วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 299 - สำรวจปราสาทโบราณ



หลังจากได้ยินคำพูดนั้น ชูเฟิงแทบหงายท้อง เขาไม่เคยคิดว่าเต่าดำจะรู้ว่ามี วิชาพยัคฆ์ฯสังหารอยู่ในตัวเขา



        "ฮ่า ๆ เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้มีนิสัยแบบเจ้าแมวนั่น ข้าไม่สนใจหรอกถ้ามีเจ้านายเป็นคนเดียวกัน แต่ยังไงถ้าเจ้าต้องการให้ข้ายอมรับ เจ้าก็ต้องให้ข้าทดสอบเจ้าก่อน" เต่าดำกล่าว



       "ทดสอบอย่างไรหรือ" ชูเฟิงรีบถาม



       "ตรงไปข้างหน้าจะมีปราสาทโบราณอยู่ ข้างในปราสาทจะมีกล่องที่ถูกผนึกไว้ นำกล่องมาให้ข้าแล้วข้าจะถ่ายทอดทักษะให้กับเจ้า "



        "แน่นอนว่าการทดสอบนี้จะไม่ง่าย เจ้าต้องเอากล่องมาให้ได้ภายใน10ชั่วโมง ถ้าเจ้าไม่สามารถทำได้ หมายความว่าเจ้าและข้าไม่มีดวงชะตาตรงกัน ฮ่า ๆๆๆๆ... "



ทันใดนั้น เต่าดำ ก็หัวเราะเสียงดังและกลายเป็นหมอกล้อมรอบชูเฟิงและพาชูเฟิงไปด้วย เมื่อหมอกหายไปชูเฟิงก็กับมาสู่ถ้ำที่กว้างใหญ่ และเต่าดำนั้นก็หายไปเขาหันมองเท่าไหร่ก็ไม่เจอ



        "ท่านผู้อาวุโส มันต้องมีบางอย่างปกป้องมันอยู่ใช่หรือไม่ หรือ มันมีกลไกบางอย่างอยู่? " ชูเฟิงตะโกนถาม แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับจากเต่าดำ



ชูเฟิงนั้นต้องดำเนินการต่ออย่างช่วยไม่ได้ เขาจ้องไปตามทางที่เต่าดำบอกมันจะมีอุโมงค์หิน คล้ายๆกับทางเข้าสุสานจักรพรรดิเมืองวิหคเพลิง



ชูเฟิงไม่ลังเล เอาเข็มทิศโลกวิญญาณออกมาอีกครั้งและเดินไปข้างหน้า เขาเหมือนคนไร้พลังเมื่ออยู่ในสถานที่แห่งนี้



          "ชูเฟิงข้ารู้สึกว่า เจ้าทักษะเร้นลับนั้นจะหลอกเจ้า " ต้านต้านพูดอย่างเคร่งขรึม



          "ต้านต้าน เจ้าหมายความว่าอย่างไร" จือฮถาม



          "ข้ารู้สึกว่าเจ้าทักษะเร้นลับนั่นจะฉลาดมาก มันไม่ถ่ายถอดความสามารถให้เจ้าง่ายๆ สิ่งที่มันมอบหมายให้เจ้าทำมันต้องยากมากแน่ๆ แม้ว่าเจ้าจะได้รับมันมา มันอาจจะไม่ยอมรับเจ้าเป็นเจ้านายของมัน และกลืนกินเจ้า " ต้านต้านเตือน



         "จริงหรือ มันได้ประโยชน์อย่างไรจากการใช้ข้างทำเช่นนี้ " ชูเฟิงรู้สึกสับสน



         "นั่นง่ายมาก นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มันติดอยู่ที่นี่ มันจึงต้องการใช้เจ้าเพื่อให้มันได้รับอิสรภาพคืนมา "



         "เจ้าจำเป็นต้องรู้อย่างหนึ่งว่า ทักษะเร้นรับพวกนี้จะมีความหยิ่งในตัวของมันมาก ถ้าไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์สูงส่งมันจะไม่ยอมรับเป็นอันขาด ดังนั้นทำให้ทักษะรับบางทักษะไม่เลือกเจ้านายใหม่หลังจากทิ้งเจ้านายคนแรกของมันไป "



         "ดังนั้นมันจะได้อิสรภาพของมันที่จะเดินทางไปที่ต่างๆ เว้นแต่จะเจอกับผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งมากที่สามารถปราบมันลงได้และพวกเขาจะไม่ส่งต่อให้คนอื่นๆเป็นอันขาด ๆ . "



        "ทักษะลับนี้มันต่างกับพยัคฆ์ขาวนัก มันจงใจบอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้เป็นคนหยิ่งยโส แต่ข้าสงสัยว่ามันน่าจะเป็นการปิดบังนิสัยของมันอยู่ และเพราะอย่างนี้ข้าจึงคิดว่าการทดสอบนี้มันไม่ง่ายนักและมันดูเหมือนว่าเจ้ากำลังถูกมันใช้งานอยู่ " ต้านต้านพูด



        "อันที่จริง การแสดงด้านดีของมันที่ทุกคนเห็นนั้นล้วนเป็นการหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากนี้ข้าเกรงว่ากล่องที่มันต้องการนั้นจะไม่ได้มาอย่างง่ายๆ " 




ชูเฟิงเดินเข้าไปในอุโมงค์หินขนาดใหญ่ ในด้านในนั้นมีสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่



         "นี่คือสัญลักษณ์ที่ใช้ในการป้องกันอสูรชั่วร้าย เป็นไปได้ว่าที่นี่มีวิญญาณร้ายเฝ้าอยู่ "ต้านต้านพูด สัญลักษณ์ต่อต้านปีศาจนี้ถูกใช้เพื่อกักขังวิญญาณร้ายและผู้ที่สามารถกลายเป็นวิญญาณร้ายนั้นต้องอยุ่อย่างน้อยระดับอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ นั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่ชูเฟิงจะต่อกรกับมัน



          "เจ้าเต่าดำนั่นให้งานช้างจริงๆ " ชูเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่นเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จึงได้แต่ระมัดระวังตัวเองมากขึ้น แต่เขาไม่ได้หยุด เขาเดินต่อไปเรื่อยๆเพราะไม่ต้องการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์



หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง สัญลักษณ์ต่อต้านปีศาจได้ขยายใหญ่ขึ้นแล้วเข้ามารวมตัวกัน ซึ่งหมายความว่าชูเฟิงนั้นกำลังเข้าใกล้วิญญาณร้ายแล้ว



ในที่สุด สัญลักษณ์นั้นก็หายไปและปราสาทโบราณขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ด้านหน้าชูเฟิง รูปร่างปราสาทนั้นคล้ายกระโหลกของมนุษย์ มันจึงน่ากลัวและทำให้ขนลุกมาก



เพื่อที่จะไม่ให้ถูกจับได้ ชูเฟิงจึงเก็บเข็มทิศโลกวิญญาณและปกปิดออร่าของเขา เขาเดินเข้าไปยังประตูที่รูปร่างเหมือนปากอย่างรอบคอบ



         "ชูเฟิงฟังข้า พลังของเจ้าตอนนี้ถ้าเจอวิญญาณร้าย เจ้าจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย วิญญาณร้ายนั้นรู้จักรูปแบบอำนาจวิญญาณถึงมันจะไม่มีพลังวิญญาณก็ตาม ถ้ามันเล็กเป้าหมายมาที่เจ้า ให้เจ้ารีบหนีทันที "



        "ดังนั้นถ้าเจ้าเจอวิญญาณร้ายเจ้าต้องให้ข้าควบคุมร่างกายเจ้ามิเช่นนั้นเราอาจจะต้องตายกันทั้งคู่ "ต้านต้าน เตือนแกมบังคับ



        "อืม."



ชูเฟิงพยักหน้า เขาเคยเห็นวิญญาณร้ายมาก่อนและเขารู้ถึงความน่ากลัวของพวกมัน และมันเป็นอย่างที่ต้านต้านพูด มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสู้กับพวกมัน เพราะความแข็งแกร่งของพวกมันเป็นของจริงและเมื่อเวลานั้นมาถึงมีสิ่งเดียวที่เขาจะทำ



เขาจะให้ต้านต้านควบคุมร่างกายเขา แม้ว่าต้านต้านจะได้รับภาระหนักแต่ตราบใดที่เขายังรอดชีวิต เขาก็ยังสามารถช่วยต้านต้านได้ แต่ถ้าเขาตายทุกอย่างก็จบ



หลังจากที่ชูเฟิงตัดสินใจเดินเข้าไปในปราสาท ชูเฟิงรู้สึกว่ากำลังถูกรบกวนจากบางอย่าง เขาประหลาดใจเมื่อพบว่ามีทางเดินแค่ทางเดียวเท่านั้น เขาไม่กล้าใช้อำนาจวิญญาณของตนในการตรวจสอบ เพราะมันเสี่ยงที่จะถูกวิญญาณร้ายจับได้



ชูเฟิง ไม่มีทางเลือก เขาได้แต่เดินตรงไปจนมาสุดทางก็พบกับห้องโถงขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของเขา



ห้องโถงนั้นสามารถอธิบายได้สั้นๆว่า มีความชอบมาพากลแฝงอยู่ทุกที่ทำให้เขานั้นรู้สึกกังวลเพราะบรรยากาศห้องราวกับว่าวิญญาณร้ายนั้นจะปรากฏต่อหน้าเขาตอนไหนก็ได้



แต่ชูเฟิงไม่มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นมากนัก เพราะว่าเขาถูกดึงดูดโดยเก้าอี้ขนาดใหญ่ตัวนึง บนเก้าอี้มีกล่องแปลกประหลาดวางอยู่



กล่องนั้นมีขนาดใหญ่รูปร่างแปลกประหลาดรูปร่างคล้ายโลงศพ แต่เป็นโลงศพที่มีพันหลุมและเป็นขนาดสิบเท่าของโลงศพตามปกติ ( Note: เป็นโลงศพคล้ายๆโลงศพหลายๆโลงติดกันอะครับที่)



         "บัดซบ บนเก้าอี้มีรูปแบบพลังวิญญาณอยู่" เมื่อเห็นว่าวิญญาณร้ายไม่อยู่แถวๆนี้ ชูเฟิงเดินอย่างรวดเร็วจนมาถึงด้านหน้าของเก้าอี้ใหญ่ เขาพบว่าบนเก้าอี้นั้นมีรูปแบบอำนาจวิญญาณถูกวางไว้เพื่อป้องกันอยู่วาง



        "อย่าตื่นตระหนกไป รูปแบบวิญญาณนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก เจ้าสามารถคลายมันได้น่า แต่ไม่รู้ว่าวิญญาณร้ายจะกลับมาเมื่อไหร่เจ้าต้องเร่งมือหน่อยแล้ว "ต้านต้าน เตือน



         "อืมมม ข้าต้องทำมันให้ได้ " ชูเฟิงกัดฟันของเขา การได้จะได้ทักษะรับอันนี้ ชูเฟิงต้องเสี่ยงอันตรายกับวิญญาณร้ายตลอดเวลาที่เขากำลังทำความเข้าใจรูปแบบอำนาจวิญญาณบนเก้าอี้



แต่ยิ่งเขาถอดรหัสมากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกอึดอัด เขารู้สึกว่ามีสายตาคู่นึงกำลังมองเขาอยู่ แต่เมื่อเขาหันไปก็ไม่พบอะไร


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada Karakete