วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 330 - ชายหนุ่ม

   

    ภายในสำนักอัสนีลวงตา ซึ่งเป็นสำนักอันดับสองนั้น เหล่าลูกศิษย์และเหล่าผู้อาวุโส บนใบหน้าของพวกเขาต่างประดับไปด้วยรอยยิ้ม มีทั้งคนที่กำลังบ่มเพาะพลัง และคนที่จับกลถ่มสนทนากัน มันแสดงให้เห็นว่าสำนักแห่งนี้นั้น เป็นสำนักที่เฟื่องฟู และเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก



     อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้นั้นไม่มีใครทราบเลยว่า เจ้าสำนักอัสนีลวงตานั้น กำลังถูกทำร้ายโดยชายหนุ่มอยู่ที่สวนด้านหลังของสำนักอัสนีลวงตา



     “หยุดเถอะ !! ข้าขอร้อง……ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ”



     เจ้าสำนักอัสนีลวงตา ในตอนนี้นั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และปูดบวมทั่วใบหน้า จากลักษณะภายนอกในขณะนี้ ไม่อาจกล่าวได้ว่า เขาคือเจ้าสำนักอัสนีลวงตามา แม้แต่เสียงของเขาก็เปลี่ยนไป มันเป็นเสียงราวกับหมูที่กำลังจะถูกเชือด



     “เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร คิดว่าข้าต้องการสิ่งของเพียงเล็กน้อยของเจ้าเช่นนั้นรึ” ชูเฟิง สูดหายใจเข้าด้วยความเหยียดหยัน ในขณะที่เขากล่าว เขาก็ยื่นมือไปที่ถุงจักรวาลของเจ้าสำนัก และกวาดสายตามองรอบๆ ในขณะที่รอบด้านเต็มไปด้วยเหล่าลูกศิษย์ที่มีใบหน้าซีดเซียวจากอาการตกใจ



     “น้องชาย โปรดรับสิ่งนี้ไว้ด้วย” ในขณะนั้น ทุกๆ คนต่างพากันหยิบถุงจักรวาลของพวกเขาออกมา และส่งให้ ชูเฟิง



     “อืม…..ไม่เลว อย่างน้อยเจ้าก็มี ยาแก่นวิญญาณอยู่บ้าง” หลังจากที่ ชูเฟิง เก็บถุงจักรวาลทั้งหมด เข้ากระเป๋าเสื้อของเขา เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ



     ความจริงแล้วนั้น หลายๆ คนต่างมีฐานะดี และในถุงจักรวาลของพวกเขาก็แต็มไปด้วยทรัพยากรที่ยอดเยี่ยม แต่เมื่อพวกเขาเห็นความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง นั้น พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับ ชูเฟิง



     และเหตุผลที่ ชูเฟิง เอาถุงจักรวาลของทุกคนไปนั้น เพราะในตอนนี้ ชูเฟิง มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเงิน ซึ่งภายในถุงจักรวาลของเขา เงินเหล่านั้นก็ไม่สามารถงอกออกมาเองได้



     หลังจากเก็บถุงจักรวาลของทุกๆ คนหมดแล้วนั้น ชูเฟิง ให้ไปจ้องที่เจ้าสำนักอัสนีลวงตา พร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าจงฟังให้ดี เรื่องในวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ หลี่ ดาตั๋ว จะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”



     “แต่ถ้าเจ้ายังกล้าทำร้าย หลี่ ดาตั๋ว อีกล่ะก็ ไม่ใช่เพียงแค่เจ้า แต่รวมถึงตระกูล และทุกๆ คนในสำนักอัสนีลวงตาของเจ้า จะต้องพินาศ”



     หลังจากกล่าวจบ เจตนาฆ่าก็ส่องผ่านแววตาของ ชูเฟิง พลันบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก แววตาเช่นนี้ ทำให้ร่างกายของเจ้าสำนักสั่นสะท้าน ความกลัวต่อ ชูเฟิง ถูกฝังลึกอยู่ภายในก้นบึ้งหัวใจของเขา และทุกๆ คนต่างก็หวาดกลัว ชูเฟิง เพราะพวกเขารู้ดีว่า คำกล่าวนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่ แต่เขาสามารถทำได้อย่างที่เขากล่าวออกมา



     ในขณะนั้น ชูเฟิง สะบัดฝ่ามือของเขาอย่างรุนแรง และรวดเร็ว คว้าไปที่ป้ายที่คาดเอวของเจ้าสำนักอยู่ และกล่าวออกมาว่า “ข้ายืมนี่หน่อย พวกเจ้าก็กันที่ไปก่อน อีกครึ่งวันรูปแบบพลังอำนาจวิญญาณจะสลายตัวออกไปเอง”



     หลังจากกล่าวจบ ชูเฟิฝ ก็เตรียมจะจากไป ในขณะนั้นเจ้าสำนีกอัสนีลวงตาก็กล่าวออกมาว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่ !!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง หันไปรอบๆ พร้อมทั้ฝกล่าวว่า “ข้าคือ อสุรา”



     หลังจากกล่าวจบ ชูเฟิง ก็ก้าวออกจากรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ และจากไปอย่างรวดเร็ว เขาทิ้งเจ้าสำนักอัสนีลวงตา และเหล่าลูกศิษย์ทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ในขณะนั้นความกลัวที่มากมาย ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาทั้งหมด



     จากวันนี้เป็นต้นไป พวกเขาจะจดจำรูปลักษณ์ของชายที่ชื่อว่า อสุรา ชายผู้ซึ่งอายุน้อยกว่าพวกเขา แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับน่ากลัวดุจปิศาจ



     ยังมีอีกหลายคนที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกของสำนักอัสนีลวงตา พวกเขาต่างมีหลายเหตุผลที่ทำให้ถูกคุมขัง แต่มีเพียงเหตุผลเดียวที่เหมือนกัน คือ พวกเขาต่างไม่พอใจในตัวของเจ้าสำนัก



     ในสถานที่แห่งนั้น พวกเขาไม่ได้ถูกลงโทษใดๆ แต่พวกเขาถูกห้าไม่ให้บ่มเพาะพลัง ในหมายความว่าปลายทางของพวกเขามีแต่ความตาย และคนที่ต่อต้านเจ้าสำนักก็ต้องจบชีวิตลงในที่สุด



     “นี่ !! ดูคนๆ นั้นซิ ที่เขาเข้าไปอยู่ในนั้นเพราะว่าเขาทำให้ เจ้าสำนักต้องโกรธเคือง”



     “เขาจะต้องตายในไม่ช้า !! แม้แต่พระเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ ที่ไปทำให้เจ้าสำนักต้องโกรธเคืองเช่นนั้น” นีกโทษในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งกล่าวขึ้น ขณะชี้ไปที่หนุ่มน้อยที่อยู่อีกมุมหนึ่ง



     “เฮ้ย !! ไอ้หนุ่ม…เจ้าชื่ออะไรรึ” หลังจากที่ได้รู้ว่า ชายหนุ่มคนนั้นทำให้เจ้าสำนักโกรธเคือง หลายๆ คนต่างมองมาที่เขา และเข้ามาล้อมรอบเขาเอาไว้



     “ข้า….ข้าชื่อ หลี่ ดาตั๋ว ท่านผู้อาวุโสมีอะไรเหรอ”



    ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เป็นเรื่องธรรมดาที่นักโทษทำร้ายกันเองภายในคุก แต่สำหรับคนที่ทำให้เจ้าสำนักต้องโกรธเคืองนั้น จะถูกเหล่านักโทษรุมทำร้าย และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่ต่อต้านเจ้าสำนักมักจะตายภายในคุกนั่น



     “อะไรนะ เจ้าชื่อ หลี่ ดาตั๋ว เช่นนั้นรึ เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้ยินชื่อที่น่าเกลียดเช่นนี้ คุกเข่าลง และตบตัวเองพันครั้งซะ” ชายคนหนึ่งชี้มาที่ หลี่ ดาตั๋ว และตะโกนออกมาเสียงดัง



     “ท่านผู้อาวุโส เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน และข้าก็ไม่เคยทำให้ท่านต้องคับข้องใจ เหตุใดท่านต้องบังคับข้าเช่นนี้ด้วย” ถึงแม้ว่า หลี่ ดาตั๋ว จะเป็นคนขี้ขลาด แต่เขาก็ไม่ยอมลดศักดิ์ศรีของเขาลง ด้วยการคุกเข่า และตบตัวเองเช่นนั้นแน่



     “ไอ้เวรนี่….ข้าบอกให้เจ้าตบตัวเอง เจ้าก็ต้องตบ สวะเช่นเจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าอย่างนั้นรึ” หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชายคนนั้นโกรธมาก เขายกขาขึ้นและเตะไปที่ หลี่ ดาตั๋ว ที่นั่งอยู่บนพื้น จากนั้นทุกๆ คนภายในคุกก็รัวหมัดและเท้าเข้าใส่เขา



     “หยุด !! พวกเจ้าทำอะไร !?” ในขณะนั้น มีชายชราที่ดูแลคุกเดินผ่านมา เขาเปิดห้องขังพร้อมกับกระแทกเสียงออกมาอย่างรุนแรง ที่ด้านหลังของชายชรามีชายหนุ่มที่มีใบหน้าสง่างามยืนอยู่



     “ท่านผู้เฒ่า ไอ้เด็กคนนี้มันทำให้ท่านเจ้าสำนักไม่พอใจ ในตอนนี้มันยังไม่กลับตัวกลับใจ อีกทั้งมันยังว่าร้าย และพูดจาดูถูกท่านเจ้าสำนักอีกด้วย ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์คนหนึ่งของสำนักอัสนีลวงตา ย่อมเป็นธรรมดาที่ข้าจะปกป้องชื่อเสียงของท่านเจ้าสำนัก”



     “ใช่ !! ท่านผู้เฒ่า ไอ้เด็กนี่มันไม่มีความเคารพยำเกรง โทษของมันคือถูกคุมขังไปชั่วชีวิตของมัน”



     เมื่อเห็นว่าเหล่าลูกศิษย์ของสำนักต่างพากันโจมตี หลี่ ดาตั๋ว นั้น ไม่ต้องอธิบายใดๆ เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นความตั้งใจ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกคุมขังจากการกระทำผิดมาก็ตาม แต่พวกเขาจะได้รับการดูแลจากชายชราเพิ่มขึ้น เมื่อพวกเขาโจมตีใส่คนที่ทำให้เจ้าสำนักไม่พอใจ

     ในขณะนั้น หลี่ ดาตั๋ว เพียงแค่ก้มศรีษะลง และไม่กล่าวอะไรออกมา เขารู้ดีว่าเขาจะพบกับความโชคร้าย เมื่อได้ยินคำอธิบายเหล่านั้น เขาไม่มีแม้แต่หนทางที่จะปกป้องตัวเอง และเขาจะไม่ได้รับการดูแลจากชายชราอย่างแน่นอน และเขายังต้องถูกทรมานภายในห้องขังแห่งนี้



     อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ หลี่ ดาตั๋ยว กำลังคิดถึงความโชคร้ายของเขานั้น ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายชราก็กล่าวออกมาว่า “ท่านผู้อาวุโส…..ดูนี่ !!”



     ชูเฟิง ยิ้มบางๆ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ท่านเจ้าสำนักกล่าวว่า ผู้ใดที่ทำร้าย หลี่ ดาตั๋ว จะต้องถูกตัดมือและเท้า !!” ในขณะที่ ชูเฟิง กล่าว เขาแบมือของเขาออก ปรากฏป้ายคำสั่งของเจ้าสำนักอยู่ในมือของเขา



     เมื่อเขากวาดสายตารอบๆ พลันแววตาของเขาปลดปล่อยเจตนาฆ่าออกมาอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งตความเมตตาใดๆ ไปที่ชายหลายคนในนั้น



     “อ๊าาาาาาาา…..”



     ในทันทีนั้น เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานดังออกมา ชายหลายคนถูกตัดมือและเท้าออก โดยการกระทำของชายชรา



     ในขณะนั้น หลี่ ดาตั๋ว อ้าปากค้าด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ



     จนในที่สุด ชายคนนั้นก็พาเขาออกจากห้องขัง และพาเขาออกจากสำนักอัสนีลวงตา เขาอยู่บนหลังของอินทรีศรีษะขาว และมาถึงที่บ้านเกิดของเขา จนในที่สุด เขาก็เข่าใจว่า ชีวิตของเขาถูกช่วยเหลือไว้โดยชายหนุ่มคนนั้น

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แปลโดยคุณ#abhisit