วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 281 - ปีศาจ



         " ต้านต้าน เจ้าว่า หยวน รู่ว ฝึกฝนทักษะลับ ต้องห้าม งั้นหรอ ? " แม้ว่า ชูเฟิง จะยังไม่เข้าใจทักษะลับ ต้องห้าม แต่หลังจากได้ยินคำพูดของต้านต้าน ก็น่าจะเป็นแบบนั้น



         " 8 - 9 ส่วน ไม่เกิน 10 นางต้องฝึกทักษะลับ ต้องห้าม จริงๆนางต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดนางจึงปกป้องร่างกายของนางดั่งหยกล้ำค่า และนั้นก็ไม่ใช่ว่าร่างกายนางเปลี่ยนเปลงโดยบังเอิญ แต่มันเกิดขึ้นหลังจากพรหมจรรย์นางถูกทำลาย " 



         " แต่เจ้าไม่ต้องกังวลนักหรอก สถานการณ์ของหล่อนในปัจจุบัน เข้าสู่วิถีทางแห่งความชั่วร้าย คนส่วนใหญ่มักจะไม่รอดชีวิต " ต้านต้านกล่าว 



        " อะไรนะ นั้นก็หมายความว่า นางตายเพราะข้านะสิ!!! " หลังจากที่ทราบว่า สิ่งที่ทำกับ หยวน รู่ว เป็นต้นเหตุให้นางเข้าสู่วิถีทางแห่งความชั่วร้าย อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่านางอาจจะตายเพราะเขา ชูเฟิง จึงได้แต่โทษตัวเอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ชอบพอ หยวน รู่ว นัก แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะฆ่านางเพราะเรื่องแค่นี้



        " อะไร ? ป่านนี้พึ่งมารู้สึกผิด ? ชูเฟิง เจ้าภาวนาให้นางตายให้นางจะดีกว่าคนที่เข้าสู่เส้นทางชั่วร้าย ก็สมควรแล้วว . . . . . "



        " หากนางกลายเป็น ปีศาจกระหายเลือด คนแรกที่นางจะกลับมาฆ่าก็คือเจ้า "



ตอนนั้น ชูเฟิงก็เริ่มเข้าใจความร้ายแรงของเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาก็นึกไม่ถึงว่า หยวน รู่ว จะเป็นคนที่ฝึกฝนทักษะลับต้องห้าม ที่อันตรายนั้น แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ทีจะมานั่งเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่ออะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หลังจากที่กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ 



ดังนั้น หลังจากที่ ชูเฟิงเดินทางกลับเข้าไปที่ สำนัก หลิง หยุน เขาไม่ได้คิดจะปกปิดเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่เขามาเพื่อขอรับโทษกับเจ้าสำนักสตรีหยกที่ตำหนักของนาง



หลังจากที่มาถึง ชูเฟิง ก็เริ่มที่จะขอโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และอีกอย่าง ไป๋ชี ก็อยู่ที่นั้น ซึ่งนางก็ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าสำนักสตรีหยกฟังก่อนหน้านี้แล้ว  แต่แน่นอนว่านางไม่รู่ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หยวน รู่ว เพราะเนื่องจากนางยังไม่ได้สติ



         " ไป๋ชี เจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะพูดกับ ชูเฟิง จำไว้ เรื่องของหยวน รู่ว อย่าได้แพร่งพายออกไป " เจ้าสำนักสตรีหนกนั่งอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับสบัดมือไปที่ ไป๋ชี 


    
         " ค่ะ เจ้าสำนัก!!! " ไป๋ชี ไม่กล้าที่จะช้า หลังจากหันไปมองหน้า ชูเฟิง นางก็ก้าวออกไป



หลังจากที่ ไป๋ชี ก้าวออกไป เจ้าสำนักสตรีหยกก็หยิบชาขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น พร้อมกับมองมาที่ ชูเฟิง พร้อมกับกล่าวด้วยความพอใจ



         " ชูเฟิง เจ้ากล้ามาหาข้าเพื่อยอมรับผิด แสดงว่าเจ้าเป็นลูกผู้ชาย!!! "


        
         " เจ้าพอจะบอกข้าได้ไม๊ว่า หยวน รู่ว นางไปไหน ? นางเป็นคนอารมณ์รุนแรง ข้าเกรงว่านางจะคิดทำเรื่องอะไรโง่ๆ "



จากคำพูดของนาง ชูเฟิง ก็บอกได้เลยว่า เจ้าสำนักสตรีหยกค่อนข้างที่จะเป็นห่วง หยวน รู่ว เพื่อให้นางสบายใจ เขาก็ไม่จำเป็นติดซ่อนอะไรเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงบอกนางทุกเรื่อง



หลังจากรู้ว่า หยวน รู่ว และ ชูเฟิง ได้ทำเรื่องระหว่างชายหญิง ร่างกายของนางก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และแม้แต่ ชูเฟิง ก็ไม่สามารถจับนางได้ เจ้าสำนักสตรีหยกไม่สามารถสงบได้อีกต่อไป นางลุกขึ้นยืนขณะที่ขมวดคิ้วแน่น และเดินวนไปวนมาในห้อง



หลังจากที่ตั้งสติได้ เจ้าสำนักสตรีหยกก็ถามขึ้น " ชูเฟิง เจ้ารู้ไม๊อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ ร่างกายของหยวน รู่ว เปลี่ยนแปลง ? "



          " ขออภัยด้วย หากให้ข้าเรียนท่านตามตรง ข้าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นคงไม่ได้เกิดจากการใช้ยาวิเศษ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะการฝึกฝนวิชามาร "



ชูเฟิง ไม่ได้บอกว่าเป็นคือ ทักษะลับ ต้องห้าม เพราะในทวีปนี้ คนจะเข้าใจง่ายกว่าหากบอกว่า วิชามาร อีกอย่างจะมีกี่คนที่รู้จัก ทักษะลับ ต้องห้าม 



ถ้า ชูเฟิง อธิบายเรื่องทักษะลับ ต้องห้าม คืออะไร เจ้าสำนักที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย นางจะต้องสงสัยแน่ๆ ว่า ชูเฟิง รู้เรื่องราวพวกนี้มาได้ยังไง



        " วิชามารงั้นเหรอ . . . . " หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ ชูเฟิง เจ้าสำนักสตรีหยกก็เหมือนจมลงไปในห้วงแห่งความคิด หลังจากนั้นไม่นานนางก็หมดหนทางจนต้องถอนหายใจ " มิน่าล่ะ มิน่า . . . . . "



        " อาวุโส ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง!!! " ชูเฟิงรีบถาม



คำถามของชูเฟิงทีนางได้ยิน ทำให่นางเริ่มทีจะแสดงอาการลังเลเป็นครั้งแรก แต่แล้วไม่นานก็กล่าวออกมา " ในปีนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างผู้ก่อตั้งสำนักไปสร้างสำนักบนเทือกเขาเพราะมัน ลึกลับซับซ้อน และในช่วงหนึ่งของเทือกเขา ก็มีการค้นพบทักษะลับบางอย่าง . . . . . "


 
         " ทักษะลับมันถูกสลักเอาไว้บนยอดเขา มันไม่สามารถเก็บเอาไว้หรือเคลื่อนย้ายไปไหนได้ มันจึงถูกรักษาไว้บนนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องทักษะลับถูกแพร่ออกไป ผู้ก่อตั้งสำนักจึงสร้างสำนักขึ้นมาบนที่แห่งนั้น และเปลี่ยนมันเปลี่ยนพื้นที่ต้องห้าม "



         " อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ามีทักษะลับ แต่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจมันได้ คงมีแต่ผู้ก่อตั้งสำนักเท่านั้นที่เข้าใจเนื้อหา และนางก็บอกว่า หากศิษย์รุ่นหลังในสำนักที่มีความสามารถโดดเด่นจะได้รับอนุญาติให้ศึกษาทักษะลับนี้ได้ "



         " แต่น่าเสียดาย หลังจากผ่านไปหลายร้อยปี ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เข้าใจเนื้อหาของทักษะลับ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเชื่อว่า ทักษะนี้มันสามารถฝึกฝนได้ "



          " แต่หลังจากได้ยินเจ้าพูดมา ข้าก็พอนึกขึ้นมาได้ หลังจาก หยวน รู่ว เห็นทักษะลับนั้นเป็นครั้งแรก นางก็เริ่มที่จะสนใจมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนสองปีก่อน นางไปที่นั้นแทบจะทุกวัน อาจจะเป็นไปได้ว่านางสามารถเข้าใจเนื้อหาที่แท้จริงของทักษะลับนั้นได้ และนางก็อาจจะประสบความสำเร็จในการฝึกมัน " ขณะที่เล่าไป ใบหน้าของเจ้าสำนักสตรีหยกก็ตกใจไปด้วย



           " อาวุโส ท่านสามารถให้ข้าดูทักษะลับ นั้นได้หรือไม่ ? " หลังจากที่ทราบเรื่องนี้ ชูเฟิง ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้สนใจเนื้อหาของ ทักษะลับ ต้องห้ามแต่อย่างใด แต่เขาและต้านต้าน อยากจะยืนยันว่า หยวน รู่ว ได้ฝึกทักษะลับนั้นหรือไม่ และบางทีเขาอาจจะค้นพบความลับอื่นๆในสถานที่แห่งนั้นก็เป็นได้



           " ได้สิ แต่ต้องเป็นหลังจากงานชุมนุมร้อยสำนักสิ้นสุดแล้วเท่านั้น แล้วเจ้าค่อยตามข้ากลับสำนัก นอกจากนี้้ ชูเฟิง เจ้าไม่ควรตำหนิตัวเองเรื่องนี้ แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้อธิบายรายละเอียด แต่หลังจากที่ข้าประติดประต่อคำพูดของ ไป๋ชี ข้าก็พอเดาได้ว่าเรื่องนี้จะโทษเจ้าก็ไม่ได้ เพราะเจ้าก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเช่นกัน "



           " ไป๋ชี นางเป็นผู้หญิงที่อยู่ไม่สุข และบางครั้งนางก็ชอบทำเรื่องที่มันเกินไปหน่อย "



            " แต่ยังก็ตาม หากมีอะไรเกิดขึ้นกับ หยวน รู่ว จริงๆในอนาคต คนแรกที่สำนักสตรีหยกจะต้องอาศัย ก็คือนาง " หลังจากที่เจ้าสำนักสตรีหยกทราบความจริง นางก็ไม่ได้ตำหนิ ชูเฟิง แต่อย่างใด



ส่วน ชูเฟิง หลังจากที่เจ้าสำนักสตรีหยกคิดจะสนับสนุน ไป๋ชี หลังจากเกิดเรื่องกับ หยวน รู่ว เขาก็ตกใจอย่างมาก ที่คิดจะพัฒนาคนแบบ ไป๋ชี แต่หลังจากพิจารณาว่ามันเกิดเรื่องเพราะตัวเขา ชูเฟิงจึงไม่ได้พูดอะไรใดๆ



เรื่องทั้งหมดจากคำของเจ้าสำนักสตรีหยก แน่นอนว่าต้องมีเหตุผลที่ทำให้นางต้องตัดสินใจเช่นนี้ เพราะนางเป็นคนที่เข้าใจ ไป๋ชี และ หยวน รู่ว ดีกว่าใครๆ



หลังจากนั้น ชูเฟิง ก็ขอตัวออกมา แต่เมื่อเขาเดินออกมา เขาก็พบกับ ไป๋ชี



           " เจ้าทำอะไรกับศิษย์พี่ ? เจ้ามันปีศาจ " หลังจากเห็นหน้า ชูเฟิง ไป๋ชีก็แสดงท่าทีที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ



เมื่อ ชูเฟิง เห็นนางทำหน้าแบบนั้น เขาก็ทำสีหน้าเย็นชา และเคลื่อนที่เข้าไปหาอย่างรวดเร็วประดุงดั่งสายฟ้า พร้อมกับยื่นมือไปจับที่คาง ของไป๋ชี จากนั้นก็ยื่นหน้าไปใกล้ๆหูของนางพร้อมกับเตือน



           " เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ข้ามันคือปีศาจ ดังนั้นอย่าทำให้ข้าโกรธจะดีกว่า ไม่งั้นข้าจะทำลายพลังวิญญาณของเจ้าและขายเจ้าให้กับหอนางโลม " หลังจากที่พูดคำนั้น จบ ชูเฟิง ก็สบัดมือออก จากนั้นก็จากไป



ส่วนด้าน ไป๋ชี ก็ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเลื่อนลอย ตอนนั้นเหงื่อไหลปกคลุมทั่วใบหน้าของนางพร้อมกับความหวาดกลัวที่เต็มอยู่ภายในดวงตา เพราะนางบอกได้เลยว่า ชูเฟิง เหมือนจะไม่ได้พูดเล่น



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



ไม่จัดอีกสักคนล่ะ พี่เฟิง หรือจะเอาแม่งทั้งสำนักเลยก็ได้. . . . . . 

เจ้าสำนักก็ดี ไป๋ชีก็ดี สาวกคนอื่นๆก็ดี . . . . . 

คนแก่ยังจะเอาอีกหรอ . . . . . .

ขนาดต้านต้าน อยู่มาเป็นพันๆปี กูยังคิดจะเอา . . . . . 

เจ้าสำนัก 50 - 60 เอง ยังซิงด้วย ไม่เป็นไรหรอก . . . . . . 

เหอะๆ - -"

@นี้ความคิดมึงล้วนๆ ใช่ไม๊ . . . . .