วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 312 - เจ้าบังคับข้าเอง



     หลิน จง ในปัจจุบันถูกทรมานอย่างทารุน ผมของเขาคล้ายกับรังนก ใบหน้าของเขาปูดบวม จมูกของเขากลายเป็นสีม่วงคล้ำ ในตอนนี้เขาลอยอยู่ในอากาศ โดยมี ชูเฟิง บีบคอของเขาอยู่ เขาพยามยามดิ้นรนเพื่อหลบหนี แต่ก็ไม่อาจทำได้



     “จงเอ๋อ !!” เมื่อเห็น หลิน จง เป็นเช่นนั้น ใบหน้าของ หลิน โม่วหลี่ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขากล่าวไปที่ ชูเฟิง ด้วยความเคียดแค้น “ปล่อย จงเอ๋อ ของข้าซะ !! ไม่เช่นนั้นข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น”



     “โอ้….ท่านเจ้าคฤหาสน์ ท่านอย่าได้กล่าวอะไรน่ากลัวเช่นนั้นเลย ท่านบอกให้ข้าปล่อยเขาไป ไม้งั้นจะสับข้าเป็นหมื่นๆ ชิ้นเช่นนั้นรึ !? แล้วถ้าข้าปล่อยเขาไป ท่านคงไม่แยกร่างของข้าให้เป็นห้าส่วนโดยใช้ม้าอย่างนั้นซินะ”



     “โถ่…….ท่านเจ้าคฤหาสน์ ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อน แต่ท่านกลับกล่าวหาว่าข้าต้องการจะลอบสังหารท่าน และยังออกคำสั่งให้สังหารข้า อีกทั้งยังไม่ละเว้นคนที่เกี่ยวข้องกับข้าทั้งหมด ในตอนนี้ข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าท่าน ท่านยังกล่าวะช่นนี้ออกมาอีกรึ”



     “เอาหล่ะ ข้าจะไม่พูดไร้สาระอีก ปล่อยพี่ชายข้าท่าน ฉี เฟิง หยางไปซะ ไม่เช่นนั้นร่างสวะของลูกท่านจะไม่เหลือซาก !!”



     ในขณะที่ ชูเฟิง กล่าว เขาหยิบมีดสั้นขึ้นมา มีดสั้นเล่มนี้นั้น เขาหยิบมาจากห้องของ หลิน จง ในตอนนี้มันมีประโยชน์มากกว่าทักษะธนูร้อยแปลง



     “เจ้ากล้ารึ !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของ หลิน โม่วหลี่ เต็มไปด้วยความตกใจ เขาตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว



     “หึหึ….ข้าไม่กล้าอย่างนั้นรึ !! มาดูกันว่าข้าจะกล้าหรือไม่”



     ชูเฟิง สะบัดแขนของเขาลง มีดสั้นในมือของเขากลายเป็นประกายแสงสีขาว พาดผ่านมือของ หลิน จง อย่างรวดเร็ว



     “อ้ากกกกกกก !!”



     หลังจากประกายแสงพาดผ่านไป หลิน จง ก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน เพราะนิ้วมือทั้งสามของเขาถูกตัดออกไปโดย ชูเฟิง ในตอนนั้นศรีษะของเขาอาบไปด้วยเหงื่อ น้ำตาและน้ำมูกไหลออกมาเต็มใบหน้าของ หลิน จง



     “ ชูเฟิง ข้าจะฆ่าเจ้า !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของ หลิน โม่วหลี่ เปลี่ยนเป็นสีม่วงด้วยความโกรธแค้น สีหน้าที่แสดงออกมาของเขา ราวกับว่าเขาต้องการจะกินเลือดกินเนื้อของ ชูเฟิง



     “อะไรนะ !! ข้าไม่ค่อยได้ยิน” ชูเฟิง สะบัดมีดสั้นในมือของเขาอีกครั้ง นิ้วมือที่เหลือของ หลิน จง ก็ขาดออก



      “อ้ากกกกกกกก !!” หลิน จง แผดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาตะโกนไปท่าน หลิน โม่วหลี่ “ท่านพ่อ ปล่อยผู้อาวุโส ฉี เฟิงหยาง เร็วเข้า !! ไม่เช่นนั้นข้าจะต้องถูกเขาทรมานจนตาย”



     “ปล่อยเขา !! ปล่อย ฉี เฟิงหยาง เร็วเข้า” เมื่อเห็น หลิน จง ต้องถูกทรมาน หัวใจของ หลิน โม่วหลี่ พลันหนักอึ้ง ด้วยความเจ็บปวด



     “ไม่ !! อย่าปล่อยเขา” พลัน หยาน หยางเทียน ตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว



     “สิ่งที่ข้าพูดออกไปมันเป็นเพียงแค่ผายลมอย่างนั้นรึ ข้าบอกให้ปล่อยเขา ปล่อยเขาเร็วเข้า !!” หลิน โม่วหลี่ เต็มไปด้วยความโกรธ เขาตะโกนสั่งออกมาอีกครั้ง เพราะไม่มีใครสำคัญสำหรับเขา มากไปกว่าบุตรของเขาอีกแล้ว



     เหล่าทหารของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนนั้น โดยปกติก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของ หลิน โม่วหลี่ อยู่แล้ว พวกเขาจึงรีบแก้เชือกที่ผูก ฉี เฟิงหยาง พร้อมทั้งลากเขาออกจากเครื่องสังหาร



     “ถอยห่างจากลานประหารซะ !!” ชูเฟิง ตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล



     หลิน โม่วหลี่ กลัวว่าบุตรชายของเขาจะถูกทำร้าย เขารีบสั่งการทุกคนให้ถอยห่างจากลานสังหาร พร้อมทั้งตัวของเขาก็ก้าวถอยออกมา



     เมื่อเห็นว่าทุกๆ คนถอยห่างจากลานสังหารแล้วนั้น ชูเฟิง พร้อมด้วย หลิน จง ในมือของเขา ก็เข้ามาถึงลานสังหาร เขาสัมผัสได้ทันทีว่า ฉี เฟิงหยาง นั้น ถูกทรมานอย่างทารุณ และในตอนนี้เขาก็ไม่พลังเพียงพอที่จะทำการศึกใดๆ อีก



     “ท่านพี่ !! พี่ชาย !! พี่ชาย !! พี่ชายข้ามาช้า !!” ชูเฟิง เข้าไปประคอง ฉี เฟิงหยาง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด



     “โอ้……..ไอ้น้องบ้า !! ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะทำเช่นนี้ หากข้าตาย และกลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ให้อภัยเจ้า”



     ฉี เฟิงหยาง อ่อนแอมมกในขณะนี้ แต่เขาก็มีความสุขมากเช่นกัน เพราะเมื่อเขาได้เลือกที่จะช่วยเหลือ ชูเฟิง นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาไม่ได้เลือกคนผิด



     “ไม่ต้องเป็นห่วงท่านพี่ แม้ท่านจะกลายเป็นผี ท่านก็จะต้อวไปกับข้า ท่านจะต้องอยู่กับน้องชายของท่านตลอดไป”



     ชูเฟิง ยิ้มออกมาพร้อมทั้งกล่าวอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และสายตาของเขสก็มาหยุดอยู่ที่ หยาน หยางเทียน ที่ลอยอยู่ในอากาศ ชูเฟิง ตะโกนออกมาเสียงดังว่า “หลีกไป !!”



     “วันนี้เจ้าอย่าคิดที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่เลย !!” หยาน หยางเทียน ไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด เขายังคงยืนอยู่ในอากาศที่เดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน



     “ข้าบอกให้เจ้าหลีกไป !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ไม่รอช้า เขายกแขนของ หลิน จง ขึ้น พร้อมทั้งบิดมันอย่างรุนแรง แขนของหลินจงหักและบิดกลายเป็นตัววี



     “อ้ากกกกกกก !! ไอ้ หยาน หยางเทียน รีบหลีกไปซะ” หลิน จง ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และตะโกนออกมาด้วยความโกรธ



     “หยาน หยางเทียน หลีกออกไปซะ นี่คือคำสั่ง !!” เมื่อเห็นบุตรชายของเขาต้องทรมาน หลิน โม่วหลี่ รีบออกคำสั่งไปที่ หยาน หยางเทียน อย่างรวดเร็ว



     หยาน หยางเทียน ขมวดคิ้วแน่น พร้อมกับหันไปมองที่ หลิน โม่วหลี่ ในที่สุดเขาก็ให้ความร่วมมือ ไม่เพียงแต่เขาหลบออกมา แต่เขายังคลายความกดดันของเขาลง และฉีกออกมาด้านข้าง



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ประคอง ฉี เฟิงหยาง ขึ้นด้วยแขนข้างเดียว ใส่อีกมือหนึ่งบีบคอของ หลิน จง ไว้แน่น พลันประกายแสงปรากฏขึ้นที่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาพุ่งทะยานออกไปสู่ขอบฟ้า อย่างรวดเร็วราวกับอุกกาบาต  และทิศทางที่เขาไปนั่นคือ หุบเขาร้อยเลี้ยว



     “คิดจะไปจากที่นี่งั้นรึ !! มันไม่ง่ายหรอก” ในเวลาเดียวกัน หลิน โม่วหลี่ และ หยาน หยางเทียน ก็ทะยานไล่ตามออกไป ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ชูเฟิง



     “สวรรค์…..ชูเฟิง ได้เข้ามาช่ววเหลือ ฉี เฟิงหยาง เพียงลำพัง !!”



     “เด็กคนนี้ถ้าไม่บ้า ก็มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก ที่สำคัญคือ เขาสามารถเดินบนอากาศได้ โดยที่การบ่มเพาะพลังของเขามีเพียงเท่านั้น นี่หมายความว่า เขาคงได้รับสืบทอดทักษะลับของจักรพรรดิ์นภามาอย่างแน่นอน”



     หลังจากที่ ชูเฟิง และคนอื่นๆ จากไป ทั่วบริเวณที่เคยเงียบสงบ พลันเกิดความโกลาหลขึ้น พวกเขาต่างตกอยู่ในความตะลึง จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่



     ชูเฟิง เด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 16 ปี สามารถเข้ามาถึงลานประหารของคฤหาสน์องค์ชายกิเลน และยังสามารถช่วยเหลือ ฉี เฟิงหยาง โดยเพียฝลำพัง ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์ทั้ง ท่านเจ้าคฤหาสน์องค์ชายกิเลน หลิน โม่วหลี่ และ เจ้าสำนักหลิงหยุน หยาน หยางเทียน นี่ก็นับเป็นตำนานอีกบทหนึ่งได้เลย



     แม้ว่า ชูเฟิง จะอาศัยวิธีที่พิเศษในการช่วยเหลือ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ความกล้าหาญ ที่หาได้ยากยิ่งในคนวัยเดียวกับเขา



   ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุให้หลายๆ คนมองว่าการกระทำของ ชูเฟิง นั้นชั่วร้าย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชื่นชมในตัวของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ในวัยเดียวกับเขา บางคนถึงกับมี ชูเฟิง เป็นแบบอย่าง เพราะเขาแสดงความกล้าหาญออกมา นั่นคือสิ่งที่พวกเขายอมรับ และชื่นชม ซึ่งหากเปลี่ยนจาก ชูเฟิง เป็นพวกเขา พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดที่จะทำเช่นนี้



     ในขณะนั้น ชูเฟิง กำลังตกตะลึง เขาวิ่งอยู่บนอากาศพร้อมกับตะโกนมาที่ หยานห หยางเทียน ที่ไล่ตามเขามาว่า “ถ้าเจ้ายังไล่ตามข้ามา ข้าจะฆ่า หลิน จง ซะ”



     “เอาเลย !! ฆ่าเลย !! ฆ่าเลย !!” ไม่เพียงแต่ หยาน หยางเทียน จะไม่สนใจ เขายังยิ้มอย่างเย้ยหยัน พร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างเย็นชา



     “หลิน โม่วหลี่ !! บอกให้เขาถอยออกไปซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าลูกชายของท่านซะ” ชูเฟิง รู้ดีว่า หยาน หยางเทียน ไม่ได้สนใจชีวิตของ หลิน จง เขาจึงหันไปที่ หลิน โม่วหลี่ ที่อยู่ด้านหลังของ หยาน หยางเทียน



     “ท่านเจ้าคฤหาสน์ !! คฤหาสน์องค์ชายกิเลนถูกบุกโดยเด็กเช่นนี้ หากวันนี้เขารอดชีวิตกลับไปได้ ในอนาคตไม่ใช่เพียงแค่ลูกชายของท่านที่จะตาย แต่เป็นทั้งตระกูลของท่าน !!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยาน หยางเทียน จึงรีบกล่าวกระตุ้น ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าไปใกล้ ชูเฟิง แรงกดดันของขั้นแดนสวรรค์กดทับไปที่ ชูเฟิง



     เมื่อได้ยิน หยาน หยางเทียน แนะนำ หลิน โม่วหลี่ ก็เกิดความสับสน แม้ว่าบุตรชายของเขาจะสำคัญ แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับคฤหาสน์องค์ชายกิเลนนั้น มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตัดสินใจ



     เมื่อเห็นว่า หลิน โม่วหลี่ ยังคงลังเล และ หยาน หยางเทียน ยังไล่ใกล้เข้ามา ชูเฟิง ตระหนักในทันทีว่า สถานการณ์เช่นนี้นั้น อยู่ในขั้นอันตรายอย่างถึงที่สุด พลันใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม แววตาของเขาแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวออกมา



     เขาจับ หลิน จง ยกขึ้น และใช้พลังขั้นแก่นวิญญาณส่งไปที่ฝ่ามือของเขา พร้อมทั้งกล่าวไปที่ หยาน หยางเทียน และ หลิน โม่วหลี่ ว่า



     “พวกเจ้าบังคับข้าเอง ในวันนี้เมื่อพวกเจ้าไม่ปล่อยให้ข้าไป ในอนาคตไม่ว่าพวกเจ้าจะหลบอยู่ที่ขอบฟ้าใด หรือใต้มหาสมุทรแห่งไหน ข้าก็จะไปฆ่าพวกเจ้า !!”



     ในขณะที่เขากล่าว เขาก็ส่งพลังผ่านฝ่ามือของเขา เข้าไปที่ หลิน จง พลันร่างกายของ หลิน จง ก็พองขึ้น !! พองขึ้น !! พองขึ้น !! ในท้ายที่สุดร่างของ หลิน จง ก็ระเบิดออก กลายเป็นละอองเลือดลอยอยู่ในอากาศ


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit