วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 302 - ความกังวลที่สุดแสนจะพรรณนา



ขณะนั้นความเจ็บปวดก็ทิ้มแทงเข้ามาดั่งเมฆหรือสายน้ำที่ถาโถมเข้ามาปะทะกับตัว มันมุดเข้าไปในร่างกายของ ชูเฟิง พร้อมกับเนื้อหาจำนวนมาก ไม่นาน ชูเฟิง ก็สามารถเข้าใจความลึกซึ้งของ ทักษะเร้นลับ วิชา เกราะเต่าทมิฬ 



ถ้าบอกว่า วิชา พยัคฆ์ฯสังหาร คือวิชาทีโจมตีรุนแรงที่สุด วิชา เกราะเต่าทมิฬ ก็คือวิชาที่ป้องกันที่แข็งแกร่งทีสุด



ถ้าชูเฟิงเข้าใจมันได้อยางท่องแท้ เขาก็สามารถสร้างหมอกที่สามารถก่อกวนความคิดได้อีกด้วย แม้ว่าจะไม่สามารถให้คู่ต่อสู้ถึงกับตาย แต่มันก็สามารถลดความสามารถของศัครูได้เป็นอย่างดี นั้นคือความสุดยอดของวิชา เกราะเต่าทมิฬ



ในเวลานั้น เสียงของทักษะเร้นลับ เกราะเต่าทมิฬ ก็ดังออกมาในหูของ ชูเฟิง



        " ชูเฟิง ฟังนะ คนทั่วไปไม่สามารถได้รับสมบัติใดๆในที่แห่งนี้ ดังนั้น ไม่ต้องกลัวเรื่องที่นี่จะถูกแพร่กระจาย เนื่องจากผู้สร้างที่นี่ได้ทำสิ่งกีดขวางที่สามารถแยกคนออกจากขุมทรัพย์ "



       " ดังนั้น เจ้าไม่ควรหวังความสำเร็จหรือประโยชน์ในเวลาสั้นๆ ก่อนอื่นที่เจ้าต้องทำคือต้องสร้างความแข็งแกร่ง อย่าได้บุ่มบ่ามเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า หากเจ้าต้องการที่จะรู้ ว่าทำไมเจ้า พยัคฆ์ขาว และข้าถึงได้เลือกเจ้า เจ้าก็ต้องไปหาสหายเก่าที่เหลืออีกสองและทำให้พวกเขายอมรับเจ้าให้นั้น เมื่อถึงตอนนั้นความลับของพวกเราจะถูกเปิดเผยทันที . . . . ข้าหวังว่า คงไม่ได้เลือกคนผิด . . . ."



เสียงของเต่าทมิฬค่อยๆเงียบลง เงียบลง ท้ายแล้ว เสียงของเขาก็หายไปพร้อมกับหมอกที่ลอยอยู่รอบๆตัว แต่ก่อนที่เขาจะไปเขาก็ได้ทิ้งปริศนาไว้ให้กับ ชูเฟิง



        " นั้นหมายความว่าข้านั้นมีบางอย่างพิเศษงั้นหรอ พยัคฆ์ขาวกับเต่าทมิฬถึงได้เลือกข้า ? แล้วสหายเก่าที่เหลืออีกสองนั้นคือ ทักษะเร้นลับใช่หรือป่าว นั้นก็หมายความว่าข้าต้องไปหาทักษะเร้นลับทุกตัวสินะ " ชูเฟิงยืนอยู่นิ่งขณะที่ทบทวนความคิดด้วยความสับสน



         " แล้วมันยังพอจะมีเหตุผลอื่นอีกหรอ เห็นชัดอยู่แล้วว่าพวกเขาเห็นศักยภาพของเจ้า ไม่ว่าจะเป็นพยัคฆ์ขาวหรือตัวอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความลับที่ซ่อนอยู่ในเทือกเขามังกรฟ้า ไม่รู้ว่ามันจะเลือกเจ้าหรือไม่ "



         " ถ้างั้นต้องหาทางยืนยันความลับนี้ให้ได้ มันเป็นไปได้มาก ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถรวบรวมพวกเขาทั้ง 4 ไว้ในร่าง " ในตอนนั้นเสียงหวานๆ ของต้านต้านก็ดังออกมา



        " ต้านต้าน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เจ้าใช่ไม๊ โล่งอกไปที " ตอนนั้น ชูเฟิงก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะ หลังจากที่ขาดการเชื่อมต่อกับนางเขาก็สำผัสนางไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาสามารถรู้สึกได้ถึงตัวตนของนางอีกครั้ง



         " สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา นั้นเป็นแค่การตัดการเชื่อมต่อชั่วคราวเท่านั้น เพราะจิตชั่วร้ายก็คืออสูรวิญญาณ ยังไงก็ตามต้องบอกเลยว่า จิตชั่วร้ายมีความสามารถที่ไม่ด้อยไปกว่าคนที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาชนะมัน " ต้านต้านกล่าวขณะที่มุ้ยปากของนาง



        " ไม่น่าล่ะจิตชั่วร้ายมันเกิดจากอสูรวิญญาณนี้เอง ข้าไม่สังสัยเลยว่าทำไมมันดูเหมือนปีศาจ และน่ากลัวขนาดนั้น " ชูเฟิง ทำสีหน้าอ่อทันที



         " อย่าทำหน้าแบบนั้น จากนี้ไปเจ้าอย่าได้ตรวจสอบที่นี้ รอให้อย่างน้อยๆเจ้าไปถึงอาณาจักรสวรรค์ซะก่อนไม่งั้นเราไม่ควรกลับมาที่นี่ " ต้านต้าน เตือน




        " อืม . . . . . . "



เขารู้อยู่แล้วว่าสุสานจักรพรรดินั้นมีความลึกที่สุดจะหยั่งถึง อย่างน้อยเขาก็ต้องใช้เวลาอย่างมากในการค้นหา ไม่เพียงแต่ตัวเขา แม้แต่ราชวงค์เจียงก็ยังไม่มีปัญญา



*  อืม *



หลังจากที่ ชูเฟิง เดินมาได้ไม่นาน เขาก็พบว่าเมืองนั้นปรากฏขึ้นอยู่ด้านหลังลางๆ จากนั้นเขาก็จดจ่อสมาธิ สร้างภาพลวงตาขึ้นมาให้อยู่ในสภาพก่อนที่เขาและคนอื่นๆจะเข้ามาที่แห่งนี้ ( ยังอยู่ด้านใน )



ชูเฟิง แปลกใจนิดหน่อย ถึงแม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ในการสร้างภาพลวงตาตอนความสามารถในตอนนี้ ก็ถึงกับทำให้เขาเสียวสันหลังขึ้นมาทันที เพราะการก่อตัวนี้มันดูร้ายกาจอย่างแท้จริง



         " เมื่อสร้างภาพลวงตาได้แบบนี้ คงไม่มีใครหามันพบแล้ว เราไปกันเถอะ ข้าเชื่อว่าคงไม่มีใครสามารถผ่านเข้าไปได้ แม้ว่าพวกเขาจะผ่านตรงนี้ไปได้ พวกเขาก็ไม่อาจผ่านขั้นต่อๆไปได้ ทั้ง 9 อาณาจักร คงไม่มีใครมีปัญญาเข้าไปใกล้สมบัติได้ " ต้านต้านพูด


ชูเฟิงรู้สึกว่าต้านต้านพูดมาก็ค่อนข้างถูก เพราะนอกจากภาพลวงตาปิดทางเข้าไว้แล้ว ยังมี จิตชั่วร้ายที่เป็นสมุนของเต่าทมิฬอีกทั้งความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ธรรมดา ส่วนลึกลงไปก็ยังมีสิ่งที่คอยปกป้องมันเอาไว้อีก บางทีมันอาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่สามารถทำลายทุกอย่างเลยก็ได้



ยามใดที่เขาคิดไปถึงสัตว์ประหลาดที่สามารถทำลาย 9 อาณาจักร ชูเฟิงก็จะมักนึกถึง อสูรวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ในโลกวิญญาณของเขา บางทีมันอาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่สร้างความวุ่นวายให้แก่ 9 อาณาจักร



แต่ต้านต้านบอกว่าอสูรวิญญาณที่ถูกผนึกไว้มันไม่ได้อยู่ในสายตาของนาง ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ชูเฟิงรู้สึกว่านางอาจจะไม่ได้โอเวอร์ นางอาจมีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาอีกทั้งนางยังรู้ซะทุกอย่างไปหมด ยกเว้นเรื่องบนเตียง



แต่ยังไงก็ตาม การที่ต้านต้านและอสูรวิญญาณที่สามารถทำลายล้างอาณาจักรทั้ง 9 ได้มาอยู่ในโลกวิญญาณของเขา ซึ่งทำให้ ชูเฟิง แข็งแกร่งขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือพ่อแม่ของเขา หรือ ญาติพี่น้อง หรือใครๆก็ตามในครอบครัว



        ' ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านทั้งสองยังอยู่บนโลกนี้ใช่ไม๊ ' คำถามนั้นดังก้องอยู่ในใจของชูเฟิงไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาได้แต่ภาวนาว่า พ่อแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ นั้นคือสิ่งที่เขาอยากจะรู้มากที่สุด



ขณะที่เดินตามเส้นทาง ชูเฟิงก็พบกับศพไม่กี่คนจาก คฤหาสน์องค์ชายกิเลน ที่ถูกทรมานด้วยกลไกกับดักภายในอุโมงค์จนตาย



มันสามารถเห็นได้ชัดว่าหลังจากที่เขาประสบความเร็จในการเปิดทางเข้าสุสาน คนจากคฤหาสน์องค์ชายกิเลนก็ส่งผู้เชี่ยวไม่กี่คนมาสำรวจในสถานที่แห่งนี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขายังแข็งแกร่งไม่พอ แม้แต่การใช้อำนาจพลังวิญญาณเพื่อหลบเลี่ยงกลไกที่ง่ายที่สุดก็ยังทำไม่ได้



แต่สิ่งที่ ชูเฟิง ไม่เข้าใจมากที่สุด คือหลังจากที่มีข่าวนี้กระจายออกไป ทำไมผู้นำของคฤหาสน์องค์ชายกิเลยถึงไม่ปรากฏตัว



ปกติแล้ว หลังจากที่สุสานถูกเปิดพวกเขาก็น่าจะคิดว่ามันมีสมบัติมากมายมหาศาลซ่อนอยู่ เขาน่าจะสนจและมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่และรีบตรงมาจัดการเรื่องนี้ แต่นี้เขายังไม่ปรากฏตัว มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรอ



แต่ ชูเฟิง ก็ไม่ได้สนใจกับเรื่องนั้นเท่าไหร่ ก่อนที่ชูเฟิงจะเดินทางออกจากที่นั้น ขณะเตรียมตัวออกจากอาณาจักรมังกรฟ้า ก็มีทหารที่ใกล้จะตายนอนอยู่ ดังนั้นก่อนที่เขาจะตาย เขาอยากจะพูดร่ำลากับใครบางคน คนแรกที่เขาจะกล่าวลาก็คือญาติพี่น้องของเขา



หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ชูเฟิง ก็เดินทางกลับมายังที่อยู่อาศัยของ ชู กู่ยู๋ และคนอื่นๆ ชูเฟิงสังสัยว่าหลังจากที่เขามอบทักษะระดับ 6 และทักษะลับอื่นๆที่ หลี่ จางฉิงให้มา พวก ชู กู่ยู๋ และคนอื่นๆจะแอบอู้กันหรือเปล่า



        " ชูเฟิงในที่สุดเจ้าก็มาสักที เราเป็นห่วงเจ้ามากรู้ไม๊!!! "



ขณะที่ ชูเฟิง กำลังจะก้าวเข้าคฤหาสน์ ชูเยว่ ก็วิ่งออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นางปรี่เข้ามากอด ชูเฟิง ขณะที่ร่างกายสั่นเทาพร้อมกับส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอึ้น



นอกจากนี้ คนอื่นๆในตระกูล ชู ก็ยังมีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลความยินดีและความรู้สึกผิดเช่นเดียวกัน ขณะที่พวกเขามองมายังชูเฟิง ที่เดินกลับมาจากประตูนรก



         " ชูเยว่ พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด ข้ายังสบายดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับข้า " ชูเฟิงไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ เพราะชูเยว่ และคนอื่นๆ ทำให้เขารู้สึกคลุมเครือทีแสนจะกังวลใจ


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////