วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 294 - ความรู้สึกที่แท้จริงของน้องสาว



ซูรู่ ที่กำลังนั่งอยู๋บ่นดาดฟ้าของหอคอยที่สูงที่สุดในเมืองวิหคเพลิง เธอนั่งห้อยขาลงมาจากขอบหอคอยเผยให้เห็น ขาเรียวยาวที่สวยงาม มือเรียวงามทั้ง2ข้างของเธอนั้นวางไว้ข้างๆตัว ซู รู่ นั้นกำลังนั่งเหม่อมองบนฟ้าไกล (Note: feeling มันให้)



ลมที่พัดมานั้นสามารถพัดผมสลวยของเธอได้ พัดชายกระโปรงของเธอได้แต่ไม่สามารถพัดความเศร้าใจบนใบหน้าของเธอได้



       "ท่านพี่." ทันใดนั้นก็มีเสียงหวานที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลังของ ซู รู่ นั่นคือเสียงของซู เหม่ยนั่นเอง



       "น้องเหม่ย เจ้ามาที่นี่ทำไมหรือ" หลังจากที่ได้เห็นซูเหม่ย ซูรู่ค่อนข้างประหลาดใจ



        "หึ." ซู เหม่ยยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถามของ ซู รู่ เธอเดินไปนั่งข้างๆซูรู่และกล่าวว่า " ท่านพี่ ท่านกำลังหวังว่าชูเฟิงคือชายชุดเทาใช่ไหม"



       "ทำไมเจ้าถึงถามเช่นนั้นล่ะ" ภายในดวงตาที่งดงามของซู รู่ ปรากฏความสงสัยขึ้นแต่ความรู้สึกกลัวในดวงตานั้นกลับมากกว่า



       "ข้าก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น ข้าก็หวังให้ชูเฟิงเป็นชายชุดเทาเพราะข้าต้องการจะแต่งงานกับเขา " ซูเหม่ย มองไปทางที่มีสำนักมังกรฟ้าตั้งอยู่และใบหน้าของเธอพลันปรากฏรอยยิ้มที่งดงาม



       "เด็กโง่ ความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริงเพราะเขาก็ชอบเจ้ามากเช่นกัน ไม่ช้าก็เร็วเจ้ากับเขาก็ต้องแต่งงานกัน. " ซู รู่ พูดพลางลูบผมซูเหม่ยอย่างอ่อนโยน แสดงให้เห็นว่า ซู รู่นั้นรักน้องสาวของเธอมาก



       "ข้ารู้ ข้ารู้ว่าเขาชอบข้า แล้วท่านล่ะ"ซู เหม่ยกล่าวถาม



       "หมายความว่าอย่างไร" ซู รู่ ที่ถูกซู เหม่ย ถามมาแบบกระทันหันจึงทำตัวไม่ถูก



       "ท่านพี่ ท่านต้องการแต่งงานกับชูเฟิง ใช่หรือไม่ " ซู เหม่ยถามกับด้วยรอยยิ้มที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง



       "ข้า ... " ใบหน้าของซู รู่ มีความซับซ้อนเกิดขึ้น ปากของเธอเปิดเล็กน้อย แต่ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้



จู่ๆ ซู เหม่ย ก็กระโจนเข้าไปกอดซู รู แน่นพร้อมด้วยรอยยิ้มที่งดงามและกล่าวว่า



        "ข้าหวังว่าท่านจะแต่งงานกับชูเฟิงนะ เพราะชูเฟิงคือคนที่ข้ารักมากที่สุดและท่านก็เป็นคนที่ข้างรักมากที่สุดเช่นกัน ข้าปราถนาที่จะให้เรา3คนแต่งงานกัน และอยู่ด้วยกันตลอดไป "



คำพูดของซูเหม่ยนั้นบ่งบอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุขมากและแสดงว่าคำพูดนั้นจริงใจและเป็นคำพูดที่กลั่นออกมาจากหัวใจของเธอจริงๆ



หลังจากได้ยินคำพูดของน้องสาว ดวงตาของซู รู่เปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย หลังจากอัดอั้นความรู้สึกไว้ในใจมานานจนแสดงออกมาบนใบหน้า จานั้นเธอก็กอดซู เหม่ย แน่น ใบหน้าของทั้ง2แทบจะแนบชิดกัน



เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ใบหน้าของเธอนั้นมีรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขมาก



หลังจากอาการบาดเจ็บของ หลี่ ชางฉิงถูกรักษา ชูเฟิง และ ฉี เฟิงหยางก็หายไปทั้งคู่ แต่พวกเขาไม่ได้ไปด้วยกัน



หลี่ ชางฉิง กลับไปที่สำนักมังกรฟ้า ปัจจุบันนั้นข่าวของชูเฟิงที่งานชุมนุมร้อยสำนักได้โด่งดังไปทั่ว ในฐานะเจ้าสำนักแล้วเขาต้องรีบกลับมาเพิ่อ ควบคุมสถานการณ์



สำหรับ ฉี เฟิงหยาง เขาได้ถูกเรียกตัวกลับไปโดยผู้นำของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ข่าวที่เขาเข้าสู่ อาณาจักรสวรรค์วิญญาณได้แพร่ออกไปทั่วอาณาจักรมังกรฟ้า จึงเป็นธรรมดา ที่ผู้นำแห่งคฤหาสน์องค์ชายกิเลนต้องการรู้ความจริง



สำหรับชูเฟิงนั้นต้องการเดินทางไปเมืองเต่าดำ หลังจากไปพบผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า ในสุสานพันกระดูกแล้ว ชูเฟิงตัดสินใจเดินทางทันที



ถ้าเขาต้องการที่จะยกระดับอำนาจวิญญาณของเขานั้น เขาต้องทำตามคำแนะนำของ ที่ถูกผนึกอยู่ที่หอคอยอสูรฟ้าและหาสมบัติที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง



อย่างไรก็ตามก่อนที่จะออกจาก อาณาจักรมังกรฟ้า มีสิ่งนึงที่เขาต้องทำคือ ไปสำรวจสุสานจักรพรรดิที่เมืองเต่าดำ



       "นั่นอะไร"



ชูเฟิงที่กำลังนั่งอยู่บนอินทรีหัวขาวที่บินอยุ่เหนือเมืองเต่าดำ เห็นเหตุการณ์บางอย่าง จึงได้เปลี่ยนทิศทางไปตามทางที่เขาสงสัย



       "หนีเร็ว ถ้าเราช้าเราตายแน่! "



       "อ่า ~~! ข้ายังไม่อยากถูกเจ้านั่นกิน "



ภายในป่านอกเมืองเต่าดำมีเด็กสองคนกำลังวิ่งหนีอยู่ เบื้องหลังของเขาปรากฏเสือดาวที่กำลังไล่ตาม



เด็กทั้ง2 ต่างกลัวและวิ่งหนีจนรองเท้านั้นหลุดหายไป เด็กทั้ง2นั้นแข็งแรงมากเพราะดูจากการวิ่งนั้นพวกเขาแทบไม่เหนื่อยเลย แต่ก็มันก็ไร้ประโยชน์เมื่อสิ่งที่ไล่ตามพวกเขาเป็นเสือดาวที่เร็วกว่ามาก เสือดาววิ่งมาอย่างรวดเร็วและได้อ้าปากจะกัด



         "กี้ ~~~"



แต่ในเวลานั้น เสียวร้องดังจนแสบแก้วหูได้ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า ไม่เพียงดึงดูดความสนใจของเด็กทั้ง2 แต่แม้เสือดาวก็หยุดการกระทำของมันและหันขึ้นไปมอง



* * * * * * * * ฟู่ว



ในขณะนั้นก็เกิดลมพัดอย่างรุนแรงจนทำให้หินถึงกับแตกและปรากฏเป็นอินทรีหัวขาวอยู่บนท้องฟ้าหลังจากนั้นชูเฟิงก็กระโดดลงมาจากอินทรีหัวขาวและยืนอยู่หน้าเด็กทั้ง2คน



หลังจากที่เห็นชูเฟิง เด็กทั้ง2คนนั้นก็วิ่งไปหลบอยู่หลังชูเฟิงและมองไปยังเสือดาวด้วยความกลัวราวกับบอกชูเฟิงว่าแมวตัวใหญ่นั้นพยายามจะกินพวกเขา



เสือดาวนั้นลังเลเล็กน้อย และสุดท้ายมันก็ก้าวเข้าหาชูเฟิงและต้องการที่จะโจมตีพวกเขา



        "ชู่ว!"แต่ตอนนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางชูเฟิง มันเหมือนเสียงตะโกนธรรมดา แต่ความรู้สึกของเสือดาวนั้นถูกแทงด้วยดาบ



        "เมี้ยววว ~~" เสือดาวร้องด้วยความเจ็บปวดจากนั้นมันหันหัวมันไปรอบๆและกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็วและวิ่งเข้าไปในป่า



        "เอาล่ะไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วตอนนี้" ชูเฟิงยิ้มพลันลูบหัวเด็กชายทั้ง2คน เขารู้สึกว่าเด็กทั้ง2กำลังสั่นกลัวอยู่



*ตุ้บ*



ต่อมาเด็กชายทั้ง2คนก็คุกเข่าและกราบชูเฟิงและกล่าวว่า "ท่านผู้ยิ่งใหญ่โปรดรับเราเป็นศิษย์ด้วย ท่านผู้ยิ่งใหญ่โปรดรับเราเป็นศิษย์ด้วย "



        "ลุกขึ้นๆ พวกเจ้าไม่ควรคุกเข่าให้กับคนสุ่มสี่สุ่มห้านะ " ในขณะที่ชูเฟิงต้องเผชิญกับการกระทำของเด็กทั้ง2ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก จึงเดินไปประคองพวกเขาขึ้นก่อน



ชูเฟิง เห็นว่าเด็ก2คนนี้อยู่ไม่น่าเกิน 7-8 ขวบ กระดูกของเขายังไม่แข้งพอและพวกเขายังไม่ถึงวัยที่เหมาะแก่การบ่มเพาะ



นอกจากนี้จากเสื้อผ้าของพวกเขาสามารถบอกได้ว่าพวกเขามาจากหมู่บ้านที่มีฐานะยากจน แม้เสื้อผ้าของพวกเขาขาดรุ่งริ่ง แต่ทรงผมของพวกเขานั้นดูดีมาก



คนหนึ่งทรง หางวัว อีกคนหนึ่งทรง กะลา ทำให้พวกเขาดูแกร่งและดูมีราศีและมันถูกตัดอย่างสมบูรณ์แบบมาก



ในขณะที่ชูเฟิงต้องเผชิญกับเด็ก2คนนี้ ชูเฟิงไม่อาจทิ้งเด็ก 2 คนนี้ได้ เพราะพวกเขายังเป็นแค่เด็ก 2คนธรรมดา ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ดังนั้นชูเฟิงจึงกล่าวถาม



        "เจ้าชื่ออะไร?"



        " หูจื่อ"



        "เจ้าล่ะ?"



        "หนิวจื่อ"



        "เป็นชื่อที่ดี !!"




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada Karakete