วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 331 - นครอันทรงเกียรติ



หลังจากช่วย ลี่ ต้าโต๋ว และนำเขาออกมาด้วยนกอินทรีย์หัวขาว ชูเฟิงก็บอก ลี่ ต้าโต๋วกลับไปยังบ้านของเขา ๆ และให้รีบออกจากเมืองที่เขาและครอบครัวอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโดยไม่ต้องเสี่ยง



นอกจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ สำนักสายฟ้าลวงตา มาแก้แค้น ชูเฟิงให้ ลี่ ต้าโต๋ว ซ่อนตัวในถุงเก็บของ ในขณะนั้น ลี่ ต้าโต๋วที่กำลังจะทำตาม เขาอยากจะรู้ว่าเหตุผลที่ชูเฟิงช่วยเขาเพราะอะไร ดังนั้น เขาจึงถามชูเฟิงว่า " สหายน้อยเจ้ามาช่วยข้าทำไม? "



       " โฮ...!!" ในขณะนั้นชูเฟิง ที่โดน ลี่ ต้าโต๋ว ถาม ชูเฟิงเพียงยิ้มให้เบาๆ และไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่อย่างใด จากนั้นก็โดดลงจากอินทรีย์หัวขาว



ขณะนั้นอินทรีย์หัวขาวก็กระพือปีกและเตรียมจะทะยานฟ้า ก่อนหน้านั้น ชูเฟิงก็พูดขึ้นว่า  " ท่าน ลี่ ต้าโต๋ว ข้าเพียงสนทนากับปู่ของท่านเพียงเล็กน้อยในบ้านของท่าน และข้าอยากขอบคุณเขา สำหรับอาหารในครั้งนั้น มันก็เท่านั้น "



ในขณะนั้นนกอินทรีย์หัวขาวกำลังจะกระพือปีกเพื่อ บินตัวขึ้นสู่ฟ้า ในเวลาเดียวกัน ลี่ ต้าโต๋ว ก็วิ่งลึกเข้าไปในอาณาจักรฉิน เขาไม่ได้โง่ เขารู้แน่ว่า ปู่ของเขาต้องทำไรบางอย่างเพื่อให้ชายหนุ่มคนนั้นมาเพื่อช่วยเขา เป็นแน่



หลังจากวิ่งมานาน  ลี่ ต้าโต๋ว ก็เจอเมืองเล็กๆ ที่ครอบครัวเขาอาศัยอยู่ที่นั่น ครั้งแรกที่เขาเข้าใจสิ่งที่ชูเฟิงอยากบอก ที่ทำไมถึงให้ครอบครัวของเขาออกจากเมืองเล็กๆเมืองนี้อย่างรวดเร็ว และไปให้ไกลจาก สำนักสายฟ้า ลวงตา



ภายในเมืองเล็ก ๆใต้เท้า ลี่ ตื่นขึ้นมา เขาก็รู้สึกวิตกกังวลมาก ที่หลานชายของเขาถูกขังในคุกที่สำนักสายฟ้า ลวงตา และเขาก็ไม่ทราบว่า หลานชายเขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาทุกข์และเศร้ามากตอนนี้



เนื่องจากที่เขาแก่แล้ว เขาเป็นคนธรรมดา ที่ไม่ว่าชื่อเสียง เงินทอง ความมั่งคั่ง ก็ล้วนไม่มีความหมายตอนนี้ ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะให้ทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวเขา หากมันสามารถแลกชีวิตหลานชาย สุดที่รักของเขาได้ เขาก็ยอม เขาคิดว่าถ้าหลานชายของเขาตาย เขาก็คงไม่มีความหมายที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป 




      " ท่านปู่ , ท่านปู่! "



เพียงแต่เวลานั้น เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกประตู จากนั้น ลี่ ต้าโต๋ว ก็รีบเข้ามาในตัวบ้าน หลังจากที่ทราบว่าปู่ของเขาเกิดอาการแย่ลงทุกที



        " ต้าโต๋ว, เป็นเจ้าจริงจริงหรอ? ข้าไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย" ใต้เท้าลี่ รู้สึกว่าเขากำลังฝันอยู่ เนื่องจากคิดว่าภาพตรงหน้าเขาเป็นเพียงแค่ความฝัน



        " ท่านปู่ , ข้าเอง ต้าโต๋ว!!! ข้ากลับมาแล้ว "



        " นายน้อย เขาคือนายน้อยจริงๆ ท่านกลับมาแล้ว " ลี่ ต้าโต๋ว พยักหน้าอย่างรวดเร็ว ภายในห้องเหล่าคนรับใช้ก็มี พลางพากันตื่นเต้น ด้วยรอยยิ้มแห่งความปิฏิ 



        " เป็นความจริงงั้นหรอ ต้าโต๋ว เจ้ากลับมาแล้ว? แต่เจ้าไม่ได้ถูกขังอยู่งั้นหรอ? " ใต้เท้าลี่ เห็นว่าหลานชายเขากลับมา เขารู้สึกมีความสุขมากและความสับสนก็เช่นกัน เขารู้สึกว่ามีบางอย่างที่แปลกแน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้



        " ท่านปู่ ไม่ใช่ท่านงั้นหรอที่ส่งคนไปช่วยข้า ? "



        " ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันใครคือคนที่ช่วยเจ้ามาออกมากัน? " ทันใดนั้นหลานชายเขาก็ตอบว่า เขาเองก็ไม่รู้ เขารู้ว่าครอบเขาของเขามั่งคั่งและปัจจุบันปู่ของเขาคงจ้างคนมาช่วยเขาออกจากคุกของสำนักสายฟ้า ลวงตา แน่นอน ใต้เท้าลี่พูดปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นคนส่งคนไปช่วยหลานเขา



       " ท่านปู่ ข้าเคยถามบางอย่างเกี่ยวกับเขามา เขาบอกว่าเร็วๆนี้ ท่านปู่ได้เลี้ยงอาหารต้อนรับเขา ท่านปู่ท่านจำได้หรือไม่ว่าเป็นใคร? "



      ' นี่หรือว่าเขาคือ สหายน้อยเมื่อตอนนั้น ที่มาจากอาณาจักรจิตวิญญาณ ขณะหิวโสมารับประทานอาหารแล้วชักดาบ ' 



       " ท่านปู่ท่านรู้จักเขางั้นหรอ หรือเขาอาจเป็นชายหนุ่มที่ท่านปู่เลี้ยงอาหารเขาเร็วๆนี้ " เมื่อโดนหลานถาม ใต้เท้า ลี่ ก็ทำหน้ามึนๆ

ลี่ ต้าโต๋ว คิดว่าต้องใช่แน่ ๆ เนื่องจากปู่ของเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี ผู้เชี่ยวชาญลึกลับนั้น ก็เลยมาช่วยเขา ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า " เขาฝากบอกท่านว่า ขอบคุณสำหรับอาหาร  "



       " ต้าโต๋ว ที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมดไม่ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ที่สหายน้อยนั้นเป็นคนช่วยเจ้าไว้ ? แต่อายุของเขา มันไม่น่าจะเป็นไปได้ "



ในทันที ที่ใบหน้าของใต้เท้าลี่ เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาจำใบหน้าเด็กหนุ่มได้ อายุของเขา ดูแล้วยังคงดูเด็กมาก



แม้ชูเฟิงจะพูดว่าตัวเอง เป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ แต่เขาก็คงไม่คิดว่า เด็กหนุ่มคนนั้นจะแข็งแกร่งอย่างมาก และมีความสามารถที่จะช่วยหลานชายเขาออกมาจากสำนักสายฟ้า ลวงตา หากเป็นความจริงดั่งที่ว่า เด็กหนุ่มนั่นต้องแข็งแกร่งอย่างมาก นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อ



แต่มันเป็นความจริงที่ว่า เขาฟัง ใต้เท้าหลี พูด ขณะนั้น ลี่ ต้าโต๋ว ก็ยืนยันได้ว่ามันเป็น หนุ่มน้อยคนนั้นเป็นแน่ๆ ที่เป็นคนเดียวกันกับชายหนุ่มที่ท่านปู่พูดถึงก่อนหน้านี้ ตอนแรกเขาคิดว่าปู่ของเขาเป็นคน ที่ส่งมาช่วยเขา เสียอีก 



ในทันทีเขาได้ยินคำพูดของ ลี่ ต้าโต๋ว ทุกคนก็หายใจเข้าออกอย่างแรงและทำใจให้เชื่อว่า หนุ่มน้อยคนนั้นคือคนที่มากินอาหารที่คฤหาสน์เช้านี้



       " ต้องเป็นเขาแน่ที่ช่วย นายน้อย "



ทันใดนั้น ชายวัยกลางคน ก็พลันนึกขึ้นได้และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาจำได้ว่าเขาเกือบจะยกพวกกระทึบ จนล่วงเกินผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้คนนั้นซะแล้ว เขาคิดว่าตอนนั้นเขาช่าง มีตา หามีแวว ไม่ เมื่อย้อนนึกกลับไป พวกเขาก็รู้สึกตัวสั่นและหวาดกลัวหาใดเปรียบ



หลังจากนั้นลี่ ต้าโต๋ว ได้พูดคำพูดของชูเฟิงที่แนะนำเขาว่า ' ให้เขารีบพาปู่และครอบครัวของเขา ออกไปจากเมืองเล็กๆ นี้ให้เร็วที่สุด '



ชูเฟิง ไม่รู้ว่า เพราะอะไรที่ตระกูลลีนั้น ถึงโดนหมายหัว ปัจจุบัน เป้าหมายตอนนี้ของชูเฟิงคือ เข้าสู่หุบเขาพันปีศาจ เขารู้ดีว่าหุบเขานี้อันตราย และเขาจำได้ว่า มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ประกาศตนเป็นผู้ปกครองที่นี่ ตอนนี้ชูเฟิงกำลังมุ่งหน้าไปหุบเขาพันปีศาจ เขาจึงต้องผ่าน นครอันทรงเกียรติ



แม้ว่าอาณาจักรฉินจะใหญ่มากแต่ด้วยความเร็วของอินทรีย์หัวขาว ผ่านเพียงไม่กี่วัน ชูเฟิงก็มาถึง  นครอันทรงเกียรติ



ที่แห่งนี้ได้ชื่อว่า นครอันทรงเกียรติ เนื่องจากเป็นเมืองนี้เปี่ยมไปด้วยบารมี ด้านบนเทือกเขามีเมืองใหญ่และสิ่งก่อสร้างมากมาย ไม่เพียงแต่จะสร้างครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่นี้  มันยังดูทรงพลังและน่าเกรงขาม อีกทั้งทุก ๆ อย่างถูกสร้างเชื่อมต่อกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นชูเฟิงก็มองจากพื้นดินหรือบนฟ้า ก็เห็นมันได้ไม่หมด



อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี้คือการชุมนุมคัดตัวในปัจจุบัน คนที่รอขึ้นเขาจึงยาวเป็นหางว่าวจนเต็มถนนด้านนอก นครอันทรงเกียรติ เหล่าชายหนุ่มทั้งเก้าอาณาจักรต่างมาร่วมชุมนุมในงานนี้ แต่ตอนนี้คนที่อยากเข้าไปในนครอันทรงเกียรติก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ แค่จะเข้าไปก็ยาก ยิ่งไม่ต้องถามเรื่องคุณสมบัติในการเข้าร่วมชุมนุมเลยด้วยซ้ำ



         " บ้าเอ้ย คนเยอะขนาดนี้ . . . . พวกมันมาหาเมียกันหรือไง ? หรือคิดว่าที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวของเหล่าหนุ่มสาว บ้าที่สุด ? "



ปัจจุบันชูเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ออกันเหมือนอยู่ในมหาสมุทร เมื่อไปมองยังถนนที่เข้าสู่นครอันทรงเกียรติ ที่มีผู้คนยาวเป็นหางมังกร จนไม่อาจเห็นหัวแถว เขาจึงได้แต่ขมวดคิ้ว ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเล็กน้อย [ T/N ชูเฟิงปวดขี้ไง!!! ]



เพราะชูเฟิงหมดปัญญาจริงๆ ว่าเขาต้องทำยังไงถึงจะเข้าไปในนครอันทรงเกียรติได้



นอกจากนี้ไม่เพียง แต่จะต้องเข้าแถวเพื่อเข้าสู่นครแล้ว ในความเป็นจริงก็มีหลายๆคน ที่ยืนรอจนขาเป็นตะคิว บางคนก็ถึงกับปวดขาในการรอจนแทบจะกองลงไปนั่ง แต่นั้นจะทำให้ถูกขับออกจากด่านแรก เพราะเนื่องจากมีความอดทนไม่เพียงพอ [ T/N อย่างว่าแค่รอยังทำไม่ได้ แล้วจะมีปัญญาไปสู้กับพวกปีศาจได้ยังไง ]



และหลังจากเห็นการทดสอบที่เข้มงวด ชูเฟิงที่มาจากอาณาจักรมังกรฟ้า ไม่รู้ว่าตัวสามารถได้รับคุณสมบัติในการเข้าร่วมนครอันทรงเกียรติ



        " เฮ้ยยย เจ้าคนตรงนั้น เจ้าจะรีบหรือไม่ ? หากเจ้าไม่ตอบ ก็อย่าขวางทางตีน เพราะยังมีคนด้านหลังรออยู่ " ได้ยินแบบนั้น ชูเฟิง ก็ลังเลว่าจะทำยังไง เนื่องจากคนด้านหลังเริ่มที่จะกดดัน



        " ไอ้นี่ . . . . . " เมื่อเห็นว่า ชูเฟิงไม่เป็นเดือดเป็นร้อน คนที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มหอนออกมาด้วยความโกรธราวกับว่าหัวใจจะทะลักออกมาจากปาก ชูเฟิงหันหลังไปมองและทำหน้าดูถูก พวกที่อยู่ด้านหลังด้วยสายตาที่ไม่แคร์ ประมาณว่ามืงอยากช้าเอง ขณะที่เขาทำหน้าเช่นนั้นเขาก็มีใบหน้าที่สดชื่นขึ้นมาทันที เนื่องจากพบอะไรบางอย่าง



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดย # Ate N'isFilm