วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 295 - ผู้เชื่อมต่อฯสารเลว



เด็กคนที่ผมเหมือนหางวัวมีชื่อว่าหนิวจื่อ ส่วน คนที่ทำทรงกระลาชื่อหู่จื่อ เด็กทั้งสองคนนั้น ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ พวกเขาตอบคำถามชูเฟิงอย่างจริงจังแต่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมชูเฟิงจึงหัวเราะไม่หยุดหลังจากได้ยินชื่อของ หนิวจื่อ



แต่นั่นก็โทษชูเฟิงไม่ได้ เพราะว่าทรงผมของหนิวจื่อนั้นเหมือน ลูกวัวและมันเหมาะสมกับชื่อของเขา แม้ว่าชูเฟิงไม่อยากจะหัวเราะแต่เขาก็ไม่สามารถหยุดมันได้เพราะว่ารูปร่างของหนิวจื่อเหมือนกับหัววัวจริงๆ



เพียงแค่ หัวเราะ หัวเราะ และหัวเราะ ชูเฟิงรีบระงับอารมณ์ของตัวเอง จากนั้นเขาจึงถามว่า หูจื่อ, หนิวจื่อ เธอสองคนตอบผมหน่อย ทำไมเธอ2คนถึงมาที่นี่ ทำไมถึงไม่ได้อยู่ที่ป่า เช่น ป่าลึกในหุบเขาแห่งนี้"



        "โอ้ท่านเซียน พวกเราอยู่ที่นี่ก็เพื่อมาช่วยน้องสาวของเรา!" เด็กสองคนตอบพร้อมๆกันแม้จะมีปากที่ต่างกัน"



        "น้องสาวหรอ?"ชูเฟิงคิดว่า ถ้าหากตุ๊กตา2ตัวนี้ยังเด็ก แล้วอายุของน้องสาวจะเป็นอย่างไร?"



        "ใช่ พี่น้องของเราถูกจับตัวไปโดยคนเลว พวกเราต้องการที่จะช่วยและพาเธอกลับมาท่านเซียน พวกเราขอร้อง ได้โปรดรับเราเป็นศิษย์และสอนวิธีการทำนายด้วยเถอะ" ขณะที่พวกเขาแสดงท่าทางการพูดหูจื่อ และ หนิวจื่อ ก็ได้คุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้ง"



       "ข้าสามารถสอนความสามารถบางอย่างให้แก่เธอ2คนได้ แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องบอกผม ทำไมน้องสาวของเธอถึงถูกจับตัวไป ใครเป็นคนที่พาตัวพวกเธอไป?"ชูเฟิงถาม



หลังจากที่ได้เข้าใจในเรื่องราว ชูเฟิงก็รู้ว่า หนิวจื่อ และ หูจื่อ เป็นพี่น้องกัน หนิวตือนั้นเป็นคนโตปีนี้อายุ 9 ปี หู่จื่อเป็นคนรอง อายุ 7 ปี และเขาก็มีน้องสาวอายุ5ปี เธอถูกเรียกว่า หนิวหนิ่ว "



สามพี่น้องอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านภายในหุบเขารอบๆเมืองเต่าดำ หมู่บ้านของพวกเขาค่อนข้างยากจนและพวกเขานั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ดังนั้น เด็กๆไม่แม้แต่จะรู้เกี่ยวกับการเพาะพลังวิญญาณและ
พวกเขานั้นมีความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับคนภายนอก ขณะที่พวกเขาเห็นชูเฟิงตกลงมาจากท้องฟ้าพวกเขาได้แต่คิดว่าชูเฟิงเปรียบเสมือนพ่อพระมาโปรด



ส่วนเหตุผลว่า ทำไมหนิวจื่อและหูจื่อเก็บคำพูดไว้ เพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะช่วยหนิวหนิ่ว เพราะเมื่อเช้านี้ หนิวหนิ่ว ถูกคนจับไปโดยกลุ่มผู้สวมเกราะสีทอง จากสิ่งที่พวกเขาบอก เธอถูกนำตัวไปในเมืองเต่าดำไม่เพียงแต่ หนิวหนิ่วเท่านั้น เด็กผู้หญิงจากหลายๆหมู่บ้านก็ถูกนำไปด้วยเหมือนกัน



พวกเขาคงจะเป็นบุคคลจาก คฤหาสน์องค์ชายกิเลนเป็นแน่ ตระกูงกงได้ถูกกำจัดสิ้นแล้ว ดังนั้นทำไมถึงมีผู้คนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนมาที่เมืองเต่าดำ? เป็นไปได้ว่าพวกเขาไม่ได้เลือกตระกูลใหม่ในการเป็นเจ้าแต่มืองเต่าดำแต่พวกเขาคงจะควบคุมด้วยตัวเอง



' แต่ทำไมผู้คนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนต้องใช้กลุ่มของเด็กสาวที่กำลังเติบโตจากหมู่บ้านต่างๆด้วยล่ะ ? ' ในตอนนั้นชูเฟิงขมวดคิ้วแน่น  แต่เขายังคงไม่อาจคิดหาเหตุผลอื่น ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจที่จะตรวจสอบด้วยตนเอง



แต่ก่อนไป เขาได้สอนวิธีการบ่มเพาะพลังให้แก่หูจื่อและหนิวจื่อ จากนั้นเขายังคงให้ทองนิดๆหน่อยๆแก่พวกเขาชูเฟิงบอกกับเด็ก2คนว่าให้กลับไปรอที่บ้าน และเขาจะส่งน้องสาวกลับไปหาให้เร็วที่สุด



       "ท่านเซียน ขอบคุณสำหรับวิธีการต่างๆที่สอนเรา แน่นอนพวกเราจะสานต่อคนอื่นๆเละเราจะไม่ลืม
บุญคุณของท่าน" เด็กทั้งสอบคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง พวกเขาเคารพชูเฟิงอย่างสุดหัวใจ"



       "โฮ่ นี่ไม่ใช่วิธีการเทพหรือเซียนใดๆ วิธีเหล่านี้เป็นการเพาะพลัง ตราบใดที่พวกเธอ2คนสามารถเข้าใจถึงมัน พวกเธอสามารถที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางของการต่อสู้และการปกป้อง"



       "ตัวข้าไม่ได้เก่งกาจ และก็ไม่มีพระเจ้าในโลกนี้ แม้ว่าจะมีพระเจ้า เขานั้นก็ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด " ชูเฟิงยิ้มและลูบหัวของหนิวจื่อและหูจื่อ จากนั้นเขาก็อุ้มทั้งสองคนขึ้นไปบน อินทรีหัวขาว. หลังจากส่งเขากลับไปที่หมู่บ้าน ชูเฟิงก็เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเต่าดำ



หลังจากมาถึงเมืองเต่าดำ ชูเฟิงพบว่าพื้นที่ซึ่งอยู่ในเวลานี้มันถูกครอบครองโดยบุคคลจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลน



ตัวอักษรขนาดใหญ่ของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนถูกตั้งขึ้นตระหง่าน และคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็มาจากคฤหาสน์องชายค์กิเลน มีคนหลายร้อยคนอยู่ในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ สถานที่ที่พวกเขาตั้งแคมป์อยู่นั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ตำหนักเดิมของ ตระกูลกงนั่นเอง



'เป็นไปได้ว่า พวกเขาจะค้นพบบางอย่าง?' ชูเฟิงสวมเสื้อผ้าของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน และแอบเข้าไปในแคมป์



หลังจากมองไปรอบๆ ชูเฟิงค้นพบดว้ยความตื่นเต้น ผู้คนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนได้ค้นพบบางสิ่งในเมืองเต่าดำสิ่งที่พวกเขาค้นพบคือสิ่งที่ชูเฟิงต้องการหา นั่นคือทางเข้าสุสารจักรพรรดิของเต่าดำ



เมื่อก่อน ตอนที่ชูเฟิงมาถึงเมืองเต่าดำ เขานั้นพยายามค้นหาทางเข้าสุสานจักรพรรดิ อย่างไรก็ตามมันเหมือนจะไร้ประโยชน์เขาไม่สามารถหามันเจอ เขาไม่พบอะไรเลยดังนั้นเขาจึงออกจากเมืองไป



แต่ชูเฟิงไม่เคยคิดเลยว่าทางเข้าสุสานจักรพรรดิจะอยู่ภายในตำหนักตระกูลกง หลังจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนทำลายครอบครัวกงพวกเขาค้นพบว่ามีจิตวิญญาณซ่อนอยู่ข้างใต้



ถึงแม้ว่าคนของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนจะไม่รู้ว่ามันเป็นทางเข้าสุสานจักรพรรดิ แต่พวกเขายังคงรู้ว่าสถานที่นี้ต้องมีสมบัติ ดังนั้นพวกเขาจะส่งคนจำนวนมากเพื่อครอบครองสถานที่และพวกเขาก็ส่งผู้คลุมชุดเทาไปด้วย พวกเขาต้องการที่จะเปิดและเข้าไปเอาสมบัติ



ณ ตอนนั้น แสงสีแดงก็คล้อยลงตามเส้นขอบฟ้าและกลางคืนจะมาถึงในอีกไม่นาน งานที่คฤหาสน์องชายค์กิเลนในการเปิดจิตวิญญาณก็ต้องหยุดลง



ชูเฟิงได้ปลอมตัวเป็นองครักษฺ์ของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน และได้ค้นหาตัวตนของคนผ้าคลุมชุดเทาความแข็งแกร่งของเขากินพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เสียงที่ไกลออกไป ชูเฟิงก็สามารถได้ยินมันโดยง่าย เขาได้ยินเสียงสนทนาจากเต็นท์ของทหาร



      "ไอ้แก่เวรนั้น ทุกๆวันเขาเอาแต่สั่งเรา ราวกับเป็นสุนัขรับใช้ของมัน ผ่านไปหลายวัน มันก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดจิตวิญญาณในการสร้างทางเข้าได้"



     "ทุกๆวัน ไอแก่่โรคจิตอยากให้เราหาสาวๆน่ารักจากหมู่บ้านนอกเมืองเต่าดำมาให้มัน ข้ารู้สึกบาปหลังจากที่เห็นเด็กหลายๆคนต้องตายเพราะมัน!"



       "ชู่ววว ทุกคนเงียบลง เขาเป็นถึงระดับผ้าคลุมเทา เขามีพลังตรวจจับที่แข็งแกร่งมาก ถ้าหากเขาได้ยินพวกเราพูดพวกเราทั้งหมดอาจจะตายได้" องครักษ์หลายๆคนแอบบ่นกันเองในขณะที่พวกเขาดื่นเบียร์กันในเต้นท์"



       "บ้าเอ๊ย! เหตุผลที่พวกมันคว้าผู้หญิงมากมายก็เพราะเหตุผลนี้์?!" ตอนนั้น ชูเฟิงที่รู้ความจริงกำหมัดไว้ด้วยความโกรธและเขาก็ได้หยิบองุ่นสีฟ้าออกมา



ทุกๆวัน เขาจะให้ผู้หญิงเหล่านั้นตาย ถ้านั่นไม่ใช่พวกโรคจิต แล้วมันคืออะไร? บุคคลที่ผิดธรรมชาติของมนุษย์จะทำไม่ได้ แต่องค์ชายกิเลน ผู้ปกครองอาณาจักมังกรฟ้านั้น ได้ช่วยคนที่ทำเรื่องชั่วร้ายต่างๆ นี่มันไม่ต่างจากคำสอนของปีศาจ! มันทำให้ชูเฟิงนั้นโมโห แม้แต่เขาก็ผิดหวังในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน



คิดถึงจุดนั้น ชูเฟิงไม่สามารถช่วยเหลือได้อยากรวดเร็ว หลังจากที่เขาเร่งรีบ ในที่สุดเขาก็มาถึงที่พักของผู้คลุมชุดเทา



ณ ปัจจุบัน ตำหนักของตระกูล กง ได้กลายเป็นเศษหิน ที่อยู่อาศัยของพวกเขานั้นมีอยู่ทุกเต้นท์ อย่างไรก็ตามเต้นท์ที่ผู้คลุมชุดเทาอยู่นั้นเป็นเต้นท์ที่ใหญ่มาก เพราะว่าผู้คลุมชุดเทาจะได้ทำโรคจิตกับหญิงสาวได้สะดวกๆ



ชูเฟิงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังและเขาได้พบว่า ได้มีการซ๋อนจิตที่ข้างนอกเต้นท์วิธีการนี้อาจทำได้โดยผู้คลุมระดับชุดเทาแต่มันก็ไม่ยากสำหรับชูเฟิง



ชูเฟิงเข้าไปอย่างง่ายดาย ทันทีที่เขาเปิดจิตวิญญาณ ใบหน้าของชูเฟิงแทนที่ด้วยเปลวไฟของความโกรธ แทบอยากจะเข้าไปฆ่ามันให้ตายขาตีนซะเดียวนั้น



เขาได้ยินเสียงของสาวๆทั้งหลายภายในเต้นท์ อย่างไรก็ตาม เสียงหัวเราะที่เปรียบเสมือนปีศาจ พวกเธอนั้นได้แต่หวีดร้องทุกข์ทรมานอย่างหมดหนทาง


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ผู้แปลโดยคุณ#Thampaphon Worawanawong