแสนจะว้าวุ่นกระวนกระวาย



         " เรื่องนี้ แม้แต่ศิษย์พี่ หยวนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะมันไม่ใช่ความต้องการของนาง แต่เป็นของท่านเจ้าสำนัก "



          " คู่หมั่นของศิษย์พี่หยวน ข้าแน่ใจว่าท่านต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาเหมือนกัน เขาคือศิษย์อันดับ 1 ของสำนักมังกรฟ้า ชูเฟิง " ไป๋ชี ทำหน้าหมดหนทาง ขณะที่กล่าวนางก็ถอนหายใจ



          " ชูเฟิง ไอ้เด็กเปรตจากสำนัก # 2 ? มันคู่ควรกับศิษย์น้อง หยวน ตรงไหน " หลังจากได้ยินชื่อ ชูเฟิง หน้าของ หนาน กงเสี้ยวก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงเห็นได้ชัดว่าเขาโกรธยิ่งกว่าเดิม แม้ว่าชื่อของ ชูเฟิง จะดังไปทั่วอาณาจักร แต่สำหรับเขาไม่ได้เห็น ชูเฟิง อยู่ในสายตา เพราะเขานึกว่า ชูเฟิง เป็นขยะที่ดวงดีก็แค่นั้น



         " ถูกต้อง หากศิษย์พี่หยวนแต่งงานกับ ชูเฟิง ก็เปรียบดั่งดอกไม้ไปปักบนอึวัว " (มึงด่าซะแรงเซียว ) ใบหน้าของ ไป๋ชี ทำเหมือนว่าหยวน รูู่ว ถูกบังคับให้ต้องแต่งงาน ส่วนด้าน หยวน รูวเองก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ไม่พูดอะไรเพียงแต่จ้องหน้า หนาน กงเสี้ยว ด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน



         " ศิษย์น้อง หยวนไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ปล่อยให่เจ้าแต่งงานกับไอขยะ จากสำนัก# 2 เป็นแน่ ตอนนี้ข้าจะเอาเรื่องไปคุยกับเจ้าสำนัก และขอให้นางยกเลิกการแต่งงานของเจ้ากับ ชูเฟิง " หนาน กงเสี้ยวให้สัญญา หลังจากพูดจบเขาก็หันหลังกับพร้อมกับเดินออกไป



        " ไอ้เวรนี่!!! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ เที่ยวไปยกเลิกการแต่งงานของชาวบ้าน ? " ตอนนั้น จู่ๆ ชูเฟิงก็ระเบิดเสียงตะโกนออกมา



        " เจ้าเป็นใครกัน ? " หลังจากเห็น ชูเฟิง หนาน กงเสี้ยวก็ขมวดคิ้วลงเหมือนดาบขณะที่ชี้ไปที่หน้าและถามอย่างเย็นชา



        " อาวุโส หนาน กง เขาล่ะคือ ชูเฟิง " ในตอนนั้นก่อนที่หนานกงจะเดินเข้าไป ไป๋ชี ก็ชี้และบอกว่าเขาคือ ชูเฟิง



        " เจ้า หรอชูเฟิง ? " หนาน กงเสี้ยว แปลกใจนิดหน่อย จากนั้นก็เปลี่ยนความสังสัยเป็นจิตสังหารอยู่ภายในดวงตา



       " ถูกต้อง ข้าเองชูเฟิงที่เป็นปู่ของเจ้า!!! " ชูเฟิงยึดหน้าอกพร้อมกับศีรษะ และเอามือทั้งสองข้างเท้าเอวเอาไว้



       " บัดซบ!! สวะอย่างเจ้ากล้ามา โผล่หน้ามาหาข้าเองเลยหรอ!!! ดี วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้า ว่าเจ้านั้นไม่คู่ควรจะเป็นสามีของนาง "



หนาน กงเสี้ยว ไม่รู้จะเอาข้ออ้างอะไรมาจัดการกับ ชูเฟิง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่นึกว่าชูเฟิงจะกล้าดูถูกเขาเช่นนั้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเขาก็ได้พุ่งเข้าไป โจมตี ชูเฟิง แล้วในตอนนี้



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องเจ็บตัว

ถ้าแค่เจ็บก็ถือว่าโชคดี

แต่ ถ้าหนักหน่อยก็อาจพิการ

หากโชคร้าย ก็อาจจะไปเฝ้ายมบาลเลยก็ได้

R.I.P หนาน กงเสี้ยว