วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 306 - พ่อผู้ใจระยำ (ดำ)

    

    หลังจากช่วยเหลือสมาชิกของตระกูล หลี่ ซางฉิง และคนอื่นๆ แล้วนั้น ชูเฟิง จึงรีบมุ่งหน้าสู่เมืองวิหคเพลิง เพราะในอาณาจักรมังกรฟ้านั้น มีอีกสองคนที่เขายังคงเป็นห่วง นั่นคือ ซูรู่ และ ซูเหม่ย สองพี่น้องที่เลอโฉม



     ด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่เฉียบคมของเขา เมื่อเขามาถึงด้านนอกของเมืองวิหคเพลิง เขาตรวจจับได้ว่า มีการวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณโดยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา และมีอีกหลายคนที่ไม่ใช่ประชาชนของเมือง อยู่ภายในนั้น



     ทั้งหมดนี่แสดงให้เห็นว่า เมืองวิหคเพลิงนั้นเป็นกับดักสำหรับเขา แต่เขาจำต้องกระโดดลงไปสู่กับดักนี้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจช่วยเหลือ ซูรู่ และ ซูเหม่ย ได้



     ชูเฟิง แอบเข้าไปภายในเมืองวิหคเพลิง และสถานที่แรกที่เขาไปคือ ตำหนักเล็กที่เป็นที่พักของสองพี่น้อง แต่เขาก็พบว่าพวกนางไม่ได้อยู่ที่นั่น เขามีความกังวลมากมายอยู่ในหัวใจของเขา จากนั้นเขาจึงเข้าไปยังตำหนังของ ซูเฮิน เพื่อค้นหาเบาะแส



     “แน่นอนว่าสวรรค์ จะไม่ทำให้ท่าต้องผิดหวัง” หลังจากที่ ชูเฟิง แอบเข้ามายังตำหนักของ ซูเฮิน นั้น เพียงไม่นาน ซูเฮิน ก็กลับเข้ามาพร้อมกับแขกผู้มาเยือน หนึ่งในนั้นคือ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ของสำนักหลิงหยุน



     และอีกสองคนเป็นคนชรา คนหนึ่งมีผมสีดำคล้ายหมึก อีกคนหนึ่งมีผมสีขาวราวหิมะ พวกเขาคือยอดผู้เชี่ยวชาญของสำนักหลิงหญิง และยังครองตำแหน่งในสิบสองผู้พิทักษ์



     “พวกเขาเป็นคนของสำนักหลิงหยุนจริงๆ ไหนมาดูกันซิว่า พวกเจ้าจะใช้วิธีไหนจัดการกับข้า” ในขณะนั้น ชูเฟิง ไม่ได้หลบหนีออกไปทันที เขาปกปิดกลิ่นอายของเขา พร้อมทั้งซ่อนตัวอยู่ในมุมๆ หนึ่ง เพื่อสังเกตการกระทำของทั้งสามคน



     “นายเหนือหัว เชิญนั่ง”



     เมื่อเช้ามายังห้องโถง ซูเฮิน ปฏิบัติตัวราวกับคนรับใช้ เขาคาราวะ และโค้งคำนับให้กับทั้งสามคนที่มาจากสำนักหลิงหยุน จากนั้นเขาก็เทชาให้กับพวกเขา เมื่อ ชูเฟิง เห็นเช่นนั้น เขาก็รู้ซึ้งในทันทีว่า เจ้าเมืองวิหคนั้นมีทักษะการประจบที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน



     “ท่านเจ้าเมือง ซูเฮิน ดูเหมือนข่าวที่ท่านให้พวกเรามันจะไม่ใช่เรื่องจริงนะ ท่านบอกว่า ชูเฟิง นั้น ชอบพออยู่กับบุตรสาวของท่าน และเขาสามารถยอมแลกชีวิตของเขาเพื่อพวกนางได้ เมื่อมีขาวว่าบุตรสาวของท่านจะตัดความสัมพันธ์กับเขา เขาน่าจะมาที่นี่เพื่อต้องการคำชี้แจง แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่ได้ยินข่าวของ ชูเฟิง อีก” ผู้พิทักษ์ที่มีผมสีขาว กล่าวถาม



     “เอ่อออ……………”



     “บางที ชูเฟิง อาจจะเห็นว่ามันชอบธรรมแล้ว หรือไม่เขาก็อาจจะออกจากอาณาจักรมังกรฟ้าไป โดยที่ทิ้งบุตรสาวของข้าไว้ก็เป็นได้” ซูเฮิน กล่าวอธิบาย พลางหัวเราะ



     “งั้นก็หมายความว่า บุตรสาวของท่านจะรักคนผิด แต่ถ้า ชูเฟิง กล้ามา นั่นก็เท่ากับว่าเขาเข้ามาสู่ความตาย”



     “ท่านเจ้าเมือง ซูเฮิน บุตรสาวทั้งสองคนของท่านช่างเลอโฉมยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่พวกนางต้องแปดเปื้อนเพราะ ชูเฟิง และในตอนนี้พวกนางก็ยังไม่พร้อมที่จะตัดสัมพันธ์กับ ชูเฟิง ข้าเกรงว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาในความก้าวหน้าของตระกูลซูในอนาคต ทั้งหมดนี่เป็นคำพูดของท่านเจ้าคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ท่านต้องการกวาดล้างทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ ชูเฟิง” ผู้พิทักษ์ ที่มีผมสีดำกล่าว



     “เอ่อ……..นายเหนือหัว นี่………” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเฮิน พยายามกล่าวอธิบาย แต่ด้วยความหวาดกลัว จึงทำให้เขากล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก และเชาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเช่นไร



     “ท่านเจ้าเมือง…..ท่านไม่ต้องหวาดกลัวไป ความจริงพวกเรามีหนทางที่จะช่วยเหลือท่าน และบุตรสาวทั้งสองคนของท่าน” ชายชราผมดำกล่าว ขณะยิ้มออกมา



     “นายเหนือหัว ได้โปรด….”



     ซูเฮิน รีบกล่าวถามออกมา แม้ว่าทั้งสามคนจะเป็นคนของสำนักหลิงหยุน และยังเป็นผู้ใกล้ชิดกับคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ซูเฮิน ไม่อยากขัดใจพวกเขา ได้เพียงถามออกมาด้วยความหวาดกลัว



     ชายชราผมสีดำ มองหน้าของ ซูเฮิน ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และกล่าวออกมาว่า “คนที่ทำร้ายบุตรสาวทั้งสองคนของท่านก็คือตัวท่าน และคนที่จะสามารถช่วยเหลือบุตรสาวทั้งสองคนของท่านก็คือตัวท่านเองเช่นกัน”



     “ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ของสำนักหลิงหยุนเรายังไม่ได้แต่งงาน และในวันนี้มันคือรักแรกพบของเขากับบุตรสาวทั้งสองคนของท่าน หากท่านจัดงานแต่งงานให้เขากับบุตรสาวทั้งสองของท่าน ในอนาคตก็ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องตระกูลซูอีก” ชายชราผมสีดำกล่าวอธิบาย



     “ถูกต้อง ข้าได้ยินข่าวมาว่า ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ของคฤหาสน์กิเลนหายตัวไป เขาอาจจะพบกับอันตรายถึงชีวิตไปแล้วก็ได้ ดังนั้น ภายใต้อาณาจักรมังกรฟ้าแห่งนี้ จึงมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทาเพียงคนเดียวเท่านั้น”



     “คฤหาสน์กิเลนเป็นที่เคารพนับถือของทุกคน คิดให้ดีท่าน ซูเฮิน หากท่านยกบุตรสาวทั้งสองคน ให้แต่งงานกับผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ในอนาคตตระกูลซูของท่านจะก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนกัน” ในขณะนั้น ชายชราผมสีขาวก็กล่าวสนับสนุนออกมา



     “เอ๋….ท่านผู้เชื่อมต่อ…..ท่านต้องการจะแต่งงานกับบุตรสาวทั้งสองคนของข้าจริงๆ น่ะเหรอ” ซูเฮิน รู้สึกตกใจเมื่อได้รับรู้เช่นนั้น



     “หึหึ…ถูกต้อง ท่านเจ้าเมือง ซูเฮิน ถ้าท่านยก ซูรู่ และ ซูเหม่ย ให้แต่งงานกับข้า ข้ารับรองว่าจะดูแลพวกนางเป็นอย่างดี” ด้วยความยินดี ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ปลดฮู้ดที่ปิดบังใบหน้าของเขาลง เผยให้เห็นใบหน้าที่น่าเกลียดของเขา



     มันสามารถบอกได้เลยว่า เขาเป็นชายชราที่น่าเกลียดอย่างมาก จมูกโค้งเป็นกุ้ง ศรีษะล้าน และมีลักษะคล้ายผลฟักทอง ใบหน้าเต็มไปด้วยตะปุ่มตะป่ำ



     “อึ่ก…”



     เมื่อเห็นใบหน้าของเขา ซูเฮิน สูดอากาศที่เย็นเยียบเข้าไป เพราะเขาไม่เคยเห็นใบหน้าของชายชรา ที่น่าเกลียดเท่านี้มาก่อเลย



     หลังจากจดจำใบหน้าที่แสนน่าเกลียดแล้วนั้น ซูเฮิน พยายามระงับความตกใจบนใบหน้าของเขา พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม



     “ไม่เพียงแต่จะเป็นเกียรติแก่ข้าที่ยกบุตรสาวทั้งสองให้แต่งงานกับท่าน แต่มันเป็นแก่บรรพบุรุษของตระกูลซูเช่นกัน” เมื่อกล่าวจบ ซูเฮิน ก็เดินออกไป



     หลังจากที่ ซูเฮิน เดินออกไปได้ไม่นาน ชายชราผมสีขาวก็พูดกับ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทาว่า “นายเหนือหัว ท่านต้องการจะแต่งงานกับพวกนางจริงๆ น่ะเหรอ ในตอนนี้ท่านเจ้าสำนัก และท่านเจ้าคฤหาสน์กิเลน ได้มีคำสั่งให้จับตายออกมา สำหรับคนที่มีความสัมพันธ์กับ ชูเฟิง ถ้าผู้ใดไม่ตัดความสัมพันธ์ให้ตัดหัวได้เลย”



     “อ่า…ท่านไม่เข้าใจข้า แต่ข้ารู้จักนิสัยของท่านเจ้าสำนักดี”



     “ยังไงก็ตาม ซูรู่ และ ซูเหม่ย เป็นหญิงงามที่หาได้ยาก จ่ากสายตาของข้า คนที่จะสามารถเทียบเคียงพวกนางได้มีเพียง หยาน รู่วหยู ของสำนักสตรีหยกเท่านั้น”



     “มันเป็นความน่าเสียดาย หากสาวงามเช่นนี้จะต้องถูกฆ่าทิ้ง โดยที่ยังไม่ได้ลิ้มลอง”



     “ในตอนที่ ซูเฮิน ตามตัวของพวกนางมา ข้าจะพาพวกนางเข้าไปที่ห้องนอน พวกท่านทั้งสองก็สามารถ มาร่วมกันลิ้มลองความงามทั้งสองนี้ด้วยกันได้” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย



     “ฮ่าๆ…ขอบคุณท่านผู้เชื่อมต่อ” หลังจากได้ยินเช่นนั้น ผู้พิทักษ์ทั้งสองรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก พลันพวกเขาก็เต็มไปด้วยตัณหาทันที แม้แต่ร่างกายส่วนล่างของพวกเขาก็แสดงเจตนาที่มิดีมิร้ายต่อร่างกายของ ซูรู่ และ ซูเหม่ย ออกมา



     “แม่งเอ้ย….ไอ้เฒ่าทั้งสามตัวนั่น มันต้องการจะปู้ยี่ปู้ยำ ซูรู่ และ ซูเหม่ย ข้าจะต้องให้พวกเจ้าได้ชดใช้อย่างสาสม” ชูเฟิง ที่ซ่อนตัวอยู่ที่มุมนั้น รับรู้และได้ยินทุกๆ อย่าง หัวใจของเขาถูกเติมเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขากำหมัดของเขาแน่น



     “ยังมี ซูเฮิน อีกคน เจ้าจะต้องกำจัดเขา เพราะว่าเขาต้องการจะล่อลวงลูกของเขาเอง” ในขณะนั้น ต้านต้าน กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่แดงจัดจากความโกรธ นางกัดฟันของนางแน่น เพราะนางไม่อาจยอมรับกับการกระทำของ ซูเฮิน ที่ปฏิบัติต่อบุตรสาวของตนเองเช่นนี้ได้



     “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยเขาไปหรอก” ในความเป็นจริงนั้น แม้ว่า ต้านต้าน จะไม่กล่าวเตือนเขา ชูเฟิง ก็หมายหัวของ ซูเฮิน เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



     สามารถกล่าวได้ว่า ซูเฮิน นั้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว ประตูที่ถูกปิดอยู่นั้นก็ถูกเปิดออก ซูเฮิน เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังมีความงามที่ตามมาด้านหลังของเขา นั่นคือ ซูรู่ และ ซูเหม่ย


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit

หลายทีแล้วนะมึง ซูเฮิน ไม่ตายคงไม่หราบจำ.....

แต่ไอสามตัวนั้น จุดจบของพวกมันก็อย่างที่เรารู้ๆกัน .....

ขอทุกท่านยืนไว้อาลัย แด่อาวุโสทั้งสามจากสำนัก หลิง หยุน เป็นเวลา 3 วินาที

ส่วนสำนักหลิงหยุนจะเป็นยังไงงั้นหรอ .....

หรอดูเอา .....

บอกได้คำเดียวว่า " เกรียม "