วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 315 - มั่งคั่งไปด้วยทรัพยากร



ที่นี่มีโอสถแก่นแท้คุณภาพสูงโอสถแก่นแท้คุณภาพกลางและโอสถแก่นแท้คุณภาพต่ำ



แถมยังมีโอสถกำเนิดคุณภาพสูงสุดโอสถกำเนิดคุณภาพโอสถกำเนิดคุณภาพกลางและโอสถกำเนิดคุณภาพต่ำ



และก็ยังมีโอสถห้วงวิญญาณคุณภาพสูงสุดโอสถห้วงวิญญาณคุณภาพโอสถห้วงวิญญาณคุณภาพกลางและโอสถห้วงวิญญาณคุณภาพต่ำ



นอกจากนี้ก็ยังมีทุกประเภทของโอสถรักษาเยียวยาและบำรุงรวมทั้งชุดเกราะพิเศษและอาวุธที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุพิเศษ



เหล่าสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นนั้นในตอนนี้มันได้อยู่รอบรอบชูเฟิงและยังถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึงในตอนนี้ชูเฟิงไม่ได้คาดคิดเลยว่าเขานั้นจะได้มาอยู่ในสถานที่ที่อ้อมล้อมไปด้วยทรัพยากรที่มหาศาล



“ที่นี่คือที่ใด? เหตุใดถึงได้มีทรัพยากรมากมายเช่นนี้! ฮ่าข้ารวยแล้ว! ข้าจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรอย่างแท้จริง!” ปากของชูเฟิงได้เปิดออกอย่างกว้างขวางและล้มลงกระแทกเข้ากับภูเขาสมบัติ



“ว้าว ชูเฟิงเจ้าจะกลายเป็นคนรวยแล้ว! ดูสิที่นี่มีโอสถแก่นแท้วิญญาณมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้!” เพียงแค่ในเวลานั้นเสียงของ ต้าน ต้านก็ดังขึ้นมาในหัวของชูเฟิงและน้ำเสียงของเธอนั้นกล่าวได้ว่า “ดั่งมังกรที่แข็งแกร่งและเสือที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยพลังชีวิต” น้ำเสียงของเธอนั้นฟังดูแล้วไม่เหมือนกับคนที่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แค่น้อยแต่มันกับเหมือนคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีพร้อมซะมากกว่า



“ต้าน ต้าน? เจ้าฝืนแล้ว! ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าใช่หรือไม่! ฮ่า..นับว่าเป็นเรื่องที่ดี!”



หลังจากที่ได้ยินเสียงของ ต้าน ต้านชูเฟิงก็รู้สึกมีความสุขอย่างเหลือใจเพราะภายในความทรงจำของเขา หลังจากที่ ต้าน ต้านใช้วิธีการต้องห้ามบางอย่างเพื่อช่วยเขาในป่าภูเขาแห่งหนึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้สูญเสียความแข็งแรงของเธอไป



“ใช่ ข้า…ข้าสบายดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับข้า ว่าแต่มันแปลกมากเจ้าไม่ได้ช่วยข้าเอาไว้อย่างงั้นรึ” ในทำนองเดียวกันใบหน้าของ ต้าน ต้านก็เต็มไปด้วยความสับสนและประกายเงางามจากดวงตาทั้งสองของเธอก็แสดงออกถึงอาการงุนงง



“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตามจริงเวลานี้เราควรจะตายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทำใมเจ้าและข้าถึงยังมีชีวิตอยู่? และยังมาอยู่ภายในห้องสมบัติทรัพยากรเช่นนี้! และยิ่งไปกว่านั้นพี่ชายของข้า ฉี เฟิงหยางเขาอยู่ที่ไหน? เหตุใดเขาถึงไม่ได้อยู่กับเราที่นี่?”



หลังจากที่ชูเฟิงครุ่นคิดอยู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เขาก็นึกขึ้นได้ถึง ฉี เฟิงหยางเขาจึงรีบลุกขึ้นและค้นหาทุกทิศทาง แต่เขาก็ไม่พบร่องรอยใด ๆของ ฉี เฟิงหยางชูเฟิงจึงอดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกกังวล



“นี่มัน?!” ในทันทีชูเฟิงก็ได้ค้นพบเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่มันถูกวางเอาไว้ เขายิบมันขึ้นมามันมีเพียงแค่ตัวอักษรไม่กี่คำที่ถูกเขียนเอาไว้ แต่ในทันทีที่ได้อ่านมันทำให้จิตใจของชูเฟิงที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นรู้สึกผ่อนคลาย



“ฉี เฟิงหยางปลอดภัยดีดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง ในสถานที่ที่เจ้าอยู่เจ้าจะรู้เองเมื่อออกไปข้างนอก แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ว่าจงเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ไปด้วยซะไม่เช่นนั้นแล้วหลังจากที่เจ้าออกไปเจ้าจะต้องเสียใจที่ไม่ได้ทำมัน!”



“แผ่นกระดาษนี้เป็นของผู้ใดกัน?” ชูเฟิงรู้สึกตกใจเล็กน้อยเพราะเขารู้ว่าเขาได้ถูกช่วยเอาไว้โดยใครบางคน



“ไม่จำเป็นต้องคิดมากชูเฟิง ถ้าข้าเดาไม่ผิดล่ะก็เขาควรจะเป็นผู้เชียวชาญลึกลับที่อยู่ในหุบเขาร้อยเลี้ยวนั้นที่เป็นคนช่วยเจ้าเอาไว้ ฉี เฟิงหยางก็น่าจะถูกช่วยเอาไว้โดยเขาและข้ายังแน่ใจอีกว่าเขายังเป็นคนที่พาเจ้ามายังสถานที่แห่งนี้” ต้าน ต้านวิเคราะห์อย่างใจเย็น



“มันเป็นเขา?” ชูเฟิงยังไม่สามารถที่ยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าเป็นเขา แต่หลังจากที่คิดอย่างรอบคอบแล้วมันก็ไม่มีใครอื่นแล้วที่จะสามารถช่วยเขาได้ในสถานการณ์เช่นนี้



“ชูเฟิงการที่เจ้ากำลังจะกอบโกยสมบัติเหล่านี้ออกไปทั้งหมด มันทำให้เจ้ารู้สึกสงสารบุคคลที่รวบรวมเหล่าสมบัติทรัพยากรมากมายเหล่านี้เอาไว้ใช่หรือไม่?”



ชูเฟิงไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษหรือผู้ผดุงความยุติธรรมใด ๆมีเพียงแค่ตัวเขาเองเท่านั้นที่สามารถพึ่งพาได้และคนรอบตัวของเขา ดังนั้นตามธรรมชาติแล้วเมื่อมีเนื้ออยู่กองอยู่ตรงหน้ามีหรือที่เขาจะยอมปล่อยมันไป เขาลุกขึ้นยืนและเดินไปยังจุดหนึ่งชองผนังห้องเพื่อไปยิบถุงจักรวาลทั้งหมดที่มี



หากชูเฟิงนั้นต้องการที่จะเก็บสมบัติมากมายเหล่านี้ทั้งหมดสิ่งเดียวที่เขาไม่ควรมองข้ามก็คือถุงจักรวาลและที่สำคัญมันเหมือนกับว่าถุงจักรวาลเหล่านี้มันได้ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ



ยังไม่ทันได้กล่าวจบชูเฟิงก็ไม่รีรอช้าและเริ่มที่จะเก็บสมบัติทั้งหมดในทันที เพียงพริบตาสมบัติทั้งหมดก็ได้ถูกกอบโกยไปแล้วโดยชูเฟิง ไม่เพียงแค่นั้นเขายังได้แยกสมบัติทั้งหมดออกเป็นสองถุงและโยนพาดบ่าของเขา



แม้จะมีเพียงแค่สองถุงเล็กๆแต่ข้างในนั้นก็เต็มไปด้วยถุงจักรวาลมากมายและในถุงจักรวาลก็ยังเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าและเหล่าโอสถบ่มเพาะพลังวิญญาณมากมายมหาศาล



แต่ถึงแม้ว่าชูเฟิงจะกอบโกยสมบัติเหล่านี้ไปมากมายมหาศาล เขาก็ยังคงเหลือทิ้งเอาไว้บางในส่วนที่มันไม่จำเป็นสำหรับเขาเช่นโอสถห้วงวิญญาณและลูกแก้วห้วงวิญญาณเพราะถึงแม้ว่าเขาจะเอาไปมันก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขาได้เพราะฉะนั้นมันจะเป็นการดีกว่าที่เขาจะเหลือทิ้งเอาไว้เบื่องหลัง



“ฮ่า แค่นี้ก็ได้กำไรมาไม่น้อยแล้ว ด้วยโอสถแก่นแท้วิญญาณที่มากมายเหล่านี้มันจะต้องทำให้ข้าบุกฝ่าเข้าไปยังดินแดนแก่นแท้วิญญาณได้เป็นแน่”



ในตอนนี้ชูเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันได้ปรากฏรอยยิ้มเล็กๆบนในหน้าของเขา รอยยิ้มของเขานั้นได้ส่องแสงสว่างแพรวพราวยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์เสียอีก เพราะนี่มันเป็นเพียงครั้งแรกของเขาที่ได้เห็นโอสถแก่นแท้วิญญาณที่มีจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้



เนื่องจากชูเฟิงยากจนผ่านถึงสองระดับของการบ่มเพาะพลังวิญญาณในบ่อน้ำแก่นแท้สวรรค์จนเขาในตอนนี้นั้นอยู่ในระดับ 9 แดนกำเนิดวิญญาณ อีกเพียงขั้นเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้บุกฝ่าเข้าสู่แดนแก่นแท้วิญญาณ แต่ชูเฟิงรู้ว่าพระเจ้าสายฟ้าทั้ง 9 สีที่อยู่ในร่างกายของเขานั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากมายมหาศาลถึงจะบุกฝ่าเข้าสู่แดนแท้วิญญาณได้สำเร็จ



ก่อนหน้านี้ชูเฟิงนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเพราะถ้าเขาต้องการที่จะบุกฝ่าเข้าสู่แดนแก่นแท้วิญญาณนั้นเขาจะต้องใช้โอสถแก่นแท้วิญญาณเป็นจำนวนมาก แต่ในตอนนี้สถานการณ์มันได้เปลี่ยนไปแล้วด้วยทรัพยากรที่เขามีมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป



แต่ชุเฟิงยังรู้สึกว่าถ้าเกิดเขาไม่สามารถบุกฝ่าเข้าสู่แดนแก่นแท้วิญญาณได้หลังจากที่เขากลั่นโอสถแก่นแท้วิญญาณไปแล้วทั้งหมดมันก็คงเหลืออยู่อีกไม่ไกลมากนักที่จะบุกฝ่า ที่เหลือหลังจากนี้ก็คงขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลาเท่านั้น



“ฮ่า ลองดูทรัพยากรที่มากมายมหาศาลเหล่านี้สิมันเป็นของข้าแล้ว”



ชูเฟิงเตรียมที่จะออกหลังจากที่เขาปล้นไปหมดแล้วทุกอย่างที่จำเป็น เขาแน่ใจว่าทรัพยากรเหล่านี้จะต้องเป็นของขุมพลังอำนาจบางอย่าง แต่เขาไม่รู้ว่าขุมพลังอำนาจใดที่มีทรัพยากรมากมายมหาศาลเหล่านี้ได้



แม้ว่ารูปแบบพัฒนาการจิตวิญญาณในที่นี้จะมีความแข็งแรงมากแต่ด้วยความสามารถของชูเฟิงนั้นมันก็เป็นเรื่องง่ายมากที่เขาจะเปิดมันออกจากโลกภายในและก้าวสู่โลกภายนอก



หลังจากที่แอบย่องออกมาจากคลั่งสมบัติชูเฟิงก็เห็นสี่รูปร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ในด้านหน้าของเขา พวกเขานั้นมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว



พวกเขาทั้งสี่คนนั้นเป็นชายชราและหนึ่งในพวกเขานั้นมีทั้งผมสีเทากับสีขาวและพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง พวกเขาคือสี่ในสิบสองปราการของสำนักหลิง-หยุน



"มันเป็นเจ้านั้นเอง?!"



ทั้งสี่ปราการได้รีบวิ่งมาตรวจสอบสถานการณ์เพราะพวกเขาได้ยินเสียงของการเปิดประตูขนาดใหญ่จากสถานที่คลั่งสมบัติ และหลังจากที่เขาได้เห็นชูเฟิงพวกเขาทันทีได้เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตะลึงและตื่นตกใจมากกว่าชูเฟิงเสียอีก

ในทันทีชูเฟิงก็ได้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่น่าแปลกใจว่าคำพูดที่ถูกเขียนเอาไว้ในกระดาษนั้นบอกว่าเขาจะต้องเสียใจถ้าเขาไม่ได้ปล้นทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ออกไป ในตอนนี้เขาได้เข้าใจความหมายที่ถูกสื่อออกมาทั้งหมดแล้ว หลังจากที่คลังสมบัติทั้งหมดนั้นเป็นของศัตรูตัวฉกาจของเขาสำนักหลิง-หยุน



“เจ้าไอ้เด็กเวรสารเลวเอ้ย! นี่เจ้าว่างแผนที่จะล่อเสือออกจากถ้ำแล้วใช้โอกาศนี้เพื่อที่จะมาปล้นทรัพยากรจากสำนักหลิง-หยุนของพวกข้าอย่างนั้นรึ ได้ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายเช่นนี้พวกข้าก็จะสนองให้!” ร่างของทั้งสี่ผู้เฒ่าได้สั่นไปด้วยความโกรธและทันทีพวกเขาได้รีบวิ่งเข้าใส่และหวังที่จะโจมตีจุดตายของชูเฟิง



“เหอะ” แต่ชูเฟิงนั้นถอนหายใจด้วยความเย็นชาเขาไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ด้วยพลังของ ต้าน ต้านที่ผ่านเข้ามาสู่ร่างกายของเขาจนทำให้เขาอยู่ในระดับที่ 3 ของแดนแก่นแท้วิญญาณพร้อมกับใช้เพลงดาบมังกรไร้ตัวตนขวบคู่กันโดยทันที



*** บูม *** ความดันที่มองไม่เห็นนั้นได้หลั่งไหลลงมาจากท้องฟ้าและไม่เพียงแค่นั้นมันยังได้สลายการโจมตีของทั้งสี่ปราการอย่างสมบูรณ์ร่างกายของพวกเขาได้ถูกบดขยี้และตายในทันที พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้สึกตัวว่าพวกเขาตาย



“ไอ้แก่ไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้านะรึคิดจะฆ่าข้า” ชูเฟิงกล่าวเหยียดหยันและรีบเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว



ขณะที่เขาได้เดินออกมาชูเฟิงก็ได้เห็นเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักหลิง-หยุน ตั้งแต่ที่สี่ปราการไม่สามารถที่จะเอาชนะเขาได้มีหรือที่คนเหล่านี้จะหยุดเขาได้? ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ได้พบจุดจบและถูกฆ่าตายโดยชูเฟิง



หลังจากที่เขาได้เจอปัญหาเล็ก ๆน้อย ๆในที่สุดเขาก็ได้ออกมาจากทางเดินของคลั่งสมบัติและมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งมันคือสถานที่ที่จัดงานชุมนุมร้อยสำนักของสำนักหลิงหยุน



#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : เอาแล้วพี่เฟิงเราแม้งเล่นแล้วใงที่นี้ นายคิดว่าใง B2

B2 : ฉันคิดว่าคงไม่เหลือแหละ B1

B3 : ฉันคิดว่ามันเป็นคนที่โครตจะชั่วเลยล่ะ B1 B2

B1 : ฉันว่านายโม้

B2 : ฉันก็ว่านายโม้

B3 : กูพูดจริง!! คอยดูไว้เถอะ!!

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..