วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 310 - ชู่วว เงียบๆหน่อย



หลังจากที่นับวันรอการประหาร ฉี เฟิงหยางภายในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ชูเฟิงก็ขี่เสี่ยวไป๋ไปด้วยความรีบร้อน แต่เขายังไม่ได้ยังไม่ได้ตรงไปยังคฤหาสน์ทันที



เหตุผลที่ ชูเฟิง ยังไม่ตรงไปคฤหาสน์องค์ชายกิเลน เพราะมีบางอย่างที่ต้องทำ เขามุ่งหน้าไปยังหุบเขาร้อยเลี้ยว เพื่อช่วย ฉี เฟิงหยาง แม้เขาจะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปจนตายเขาก็ยอม



ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งแรกที่ชูเฟิงนึกก็คือ ไม่ว่าจะจมอยู่ในสระโลหิตภายใต้คมเคี้ยวของมังกรหรือพยัคฆ์ เขาก็ต้องขอร้องให้สหายลึกลับที่อาศัยอยู่ภายในหุบเขาร้อยเลี้ยวของฉี เฟิงหยาง มาช่วยเขาให้ได้



        " อาวุโส  ข้าน้อย ชูเฟิง มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น และข้าน้อยก็ต้องการความช่วยเหลือจากท่าน หวังว่าท่านจะยอมพบข้าสักครั้ง "



       " ท่านอาวุโส ท่านอาวุโส ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่ ? ข้าน้อยมีบางสิ่งที่จะต้องพูดกับท่าน!!! " ชูเฟิงมาถึงยอดเขาแต่เขาไม่ได้ตรงเข้าไปในวิหารที่สร้างรูปแบบฯไว้ แต่เขายืนอยู่เหนือเมฆสีขาว พร้อมกับแสดงความเคารพไปยังที่ห้องแห่งหนึ่ง



หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นครั้งล่าสุด ดูจากสถานการณ์ฉี เฟิงหยาง ในใจเขาก็รู้สึกว้าวุ่น เพราะชูเฟิงรู้สึกว่า ผู้เชี่ยวชาญลึกลับคนนี้ ใช้ชีวิตอย่างสันโดษและเป็นคนทีแปลกๆ การที่เขาจะต้องมาพบคนแบบนี้ เขาก็จำเป็นต้องแสดงท่าทีสุภาพ หากไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ มันอาจจะทำให้คนๆนั้นโกรธมากเลยก็ได้



อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาตะโกนอยู่นาน ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา ชูเฟิง จึงไม่มีทางเลือก จึงต้องฝ่าเข้าไปและกล่าว " อาวุโส ข้ามีเรื่องด่วยต้องการพบท่าน โปรดอภัยในความไร้มารยาทของข้าน้อย "



ชูเฟิง พูดจบ เขาก็ผ่านรูปแบบฯอย่างยากลำบากจนมาถึงห้องโถงภายใรเมฆ ตอนนั้น ชูเฟิง ก็ตะโกนขอร้องไปเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่มีการตอบสนอง เขาจึงแผ่อำนาจพลังวิญญาณออกมา



แต่ยังไงก็ตาม เขาก็พบว่าพื้นผิวของวิหารมีการวางรูปแบบฯที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก การสร้างอำนาจพลังวิญญาณก็แข็งแกร่งไม่น้อย ไม่เพียงแต่ทำลายมันไม่ได้ แต่มันยังสามารถสหายอำนาจพลังวิญญาณได้อีก



         " อาวุโส ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านจะออกมาหรือไม่ แต่ตอนนี้ อาวุโส ฉี เฟิงหยางกำลังประสบภัยพิบัติ อีกสองวัน เขาก็จะถูกประหารในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ข้าน้อยหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านทั้งสอง จะมีความหมาย ได้โปรดช่วยชีวิตของเขาด้วย " ในขณะที่เขาอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากจะฝ่าเข้าไปได้ ชูเฟิง จึงส่งเสียงออกไป แต่เขาก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ



        " ชูเฟิง ช่างเขาเถอะ ไม่ต้องไปขอร้องเขา แม้ว่าเราจะไม่บอกเรื่องของ ฉี เฟิงหยาง คนๆนี้ เขาก็คงเข้าใจสถานการณ์ภายในอาณาจักรมังกรฟ้าดีกว่าใครๆ ข้าเชื่อว่า เขาอาจจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว "



       " ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่นี่หรือไม่ เขาก็ย่อมรู้เรื่องของ ฉี เฟิงหยาง อยู่แล้ว ในเมื่อเขาเลือกที่จะเงียบ นั้นหมายความว่าคนๆนี้ไม่ได้สนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา และเขาก็ไม่ได้ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนในการช่วย ฉี เฟิงหยาง " ต้านต้านพูดพร้อมกับพยายามซอนความโกรธเอาไว้



ตอนนั้น ชูเฟิง อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากจริงๆ ไม่ว่าเขาจะเข้าใจเหตุผลนั้นหรือไม่ แต่ยังไงเขาก็ต้องพยายามต่อไป เพราะตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญลึกลับคือความหวังเดียวในการช่วย ฉี เฟิงหยาง



อย่างไรก็ตาม หากคำนวณเวลา ชูเฟิง ก็จำเป็นต้องออกจากที่นั้น แม้ว่าเขาจะไม่พอใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้โดยที่ทิ้งจดหมายเอาไว้หน้าทางเข้า ด้วยเนื้อหาที่ขอร้องให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาช่วย ฉี เฟิงหยาง



สุดท้ายไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร ชูเฟิง ก็ต้องยอมรับ ในเวลาที่เขาต้องไปเขาก็ต้องแบกเอาความผิดหวังตามไปด้วย ขณะที่มุ่งหน้าไปช่วยพีน้องร่วมสาบาน ฉี เฟิงหยาง 



เวลาผ่านไป ชั่วพริบตาก็มาถึงวัน ที่ต้องประหาร ฉี เฟิงหยาง ในวันนั้นลานด้านนอกของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน เต็มไปด้วยคนใหญ่คนโตที่ทรงพลัง อีกทั้งยังมีสำนักต่างๆเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศรวมตัวกันในที่แห่งนี้



เกือบทุกคนที่มีหน้ามีตา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักหรือเจ้าเมือง พวกเขาไม่อยากจะพลาดช่วงเวลาที่บุคคลที่ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรมังกรฟ้าอย่าง ฉี เฟิงหยาง ถูกประหาร



นอกลานประหาร มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาเห็น ฉี เฟิงหยาง ที่ถูกตรวนไปด้วยโซ่พิเศาทั้งตัว แม้แต่ปากของเขายังถูกปิดไว้แน่น ตามตัวมีแต่ลอยฝกช้ำ ร่างกายก็ดูอิดโรย เขาถูกวางลงบนคานสูง 14 เมตร เหนือคานนั้นมีใบมีดขนาดใหญ่แขวนไว้ ฉี เฟิงหยางคงหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกผ่าออกไปสองส่วน



        " เห้อ คนดีๆเช่นนี้จะต้องมาตาย น่าเวทนายิ่งนัก "



        "  ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์อุส่าปรากฏขึ้นในอาณาจักรมังกรฟ้าของเราอีกคน แต่กับกำลังจะตาย แบบนี้ "



        " ไม่มีอะไรให้ต้องเวทนา เขาไม่สามารถเลี่ยงความผิดที่เขาก่อไว้ได้ เขาคิดจะสังหารผู้นำคฤหาสน์องค์ชายกิเลน คนแบบนี้น่าเวทนาตรงไหน ไม่ว่า ฉี เฟิงหยาง แข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ไม่ได้เหนือไปกว่า ผู้นำคฤหาสน์จริงไม๊ ? "



ในตอนนั้น บางคนก็รู้สึกสงสาร ฉี เฟิงหยาง แต่บางคนก็รู้สึกว่า เขาสมควรได้รับ ในเวลาที่ทุกคนไปรวมกันที่ลานกว้าง ชูเฟิงก็ได้แอบเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์องค์ชายกิเลน



ผู้นำของคฤหาสน์กิเลน ในตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิน นามของเขาคือ หลิน โม่หลี่ ด้วยสาเหตุนั้นเขาจึงไม่ยอมให้ ฉี เฟิงหยาง ที่เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์มาคุกคามตำแหน่งของเขา



แต่นั้นมันไม่ใช่ส่วนสำคัญ แต่ที่สำคัญคือการที่ หลิน โม่หลี่ มีบุตรชายอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งหลิน โม่หลี่ รักและหวงแหนเขามากๆ




แต่น่าเสียดาย ที่ลูกชายของเขามันไม่เอาไหน ไม่เพียงแต่ขี้เกียจฝึกฝน แต่เขายังติด ผู้หญิง จนโงหัวไม่ขึ้น แต่ยังไงเขาก็เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน



         " ที่รัก เจ้าช่างงามยิ่งนัก เจ้าเป็นหญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา หากเจ้ายอมเชื่อฟังและปรนนิบัติข้าเป็นอย่างดี ข้าจะรับเจ้ามาเป็นภรรยาให้เจ้าได้เสพสุขบนกองเงินกองทอง ข้าจะทำให้เจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยทรัพยาการที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด "



         " ไม่!!!! คุณชาย ได้โปรดปล่อยข้าไป ข้าไม่ต้องการเงินทองใดๆ หรือทรัพยากรของท่านและข้าก็ไม่สนว่าจะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย ข้าต้องกลับบ้านเพียงแค่นั้น "



ภายในห้องของคฤหาสน์อันหรูหรา บนเตียงขนาดใหญ่ มีหญิงงามคนหนึ่ง นอนขดอยู่มุมหนึ่งขณะที่ตัวสั่นพร้อมกับร้องไห้



อีกด้านหนึ่งของเตียง มีชายอ้วนที่สวมชุดไม่สมบูรณ์ จ้องมองหญิงสาวผู้นั้นราวกับหมาป่าที่กำลังจ้องมองลูกแกะที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อ เขาเวลานั้นน้ำลายยืดออกมาด้วยความอยาก คนผู้นั้นก็คือ ลูกชายของ หลิน โม่หลี่ หลิน ส้ง



        " นางบ้า!!! หากเจ้าไม่ยอมทำตาม หรือกล้าขัดขืนข้า ข้าจะฆ่าครอบครัวของเจ้าทิ้งซะ จากนั้นก็จะโยนเจ้าไปที่ค่ายให้พวกทหารเหล่านั้น ผลัดกันสนุกกับเจ้าจนกว่าจะตาย!!! " เห็นว่าใช้วิธีนุ่มนวลไม่ได้ผล หน้าของหลิน ส้ง ก็เปลี่ยนไป จากนั้นก็ข่มขู่นาง



       " ไม่ !!! ได้โปรดอย่าทำร้ายครอบครัวข้าเลย " แน่นอน ว่าหลังจากได้ยินคำพูดของ หลิน ส้ง แม่นางคนนั้นก็คุกเขาลงบนเตียง ขณะที่อ้อนวอนทั้งน้ำตา



      " เช่นนั้นเจ้าก็อย่าได้ขัดขืน เจ้าต้องยอมแต่โดยดี ผู้หญิงที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งข้า และผู้หญิงเหล่านั้นจะต้องกลายเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยงของข้า "



ขณะที่เขาพูด หลิน ส้งก็ชี้ไปยังมุมห้อง มันคือสัตว์ร้ายมีลักษณะน่ากลัว ดวงตาสีแดงฉาน ขณะที่สัตว์ตัวนั้กำลังกินอะไรบางอย่าง หากมองใกล้ๆจะพบว่านั้นคือ มนุษย์



หลิน ส้ง  พูดอย่างจริงจัง ว่าผู้หญิงคนไหนที่ขัดขืนเขาต้องกลายเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงของเขา จริงๆแล้วผู้หญิงบางคนที่เขาเบื่อ บางคนก็ต้องกลายเป็นอาหารของสัตว์ร้ายตัวนั้น



        " ข้ายอมแล้ว ข้าจะยอมทำตามทุกอย่าง . . . . ." หญิงสาวร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว นางพยักหน้าและเริ่มที่จะถอดเสื้อผ้าออก พร้อมกับนอนนิ่งๆ



       " เอ๊งงง ! "



แต่ขณะที่ หลิน ส้ง เตรียมตัวที่จะเพลิดเพลินไปกับร่างสาวงาม เขาก็ได้ยินเสียงของสัตว์ร้ายที่แสนจะหวงแหน ขณะที่มันร้องออกมาอย่างทุกข์ทรมาน



เมื่อหันหน้าไปมอง ใบหน้าของหลิน ส้งก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะสัตว์เลี้ยงที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา ปัจจุบันกลายเป็นกองเนื้อ โดยที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆมัน ขณะที่กำลังยิ้มมองมาอย่างชั่วร้าย



         " บังอาจ!!! เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงของข้า ? " ในตอนนั้น หลิน ส้ง โกรธอย่างมากเขาลุกขึ้นยืนขณะที่กำลังจะร้องเรียกใครบางคน



* พรึบบบ * ในตอนนั้น ชูเฟิง ก็หายไปมาปรากฏต่อหน้า หลิน ส้งอย่างกับผี เขาใช้มือของเขาปิดปาก หลิน ส้งเอาไว้พร้อมกดลงกับเตียง ขณะที่ยิ้มและกล่าว " ชู่ววว เงียบๆหน่อย เด๋วข้าจะพาเจ้าไปเล่นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากกว่านี้ "

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


น่าสงสาร แม่นางคนนั้นจริงๆ

ไอพวกคนที่มีสถานะตำแหน่งใหญ่ๆโตๆ หาคนดีๆนี้แทบจะหาไม่ได้

ไม่รู้มันเป็นอะไร!!! 

อย่างงี้ ต้องกระทึบแม่งให้ตายยย!!!