วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 291 - ลองดูสิ



เลือดที่ไหลนองเต็มพื้น ไม่มีอะไรที่บอกได้ว่าตูกู โอวหยุน นั้นยังมีชีวิตอยู่ แม้แต่ศพและกระดูกของเขายังถูกบดบี้จนแบนเหมือนพายเนื้อ โดยชูเฟิง



ในขณะนั้นทุกคนต่างเงียบ พวกเขาทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ตูกู โอวหยุน และในสายตาของเขาก็แสดงออกความกลัวในตัวชูเฟิงเป็นอย่างมาก



หยาน หยางเทียน ทีที่คอยดูการประลองตลอดเวลานั้น เมื่อมองไปที่ศิษย์เอกของเขาที่กลายเป็นบ่อเลือดอยู๋กลางสนามประลอง ความโกรธของเขาก็ถูกระเบิดออกมาทันที



       "ชูเฟิงงงงงงง ข้าจะฆ่าเจ้า!!"



เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเจตนาที่ต้องการจะฆ่าชูเฟิงนั้น เหมือนเป็นสัญญาณ ทำให้พวกผู้อาวุโส และ ศิษย์ สำนักหลิงหยุน เข้าล้อมชูเฟิงทันที ใบหน้าพวกเขานั้นมีความต้องการที่จะฆ่าชูเฟิง ปรากฏอยู่



      "พวกเจ้าต้องการฆ่าข้าสินะ พวกเจ้าคิดว่าจะทำได้อย่างนั้นหรือ"



เขามองไปยังคนจากสำนักหลิง หยุน ที่กำลังล้อมเขาอยู่ ใบหน้าของชูเฟิงนั้นไม่ปรากฏถึงความกลัวแม้แต่น้อย เขาสะบัดแขนของตัวเอง และทำให้เกิดแรงกดดันระดับแก่นแท้วิญญาณแพร่กระจายออกไปทุกทิศทางใน



     "อ๊าก ~~~~"



ศิษย์และผู้อาวุโส สำนัก หลิง หยุนที่ล้อมชูเฟิงอยู่นั้นต้องเผชิญกับแรงกดดันที่พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้ไหว พวกเขาทั้งหมดนั้น โดนแรงกดดันจนทำให้กระเด็นออกไป พวกเขานั้นไม่สามารถต้านทานชูเฟิงได้แม้แต่คนเดียว



      "เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าจะต้องชดใช้กับสิ่งที่เจ้าได้กระทำไว้ "



หลังจากพูดเสร็จ 12 ผู้พิทักษ์ ก็พุ่งเข้ามาล้อมชูเฟิงทันที 12 ผู้พิทักษ์ของสำนัก หลิง หยุน เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 9แก่นแท้วิญญาณทุกคน



ในขณะนั้นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทาเช่นเดียวกับชูเฟิง ก็ขึ้นมาล้อมชูเฟิงเช่นเดียวกับ 12ผู้พิทักษ์ และคนคนนั้นเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทาจากสำนัก หลิง หยุน



      "ชูเฟิง เจ้าควรหยุดเขาด้วยพลังที่เหมาะสม เจ้าไม่เห็นจำเป็นต้องฆ่าเขา" หยาน หยางเทียนพูด



ในตาทั้ง2 ของหยาน หยางเทียนนั้นแดงก่ำ และเสียงพูดของเขาสั่น เห็นได้ชัดว่าเจ้าสำนักหลิงหยุนนั้นกำลังโกรธอย่างมาก เขาถูกครอบงำโดยความโกรธของเขาและต้องการจะฆ่าชูเฟิง



      "จริงๆแล้วข้าไม่ได้ตั้งใจฆ่าเขานะ ข้าแค่หยุดไม่ทันเท่านั้นเอง "



      " แต่โทษข้าอย่างเดียวไม่ได้นะ ก็คนจากสำนักหลิง หยุนของท่านตะโกนขู่ข่าว่าว่า ตูกู โอวหยุนนั้น เป็นอัจฉริยะหาตัวได้ยากและแข็งแกร่งและไร้เทียมทานมากจนไม่มีทางที่จะแพ้ข้าได้ "



      " ข้าก็เลยรู้สึกกลัวเลยใช้พลังเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง แต่ใครจะคิดว่าเขาจะรับไม่ไหว และโดนฝ่ามือข้าฆ่าตายล่ะ เห้อช่างน่าเศร้าเสียจริง "



      " อ่า ท่านเจ้าสำนักหยานผู้ยิ่งใหญ่ท่านโทษข้าอย่างเดียวไม่ได้นะ ท่านควรโทษคนจากสำนักท่านด้วยถ้าพวกเขาไม่ตะโกนขู่ข้าว่าตูกู โอวหยุนนั้นแข็งแกร่งจนไร้เทียมทานข้าก็ไม่เผลอลงมือฆ่าเขาหรอก ข้าไม่คิดว่าเขาจะอ่อนแอขนาดนี้ เห้ออออ "ในขณะที่เขาตอบคำถามของหยาน หยางเทียน ชูเฟิงพลันยักไหล่ของเขาและทำหน้าไร้เดียงสา



      " บัดซบ ชูเฟิง เจ้าฆ่าคนของข้ายังไม่พอ เจ้ายังไม่รู้สึกผิดอีกอย่างนั้นหรอ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะมีใครสนับสนุนบ้าง วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!"



สุดท้าย หยาน หยางเทียน ไม่สามารถยับยั้งความโกรธไว้ได้ เขามองขึ้นไปบนฟ้าและคำรามก้อง ในตอนนั้นกลิ่นอายพลังระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณของเขาเล็ดลอดออกมา ทำให้พื้นที่แถวนั้นสั่นสะเทือนทำให้ผู้คนต่างล้มลงและยากที่จะประคองตัวเองให้ลุกขึ้น



       " นี่หรือพลังของระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณ พลังของมันช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก หยาน หยางเทียนได้เข้าสู่ อาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้วจริงๆหรือนี่!!"



       " ตายแน่ ชูเฟิงเขาตายแน่ ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ แม้ว่าพลังของเขาจะโดดเด่นมากแต่มันก็อยู่ในระดับแก่นแท้ซึ่งต่างกับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณอย่างสิ้นเชิง " เสียงของผู้คนพูดขึ้นมาในขณะที่พวกเขากำลังประหลาดใจและกลัว หยาน หยางเทียน



ชูเฟิงขมวดคิ้วแน่นและบ่นกับตัวเองในใจ "พลังของอาณาจักรสวรรค์วิญญาณกับแก่นแท้วิญญาณต่างกันมากจริงๆ."



      " แน่นอนว่าพลังระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณแข็งแกร่งมาก แม้ว่าเจ้าจะสามารถคนระดับแก่นแท้วิญญาณในขณะที่เจ้าอยู่ในระดับกำเนิดวิญญาณได้ก็จริง แต่ว่าในระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณต่อให้เจ้ามีพลังถึงระดับ 9 แก่นแท้วิญญาณมันก็ยังยากมากที่เจ้าจะสามารถสู้เขาได้" ต้านต้าน กล่าวเตือนชูเฟิง



      " พวกเจ้าทุกคนถอยไป ข้าจะฆ่าชูเฟิงและแก้แค้นให้ โอวหยุนเอง."



ในตอนนั้น หยาน หยางเทียนก็ได้ระเบิดพลังของเขาออกมาชายเสื้อและผมของเขาพลิ้วไหวตามสายลม และพลังของเขาที่ถูกปล่อยออกมานั้น แทบจะบอกได้ว่าชูเฟิงนั้นไม่มีทางรอดแล้ว



หลังจาก หยาน หยางเทียนพูดจบ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณของสำนักหลิง หยุนได้ใช้อำนาจวิญญาณสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองและ 12ผู้พิทักษ์ เพื่อให้หลบออกมาอย่างรวดเร็วเพราะเขารู้ว่าครั้งนี้ หยางเทียนโกรธมาก



ต่อจากนั้นพวกเขา ก็ถอยห่างจากชูเฟิงได้สำเร็จ ก่อนหน้าน้ำวกเขาได้เห็นพลังของอาณาจักรสวรรค์วิญญาณของหยานหยางเทียนมาก่อน พวกเขารู้ว่าพลังของอาณาจักรสวรรค์วิญญาณ นี้น่ากลัวและรุนแรงมาก



      " ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องตัวชูเฟิงก็ลองดูสิ "



ในเวลานั้นมีเสียงตะโกนดังลั่น เสียงดังและชัดเจนดั่งฟ้าผ่ามันทำให้ใบหน้าของผู้เชียวชาญหลายคนเปลี่ยนแปลงและถึงกับหูอื้อ และคนที่มีการบ่มเพาะที่อ่อนแอถึงกับกระอักเลือด



ในขณะเดียวกันคลื่นของความดันไม่มีที่สิ้นสุดสืบเชื้อสายมาจากท้องฟ้าเช่นถ้าเทือกเขาที่มองไม่เห็นได้รับการกดลง. ในฐานะที่เป็นความดันที่น่ากลัวลงมาเป็นรูปอายุยังปรากฏในท้องฟ้า



ชายคนหนึ่งที่สวมเกราะสีทองดั่งเทพเจ้าแห่งสงครามค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้าอย่างช้าๆ ในตอนนั้นสายตาทั้งหมดพลันจับจ้องไปที่เขาที่ลอยลงมาอยู่ข้างชูเฟิง เขาคือชายคนที่บอกว่าตนเป็นพี่ชายร่วมสาบานของชูเฟิง เขาคือชายที่ผู้นำตระกูลฉีและยังเป็นแม่ทัพของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน เขาคือ ฉี เฟิงหยางนั่นเอง



       " สวรรค์ กลิ่นอายของฉี เฟิงหยาง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก อย่างบอกนะว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้ว และดูจากการลอยลงมาจากท้องฟ้าของเขา นี่เขาเป็นผู้เชียวชาญระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้อย่างนั้นหรือ



การรปรากฏตัวของ ฉี เฟิงหยาง นั้นเหนือความคาดหมายของทุกคนพลังของเขานั้นไม่ได้ด้อยกว่าหยาน หยางเทียนเลย อาจบอกได้ว่าเขาอาจเหนือกว่าหยาน หยางเทียนด้วยซ้ำการปรากฏตัวของฉี เฟิงหยาง กว่าความคาดหวังของทุกคน. ความแรงของเขาแสดงแม้ทุกคนตกใจ. มันเป็นความรู้สึก



       " ฉี เฟิงหยาง นี่เจ้า.....เจ้าเข้าสู่ระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้ว" ในความจริงนั้นหยาน หยางเทียนก็ตะลึงถึงความแข็งแกร่งของ ฉี เฟิงหยางเช่นกัน



จากที่เขารู้ในอาณาจักรมังกรฟ้านั้นมีเพียงคนเดียวที่ได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ นั่นนคือ ผู้นำของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน และในปีที่แล้วหยาน หยางเทียนสามารถก้าวเข่าสู๋อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ เป็นคนที่2ของอาณาจักรมังกรฟ้า



แต่ในปัจจุบันนี้ผู้เชียวชาญอาณาจักรสวรรค์วิญญาณคนที่3ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว และนั่นหมายความว่าความสมดุลของอาณาจักรมังกรฟ้าได้ถูกทำลาย มันทำให้เขาคิดหนัก



สำหรับฉี เฟิงหยาง นั้นเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับ หยาน หยางเทียน เขาวางมือบนบ่าของชูเฟิงและถามว่า "น้องชาย เจ้าเป็นไรมากหรือเปล่า"



         " พี่ใหญ่ ข้าสบายดี ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงส่งสารผ่านจิตว่าให้ข้าสามารถฆ่าตูกู โอวหยุนได้ เพราะท่านได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้วนี่เอง!" เมื่อเทียบกับเหล่าคนดู ชูเฟิงที่เห็นการบ่มเพาะของฉี เฟิงหยางไปถึงอาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้ว นั้นมันทำให้เขามีความสุขมาก



"หึ นี่คือเหตุผลที่ข้าหายตัวไปหลายวัน เพราะข้าได้ไปบ่มเพาะจนสามารถทะลวงเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์วิญญาณนั่นแหละ แต่ข้าอยากจะบอกว่า การมีพลังระดับนี้มันรู้สึกดีมากเลยจริงๆ "



ฉี เฟิงหยาง พูดพลันหัวเราะหลังจากนั้นเขาก็หันไปหา หยาน หยางเทียนอย่างเย็นชาและกล่าวอย่างเสียวดังว่า "เจ้าสำนักหยาน ข้าเป็นคนอนุญาตให้ชูเฟิงฆ่าตูกู โอวหยุนได้เอง ถ้าเจ้ามีปัญหาก็มาคุยกับข้า"



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ผู้แปลโดยคุณ # Haridsada Karakete

ปล1 สปอยล์ครับ จากที่แอดได้บอกไว้ในตอน 288 อาวุธที่ชูเฟิงได้คือ ดาบของจักรพรรดิฉินครับ นอกจากนี้หมัดพี่เสือของชูเฟิง ยังอัพเกรดกลายเป้นพยัคฆ์เพลิงเทวะ สามารถอัญเชิญออกมาได้ มีทักษะ ด้วยครับ

ปล2. ตอนแปล ต้านต้านนี่ eng มันใช้ eggy ซึ่งแปลตรงๆว่าเจ้าไข่ ผมนึกถึง น้องไข่โป๊ะแตกตลอดเลย เห้อ ฝากไปทวงหลินตง กับ มังกรสะท้านภพด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ


ตอนหน้ารับรองมันแน่นอนครับ เด็กตีกันผ่านไปแล้ว