วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 297 - รูปแบบลวงตา

    ในขณะนี้สุทางเข้าสานจักรพรรดิ์ได้ถูเปิดออกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่น แม้แต่ ชูเฟิง ก็ยังรู้สึกตื่นเต้น



     ไม่มีใครรู้ถึงอันตรายที่อยู่ภายในนั้น พวกเขาต่างกวาดสายตาและมองหาสมบัติภายในนั้น



     ในทันที ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ ชูเฟิง เพื่อรอคำสั่งให้เข้าไป เพื่อเริ่มต้นการค้นหาสมบัติ



     *****ฟึ่บ*****



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา แต่เพราะเขาไม่ต้องการได้ยินเสียงของ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณฝ่ายมาร เขาจึงสะบัดมือของเขาลวเป็นสัญญาณ



     “เข้าไปได้ !!”



     หลังจากสัญญาณ กองทัพของคฤหาสน์กิเลน ก็เริ่มเข้าไปภายในสุสาน



     มันสามารถกล่าวได้ว่า กองทัพของคฤหาสน์กิเลนนั้น ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี พวกเขามีอุปกรณ์และความสามารถที่ดีเยี่ยม ภายในนั้นมีแต่ความมืดมิด แต่มันก็สว่างขึ้นด้วยฝีมือของพวกเขา



     ภายใต้การจัดการดังกล่าว ทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปภายในสุสานจักรพรรดิ์ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ภายในนั้นเป็นพื้นที่กว้าง และมีความยาวมาก



     หลังจากที่เข้ามาภายในสุสาน พวกเขาทุกคนต่างระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรเองได้โดยพละการ พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของ ชูเฟิง อย่างเคร่งครัด



     “ชูเฟิง ทางเข้าสุสานนี่ยังคงสมบูรณ์อยู่ เป็นไปได้ว่าพวกเราสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้เป็นกลุ่มแรก และด้วยความสมบูรณ์ของทางเข้านั่น ข้าคิดว่ากลไกต่างๆ ก็ยังคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เจ้าขะต้องระมัดระวังตัวไว้ให้มาก ถ้าพวกมันทำงานขึ้นมา ความซวยจะมาเยือนเจ้าแน่นอน” หลังจากเข้ามาภายในสุสาน ต้านต้าน จึงกล่าวเตือน ชูเฟิง อย่างเคร่งขรึม



     ชูเฟิง พบว่าที่นี่นั้นกว้างใหญ่มาก หลังจากเดินมาเป็นระยะเวลานาน เขายังไม่พบจุดใดที่ผนังของพื้นที่จะแคบลง และยังไม่พบจุดใดที่เป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทาง ชูเฟิง ใช้เข็มทิศโลกวิญญาณในการค้นหาเส้นทาง แต่เขาไม่รู้เลยว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น



     ขณะที่ ชูเฟิง และคนอื่นๆ กำลังเดินกันอยู่นั้น พวกเขาต่างรู้สึกว่า พื้นที่แห่งนี้กว้างใหญ่และไร้จุดสิ้นสุด พวกเขาต่างเพิ่มความระมัดระวังกันยิ่งขึ้น หลังจากเดินทางเป็นระยะเวลานาน แม้แต่กองทัพของคฤหาสน์กิเลนที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขากลับรู้สึกสิ้นหวัง เพราะพื้นที่แห่งนี้มันไม่มีจุดสิ้นสุดแต่อย่างใด



     อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคหรืออย่างไร หลังจากพวกเขาเดินมาได้สิบกว่าวัน พวกเขาก็พบพื้นที่กว้างขวาง มีแสงสว่างสาดส่องลงมา และปรากฏเมืองขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าของพวกเขา



     ผนังหินสีขาว ปราสาทที่สวยงาม ทั้งกำแพงเมืองและประตูเมืองมีขนาดที่ใหญ่มาก ในตอนนั้นเมืองในโลกใต้ดินปรากฏออกมา



     ในขณะนั้น ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดี พวกเขาต่างคิดไปว่า ใครเป็นผูสร้างเมืองนี้ และมีใครอาศัยอยู่ หรือแม้กระทั่งมีสมบัติถูกซ่อนอยู่ภายในเมืองนี้



     เมื่อคิดถึงจุดนั้น ทุกคนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ได้ พวกเขาพุ่งตัวออกไปสู่เมืองด้านหน้าของพวกเขา หลังจากการเดินทางกว่าสิบวัน เมืองนี้เปรียบได้กับรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อย มันเปรียบได้กับแสงแห่งความหวัง ของผู้ที่สิ้นหวัง



     เมื่อเห็นทุกคนเริ่มเข้าสู่เมือง ชูเฟิง ขมวดคิ้วของเขาแน่น เขารู้สึกว่าเมืองนี้มีบางอย่างที่ผิดปกติ แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวออกมาแต่อย่างใด เมื่อเขาเห็นคนที้เข้าสู่เมืองยังไม่เกิดปัญหาใดๆ เขาจึงตัดสินใจที่จะสำรวจเมืองนี้



     อย่างไรก็ตาม เมื่อ ชูเฟิง เข้ามาในเมือง เขาก็พบว่ามีบางอย่างมาปิดกั้นเขาเอาไว้ มันเป็นหมอกหนาที่ทำให้เขาไม่สามารถมองเส้นทางด้านหน้าเห็น



     ภายในเมืองนั้นมีแต่ความเงียบสงัด ไม่มีเสียงของคนที่เข้ามาก่อนเขา แต่เขาสามารถได้ยินเสียงก้าวเท้าได้อย่างชัดเจน เขาหันกลับมามองที่ทางเข้า แต่เขาก็พบว่าเส้นทางนั้นได้หายไป ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยหมอกหนา



     “บ้าเอ้ย…..นี่มันรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ !!”



     ชูเฟิง ไม่สามารถตรวจจับได้ว่านี่คือ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ เพราะรูปแบบนี้มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าพลังของเขา และเขาไม่คาดคิดว่า เมืองทั้งเมืองจะเกิดจาก รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ



     “อ้ากกกกกกกก !!”



     “ช่วยข้าด้วยยยยย !!”



     “อ้ากกกกกกก !!”



     “ไม่…อย่าเข้ามาน อ้ากกกกกกก !!”



     ในตอนนั้น ที่ด้านหน้าของ ชูเฟิง มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมา มันดังขึ้นมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ชูเฟิง คาดคิดไว้ว่า กองทัพจากคฤหาสน์กิเลนจะต้องพบกับปัญหาอย่างแน่นอน



     เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และทุกข์ทรมานดังเป็นเวลานาน ชูเฟิง พยามยามจับรายละเอียดของเสียงเหล่านั้น เมื่อสิ้นเสียง…..ชูเฟิง ก็พบกับผลตามมาที่น่าหวาดกลัว



     จำนวนเสียงแห่งความเจ็บปวด และทุกข์ทรมานนั้น เท่ากับจำนวนคนของทหารของกองทัพ นั่นหมายความว่าทุกคนนอกจาก ชูเฟิง เข้าสู้สถานที่ที่เกินจากความคาดหมาย



     “ต้านต้าน ข้าควรทำยังไงดี !? ด้วยพลังของข้า ข้าไม่สามารถตรวจจับอะไรได้เลย แม้แต่หาเส้นทางกลับออกไป ข้าก็ยังไม่สามารถทำได้ !!” ในตอนนี้ ชูเฟิง รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่สะท้านเข้าไปถึงกระดูกของเขา กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขา มันเป็นกลิ่นอายแห่งความตายอย่างชัดเจน เขาจึงรีบถาม ต้านต้าน เพื่อขอความช่วยเหลือ



     “ไม่ต้องห่วง ถ้าข้าคิดไม่ผิด นี่ไม่ใช่รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณธรรมดาๆ มันน่าจะเป็น รูปแบบลวงตา” ต้านต้าน กล่าว



     “รูปแบบลวงตา !? แล้วมันคืออะไร !!” ชูเฟิง สอบถามอย่างรวดเร็ว



     “หมายความว่า หากเจ้าต้องการจะออกจากที่นี่ ด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเจ้าในตอนนี้ ยังไม่สามารถแก้ไขรูปแบบเหล่านี้ได้”



     “ในตอนนี้ รูปแบบลวงตา จะเข้าครอบงำจิตใจของเจ้า หากเจ้าสามารถต้านทานการคอบงำจิตใจได้นั้น เจ้าจึงสามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างแท้จริง และเจ้าจะสามารถฝ่าหมอกเหล่านี้ พร้อมทั้งออกจากเมืองนี้ได้”



     “ยังไงก็ตาม หากเจ้าไม่สามารถต้านทานการคอบงำได้ เจ้าจะกลายเป็นอย่างพวกเขาที่เข้ามาก่อนเจ้า และสุดท้าย…..เจ้าจะตายอยู่ที่นี่” ต้านต้าน กล่าวอธิบาย



     “แล้วข้าจะต้องทำยังไง ทำยังไงข้าถึงจะสามารถต้านทานรูปแบบลวงตาเหล่านี้ได้” ชูเฟิง ถามอย่างกระวนกระวาย



     “เฟิงเอ๋อ” ในตอนนั้นมีเสียงดังขึ้นมาจากในหมอก



     เมื่อได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของ ชูเฟิง ก็สั่นสะท้าน เมื่อเขากวาดสายตาไปในหมอก มันยิ่งทำให้เขาตกตะลึงมากขึ้น



     ในนั้น ปรากฏใบหน้าที่เขาคุ้นเคย กำลังใกล้เข้ามา พวกเขาทุกคนคือสมาชิกของตระกูลชู ที่ตายไปแล้ว หนึ่งในจำนวนนั้นคือบุคคลที่เรียกชื่อของ ชูเฟิง นั่นคือ พ่อของเขา



     “ท่านพ่อ !! ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่ ในขณะนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมา ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยน้ำตา เขารีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว”



     “ชูเฟิง อย่าไป !! มันเป็นภาพลวงตา” ในขณะนั้น เสียงของ ต้านต้าน ก็ดังขึ้นมาในสมองของ ชูเฟิง



     “ภาพลวงตา !!” ทันทีนั้น ชูเฟิง หยุดวิ่งพร้อมกับมองไปที่พ่อของเขา เขาพบว่าในมือของพ่อเขา และคนอื่นๆ จากตระกูลชู ต่างถือดาบภายในมือและกำลังจ้องมองมาที่เขา อีกทั้งระดับพลังของทุกคนยังอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณระดับสูงสุด



     ***** ฟุ่บ ***** ฟุ่บ ***** ฟุ่บ *****



     ในขณะนั้น สมาชิกทุกคนของตระกูล ต่างโจมตีมาที่ ชูเฟิง เขาไม้รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ด้วยของ ต้านต้าน เขาจึงเพียงแค่หลบหลีกการโจมตีเหล่านั้น และกล่าวออกมาว่า “ท่านพ่อ !! หยุดเถอะ นี่ข้าเอง ชูเฟิง”



     “เจ้าบ้า !! ข้าบอกแล้วไงว่าพวกเขาเป็นเพียงภาพลวงตา รีบๆ ฆ่าพวกเขาซะ หรือทำอะไรที่มันสามารถจัดการกับพวกเขาได้ ด้วยรูปแบบภาพลวงตานั่น ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่ง และมีรูปลักษณ์คล้ายสมาชิกของตระกูลชู” ต้านต้าน กล่าวเตือนอย่างเคร่งครัด



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit