วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 309 - เชื่อมั่นในตัวเขา



    “ชูเฟิง ข้าขอร้อง……อย่าฆ่าพ่อของข้าเลย” ซูเหม่ย ที่อยู่ในอ้อมกอดของ ชูเฟิง นางมองใบหน้าของ ชูเฟิง ด้วยแววตาอ่อนโยน พร้อมทั้งกล่าวออกมา



     “ชูเฟิง ถึงยังไงเขาก็ยังเป็นพ่อของพวกเรา” ซูรู่ กล่าวอ้อนวอนต่อ ชูเฟิง ในตอนนี้นั้น แววตาของนางที่เคยแข็งกร้าว กลับเปลี่ยนเป็นแววตาหม่นหมอง จะเห็นได้ว่า ลึกๆ แล้วนั้น นางยังคงผูกพันธ์กับ ซูเฮิน 



     เมื่อพวกนางทั้งสองคนที่เขารักขอร้อง ความโกรธภายในหัวใจของ ชูเฟิง ก็ค่อยๆ ลดลง เจตนาฆ่าที่รุนแรงก็ค่อยๆ จางหายไป “ถึงแม้ว่าข้าจะปล่อยเขาไป คนของคฤหาสน์กิเลน และสำนักหลิงหยุน ก็ไม่อาจปล่อยเขาไปได้”



     “ชูเฟิง ทางที่ดีพาท่านพ่อไปกับเราด้วย ข้าเชื่อว่าท่านจะต้อง เปลี่ยนแปลงตัวเอง และเริ่มต้นใหม่ได้” ซูเหม่ย กล่าวขอร้อง



     “ชูเฟิง พาเขาไปกับพวกเรานะ ให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน และพวกเราจะให้โอกาสเขาในการปรับตัว” ซูรู่ ก็กล่าวขอร้องเช่นกัน



     ในตอนนั้น ชูเฟิง อยู่ในสถานการณ์ที่สับสนยากที่จะตัดสินใจ เพราะเขาไม่อยากพาคนที่เขาไม่ไว้ใจไปกับเขา แต่เมื่อถูกขอร้องจากสองสาวงาม เขาจึงทำได้เพียงยิมรับและทำตามคำขอนั้น เขาก้มลงไปกล่าวกับ ซูเฮิน ว่า “ท่านควรจะดีใจนะ ที่มีบุตรสาวทั้งสองคนเช่นนี้”



     ในที่สุด ชูเฟิง ก็ปล่อย ซูเฮิน ไป เขาไม่ได้ฆ่า ซูเฮิน แต่อย่างใด แต่เขาวางแผนที่จะพา ซูเฮิน ไปพร้อมกับพวกเขา เพื่อไปอาศัยอยู่ที่สำนักมังกรฟ้า ชูเฟิง ได้ให้เวลากับ ซูเฮิน เพื่อทำการแยกย้ายเหล่าสมาชิกตระกูลซู



     การกระทำเช่นนี้ จะส่งผลให้ตระกูลซูหายไป และเหล่าสมาชิกตระกูลซูจะต้องไร้ที่อาศัย แต่นี่เป็นหนทางเดียวในการช่วยชีวิตของพวกเขา ภายในเมืองนั้น ซูเฮิน มองดูเหล่าสมาชิกของงตระกูลแยกย้ายกันออกไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายยากที่จะอธิบาย แต่ในตอนนี้เขาเหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง หลังจากที่เขาเกือบจะต้องตาย เขาจึงได้แต่ปล่อยเหล่าสมาชิกของตระกูลไป



     ตั้งแต่ ซูรู่ และ ซูเหม่ย อ้อนวอน ชูเฟิง นั้น ซูเฮิน ก็ได้ไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ของ ซูหลง และเก็บรักษามันเป็นอย่างดี และเขาก็พร้อมที่จะเดินทางไปสำนักมังกรฟ้าพร้อมกับครอบครัวของเขา



     “ชูเฟิง ขอบคุณเจ้ามาก….ที่ละเว้นชีวิตของข้า……ข้า….” บนหลังของอินทรีศรีษะขาวนั้น ซูเฮิน นั่งอยู่ข้างๆ กับ ชูเฟิง เขาพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา



     “ไม่ต้องขอบคุณข้า ข้าละเว้นชีวิตท่าน เพียงเพราะลูกสาวของท่าน ข้า ชูเฟิง รู้ดี ถึงความรู้สึกที่ไม่มีพ่อ ข้าไม่ต้องการให้พวกนางต้องรับรู้ความรู้สึกเช่นนั้น”



     “ข้ารู้ว่าถึงตอนนี้ ท่านก็ไม่อยากที่จะต้องแยกตระกูลซูออก ท่านไม่ต้องการทำให้ตระกูลซูของท่านต้องจางหายไป แต่ท่านก็ต้องนู้ไว้ด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของท่าน คือ บุตรสาวทั้งสองคนและบุตรชาย เพราะเมื่อท่านใกล้จะตาย ก็มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น ที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือท่าน” ชูเฟิง กล่าวเตือน



     “อืม……..เจ้าพูดถูก ในอดีตที่ผ่านมาข้าเคยสับสน และเดินบนเส้นทางที่ผิด แต่ตั้งแต่นี้ต่อไป ข้าจะดีกับพวกเขาให้มากขึ้น ในอนาคตข้าจะต้องตอบแทนพวกเขาในเรื่องนี้” ใบหน้าของ ซูเฮิน เต็มไปด้วยความเสียใจ



     “นอกจากนี้ ข้าจะเตือนท่านไว้อย่างหนึ่ง ในชีวิตคนเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น คือ ศักดิ์ศรี หากท่านอยู้โดยไร้ศักดิ์ศรี ท่านก็จะไม่ได้สายตาที่ให้ความเคารพ หรือเชิดชู ท่านจะถูกเปรียบได้เพียงแค่สุนัขตัวหนึ่ง เขาจะเรียกใช้ท่านเมื่อเขาต้องการ และเขาจะฆ่าท่านเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน” ชูเฟิง กล่าว



     “อืม………เจ้าก็อาจจะกล่าวได้ถูกต้อง แต่ความแข็งแกร่งของคนเรานั้น มันมีไม่เท่ากัน อีกทั้งจะต้องปกป้องตระกูลของเขา ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือคนชรา ทางเลือกมันก็ไม่มีมากนักเช่นกัน” ซูเฮิน ยิ่มออกมาอย่างจนปัญญา



     พลันหัวใจของ ชูเฟิง ก็รู้สึกหวั่นไหว แม้ ซูเฮิน จะทำสิ่งที่เลวทรามเมื่อเขาใกล้ตาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาทำไปเพื่อปกป้องตระกูลของเขาทั้งหมด เพียงแต่มันเป็นวิธีที่อ่อนแอ และน่ารักเกียจ อีกทั้ง ชูเฟิง ก็ไม่อาจยอมรับวิธีการเช่นนี้ได้



     เมื่อคนๆ หนึ่งมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ และไม่ได้มีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง พวกเขาจะต้องทำเช่นไร หากพวกเขาจะต้องปกป้องตระกูลของเขา หลายๆ คนคงเลือกวิธีการเช่นเดียวกับ ซูเฮิน พวกเขาจะต้องเลือกเส้นทางที่เสียหายน้อยที่สุด และเห็นผลในระยะยาว หากว่าพวกเขาต้องการที่จะมีชีวิตอยู่



     ในบางที ชูเฟิง อาจไม่ได้ดีไปกว่า ซูเฮิน เพราะในโลกใบนี้ มีอีดหลายคนที่สามารถขายบุตรของตน เพื่อความอยู่รอดของพวกเขาเอง เพราะในโลกใบนี้นั้น มันโหดร้ายและทารุนสำหรับผู้อ่อนแอ



     หลังจากที่ส่ง ซูรู่ ซูเหม่ย และ ซูเฮิน ที่สุสานพันกระดูกแล้วนั้น หัวใจที่ตึงเครียดของ ชูเฟิง ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นทันที



     ไม่ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ หรือเขาจะต้องตาย เขาก็ไม่เสียใจเพราะเขาได้รับรู้แล้วว่า บุคคลที่สำคัญในชีวิตของเขานั้น อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย เมื่อเขาส่งทุกคนแล้วนั้น ซูรู่ ก็ได้ติดตามเขาออกมาส่งที่ด้านนอก



    “ชูเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องไปจริงๆ เพราะผู้อาวุโส ฉี เฟิงหยาง มีความเมตตากับเจ้ามาก แต่เจ้าก็รู้ว่าการเดินทางในครั้งนี้ เจ้าอาจจะไม่โชคดี และถ้าผู้อาวุโส ฉี เฟิงหยาง รู้ว่าเจ้าจะทำอะไร ท่านคงไม่ยินยอมให้เจ้าทำเช่นนี้แน่”



     ภายในป่ารอบสุสานพันกนะดูก ซูรู่ จับมือของ ชูเฟิง แน่น ดวงตาของนางบวมขึ้น ใบหน้าที่ทรงเสนห์ของนางอาบไปด้วยน้ำตา เพราะนางรู้ดีว่า ชูเฟิง ต้องการจะทำอะไร ชูเฟิง จะส่วตัวเองไปตายอย่างแท้จริง



     “เจ้าอยู่ที่นี่ และคอยปกป้องน้องเหม่ย และพวกเขาทั้งหมด เจ้าสามารถได้รับพลังจากการบ่มเพาะภายในนั้น ข้ามอบหมายหน้าที่นี้ให้กับเจ้า” ชูเฟิง จับมือของ ซูรู่ ออก



     “เจ้า…..จะไปจริงๆ เหรอ” ซูรู่ คว้ามือของ ชูเฟิง พร้อมกับจับไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม



     ในทันทีนั้น ชูเฟิง เพียงยิ้มบางๆ ให้นางและกล่าวว่า “หากข้าไม่ทำเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจใช้ชื่อ ชูเฟิง ได้อีก เจ้า……เข้าใจข้านะ”



     หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ซูรู่ ขยับร่างกายของนางเล็กน้อย นางเข้าใจในคำพูดของ ชูเฟิง เป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าเขาเป็นบ้า แต่เขาไม่สนใจผลจากการกระทำของเขา เขาจะทำในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องเสมอ นั่นจึงเป็น ชูเฟิง ในทุกวันนี้



     “ข้าจะรอเจ้า พวกเราจะรอเจ้ากลับมาที่นี่” ในตอนนี้ ซูรู่ ปล่อยมือของ ชูเฟิง ออก นางแสดงความน่ารักของนางออกมา แม้ว่าหัวใจของนางจะเจ็บปวดก็ตาม



     “ดีมาก ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด” ชูเฟิง เช็ดน้ำตาที่แก้มของนางออก พร้อมกับจูบไปที่หน้าผากของนาง



     ซูรู่ ไม่ได้รั้ง ชูเฟิง เอาไว้อีก นางหันไปรอบๆ และรีบวิ่งเข้าไปในสุสานพันกระดูก เมื่อ ซูรู่ เข้าไปในสุสานแล้วนั้น ชูเฟิง ก็ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ



     เขาก้าวขึ้นไปในท้องฟ้า และยืนอยู่บนนั้น เขามองดูสำนักมังกรฟ้าที่สอนเขาให้รู้ถึงการบ่มเพาะพลัง และทักษะในการต่อสู้ เขาทำเช่นนี้เพราะเขาไม่รู้ว่า สำนักมังกรฟ้าจะยังคงอยู่อีกมั้ย เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง



     ***** วู้ชชชช *****



     พลัน ชูเฟิง ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปสู่ของฟ้า เขาไม่ได้อาศัยเสี่ยวไป๋ในการเดินทาง เพราะภายใต้สถาการณ์เช่นนี้ ทักษะของจักรพรรดิ์นภานั้น รวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วของเสี่ยวไป๋



     ในขณะที่ ชูเฟิง ออกจากสำนักมังกรฟ้านั้น ซูรู่ ก็ได้เข้ามาในสุสานพันกระดูก ใบหน้าของนางตอนนี้กลับเป็นปกติแล้ว เมื่อนางเข้ามาด้านใน นางก็พบว่าทุกคนต่างมีใบหน้าที่ซับซ้อน บางคนมีใบหน้าที่หม่นหมอง บางคนเริ่มที่จะสะอึกสะอื้นออกมา



     “พี่สาว !!”



     ในตอนนั้น ซูเหม่ย โผเข้าโอบกอด ซูรู่ และร้องไห้ออกมาเสียงดัง ในตอนนั้น ทุกคนที่อยู่ที่นั่น ต่างมีดวงตาเป็นสีแดงแห่งความเศร้า



     ในตอนนั้น ดวงตาของ ซูรู่ ก็เต็มไปด้วยความหม่นหมอง แต่นางก็ระงับไม่ให้น้ำตาของนางไหลออกมา นางลูบผมสีดำเงางามของ ซูเหม่ย และกล่าวออกมาว่า “เราต้องเชื่อมั่นในตัวเขา !!”


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit