วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 285 - รนหาที่ตาย



      “ตาต่อตาฟันต่อฟันหรือนี่หมายความว่าเจ้าจงใจอย่างงั้นรึ?” หลังจากที่ได้ยินคำของชูเฟิง มันทำในผู้คนของสำนักหลิง-หยุนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และเปิดเผยเจตนาฆ่าออกมาอย่างชัดเจนจนพวกเขารู้สึกได้ว่าอยากฆ่าชูเฟิงและหั่นศพของเขาออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย



       “เหอะ แล้ววิธีการใดกันที่ ตู่กู๋ โอวหยางล่วงเกินเจ้าสำนักของข้า? ในฐานะที่ท่านเป็นถึงผู้จัดการประชุมร้อยสำนักทำใมท่านถึงไม่ห้ามการกระทำของศิษย์ในสำนักท่าน?”



       “หรือว่าคนในสำนักหลิง-หยุนของท่านนั้นมีสิทธิ์ที่จะทำร้ายใครก็ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่? แล้วการที่ข้าได้ทำร้ายคนของสำนักหลิง-หยุนและท่านต้องการชดใช่ในสิ่งที่ข้าได้ทำ แล้วอาการบาดเจ็บของเจ้าสำนักข้าล่ะก็ไม่เห็นมีหมาตัวไหนในสำนักหลิง-หยุนของท่านออกมาชดใช้เลยสักคน”



       “ในฐานะที่เป็นสำนักอันดับหนึ่งในอาณาจักรมังกรฟ้านี่ยังเรียกว่าเป็นธรรมอยู่ได้อีกหรือไม่?” ชูเฟิงนั้นได้กล่าวออกไปอย่าไม่เกรงกลัวเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเขาก็ยังคงที่จะถามกลับไปอย่างรุนแรง



        “นี่เจ้า….” ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ตรงไปตรงมาของชูเฟิงมันทำให้ผู้คนจากสำนักหลิง-หยุนนั้นมีใบหน้าที่ซีดขาวเพราะพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะลบล้างคำสบประมาทเหล่านี้ได้



ดังนั้นตราบใดที่ชูเฟิงยังไม่ได้ฆ่า เฟิงฮ้าวพวกเขาก็ไม่มีสิทธ์ที่จะล้อมรอบและโจมตีชูเฟิงได้ เพราะหลังจากที่ตู่กู๋ โอวหยางนั้นได้เป็นฝ้ายที่ทำลายแขนของ หลี่ จางฉิงก่อน



*** แปะ แปะ แปะ… *** ทันใดนั้นก็ได้มีระเบิดเสียงตบมือดังออกมา



         “ฮ่า ๆ ๆ ๆ … ดีดีดี” หลังจากนั้นก็ได้มีเสียงหัวเราะแปลกผิดปกติดังออกมา ซึ่งเจ้าของเสียงนั้นก็คือเจ้าสำนักหลิง-หยุน หยาน หยางเทียน



ในขณะที่เขายืนอยู่บนเวทีสูงเขาได้ตบมือพร้อมกับแสดงรอยยิ้มแล้วมองไปยังชูเฟิงด้วยสายตาที่ไม่ชอบมาพากล



        “มันดูเหมือนว่าจะมีศิษย์ที่ค่อนข้างเป็นที่น่าประทับใจได้ปรากฏตัวขึ้นในสำนักมังกรฟ้าแล้วซินะ ชื่อของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในชุมนุมร้อยสำนักนี้เป็นของเจ้าแล้ว” หลังจากที่หัวเราะ หยาน หยางเทียนก็ได้ประกาศเสียงดังออกมาอย่างกึกก้อง



*** ฮู่วว ~ *** หลังจากที่ หยาน หยางเทียนกล่าวไปแม้ว่าคนจากสำนักหลิง-หยุนจะไม่เต็มใจแต่พวกเขาก็ไม่อาจเลือกได้ พวกเขาจึงถกถอยออกมาอย่างรวดเร็วและไม่กล้าที่จะโจมตีชูเฟิงอีก แม้แต่สำนักต่างๆโดยรอบที่ได้เห็นเหตุการณ์พวกเขายังถึงกับตะลึง



การที่ หยาน หยางเทียนไม่ได้ฆ่าชูเฟิงนั้นมันทำให้พวกเขาคิดกันไปเองกันต่างๆนาๆ และที่เป็นไปได้มากที่สุดบางทีมันอาจเป็นเพราะว่า หยาน หยางเทียนนั้นอยากจะรักษาพรสวรรค์ของชูเฟิงเอาไว้ เพราะหลังจากที่ชูเฟิงได้สำแดงพลังอำนาจของตนเองออกมานั้นมันได้ท้าทายสามัญสำนึกของผู้คนจำนวนมาก ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งมันยังบ่งบอกออกมาได้อย่างชัดเจนว่าชูเฟิงนั้นเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยปรากฏในอาณาจักรมังกรฟ้ามาก่อน และถ้าการเติบโตของเขายังคงพัฒนาอยู่เช่นนี้ต่อไปเลื่อยๆภายในอนาคตเขาจะต้องมีความแข็งแกร่งเกิน ตู่กู๋ โอวหยุนอย่างแน่นอนและไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาในตอนนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโงดังอย่างแน่นอน



แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผู้คนบางกลุ่มได้คิดถี่ถ้วนดีแล้ว เขาก็จำได้ว่า หยาน หยางเทียนนั้นไม่ใช่คนชนิดที่จะมีเหตุมีผลด้วยที่ว่าทำใมสำนักของเขาจึงเป็นที่โดดเด่นและพัฒนามาเลื่อยๆจนเติบโตขึ้นมาถึงจุดนี้ได้เพราะวิธีการของสำนักหลิง-หยุน นั้นไร้ความปรานีไม่ว่าใครก็ตามที่กระทำผิดกฎของสำนักหลิง-หยุนมันผู้นั้นจะต้องมีจุดจบที่ไม่สวยงาม



ซึ่งการที่ชูเฟิงได้ทำการตัดแขนของ เฟิงฮ้าวต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ มันก็เท่ากับว่าเขาได้ตบหน้า หยาน หยางเทียนและคนในสำนักหลิง-หยุนทั้งหมด แล้วเช่นนี้เหตุใดกันเขาถึงได้ยอมปล่อยชูเฟิงไปอย่างง่ายดายเช่นนี้



เช่นนั้นมันอาจเป็นไปได้ว่าที่ หยาน หยางเทียนไม่ได้ทำการใดนั้นมันอาจเป็นเพราะ ฉี เฟิงหยาง เพราะสิ่งเดียวในอาณาจักรมังกรฟ้าที่ หยาน หยางเทียนหวั่นเกรงก็ควรจะเป็น คฤหาสน์องค์ชายกิเลน



ไม่ว่าเขาจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับชูเฟิงจริงหรือไม่ แต่เขาคือ ฉี เฟิงหยางเป็นบุคคลที่ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่สองของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ถึงแม้ว่า หยาน หยางเทียนนั้นจะมีพลังวิญญาณที่กล้าแกร่งมากแต่เขาก็ยังคงที่จะต้องไว้หน้า ฉี เฟิงหยาง อยู่บ้างเช่นกัน



ในตอนแรกพวกเขาสงสัยกันว่าทำใมคนอย่าง ฉี เฟิงหยางถึงได้กลายไปเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเด็กเหลือขออย่างชูเฟิงได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นพลังการต่อสู่ที่โครตจะแข็งแกร่งของชูเฟิงแล้วพวกเขาก็ได้บรรลุในจุดประสงค์และความตั้งใจของ ฉี เฟิงหยาง ในทันที



เพราะในทีนี้มันหมายความว่า ไม่ได้มีเพียงแค่ ชูเฟิงและ ฉี เฟิงหยางอีกแล้ว มันยังมีคฤหาสน์องค์ชายกิเลนที่ยังคอยหนุนหลังและสนับสนุนพวกเขาอยู่ ซึ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่า หยาน หยางเทียนจะอยากจัดการชูเฟิงแต่ก็ต้องคิดถึงผลที่จะตามมาด้วยเช่นกัน



         “ชั่งเป็นที่หน้าประทับใจจริงๆที่ชูเฟิงมีความสามารถถึงขนาดนี้และแถมยังมีการป้องกันของ คฤหาสน์องค์ชายกิเลนที่คอยหนุนหลังพวกเขาอยู่อีกด้วย ความสามารถที่โดดเด่นเช่นนี้ข้านึกภาพความสำเร็จของเขาในอนาคตไม่ออกจริงๆว่าจะออกมาเป็นเช่นไร”



         “ตั้งแต่ที่สำนักมังกรฟ้ามีศิษย์ดังกล่าวเช่นนี้ปรากฏตัวออกมา มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่สำนักมังกรฟ้าจะกลับมามีพลังและอำนาจดั่งเดิมอีกครั้ง”



         “ใช่เขาได้รับชื่อศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในชุมนุมร้อยสำนักครั้งนี้ด้วยอายุเพียงแค่นี้ มันนับได้เลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวิติศาสตร์เลยที่เดียว นับได้เลยว่าชูเฟิงเขาจะต้องเป็นอัจฉริยะในประวัติการเลยที่เดียว!”



ในทันทีผู้คนจากสำนักอื่นๆนอกจากสำนักหลิง-หยุนแล้วพวกเขาเกือบจะทุกคนได้รับการสรรเสริญความแข็งแกร่งของชูเฟิง พวกเขาได้กล่าวถึงอนาคตของชูเฟิงกันไปต่างๆนาๆว่าพวกเขาได้เห็นการเกิดใหม่ของบุคคลที่ดีที่จะมาคอยปกครองอาณาจักรมังกรฟ้าของพวกเขา



เหล่าเจ้าสำนักต่างๆเริ่มรู้สึกที่จะอิจฉาต่อสำนักมังกรฟ้าที่ได้มีศิษย์ที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ปรากฏตัวออกมา แต่ในเวลาเดียวกันในฐานะที่พวกเขาเป็นคนของอาณาจักรมังกรฟ้า พวกเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ในอาณาจักของพวกเขานั้นได้ปรากฏอัจฉริยะที่ดีเยี่ยมแบบนี้ออกมา



เกือบทุกคนที่มีอคติกับชูเฟิงก่อนหน้านี้ก็ได้หายออกไปจากความคิดของพวกเขาทันที ในสายตาของพวกเขายังคงแสดงถึงอาการช็อกจากความแข็งแรงของชูเฟิงอยู่ ชูเฟิงได้ใช้ความแข็งแรงของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นว่าเขานั้นไม่ใช่ขยะ แต่เขาคืออัจฉริยะ



         “หมายเลขหนึ่งของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เป็นได้แค่ชื่อนั้นข้าน้อยไม่ต้องการ” แต่ในเวลานั้นเขาได้กล่าวออกมาและผลักดันชื่ออันทรงเกียรตินี้ออกไปด้วยลักษณะที่เขาไม่ชอบมัน



         “ว่าใงนะ? ชูเฟิงไม่ต้องการใช้ชื่อของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นนั้นได้หรือไม่”



หลังจากที่กล่าวมันออกมามันเป็นกับเป็นเสียงฟ้าร้องที่ระเบิดออกมาอย่างน่ากลัวจนทำให้ถึงกับหัวโล่งกันเลยทีเดียว พวกเขาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นและได้ยินทุกอย่างยังถึงกับตะลึงและตกใจเป็นอย่างมาก เพราะชื่อของการเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นคือความปรารถนาของใครหลายๆคนที่ต้องการได้ครอบครองมัน มันคือความฝันของเหล่าศิษย์นับไม่ถ้วน แต่มันกลับถูกปฏิเศษโดยชูเฟิง นั้นมันหมายความว่าเช่นไร?



        “ชูเฟิงสิ่งที่เจ้าพูดมันหมายความว่าเช่นไร” หยาน หยางเทียน ขมวดคิ้วเบาๆและกล่าวถาม



        “ชื่อของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นมันก็ควรที่จะมีไว้สำหรับศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้าเท่านั้น”



        “และการที่ ตู่กู๋ โอวหยุนที่เป็นถึงหมายเลขหนึ่งของสำนักหลิง-หยุนของท่านยังไม่ได้ประมือกับข้าน้อย เช่นนั้นแล้วการที่ข้าน้อยจะใช้ชื่อของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น มันก็ออกจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อนข้างจะสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่นัก” ชูเฟิงมองไปยัง ตู่กู๋ โอวหยุนที่ยืนอยู่ข้าง หยาน หยางเทียน



         “ฮ่าๆ เจ้ามีความต้องการที่จะท้าทายข้า” ตู่กู๋ โอวหยุนหัวเราะเสียงดังปานลูกกระเดือกจะแตกซึ่งภายในเสียงหัวเราะของเขานั้นเต็มไปด้วยการดูถูกและเย้ยหยัน



         “ข้าชูเฟิงขอท้าทายเจ้า ตู่กู๋ โอวหยุนเจ้ากล้าที่จะลงมาสู้กับข้าได้หรือไม่?” ชูเฟิงยังคงเจิดจรัสดังแสงไฟขณะที่เขาชี้ไปที ตู่กู๋ โอวหยางพร้อมตระโกนกล่าวเสียงดังลั่น



         “โอ้วสวรรค์! นี่ชูเฟิงเขาบ้าไปแล้วอย่างนั้นรึ? นี่เขากล้าจริงที่จะท้าทาย ตู่กู๋ โอวหยุน?”



หลังจากที่ชูเฟิงได้กล่าวออกไปใบหน้าของทุกคนที่ได้ยินนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากถึงขณะทำให้เกิดอาการเอ๋อ และงงงวย กับระดับพลังวิญญาณที่ ตู่กู่ โอวหยุนมีแต่ชูเฟิงยังกล้าจะที่จะท้าทาย? เขาเป็นถึงบุคคลที่มอบความพ่ายแพ้ให้กับเจ้าสำนักมังกรฟ้าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าสำนักที่แข็งแกร่ง!



ถึงแม้ว่าชูเฟิงจะมีพรสวรรค์มากมายสักเพียงใดแต่เขาก็ยังคงมีพลังวิญญาณอยู่แค่ในแดนแหล่งกำเนิดวิญญาณเท่านั้น แล้วเหตุใดกันเขาถึงได้กล้าที่จะท้าทาย ตู่กู๋ โอวหยุน เขานั้นถือได้ว่าแตกต่างจาก เฟิงฮ้าวเป็นอย่างมาก เขาได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วราชอาณาจักรว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในอาณาจักรมังกรฟ้า



แม้แต่เจ้าสำนักต่างๆก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะเขาได้ เขาถือได้ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ยงคงกระพันในแดนแก่นแท้วิญญาณ บางคนก็ยังคงสงสัยว่าบางที่ ตู่กู๋ โอวหยุน นั้นอาจเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้า นอกจากเจ้าสำนักหลิง-หยุนและคฤหาสน์องค์ชายกิเลน



แม้แต่เจ้าสำนักหลายๆคนยังกลัวเขายังงี้แล้วชูเฟิงยังคงคิดกล้าที่จะท้าทายเขา เป็นเรื่องธรรมชาติมากที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ยินหรือรับรู้ต่างก็ต้องตกใจกันทั้งนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากมากเกินกว่าที่พวกเขาจะสามารถยอมรับได้



          “ฮ่าๆ ชั่งเป็นคำใหญ่โตที่ดูไร้ยางอายยิ่งนัก เจ้ากล้าคิดได้เช่นไรว่าข้า ตู่กู๋ โอวหยุนนั้นจะกลัวเด็กเหลือขออย่างเจ้า?” ตู่กู๋ โอวหยุนกล่าวพร้อมกับยิ้มอันเย็นชาและกลายเป็นภาพเบลอของแสงและมุงตรงเข้าสู่เวทีต่อสู้และยื่นยู่ในด้านหน้าของชูเฟิง



          “ถ้างั้นเราไม่มาทำให้การต่อสู้ครั้งนี้มันน่าสนใจขึ้นมาอีกนิดกันล่ะ? วันนี้ข้าและเจ้าจะต่อสู้กันต่อหน้าของผู้คนและเอาชื่อของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้าเป็นเดิมพัน ผู้ที่ชนะจะได้รับเกียรติและความเป็นสง่าราศีจากผู้คนโดยรอบนี้และสำหรับผู้แพ้จะต้องทำลายพลังวิญญาณของตนเองต่อหน้าทุกคนที่อยู่โดยรอบนี้ เจ้าคิดว่าเช่นไร” ชูเฟิงยื่นข้อตกลงและกล่าวอย่างกระชันชิดกับ ตู่กู่ โอวหยุน (เชดเข้ร่างกายอย่างประทะสัตว์ๆ)



          “โอ้วสวรรค์! นี่เขาบ้าไปแล้ว! เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!” ในทันทีที่ได้กล่าวคำพูดนี้ออกมาเหล่าผู้คนที่ได้ยินนั้นอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา และเต็มไปด้วยลมหายใจที่หนาวเย็นพวกเขานั้นต่างรู้สึกไม่สบายใจกับคำกล่าวของชูเฟิงอย่างมาก



ไม่เพียงแต่เขาได้ท้าทาย ตู่กู๋ โอวหยุนที่มีพลังวิญญาณถึงระดับ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณในขณะที่เขาการพลังวิญญาณอยู่แค่ระดับ 9 ของแดนกำเนิดวิญญาณ เขายังเลือกที่จะทำข้อตกลงในการต่อสู้ให้ผู้แพ้ทำลายพลังวิญญาณของตนเองเช่นนี้ นี่มันอาจเรียกได้ว่าเขาขุดหลุมฝังศพให้กับตัวเองชัดๆในตอนนี้มันไม่มีทางเลือกให้ถอยกลับอีกแล้ว นี่เขากำลังรนหาที่ตายจริงๆใช่หรือไม่?



#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : ฮู่วว นี่หรือที่เรียกว่าเก่งอายุที่ก็หน้าจะ 30 40 แล้วหมางงง โด่วเพิ่งแค่อยู่ระดับที่ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณ มึงเคยเจอเด็ก

อายุแค่ 12 ปี แล้วอยู่ในระดับ 1 แก่นแท้วิญญาณไหม หรือจะเอาเด็ก 10 ควบที่อยู่ในแดนสวรรค์วิญญาณดี ขอแค่บอก

ว่าเดะป๋า ไปดึงตัวมาจากเล่ม 6 เล่ม 7 ให้ 555555 ไอ้พวกคนล้าหลังไอ้ทวีปขี้ไก่ ว่างั้นไหมล่ะ B2

B2 : โอ้ย B1 นายก็ไปเอาเรื่องในอนาคตอันแสนไกลมาพูด พูดถึงตอนนี้ดีกว่าว่าชูเฟิงจะงั้นไม้ไหนออกมาสู้หรือว่าเฟิงจะ

เปิดตัวกับการต่อสู้ครั้งนี้ *0* โอ้วไม่นะ 286-290 จะโพล่มาตอนนี้เลยรึป่าว หรือว่าจะยังไม่เปิดเผย หึ่ยเดาทางมันไม่

ออกจริงๆความคิดแม้งล้ำลึกชูเฟิงมักเป็นคนมีแผนการที่ชาญฉลาดเสมอถึงแม้ว่ามันจะมีบางครั้งที่ทำอะไรโง่แล้วคิด

หน้าคิดหลังถึงความเดือดร้อนที่จะตามมาบางก็นะ แต่ก็เอาเถอะครั้งนี้คนดูออกจะเยอะแยะคิดว่ามันคงไม่เป็นเช่นนั้น

ว่าไหม B1

B1 : ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน B2 ข้ารู้แต่เรื่องในอนาคตถ้าอยากรู้ผลลัพธ์ก็ลองไปถามไอ่ B3 หัวควยดูสิ

B3 : ตายๆไปซะไอ้เฟิงกูจะเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งมึง ขอให้ทั้งมึง และ อาณาจักรมังกรฟ้า ร่มไปถึง ฉี เฟิงหยางต้องพบ

กับความพิศนาศของให้ ไอ้ฉี โดนจับไปทรมานขอให้เมียทั้งสองมึงโดนจับไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้อีกครั้งขอให้มึง

โดนตามล่าไปตลอดชีวิต ชาบู ชาบู ชาบู ด้วยนามแห้งอิลูมินาติจงขอให้มันเป็นไปดั่งที่ข้าได้พูดเอาไว้ด้วยเถอะ

B2 : B3 นายกำลังทำอะไรน่ะ นี่นายไปดมกาวมารึป่าวหรือทำงานหนักจนเพี้ยนไปแล้ว ได้ข้าวว่าหนีการแปลไปทำงานมา

นิ??

B3 : โปรดอย่าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่น B2!!

B1 : เดี้ยวๆหมายความว่ายังใงที่มึงกล้าสาปแช่ง พี่ฉีเฟิงกูว่ะห่ะไอ้ B3 พี่ฉีกูออกจะเก่งกล้าสามารถแถมระดับพลังก็ยังไม่รู้

แน่ชัดเดี้ยวพอสักตอนที่ 291-292 พี่แก่จะสำแดงพลังออกมาและเมื่อถึงตอนนั้นพี่แกจะโดนจับไปทรมานได้ยังใงๆมึง

พูดให้ดีดีนะเว้ย

B3 : กูก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังใงหลังจากตอนที่ 292 ไปแล้วหรอกนะแต่ก็บอกได้เลยคำเดียว ใครก็ตามที่เป็นแบ็คชุเฟิงมันต้อง

ชิบหายทุกคน!!

B1,B2 : มึงรู้ได้ยังใง B3……

B3 : อิลูมินาติบอกกูมา…

B1 : ………..ข้าว่ามันบ้าไปแล้วล่ะ B2

B2 : ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ B1

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..