วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 276 - ตำแหน่งพิเศษ



แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะได้รวบรวมเหล่าสำนักสุดแกร่งจากอาณาจักรมังกรฟ้าเอาไว้ด้วยกัน แต่หลังจากที่ผู้คนจากสำนักหลิง-หยุนได้ปรากฏตัวขึ้นมันทำให้เหล่าสำนักต่างๆนั้นถูกปราบปรามในทันที



สำนักหลิง-หยุนนั้นคู่ควรที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งของอาณาจักรมังกรฟ้าอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นความสามารถของเหล่าศิษย์หรือความแข็งแกร่งของเหล่าผู้อาวุโสมันก็ได้เกินเหล่าสำนักอื่นๆจนไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ ทันทีที่ผู้คนจากสำนักหลิง-หยุนปรากฏตัวมันทำให้เหล่าผู้คนที่ได้เห็นนั้นมีความรู้สึกเคารพและสรรเสริญอย่างเทียบมิได้



คนที่เดินนำมานั้นคือชายชรารูปร่างสูงและมีผมสีดำ ดวงตาของเขานั้นเป็นเหมือนดั่งกับนกอินทรีไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ถูกเขาจ้องมองนั้นร่างกายของพวกเขาจะรู้สึกสั่นในทันทีถึงแม้ว่าอากาศโดยรอบมันจะไม่เย็นก็ตาม เขาคนนั้นคือผู้นำสำนักหลิง-หยุน เจ้าสำนัก ยัน หยางเทียน



และยังมีผู้เฒ่าถึงสิบสองคนที่ได้เดินมากับ ยัน หยางเทียนผู้เฒ่าทั้งสิบสองคนนั้นยังได้แพร่กลิ่นอายที่แข็งแกร่งสุดๆออกมา พวกเขาทั้งหมดเป็นถึงผู้เชียวชาญระดับ 9 ของแดนแก่นแท้วิญญาณ



ถ้ามีเพียงแค่ระดับ 9 แดนแก่นแท้วิญญาณหนึ่งคนปรากฏตัวขึ้นในสำนักอื่นๆมันก็ทำให้พวกเขานั้นรู้สึกภูมิใจมากแล้ว แต่นี่มีถึงสิบสองคนที่อยู่ในสำนักหลิง-หยุน นี่จึงแสดงให้เห็นกันชัดๆแล้วว่าไม่มีทางที่สำนักไหนจะมาอาจเทียบกับสำนักหลิง-หยุนได้ และทั้งสิบสองผู้เฒ่ายังคงมีชื่อเสียงเป็นถึงสิบสองปราการในสำนักหลิง-หยุนอีกด้วย



และนอกจากสิบสองปราการแล้วยังมีศิษย์จำนวนหนึ่งมากับสำนักหลิง-หยุนด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือ ตู่กู๋ โอวหยุนที่เดินมากับเจ้าสำนัก ยัน หยางเทียน เขาถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ของอาณาจักรมังกรฟ้า เขามีพลังวิญญาณถึงระดับ 8 ของแดนแก่นแท้วิญญาณ และกลิ่นอายของเขาในตอนนี้มันยังบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ามันแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก



ความแข็งแกร่งของสำนักหลิง-หยุนนั้นมันถึงกับทำให้ใครหลายๆคนพูดกันไม่ออกเลยทีเดียว ในทีนี้ไม่มีสำนักไหนที่ไม่กล้าที่จะไม่สุภาพกับสำนักหลิง-หยุน เพราะความแข็งแกร่งของสำนักหลิง-หยุนนั้นมันบ่งบอกออกมาอย่างชัดเจนว่าพวกเขานั้นไม่มีวันที่จะเอาชนะได้ ดังนั้นมันจึงทำให้คนในพื้นทีนี้นั้นต่างสรรเสริญในความแข็งแกร่งของสำนักหลิง-หยุนกันอย่างโงหัวไม่ขึ้น แต่ก็ยังมีบางคนที่แตกต่างกันออกไปชูเฟิงนั้นได้พยายามสังเกตพลังวิญญาณของเจ้าสำนักหลิง-หยุน



          “กลิ่นอายที่ลึกซึ้งแบบนี้…หรือว่า ยัน หยางเทียนจะไม่ได้อยู่ในแดนแก่นแท้วิญญาณ แต่เขาไปถึงแดนสวรรค์วิญญาณแล้ว?



ชูเฟิงรู้สึกตกใจเพราะร่างกายของ ยัน หยางเทียนนั้นเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่พิเศษ ถึงแม่ว่ามันจะเป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบพลังวิญญาณและความแข็งแกร่งของเขา บางทีเขาอาจใช้วิธีการพิเศษบางอย่างที่ปกปิดพลังวิญญาณของเขาหรือไม่ความแข็งแกร่งของเขาอาจถึงขั้นที่ชูเฟิงนั้นไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้



ความเป็นไปได้ที่ใกล้เคียงมากที่สุดสำหรับเรื่องนี้มันก็อาจเป็นไปได้ว่า ยัน หยางเทียนนั้นได้ตัดผ่านเข้าสู่ดินแดนใหม่ มันคือดินแดนที่สามารถเดินเหยียบอากาศได้และยังได้รับพลังในรูปแบบใหม่มันคืออำนาจสวรรค์ แดนสวรรค์วิญญาณ



แต่แดนสวรรค์วิญญาณนั้นได้ห่างหายไปหลายร้อยปีแล้วในอาณาจักรมังกรฟ้า แม้แต่จักรพรรดินภาก็ยังมิอาจที่จะก้าวข้ามไปยังสวรรค์วิญญาณได้แต่นี่ ยัน หยางเทียนสามารถทำได้?



***อืม*** ชูเฟิงในตอนนี้นั้นเริ่มที่จะรู้สึกประหลาดใจเพราะเขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งได้กวาดผ่านมายังตำแหน่งของเขา ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วชูเฟิงจึงได้รีบเก็บพลังวิญญาณของเขาและไม่กล้าที่จะสังเกตพลังวิญญาณของ ยัน หยางเทียนอีกต่อไป



เพราะเขาได้ค้นพบชายชราที่อยู่เบื่องหลังของ ยัน หยางเทียนเขาใส่เสื้อคลุมสีเทาของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมึงจึงบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาจะต้องเป็นผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทาที่อยู่ในสำนักหลิง-หยุนอย่างแน่นอน



         “มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” ในขณะเดียวกัน ยัน หยางเทียนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหัวของเขาไปรอบๆและพูดคุยกับผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทาที่อยู่ด้านหลังของเขา



         “ข้าน้อยรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากและมันควรจะเป็นผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทา”ผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทาตอบ



         “โอ้ว? เจ้ารู้ไหมว่ามันเป็นใคร?” ยัน หยางยกคิ้วของเขาเบาๆในขณะที่เขาได้รับรู้ว่าบุคคลคนนี้นั้นไม่ใช่คนที่เรียบง่าย



         “ข้าน้อยไม่ทราบ การตอบสนองของเขานั้นมีความชำนาญมากและข้าน้อยเกรงว่าความสามารถในการสร้างจิตวิญญาณของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าน้อยเลย บางมันอาจเป็นไปได้ว่าเขาคือนายเสื้อคลุมสีเทาที่ได้ห่างหายไปเป็นเวลานาน”ผู้เชื่อมต่อฯเสื้อคลุมสีเทากล่าว



         “ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วงทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี ถ้าเกิดว่ามันเป็นนายเสื้อคลุมสีเทาจริงๆ การที่เขาไม่ได้มาที่นี่นั้นมันอาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายก็ได้” ทันใดนั้น ยัน หยางเทียนก็กล่าวด้วยรอยยิ้มราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไรเพราะหลังจากที่เขาได้รับเชิญสำนักต่างๆมาที่สำนักหลิง-หยุนนี้มันก็จวนที่จะได้เวลาในการเปิดพิธีใหญ่เริ่มต้นการต้อนรับได้แล้ว



ณ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่สำนักหลิง-หยุน มันเป็น สถานที่ที่ใหญ่มากมันได้ถูกสร้างเอาไว้ให้เพียงพอสำหรับการชุมนุมร้อยสำนัก



ในทันทีเหล่าเจ้าสำนักผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์จำนวนมากก็ได้เข้ามารวมตัวกันภายในห้องโถงเพื่อมาฟังคำกล่าวต้อนรับของ ยัน หยางเทียนหรือจะพูดง่ายๆมันก็คือกับกฎในการชุมนุมร้อยสำนัก



          “ณ ที่แห่งนี้เราได้จัดชุมนุมร้อยสำนักและรวบรวมเหล่าสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้ามายัง ณ สถานที่แห่งนี้ และด้วยสำนักที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้พวกเขาจะได้รับตำแหน่งพิเศษในการชุมนุมร้อยสำนักนี้”



          “ซึ่งสำนักใดก็ตามที่ได้รับตำแหน่งนี้พวกเขาจะได้รับการยกเว้นจากการแข่งขันในชุมนุมร้อยสำนักทั้งหมด ซึ่งในช่วงท้ายของการชุมนุมร้อยสำนักพวกเขาจะได้รับสิทธิ์ในการท้าทายเจ้าสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดและศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก” ยัน หยางเทียน ประกาศด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง



          “ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการส่วนร่วมใดๆในการแข็งขันและพวกเขายังได้รับสิทธิ์ในการท้าทายศิษย์และเจ้าสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วยงั้นรึ? ต้องโดดเด่นแค่ไหนกันถึงจะได้รับสิทธิ์นี้?



          “ใช่แต่ว่าทุกปีตำแหน่งศิษย์และเจ้าสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้ามันเป็นที่แน่นอนว่าคือคนของสำนักหลิง-หยุน แล้วเช่นนี้มันจะมีสำนักใดกันที่มีความสามารถพอที่จะกล้าท้าทายสำนักหลิง-หยุนได้?”



          “แต่ถึงแม้ว่าสำนักที่ได้รับเลือกนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นสำนักที่เหนือกว่าสำนักหลิงหยุนก็ได้มิใช่หรือ บางทีมันอาจหมายความว่าสำนักที่ได้ถูกรับเลือกนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักหลิง-หยุนก็ได้จริงไหม ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นมันก็อาจพูดได้ว่าผู้ที่ได้รับตำแหน่งพิเศษนี้จะต้องเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้านอกเหนือจากพวกเขา”



          “ใช่แล้วมันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ตำแหน่งนี้นับได้ว่าเป็นเกียรติจริงๆสำหรับผู้ที่จะได้รับมันและจากการคาดคิดของข้าแล้วล่ะก็ข้ามั่นใจได้เลยว่าสำนักที่จะได้รับตำแหน่งนี้มันจะต้องเป็นสำนักที่ได้การจัดอันดับเป็นที่สองในการชุมนุมร้อยสำนักเมื่อปีที่แล้วอย่างแน่นอน สำนักหมายเลขสองของอาณามังกรฟ้า สำนักสามจักรพรรดิ” (เชดแม่ชื่อโครตเท่)



“(***B1***) มันอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ ในการชุมนุมร้อยสำนักเมื่อปีที่ผ่านมาสำนักสามจักรพรรดินั้นแทบที่จะไม่ได้รับรางวัลอะไรเลย จากสิ่งที่เห็นๆกันอยู่ข้าว่ามันจะต้องเป็นสำนักเทือกเขาวิญญาณและสำนักดาบจิ๋วอย่างแน่นอนหนึ่งในพวกเขามีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะได้รับตำแหน่งนี้ข้ามั่นใจ”



“(***B1,B2***) พวกเจ้ามันไม่รู้อะไร เห็นได้ชัดว่ามันมีเพียงแค่ความงามเท่านั้นถึงจะได้รับการดูแลที่เป็นพิเศษ ข้ามั่นใจได้เลยว่าสำนักสตรีหยกเท่านั้นถึงจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว” ขณะที่พวกเขาได้รับรู้ถึงสิทธิ์พิเศษในตำแหน่งพิเศษเหล่าสำนักต่างๆก็ได้รวมหัวกันและคาดเดากันเอาเองไปต่างๆนาๆ ว่าจะเป็นสำนักใดในเหล่าห้าสำนักในลำดับต้นๆ



            “และในการที่เราจะได้รับเลือกตำแหน่งพิเศษในวันนี้ข้าน้อยขอเชิญแขกพิเศษในการที่จะมาประกาศการมอบตำแหน่งพิเศษในการชุมนุมร้อยสำนักในครั้งนี้ ท่านเจ้าวัง ฉี เฟิงหยาง” ยัน หยางเทียนยืนอยู่บนเวทีและประกาศออกไปด้วยเสียงอันกึกก้อง



ในเวลาเดียวกัน ฉี เฟิงหยางก็ก้าวขึ้นไปบนเวทีและปรากฏอยู่ในสายตาของฝูงชน



           “โอ้วนั้นหัวหน้าตระกูลฉีจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนเจ้าวัง ฉี เฟิงหยาง! ข้าเคยได้ยินมาว่าเจ้าวัง ฉี เฟิงหยางได้ตัดผ่านเข้าสู่ระดับ 9 แดนแก่นแท้วิญญาณเมื่อหลายปีที่ผ่านมาและปัจจุบันเขายังคงไม่แก่ไม่ตายในแดนแก่นแท้วิญญาณ มันอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้เชียวชาญของจริง!”



          “แต่ร้อยวันพันปีที่ผ่านมาในการชุมนุมร้อยสำนักนั้นไม่เคยมีใครจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนมาร่วมแสดงความยินดีเลยนิแล้วทำใมในครั้งนี้ถึงได้ปรากฏบุคคลที่มีชื่อเสียงดังกล่าวมาที่นี่?”



          “ใช่ใช่ข้าเคยได้ยินมาว่าเจ้าวัง ฉี เฟิงหยางนั้นมีความสำพันธ์ที่พิเศษกับสำนักมังกรฟ้านิและแถมในขณะนี้เขายังกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับศิษย์คนหนึ่งที่ชื่อว่า ชูเฟิงในสำนักมังกรฟ้าอีกด้วย และไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เขายังได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงในสำนักมังกรฟ้าอีกด้วย ข้าสงสัยจริงๆว่ามันจะเป็นความจริงหรือเท็จ”



          “ไร้สาระ! นี่เจ้ากล้าเชื่อกับข่าวลือดังกล่าวอย่างนั้นหรือไม่ สำนักมังกรฟ้านั้นมีความสามารถและคุณสมบัติใดที่จะได้รับเกียรติเช่นนั้น? มันจะมีวิธีการใดกันที่จะสามารถเชื่อมโยงพวกเขากับเจ้าวัง ฉี เฟิงหยางได้?”



           “ด้วยสถานะของเจ้าวัง ฉี เฟิงหยางนี่ไม่ต้องพูดถึงสำนักลำดับ#2ที่ไม่มีนัยสำคัญอย่างสำนักมังกรฟ้าเลย แม้แต่สำนักลำดับ#1เองก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเขา”



           “และนี่ยังเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลยกับข่าวลือที่ว่าเขาได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับชูเฟิงที่อยู่เพียงแค่แหล่งกำเนิดวิญญาณ เหอะไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นเพียงแค่ข่าวลือที่สำนักมังกรฟ้านั้นจงใจปล่อยมันออกมาหลังจากที่พวกมันนั้นได้ประกาศตนเองว่าเป็นสำนักลำดับ#1”



หลังจากที่ ฉี เฟิงหยางปรากฏตัวก็ทำให้สำนักต่างๆอีกมากมายถอนหายใจด้วยความประหลาดใจ เพราะสถานะของ ฉี เฟิงหยางนั้นที่พิเศษมากในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน มันไม่มีแม้แต่สำนักไหนไม่กล้าที่จะไม่สุภาพกับเขา



แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้มีคนให้ความสนใจกับชูเฟิงจากสำนักมังกรฟ้า เพราะไม่มีใครเชื่อว่าบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับ ฉี เฟิงหยางนี้จะกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเด็กเหลือขออย่างชูเฟิงได้ ดังนั้นพวกเขาจึงได้หวังว่า ฉี เฟิงหยางจะเปิดเผยความจริงและปล่อยให้สำนักมังกรฟ้าเช่นเดียวกับชูเฟิงนั้นต้องรู้สึกอับอายขายหน้าที่กล้าแอบอ้างเช่นนี้



พวกเขาจึงได้แต่หวังว่าสำนักอื่นๆ จะรู้สึกแบบเดียวกันที่จะได้เห็นสำนักระดับล่าง อย่างสำนักมังกรฟ้าจะต้องอับอายขายหน้า


################################################################################################# เอาล่ะเข้าสู่สาระเร้าใจท้ายบทกับ By: นายกระทิข้น



ปล.ที่ 1. (ช่วงเมาส์มอยท้ายบท) : 55555 เดี้ยวก่อนๆตอนหน้าเดี้ยวมึงรู้เลยว่าใครจะหน้าแตก ต้องเอาให้เงิบกันไปข้างหนึ่ง พี่ฉี จัดมาซักหนึ่งสะโคบดิ๊ เอาแม้งให้จุกกันไปเลย

ปล.ที่ 2. (ช่วงเจาะลึก) ในเรื่องโควตาการแข็งขันนี้ผมไม่มันใจว่าจะเล่าเท้าความและอธิบายยังใงดีเอาเป็นว่าติดตามกันเอานะจร๊ะไม่นานเดะก็กระจ่าง



ปล.ที่ 3.ส่วนไอเรื่องที่ว่าจะโดนข่มขืนตอนไหนนั้นบอกเลย 279-280 ประมาณนี้



ปล.ที่ 4.ว่ากันด้วยเรื่องเมียชูเฟิง บรรดาเมียชูเฟิงนั้นแน่นอนออกมาชัวๆว่า 6 และยังไม่แน่นอนอีก 1 คุมเคลืออีก 1 ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูแต่ก็มีกลิ่นโชยๆออกมาว่าอาจได้ร่วมฮาเร็ม อาจนะ ซึ่งแน่นอนว่า 4 คนแรกคือ ซูเหม่ย ซูรู่ และ จือหลิง ส่วนเรื่องรายเอียด จือหลิงนั้นแน่นอนว่าผมจะไม่บอกเพราะยังมีคนที่ยังไม่รู้และรอลุ้นอยู่ และคนแรกที่จะโดนชูเฟิงข่มขืนนั้นอีกไม่กี่ตอนเดี้ยวก็รู้ล่ะว่าเป็นใคร บางทีก็อาจมีคนรู้แล้วแต่ก็ไม่เป็นไรบอกกันเอาไว้ให้เพื่อคนที่ไม่รู้เขาลุ้นเอาเล่นๆ ส่วนไอ้คนที่สองและสามที่จะโดนชูเฟิงข่มขืนนี้ มันจะปรากฏตัวออกมาในเล่มที่สาม ตรงนี้ก็ขอวานเอาไว้ว่าอย่าบอก ชื่อและข้อมูลตัวละครเพราะมันจะทำให้บุคคลที่เขาไม่รู้นั้นหมดสนุกอันนี้นี่ขอความกรุณา



ปล.ที่ 5. 1 กับ 1 นี่คงงงใช่ไหมว่ามันคือใคร 5555 ติดตามกันใน เล่ม 4 กับ 5 นะครับ ประมาณเอาก็ 1000+ ขึ้นไป



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : นี่ B2 ข้าว่า หยวน รู่วนี่สวยนะชั่งเป็นแม่นางในฝันของข้าซะเหลือเกินทั้งใสซือและบริสุทธิ์

B2 : แต่ B1 ข้าว่า จือ หลิงสวยกว่านะเห็นบอกว่าชูเฟิงเห็นแล้วยังหลงเลยแบบแทบจะโงหัวไม่ขึ้น

B1 : หึ๊ย B2 อย่าขัดใจดิเอาแค่ในตอนนี้อย่าพึ่งพูดไปถึงอนาคตที่มันยังไม่มา ตอนนี้ หยวน รู่วสวยสุด อย่าเถียง!!

B2 : แต่ข้าว่า…..

B1 : ยัง!!

B2 : งั้น…

B1 : ยังอีก!!

B2 : ………

B1 : บอกว่าอย่าขัดใจไง B2

B2 : กูยังไม่ได้พูดเหี้ยอะไรเลย B1 มึงนี้ก็ร้อนจังเลย

B3 : โอ้ย…เห็นธรรมทะเลาะกันอธรรมก็สุขใจ

B1,B2 : หุบปากไปมึงอ่ะ B3

B3 : โอ้ย…โหดแท้ (*0*)

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..