วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 316 - ของขวัญแด่การกลับมา



หลังจากที่ออกมาจากห้องคลังสมบัติเขาก็ยังไม่ได้เร่งรีบที่จะออกไปจากที่นี่ แต่เขากับเดินอยู่รอบ ๆสำนักหลิง-หยุนอย่างระมัดระวังเพราะหลังจากที่เขาได้ยินคำ “ล่อเสือออกจากถ้ำ” มันทำให้เขาได้รับรู้อะไรบางอย่าง



เขาต้องการที่จะยืนยันให้แน่ใจว่าไอ้แก่ หยาน หยางเทียนนั้นอยู่ที่สำนักหลิง-หยุนหรือไม่ ถ้าเกิดว่าไม่ได้อยู่ชูเฟิงก็คิดที่จะก่อความวุ่นวายและสร้างความปั่นป่วนให้กับสำนักหลิง-หยุน เพราะนอกจากไอ้แก่ หยาน หยางเทียนแล้วก็ไม่มีผู้ใดในสำนักหลิง-หยุนที่สามารถหยุดหรือคุกคามชูเฟิงได้



      “อ่าข้าสงสัยว่าเจ้าสำนักและคนอื่น ๆน่าจะไปถึงสำนักมังกรฟ้าแล้วในขณะนี้และคงกำลังจะสู้รบกันอยู่เป็นแน่”



      “ชั่งเป็นฉากที่สวยงามจริง ๆที่เหล่าผู้เชียวชาญทั้งหมดของสำนักหลิง-หยุนต่างได้ขี่ม้าและนกอินทรีหัวขาวคุณภาพดีเยียมออกไป ณ เวลานี้พวกเขาควรจะไปถึงสำนักมังกรฟ้าแล้ว ข้าแน่ใจว่าสำนักมังกรฟ้าจะต้องถูกเหยียบภายใต้แทบเท้าของสำนักหลิง-หยุนเป็นแน่ว่างั้นไหม?”



       “เหอะ พวกมันสมควรที่จะได้รับแล้ว พวกมันรนหาที่ตายแท้ ๆกล้าดียังใงถึงได้คิดจะมาต่อต้านสำนักหลิง-หยุน ของพวกเรา” ในทันทีชูเฟิงได้เดินออกมาและได้ยินเหล่าศิษย์หลักของสำนักหลิง-หยุนคุยกันอย่างภาคภูมิใจเกี่ยวกับสำนักตัวเองราวกับว่าพวกเขาได้ระบายความโกรธและเครียดแค้นของตนเองทั้งหมดออกมา



      “หยาน หยางเทียนบุกไปที่สำนักมังกรฟ้าของข้า” ในทันทีชูเฟิงได้แสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงคิ้วของเขานั้นขมวดแน่น มันเป็นไปดั่งที่เขาได้คาดคิดเอาไว้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น



ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หลบซ่อนอีกต่อไป เขาได้พุ่งตัวเองออกมาจากมุมมืดและชี้หน้าศิษย์หลักทั้งสองคนที่อยู่ด้านหน้าของเขาและกล่าวตะโกนเสียงดัง “พวกเจ้าสองคนไม่มีสิทธ์ที่จะพูด”



        “บัดซบเสียงใครว่ะถึงได้กล้าตะโกนใส่พวกข้าเช่นนี้?” ศิษย์ของสำนักหลิง-หยุนทุกคนนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง พวกเขานั้นจะไม่ลดหัวของตัวเองให้แก่ผู้ใดพวกเขาจะมองขึ้นไปแต่บนสวรรค์เท่านั้น โดยเฉพาะเหล่าศิษย์หลักพวกเขานั้นถือได้ว่ามีความภาคภูมิใจที่ไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขาไม่สามารถที่จะทนได้กับเสียงของผู้คนที่ตะโกนใส่พวกเขา เช่นนั้นแล้วจะยังมีใครกล้าที่จะยังตะโกนใส่พวกเขาเช่นนี้อีกได้หรือไม่?



ดังนั้นด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวพวกเขาทั้งสองคนก็ได้หมุนตัวของเขาไปรอบ ๆด้วยใบหน้าที่แสนจะดุร้ายขนาดที่เด็กเห็นยังต้องหวาดกลัว แต่เมื่อพวกเขาหันมาถึงด้านหลังของพวกเขาและเห็นใบหน้าของชูเฟิงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายยิ่งกว่าใบหน้าของพวกเขาแล้ว มันถึงกับทำให้พวกเขายืนงงและตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก



ตาของพวกเขานั้นเบิกกว้างอย่างรุนแรงจนเกือบจะถลนออกมา ความกระหายเลือดของพวกเขาก่อนหน้านี้นั้นได้หายไปในทันทีและถูกแทนที่ด้วยความกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขานั้นถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวราวขี้หดตดหายและถอยลงไปหลายเก้าพร้อมกับชี้ไปที่ชูเฟิงแล้วกล่าว “เจ้า….เจ้า….เจ้า” ด้วยความกลัวจนถึงขนาดขี้หดตดหายมันทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะพูดชื่อของชูเฟิงออกมาได้



ปัจจุบันคฤหาสน์องค์ชายกิเลนเป็นพันธมิตรกับสำนักหลิง-หยุนพวกเขาได้ทำใบประกาศจับของชูเฟิงออกมานับไม่ถ้วนและมันยังได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วในสำนักหลิง-หยุนอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะไม่รู้จักลักษณะของชูเฟิง



นอกจากนี้การกระทำต่างๆของชูเฟิงนั้นได้สลักความกลัวเอาไว้ในใจของคนรุ่นใหม่ในอาณาจักรมังกรฟ้าทุกคน ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่รู้สึกกลัว? ร่างกายของพวกเขานั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ



พอเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะตะโกนชูเฟิงก็รีบกระโจนไปข้างหน้าและมายืนอยู่ด้านหน้าของทั้งสองคนในพริบตาเขาใช้มือของเขาปิดปากคนทั้งสองเอาไว้พร้อมเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายและกล่าว “พวกเจ้าจะพูดได้ก็ต่อเมื่อข้าอนุญาตเท่านั้น และข้ามีคำถามที่จะถามพวกเจ้าทั้งสองคน พวกเจ้าจงบอกข้ามาว่า หยาน หยางเทียนมันไปที่ใด?”



ในฐานะที่เป็นสำนักอันดับ #1 ในอาณาจักรมังกรฟ้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนหรือความแข็งแกร่งของเหล่าผู้อาวุโสหรือศิษย์ของสำนักหลิง-หยุน มันก็ยังคงห่างไกลยิ่งนักที่สำนักอื่นๆจะสามารถเทียบเคียงได้ ถึงแม้ว่าจะต่อให้พวกเขารวมตัวกันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะมาเทียบเคียงหรือยึดตำแหน่งอันดับ #1 ของสำนักหลิง-หยุนได้ พวกเขานั้นถือได้ว่าแข็งแกร่งอย่างแท้จริง



ในทันทีฝ่ายหลักของสำนักหลิง-หยุน ภายใต้ห้องโถงที่หรูหราและกว้างขวางเหล่าผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งจากฝ่ายหลักของสำนักหลิง-หยุน และแม้แต่เหล่าศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักหลิง-หยุนก็ยังมารวมตัวกันที่นี่ ด้วยการประมาณการแล้วหน้าจะมีถึงหลายหมื่นหลายพันคน



และผู้นำของพวกเขานั้นคือหนึ่งในสิบสองปราการ เขายืนอยู่บนเวทีในช่วงกลางของห้องโถงและยืนตระหง่านอยู่ด้านบนและดูสภาพโดยรอบพร้อมกล่าวเสียงดัง



       “ชูเฟิงศิษย์จากสำนักมังกรฟ้าได้ฆ่าศิษย์ของสำนักหลิง-หยุนของพวกเราและยังพยายามที่ลอบสังหารเจ้าวังคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ความบ้าบิ่นของเขานั้นอาจกล่าวได้ว่าดังไปถึงชั้นฟ้าสวรรค์และอาชญากรรมที่เขาก่อนั้นไม่อาจที่จะได้รับการให้อภัยได้!”



       “ตอนนี้ท่านเจ้าสำนักหลิง-หยุนของพวกเราได้นำกองทัพชั้นยอดของสำนักหลิง-หยุนเข้าร่วมกับกองทัพของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนและได้เดินทางไปเหยียบสำนักมังกรฟ้าด้วยตนเองเพื่อฆ่าชูเฟิงอาจกล่าวได้ว่าที่พวกเขาทำไปนั้นก็เพื่อขจัดความชั่วร้ายออกไปจากอาณาจักรมังกรฟ้า”



       “ดังนั้นสำหรับพวกเราที่มีอำนาจหลักในฝ่ายในของสำนักหลิง-หยุน ตอนนี้พวกเรามีหน้าที่ที่จะต้องคอยปกป้องความสงบสุขของสำนักหลิง-หยุนของพวกเรา ดังนั้นก่อนที่ท่านเจ้าสำนักจะกลับมาข้าหวังว่าพวกเจ้าจะช่วยกันระมัดระวังให้กับการป้องกันสำนักหลิง-หยุนของพวกเราไม่ให้ได้รับอันตรายใด ๆต่อศิษย์คนอื่นๆในขณะที่ข้าจะไปยังสำนักไร้ตัวตน”



       “ท่านผู้นำสิบสองปราการท่านไม่ต้องกังวลแม้ว่าท่านเจ้าสำนักจะไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเราก็ยังคงอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรมังกรฟ้าอยู่ดีแล้วจะยังมีใครกันที่จะกล้ามาบุกรุกที่นี่”



      “ใช่แล้ว แม้ว่ามันจะมีคนที่กล้ามาจริงๆพวกเราจะฆ่ามันเองพวกเราจะทำให้มันรู้ซึ้งเองถึงความแข็งแกร่งของสำนักเราพวกเราจะทำให้มันรู้ว่าสำนักหลิง-หยุนของเรานั้นไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาทำเป็นเหิมเกริมกับสำนักของพวกเราทั้งนั้น” ในทันทีไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้อาวุโสหรือเหล่าศิษย์จากสำนักหลิง-หยุนต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความมั่นใจ



*** ปัง *** เพียงแต่ในเวลานั้นประตูใหญ่ที่ปิดห้องโถงอยู่นั้นก็ได้โดนทำลายและเปิดออก พร้อมกลับมีรูปร่างหนึ่งที่ดูน่ากลัวพุ่งเข้ามาในห้องโถงใหญ่เพียงแค่พริบตาเขาได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีสูง เท้าของเขานั้นยังตวัดและเหยียบผู้นำสิบสองปราการให้อยู่ภายใต้แทบเท้าของเขา



บุคคลคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชูเฟิง แขนของเขานั้นได้ปล่อยคลื่นก่อตัววิญญาณออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดปิดผนึกทางออกทั้งหมดของห้องโถงเอาไว้และหลังจากนั้นเขาก็กวาดสายตาที่รุนแรงของเขามายังพวกผู้อาวุโสของสำนักหลิง-หยุนและเหล่าศิษย์เขายิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกล่าวว่า “แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้าชื่อนี้ฟังดูดีนะแต่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับพวกเจ้าที่จะได้ใช้มันว่างั้นไหม?”



        "ชูเฟิง?!"



สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันมันทำให้ใครหลายๆคนถึงกับต้องประหลาดใจ แต่เมื่อพวกเขาเห็นคนที่พุ่งเข้ามาและเหยียบผู้นำสิบสองปราการให้อยู่ภายใต้แทบเท้าของเขาทันทีมันทำให้ผู้คนจากสำนักหลิง-หยุนนั้นตื่นตระหนกอย่างเหลือใจ พวกเขาทุกคนตกตะลึงจากความกลัวอย่างแท้จริงความเชื่อมัน คำพูดที่สวยหรูและความเยอหยิ่งของพวกเขาก่อนหน้านี้ได้หายไปทันตาราวกับกลิ่นตดที่ถูกปล่อยออกมาแล้วจางหายไป



         "เอ๋!! วิ่ง!!"



ในที่สุดหนึ่งในเหล่าผู้อาวุโสของสำนักหลิง-หยุนก็ได้ตะโกนเสียงดังออกมา ด้วยความตกใจมันทำให้ผู้คนพุ่งตัวออกไปราวกับคันธนู พวกเขาเริ่มที่จะพยายามตะเกียกตะกายอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะหาทางออกไปยังภายนอก



แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ทองออกได้ถูกปิดผนึกไว้หมดแล้วโดยชูเฟิง คลื่นพลังวิญญาณของชูเฟิงนั้นได้เชื่อมต่อเข้าทองแดง เหล็กและผนังทุก ๆส่วน ๆของห้องโถงนั้นได้ถูกปิดผนึกเอาไว้หมดแล้วพวกเขาทุกคนนั้นได้ถูกขังเอาไว้โดยชูเฟิง



        “ชูเฟิงเจ้าคิดจะทำอะไร?” ในทันทีผู้นำสิบสองปราการที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของชูเฟิงก็ตะโกนเสียงดังออกมาด้วยความตกใจที่ไม่มีที่สิ้นสุด



ถึงแม้ว่าผู้คนในที่นี้จะไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักหลิง-หยุน แต่พวกเขาก็ยังคงถือว่าเป็นความหวังในอนาคตของสำนักหลิง-หยุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าศิษย์หลัก พวกเขาถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่จะคอยปกป้องสำนักหลิง-หยุน เพราะงั้นการที่สำนักหลิง-หยุนจะมีอำนาจเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นในอนาคตก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเขา



เพราะงั้นในขณะที่พวกเขาทั้งหมดได้ถูกขังอยู่ที่นี่มันออกจะดูน่าเป็นห่วงไปหน่อยว่างั้นไหม? หลังจากที่ชุเฟิงและสำนักหลิง-หยุนนั้นเปรียบได้ดั่งน้ำกับไฟพวกเขาทั้งสองนั้นไม่อาจที่จะอยู่ร่วมกันได้ แม้แต่คนโง่ก็ยังสามารถจินตนาการได้ว่าชูเฟิงนั้นคิดจะทำอะไรเมื่อเขามาปรากฏตัวยังสถานที่แห่งนี้



         “สิ่งที่ข้ากำลังจะทำ?” ขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับคำถามเช่นนี้ของผู้นำสิบสองปราการมันทำให้ชูเฟิงยิ้มเบา ๆและเหยียบลงไปที่หัวของผู้นำสิบสองปราการจนขาดเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วเวทีสูง



จากนั้นชูเฟิงก็ได้ยิบหัวของผู้นำสิบสองปราการขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตาของเขาออกไปเจตนาฆ่าที่หนาแน่นได้ปกคลุมห้องโถงใหญ่เอาไว้ทั้งหมดและพร้อมกล่าวออกไปอย่างเย็นชา



         “หยาน หยานเทียนในตอนนี้ได้นำกองทัพของสำนักหลิง-หยุนออกไปเพื่อทำลายสำนักมังกรฟ้าที่อยู่มานับพันปีของข้า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ข้าจะทำในตอนนี้นั้นก็คือการสนองในสิ่งที่มันทำกับเข้าตัวของมันเอง”



#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : เอาแล้ว เอาแล้ว เอาแล้ว เฟิงแม้งเล่นเข้าให้แล้วใง นายคิดว่ามันจะเหลือไหม B2

B2 : ข้าคิดว่ามันไม่เหลือว่ะ B1

B1 : ตายๆๆ RIP. สำนักหลิง-หยุน

B2 : เห้อ ชั่งน่าเศร้าแท้ว่าแต่สำนักมังกรฟ้าก็โนเล่นด้วยนิ

B1 : ช่ายๆแต่ได้ข้าวว่าไอ้เฟิงมันไปช่วยคนที่จำเป็นมาเอาไว้แล้วด้วยนิ

B2 : เห้อน่าสงสาร หยาน หยางเทียนแท้บ้านพังโดยที่ไม่รู้ตัว

B1 : เฟิงมันใช้วาร์ปใง หยาน หยางเทียนเลยไม่รู้

B2 : 5555 สงสัย Map มันมืดครีบยังไม่เดิน

B3 : พวกมึงดูมีความสุขกันจังนะ ใช่ซิพวกมึงมันธรรมะนิเหอะคอยดูเถอะอธรรมต้องมาผงาดอีกครั้งถึงครั้งนี้กูจะโดน N

แต่ครั้งหน้ากูจะเล่นมึงแน่เอาให้หงายเลยด้วยนามแห่งอิลูมิน่าติกูขอสาปมึงของให้ไอ้เฟิงไม่มีที่อยู่ สิงสถิตที่ไหนก็

ไม่ได้อยู่ที่ไหนก็ขอให้พบกับความชิปหายและศัตรูรอบตัวสาธุ ชาบู ชาบู ชาบู

B1 : มึงไป ชาบู ไกลๆตีนเลยไป๊ ไอ้พวกขี้แพ้มันไม่มีสิทธ์พูดเว้ย B2 เรามาคอยดูกันดีกว่าว่าหลังจากที่ หยาน หยางเทียนมัน

กลับมาแล้วมันจะทำหน้าทำตายังใง 55555 คิดล่ะขำสมน้ำหน้าไอ้ตัวขี้อิจฉา

B2 : 55555 ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน B1 ปล่อย B3 มันหัวเน่าไป

B3 : พวงมึงนี่แม้งด้วยนามอิลูมินาติกูขอให้พวกมึง*&#*@^@&^&*#&@(*^&$*$%@&@&

B1 : มันพูดไรของมันว่ะฟังไม่รู้เรื่องเลยว่างั้นไหม B2

B2 : ข้าก็ว่างั้นแหละ B1

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..