วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 277 - คำเชิญจากสาวงาม

     ในขณะนั้น ทุกคนกำรอ ฉี เฟิงหยาง ประกาศผลว่า สำนักใดที่จะได้ตำแหน่งพิเศษ



     ขณะนั้น ฉี เฟิงหยาง กวาดสายตาของเขา มองไปที่บรรยากาศโดยรอบ พร้อมกับยิ้มขึ้นเป็นครั้งคราว สุดท้ายสายตาของเขาก็มาหยุดที่สำนักสาวหยก



     “นั่นคงเป็นสำนักสาวหยก ดูเหมือนว่าข้าจะคิดถูกจริงๆ ความงามมากเช่นนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทะนุถนอม” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกๆ คนต่างคาดคิดว่านั่นคือคำตอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อ ฉี เฟิงหยาง กล่าวประโยคถัดไป มันทำให้พวกเขาถึงกับตกตะลึง



     “สำนักที่ได้ตำแหน่งพิเศษ คือ…สำนักมังกรฟ้า” ฉี เฟิงหยาง ประกาศออกมาด้วยเสียงที่ดัง ราวกับว่าเขาตะโกนออกมา



     “อะไรนะ !? สำนักมังกรฟ้าเหรอ !? สำนักมังกรฟ้าเพิ่งได้เบลื่อนขึ้นมาเป็นสำนักชั้นหนึ่งเองไม่ใช่รึ !?”



     ในเวลานั้น ทุกคนต่างตกตะลึง จากผลการประกาศที่ไม่คาดคิดนั่น แม้แต่เหล่าลูกศิษย์ของ สำนักหลิงหยุน ก็พากันสับสน



     “ท่านผู้นำ นี่มัน…..” เพื่อป้องกันบรรยากาศอึมครึม ทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่ หยาน หยางเทียน



     แม้ว่า สำนักหลิงหยุน จะมองอำนาจในการตัดสินตำแหน่งพิเศษแก่ ฉี เฟิงหยาง แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ฉี เฟิงหยาง จะเลือกสำนักที่ไม่มีใครชอบ หรือยอมรับ



     แม้ว่าผลจะออกมาเช่นนั้น แต่ หยาน หยางเทียน ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้ ถึงแม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเขาจะโดดเด่น อีกทั้งเขายังเป็นผู้นำของสำนักหลิงหยุน แต่ก็ไม่เป็นการดีที่จะแย้งการตัดสินใจของบุคคลเช่น ฉี เฟิงหยาง จากคฤหาสน์องค์ชายกิเลน เขาจะไม่ยอมทำสิ่งใดที่เป็นการฉีกหน้า ฉี เฟิงหยาง อย่างแน่นอน เขาทำได้เพียงโบกมือไปทางเหล่าลูกศิษย์เป็นสัญญาณให้อยู่ในความสงบ



     “นี่…..ดูเหมือนว่ามันจะไม่เหมาะสมนะ สำนักมังกรฟ้า มีสิ่งใด หรือความสามารถอะไรที่สมควรได้รับตำแหน่งพิเศษนี่”



     “ทำไมผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้น่ะรึ เพราะ ฉี เฟิงหยาง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อ สำนักมังกรฟ้า และมันก็เป็นไปได้ที่เขาจะใช้อำนาตของเขา ในการจัดการเรื่องนี้ มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย” เหล่าฝูงชนต่างอยู่ในความโกลาหล บางคนคัดค้านอย่างลับๆ บางคนคัดค้านอย่างเปิดเผย



     เนื่องจาก ฉี เฟิงหยาง เลือกสำนักที่ไม่มีใครชอบ อีกทั้งยังไม่มีผู้ใดให้เกียรติ จึงทำให้เหล่าฝูงชนพากันไม่พอใจ แม้ว่าตำแหน่งของ ฉี เฟิงหยาง จะสูงส่งและน่ากลัว แต่ก็ยังทำให้ทุกคนต่างรู้สึกไม่ชอบใจ ในการตัดสินใจของเขาอย่างมาก



     *****ตูมมมม*****



     ในขณะนั้น ฉี เฟิงหยาง ชกหมัดของเขาขึ้นไปในอากาศ ทำให้มวลของอากาศแตกตัวออกอย่างรวดเร็ว เหล่าฝูงชนรอบด้านต่างได้รับผลจากคลื่นพลังของหมัดนั้น



     หลังจากนั้น คลื่นความโกลาหลก็เข้าสู่สภาวะเงียบสงบ ฉี เฟิงหยาง กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความดุดัน พร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า “นี่มันหมายความเช่นไร พวกเจ้าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของข้า ฉี เฟิงหยาง อย่างนั้นรึ” เขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังผิดจากปกติ



     ในเวลานั้น ทุกคนต่างเงียบสงบ แม้ภายในใจของพวกเขาจะไม่เห็นด้วย แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่มีผู้ใดที่จะเอ่ยออกมาว่า “ข้าไม่เห็นด้วย !!”



     “ดวงตาของท่าน ฉี เฟิงหยาง เฉียบคมราวใบมีด ข้าเชื่อว่าสำนักที่ท่านเลือก จะสร้างความประหลาดใจให้แก่พวกเรา” ในขณะนั้น หยาน หยางเทียน ยืนขึ้นและกล่าวออกมาพร้อมกับปรบมือไปด้วย



     ในขณะนั้น เหล่าผู้อาวุโสจากสำนักหลิงหยุน ต่างยืนขึ้นและปรบมือพร้อมทั้งกล่าวสนับสนุน เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อยๆ จากสำนักหลิงหยุน จนในที่สุดทั่วทั้งบริเวณก็มีแต่เสียงปรบมือดังออกมา แม้ว่าคนจากสำนักหลิงหยุน จะไม่เห็นด้วยภายในใจของพวกเขา แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงทอดถอนใจออกมา



     ดังนั้น หลี่ ซางฉิง และ ชูเฟิง จึงได้รับสายตาที่กีดกันจากพวกเขา ในการรวมตัวของทั้งร้อยสำนัก หลี่ ซางฉิง และ ชูเฟิง ได้รับการยกเว้นในการร่วมการแข่งขันต่าง อีกทั้งมีคฤหาสร์สวยงามไว้สำหรับพักผ่อน และยังได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม



     แต่คนผู้หนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ฉี เฟิงหยาง เขาถูกสงสัยว่าใช้อำนาจเพื่อเรื่องส่วนตัวของเขา โดยการละเลยความคิดเห็นของผู้อื่น เขาเอาแต่ไปๆ มาๆ สู่ที่พักของ ชูเฟิง เขาพูดคุยและเล่นหมากรุกกัน ในท้ายที่สุดเขาก็ขอตัวกลับก่อน เนื่องจากมีภารกิจที่คฤหาสน์องค์ชายกิเลน



     การกระทำของ ฉี เฟิงหยาง มันทำให้สามารถเข้าใจได้เรื่องหนึ่ง คือ ข่าวลือที่ว่า ฉี เฟิงหยาง และ ชูเฟิง เป็นพี่น้องกัน



     พวกเขาต่างไม่อาจยอมรับเมื่อเห็นเช่นนั้น แต่ก็มีบางคนที่คิดอย่างลึกซึ้งลงไปว่า ชูเฟิง นั้น อาจจะมีพื้นฐานที่สูงส่งกว่าผู้อื่น อีกทั้ง ชูเฟิง ยังอาจมีการบ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่ง และเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก เพราะเขาสามารถข้ามระดับในการต่อสู้กับผู้ที่มีพลังสูงกว่าเขาได้



     ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ภายในสำนักหลิงหยุน ก็ไม่มีผู้ใดมอง ชูเฟิง ด้วยสายตาเหยียดหยามอีก ไม่ใช่ด้วยเหตุผลอื่นใด แต่เป็นเพราะ ผู้สนับสนุนของ ชูเฟิง นั้นคือ ฉี เฟิงหยาง ในเวลานี้ คนที่กล้าขัดใจ ชูเฟิง จึงมีน้อยอย่างมาก



     เพียงแค่กระพริบตา การแข่งขันจากการรวมตัวของทั้งร้อยสำนักก็เริ่มต้นขึ้น แต่ ชูเฟิง นั้นไม่ได้เข้าชมการแข่งขันแต่อย่างใด แต่เขาก็ได้ยินข่าวที่แพร่กระจายออกมา



     นั่นคือ ในการรวมตัวของทั้งร้อยสำนักนั้น สำนักหลิงหยุน ทำการปฏิวัติอย่างสมบูรณ์ โดยการที่ผู้นำสำนัก หยาน หยางเทียน ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันใดๆ อีกทั้งเหล่าผู้อาวุโสก็ไม่ได้เข้าร่วม แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันของผู้นำก็ตาม สำนักจะส่งเพียงเหล่าลูกศิษย์เข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น



     ศิษย์อันดับหนึ่งสำนักหลิงงหยุน นั่นคือ ตู่กู๋ โอวหยุน ผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายภายในอาณาจักรมังกรฟ้า ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของผู้นำนิกาย ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับผู้นำนิกาย



     ผู้นำของหลายสำนักต่างไม่พอใจในการกระทำของสำนักหลิงหยุน ถึงแม้ว่า ตู่กู๋ โอวหยุน จะมีความสามารถที่โดดเด่น แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่ม และการที่ให้ ตู่กู๋ โอวหยุน เข้าร่วมการแข่งขันกับพวกเขาที่เป็นผู้นำสำนัก นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้



     แต่ด้วยความแข็งแกร่งของสำนักหลิงหยุน อีกทั้งการรวมตัวของทั้งร้อยสำนักนั้น สำนักหลิงหยุน ยังเป็นเจ้าภาพการจัดการทั้งหมด ดังนั้น แม้หลายคนจะโกรธ แต่พวกเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา



     “น้องชูเฟิง !! เจ้ามาอยู่ที่นี่เอง มันค่อนข้างลำบากในการหาตัวเจ้านะ”



     ในตอนนั้น ชูเฟิง กำลังพักผ่อนอยู่ที่ริมทะเลสาบ พร้อมกับอาบแดดไปด้วย แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมา ทำให้เขาตื่นจากความฝัน



     หลังจากที่ ชูเฟิง ผงกหัวขึ้นมา ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เพราะเขาจำเจ้าของเสียงที่เรียกเขาได้ นั่นคือ ไป๋ยี่ นางคือคนที่อยู่เบื้องหลังการยุยง รู่วหยู ให้ใช้ หนานกง เสี่ยว มามอบบทเรียนแก่เขา



     “น้องชูเฟิง เจ้าคงไม่โกรธข้า หลังจากเหตุการณ์วันนั้นใช่มั้ย !?” หลังจากที่เห็นใบหน้าที่เย็นชาของ ชูเฟิง นางไม่ได้จากไป แต่เอามือเท้าเอวบิดไปมา พร้อมทั้งเดิงมาที่หน้าของ ชูเฟิง และถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน



     “ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เจ้ามีอะไรก็ว่ามา” ชูเฟิง ตอบกลับ ไป๋ยี่ ด้วยความเฉยเมย เห็นได้ชัดว่าเขา รังเกียจ และเกลียด ผู้หญิงคนนี้



     “น้องชูเฟิง ข้ามีบางอย่างที่ต้องมาบอกเจ้า แต่มันไม่ใช่เรื่องของข้า ศิษย์พี่ รู่วหยู ต้องการเชิญเจ้าไปสนทนาด้วย” ไป๋ยี่ กล่าวพร้อมกับยิ้มบาง



     “เจ้ากลับไปได้แล้ว บอก รู่วหยู ของเจ้าด้วยว่า ข้าไม่สนใจในตัวนาง” ชูเฟิง ลุกขึ้น และกำลังจะจากไป



     “เอ๋ !! น้องชูเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธที่ศิษย์พี่หยาน ไม่ยินดีที่จะพบเจ้าในวันนั้น แต่ข้ารับรองว่า นางไม่ได้เป็นผู้หญิงอย่างที่เจ้าคิด” เมื่อเห็นเช่นนั้น ไป๋ยี่ ยื่นมือที่ราวกับหยกของนาง ไปคว้าที่มือของ ชูเฟิง



/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


หาเเรื่องเจ็บ . . . . . .

ผู้แปลโดยคุณ#Abhisit