วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 326 - มาถึงอาณาจักร ฉิน



ที่ หุบเขาร้อยโค้ง เจียง หานนั้นเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ก้าวเข้าสู่อาณาเขตรูปแบบวิญญาณรอบๆ วิหารก่อนที่จะได้รับอนุญาต เขาได้แค่ยืนอยู่บนเมฆและพูดว่า " นายท่าน ข้าน้อย เจียง หาน มาขอพบขอรับ "



        "เชิญ." เสียง เจียง เฮิงหยวน ดังมาจากวิหาร



หลังจากนั้น เจียง หาน จึงเดินเข้าไป รูปแบบป้องกันต่างๆถูกเปิดออกให้เขาเข้าไป แม้กระทั่งประตูวิหาร ก็เปิดออกให้เขาเดินเข้าไปเช่นกัน



ภายในห้องโถง เจียง เฮิงหยวน กำลังเล่น หมากรุกกับ คนคนหนึ่งอยู่ คนคนนั้นคือ ฉี เฟิง หยาง



         "เรียบร้อยแล้วงั้นหรือ" เจียง เฮิงหยวน ไม่ได้มองไปทางเจียง หาน เขาพูดไปขณะที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่



         "นายท่านข้าน้อย ได้ดำเนินการตามคำสั่งของนายท่านเรียบร้อยแล้ว และ ได้จัดการกับหลิน โม่หลี่ เรียบร้อยแล้วขอรับ "เจียง หาน ตอบ



         "อืม วางรูปแบบอำนาจวิญญาณป้องกันทางเข้าสุสานไว้ให้ดีดี และให้คนของเจ้าคอยเฝ้าไว้ นอกจากคำสั่งของข้า ก็อย่าให้ใครไปเปิดมัน "เจียง เฮิงหยวน พูด



         "ขอรับนายท่าน ก่อนการวางรูปแบบอำนาจวิญญาณที่ทางเข้า นายท่านคิดว่าข้าน้อยควรตรวจสอบประเภทของสุสานก่อนหรือไม่ " เจียง หานพูด



        "ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบมันเป็นสุสานจักรพรรดิ." เจียง เฮิงหยวน ตอบ



         "ว่าอย่างไรนะขอรับ เป็นเรื่องจริงหรือขอรับ " หลังจากที่ได้ยิน เจียง หาน ก็ตกตะลึงอย่างมาก เขาเข้าใจทันทีว่าทำไมเจียง เฮิงหยวนถึงให้ปิดทางเข้าสุสาน และให้คนเฝ้าไว้



         "มานี่. ข้าขอแนะนำให้เจ้ารู้จัก ฉี เฟิงหยาง เขาเป็นผู้นำาตระกูล ฉี ในคฤหาสน์องค์ชายกิเลน หลังจากเจ้าได้เคลื่อนกองทัพของเจ้าออกจาก หุบเขาเต่าดำแล้วข้าขอให้เจ้าปล่อยเรื่องคฤหาสน์องค์ชายกิเลน ให้เขาจัดการ "เจียง เฮิงหยวนพูด



         "ข้าน้อยขอคำนับผู้อาวุโสฉี" เจียง หานพูดอย่างสุภาพ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่า ฉี เฟิงหยาง แต่ นี่คือคนที่ เจียง เฮิงหยวนนะนำมา เขาจึงต้องปฏิบัติกับฉี เฟิงหยางอย่างสุภาพ



         "ตอนนี้เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน รับประทานอาหารเสร็จค่อยไป โอเคไหม" เจียง เฮิงหยวนยิ้ม แล้วเดินไปที่ห้องครัว เจียงหานยิ้มให้กับฉีเฟิงหยางแล้วตาม เจียง เฮิงหยวนไป



         "นายท่าน ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ท่านบรรพบุรุษได้ฝากคำมาให้ท่านด้วยว่า กายศํกดิ์สิทธิ์อาจจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ และในตอนนั้น อาจเป็นเพียงความปกติของฟ้าเฉยๆและอาจจะไม่มีกายศํกดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นเลย "



         "ดังนั้นเขาหวังว่า ท่านจะได้กลับไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่แก้ปัญหาเรื่องสุสาน และช่วยจักรพรรดิจัดการปัญหาในตระกูล " เจียง หานพูด



         "มันไม่มีเหตุและผลมาอธิบายได้ว่าทำไมต้องฟ้าถึงผิดปกติ อันที่จริง ... ข้าเข้าใจความต้องการของท่านบรรพบุรุษ เขาไม่ต้องการให้ข้าอยู่ทุกทรมานในที่แห่งนี้ เขาจึงอยากให้ข้ากลับไป "



        " แต่ข้าสบายดี ไม่ต้องกังวล ไม่มีปัญหาใดๆเลยที่ข้าอยู่ที่แห่งนี้ นอกจากนี้ถ้าข้าไม่ได้เข้าพักในที่แห่งนี้ เราก็จะไม่ค้นพบสุสานจักรพรรดิ ในอาณาจักรมังกรฟ้า "เจียง เฮิงหวน ยิ้มและพูด



ได้ยินอย่างนั้น เจียง หานจึงไม่ได้กระตุ้นที่จะพาเขากลับ เขาเพียงแค่ถามว่า " นายท่าน กายพระเจ้านั้นสำคัญจริงๆหรือ มันคุ้มค่าที่ท่านจะรอคอยจริงๆอย่างนั้นหรือ "



         "คนในราชวงศ์เจียงมีสายเลือดของจักรพรระดิและในปีที่ผ่านมาก็มีอัจฉริยะหลายคนปรากฏขึ้นหากพวกเขาได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อเขาอาจจะแข็งแกร่งไม่แพ้กับคนที่มีกายศํกดิ์สิทธิ์เลย "



        "โฮ ... " หลังจากที่ได้ ยิน เจียง หานพูด เจียงเหิงหยวนก็ยิ้มและพูดว่า "ข้าไม่สามารถพูดได้ว่ากายศํกดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะข้าไม่เคยเห็นมัน ข้าเพียงแค่รู้จากบันทึกเกี่ยวกับมันแค่นั้นแหละ "



        "อย่างไรก็ตามในปีที่มีสัญญาณว่ากายศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้น พวกเราเตรียมจะไป อาณาจักรมังกรฟ้าและ ท่านบรรพบุรุษ ได้บอกกับข้าว่า เจ้าจะต้องหากายศํกดิ์สิทธิ์ให้พบให้ได้ "



        "ถ้ากายศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่สามารถใช้ได้ในราชวงศ์ ข้าเกรงว่าอนาคต ราชวงศ์ของเราอาจจะโดนขุดรากถอนโคน".



        "พวกเขาจะกล้าทำอย่างนั้นหรือ ?! ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีกายศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ถ้าพวกเขาเกิดมาในทวีปของเก้าอาณาจักร เขาเป็นคนของราชวงศ์เจียง พวกเขาจะกล้าทำอย่างนั้นหรือ ถ้าพวกเขากล้าจริงๆ เขาก็จะถูกประนามไปจนตาย " เจียง หานพูด



         "โฮ ... ผู้ที่มีกายศํกดิ์สิทธิ์นั้น จะมีมาดของจักรพรรดิ อยู่ พวกเขาจะไม่เต็มใจอยู่ภายใต้อำนาจคนอื่น ถ้าพวกเขาได้รับความรักความเมตตาเมื่อพวกเขายังเด็ก แม้เขาจะไม่ใช่คนราชวงศ์เจียง เขาก็จะมีความซื่อสัตย์และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณของพวกเขา "



         "แต่ถ้าราชวงศ์ของข้าไม่สามารถมอบความรักความเมตตาต่อพวกเขา แต่ก่อให้เกิดความแค้นในใจพวกเขา พวกเขาจะทำให้พวกเราลำบากแน่นอน และหากพวกเขาต้องการจะปกครอง ทวีปเก้าอาณาจักร ราชวงศ์เจียงจะเป็นก้างชิ้นใหญ่ของคนคนนั้น "เจียง เฮิงหยวน ยิ้ม และพูด



       "ถ้ากายศักดิ์สิทธิ์จะก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากขนาดนี้ ทำไมท่านไม่ฆ่าเขาก่อนที่เขาจะเติบโตเล่า " เจียง หายพูดพร้อมแฝงด้วยเจตนาฆ่า



        "นั่นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจมาก ในตอนแรก ท่านบรรพบุรษ ก็คิดว่าจะ ฆ่าเขาดี หรือจะปล่อยเขาไว้ดี แต่สุดท้ายเขาก็เหลือที่จะปล่อยให้เขาเติบโต เพราะว่า มันคงจะดีกว่าถ้าเขาได้เติบโตเพราะเขาต้องเป็นอัจฉริยะจับตัวได้ยากคนหนึ่งแน่นอน อย่างนั้นแล้วเจ้าจะเป็นหมีใจร้ายทำร้ายต้นกล้าชั้นดีได้ลงคอหรือ "



เจียง เฮิงหยวนยิ้ม และตบบ่าของ เจียง หาน และพูดว่า "เจ้ายังสงสัยเรื่องกายศํกดิ์สิทธิ์อีกหรือ ถ้าเจ้ารู้สึกว่ากายศํกดิ์สิทธิ์จะเหนือกว่าสายเลือดจักรพรรดิ ของพวกเรา แล้วสายฟ้าศํกดิ์สิทธิ์เก้าสีที่ผ่ามาในปีนั้นล่ะ "



"นี่ ... " หลังจากที่ได้ยิน หน้าของเจียง หาน ก็เปลี่ยนไปทันที



เป็นเพราะเขาไม่สามารถลืมภาพในวันนั้นได้ กลิ่นอายการทำล้ายล้างที่มาจาก สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เก้าสี นั้นลุกท่วมทวีป กลิ่นอายนี้ แค่เขาคิดเขาก็รู้สึกกลัวแล้ว



ในตอนนั้นแม้ว่าเขาจะมีการบ่มเพาะในระดับสูงแต่เขาก็ยังกังวลว่าตัวเขาและทวีปนี้ จะถูกทำลายโดยสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เก้าสีหรือไม่



หลังจากนั้น เขาก็ทำตามคำสั่งของ เจียง เฮิงหยวน คือย้ายกองทัพออกจากเมืองเต่าดำ และคอยเฝ้าดูทางเข้าสุสานจักรพรรดิ



สำหรับฉี เฟิงหยางนั้น เขาได้กลับไปคฤหาสน์ องค์ชายกิเลน และ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำที่นั่น



ข่าวนั้นได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ข่าวที่ว่า คนทรยศที่ถูกตัดศรีษะกลับกลายเป็นผู้นำของคฤหาสน์องค์ชายกิเลนเสียเองนั้น เป็นที่น่าตกใจมาก



แต่เมื่อพวกเขารู้ว่า คนที่คอยสนับสนุนฉี เฟิงหยางอยู่เบื้อหลัง คือราชวงศ์เจียง พวกเขาก็ตกใจมากและรู้สึกสงสาร หลิน โม่หลี่ ขึ้นมาเล็กๆ



หลังจากนั้นอาณาจักรมังกรฟ้าก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึน ทางด้านชูเฟิงได้ผ่านอาณาจักรวิญญาณและเข้าไปในชสยอเนอาณาจักรฉิน



แม้ว่าทวีปแบ่งออกเป็นเก้าอาณาจักร และพื้นที่ของอาณาจักรแต่ละอาณาจักรจะแตกต่างกัน แต่อาณาจักรมังกรฟ้านั้นเล็กที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย และอาณาจักรวิญญาณเป็นอาณาจักรหนึ่งที่ใหญ่มาก แต่ว่าอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในเก้าอาณาจักรคืออาณาจักรฉิน



เพราะชูเฟิงนั้น เร่งรีบที่จะออกเดินทางเขาจึงไม่ได้เตรียมอาหารมาเพียงพอ ดังนั้นหลังจากเดินทางได้สักพักชูเฟิง ก็รู้สึกหิวมาก และเพราะความหิวนั้นทำให้เขารู้สึกลำบากในการเดินทางต่อ



เขาได้แต่ลดความเร็วการบิน ของเสี่ยวไป่ เพื่อมองหาที่ที่เขาจะสามารถเติมเต็มความอิ่มให้เขาได้ และ เขาจะได้หาข้อมูลเกี่ยวกับหุบเขาพันอสูรไปด้วยเลย



        "ฮ่า ๆ ในที่สุดข้าก็เจอเมืองแล้ว แม้จะเป็นเมืองเล็กๆก็เถอะ!"



        "เอ๋ นี่มันไม่ถูกต้อง ทำไมที่นี่ถึงมีคนมากมายเพียงนี้ พวกเขามาออกันทำไม "



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada Karakete