วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 333 - จดหมายเชิญร่วมงานชุมนุมอันทรงเกียรติ



เป็นความจริงที่ว่า พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อชุมนุมเฉย ๆ หรอกนะ จุดประสงค์พวกเขา คือ สมบัติในหุบเขาพันปีศาจ



ชูเฟิงเข้าใจในทันที พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อชุมนุมหรือเป็นพันธมิตรที่แท้จริงต่อกัน จุดประสงค์ของพวกเขาแน่ชัดอยู่แล้ว คือ สมบัติในหุบเขาพันปีศาจ



แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง นครอันทรงเกียรติ ต้องการใช้พลังของตนและ ต้องการความแข็งแกร่งของพวกเขาที่จะมาช่วยกำจัด ปีศาจที่หุบเขาพันปีศาจ 



ชูเฟิง จึงคิดว่าทุกคนที่มาที่นี่ ก็แค่หวังเพียงสมบัติจาก หุบเขาพันปีศาจเท่านั้น 



        " ใช่แล้ว พวกเขาที่ถูกเรียกมาการชุมนุมในครั้งนี้ พวกเขาต้องร่วมมือกัน หากพวกเขาร่วมมือกัน โอกาสที่จะโจมตีหุบเขาพันปีศาจสำเร็จก็มีมากเช่นเดียวกัน " กู่ โบ พูดอธิบาย



ที่ชูเฟิงรู้สึกหนักใจคือ จากการที่เขาเห็นว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่มีความสามารถกันทั้งนั้น ? "คนที่นี่ไม่ใช่ว่าความสามารถของพวกเขาแข็งแกร่งมากและเป็นคนรุ่นใหม่ไม่ใช่หรือ ขนาดระดับพวกเขายังไม่สามารถจะที่จะชนะสัตว์อสูรในหุบเขาพันปีศาจได้ แสดงว่าเหล่าปีศาจนั้นต้องแข็งแกร่งอย่างมาก?"ชูเฟิงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย



      " ท่านยังไม่รู้ ที่จริง คนจากอาณาจักรทั้งเก้านี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงอยากแสดงพลังอำนาจของพวกเขาที่เป็น #1 ของอาณาจักรนั้น ๆ ข้าเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกันอย่างแท้จริง พวกเขาคงจะร่วมมือกันชั่วคราว "



      " นอกจากนี้หากพวกที่มีอำนาจใหญ่ ๆ หลาย ๆ แห่งเป็นพันธมิตรกันจริง ราศวงศ์ เจียง ก็คงจะสงสัยและไม่พอใจเป็นแน่ หลังจากนั้นพวกเขาคงได้รับผลที่ตามมา "



      " แต่นี้คือ งานชุมนุมอันทรงเกียรติ ที่เปิดให้กับคน ทั้งเก้าอาณาจักร มันจะเปิดให้ทุกคน ทุกทวีป เข้าร่วมได้ ไม่จำกัดเพศ หรือ อายุ ตราบใดที่พวกเขาเหล่านั้นมีความแข็งแกร่ง จริง ๆ นั่นคือผลประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่หลบซ่อน ตามหุบเขา หรือคนที่มาจากที่ ภายนอก สามารถเข้าร่วมได้ถ้าเขาให้ความร่วมมือในการกำจัดหุบเขาพันอสูรไป นอกจากนี้พวกเขาอาจจะได้ส่วนแบ่งในสมบัติต่าง ๆ"



      " ดั่งนั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นกับอัฉริยะต่างๆ ภายในหุบเขาพันปีศาจ พวกเขาจะไม่รับผิดชอบแต่อย่างใด เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่มาด้วยความสมัครใจของพวกเขาเอง ดั่งนั้นอำนาจการตัดสินใจเป็นของพวกเขาว่าจะเข้าร่วมการกำจัดเหล่าปีศาจนั้นหรือไม่ "



ในมุมมองพวกเขา นครอันทรงเกียรตินี้ต้องการอาศัยขุมพลังมาจัดการ หุบเขาพันอสูร พวกเขาจึงขอความช่วยเหลือและจัดตั้งพันธมิตรชั่วคราวขึ้นมา




       " อย่างไรก็ตาม มีสมดุลอำนาจทิ่ยิ่งใหญ่ อย่าง ราศวงศ์ เจียง อยู่ พวกเขาจึงมีข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆมากมาย หากเขาคิดจะก่อตั้งพันธมิตรขึ้นจริง "



       " นอกจากนั้นการจับมือกันของขั้วอำนาจต่างๆนี้ ก็ เหมือนดาบสองคม หากฝ่ายใดถูกทำลายที่ หนึ่งพวกเขาก็อาจจะสูญเสียอำนาจและกำลังรบของพวกเขาเอง และอาจจะโดนจู่โจมจาก ฝ่ายพันธมิตรด้วยกันเอง ก็เป็นไปได้ "



      " แต่นครอันทรงเกียรตินี้ พวกเขาไม่คำนึงถึงความเสียหายที่พวกเขาจะได้รับ หากเกิดการทำลายในหุบเขาปีศาจ พวกเขาจะรับผิดชอบและยอมสูญเสียพื้นที่ และจะจัดการเองทั้งหมด"กู่ โบ อธิบาย



มันก็อาจจะเป็นไปได้ หลังจากชูเฟิง ที่ได้ยิน กู่ โบ อธิบาย ชูเฟิงที่ไม่เข้าใจสถานการณ์หรือเป้าหมายของนครอันทรงเกียรติที่แน่นอน แต่เขาก็พอจะเข้าใจ อาจกล่าวได้ว่า กู่ โบ ที่มาจากอาณาจักรจิตวิญญาณ เขาจึงทราบข้อมูลทุกอย่างเป็นอย่างดี



นอกจากนี้ภายในงานชุมนุมแห่งนี้ แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ระดับสูงก็จริง แต่ในที่นี่ก็ไม่มีใครที่มีความแข็งแกร่งที่ห่างชั้นกับคนอื่นมากพวกเขาอยู่ระดับใกล้เคียงกันทั้งหมด



        " พี่ชาย ชูเฟิง ท่านรู้หรือไม่ว่า นครอันทรงเกียรติ นี้ส่งจดหมายเชิญร่วมงาน เพียงแปดฉบับเท่านั้น กู่ " โบ พูด



        " จดหมายเชิญงั้นหรอ ? ข้าไม่ยักจะรู้ อะไรคือจดหมายเชิญ? " ชูเฟิงพูดออกมาเพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อน



กู่ โบ เห็นว่าชูเฟิงงุนงง เขาไม่ได้มีท่าทีเยาะเย้ยและปกปิดข้อมูลกับชูเฟิงแต่อย่างใด เขาจึงพูดว่า " ข้าจะบอกท่าน อาณาจักรจิตวิญญาณของข้าก็ได้รับจดหมายเชิญมา หนึ่งฉบับ แต่ตัวอย่างเช่น ข้า กับคนอื่นๆในอาณาจักรจิตวิญญานนั้นบางคนจะต้องผ่านการทดสอบบางอย่างถึงจะมีส่วนร่วมในงานได้ พวกเขาเหล่านั้นจะต้องแสดงความแข็งแกร่งหรือคุณสมบัติว่ามีพร้อมที่จะเข้าร่วม การชุมนุมครั้งนี้ได้ "



       " แต่คนที่ได้รับจดหมายเชิญ ไม่จำเป็นต้องทดสอบหรือตรวจสอบ มันอาจกล่าวได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและพลังอำนาจ "



      " แต่สำหรับงานชุมนุมอันทรงเกียรตินี้ เขาได้ส่งจดหมายเชิญอย่างเปิดเผย สิ่งที่ข้าอยากจะกล่าวคือ ท่าน รู้หรือไม่ ว่าใครบ้างที่ถูกเชิญ "



      " ข้าไม่รู้ เขาเป็นใคร??? "ชูเฟิงอยากรู้มาก เขากล่าวขึ้นเพราะอยากรู้



อัจฉริยะที่ถูกเชิญนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงและความแข็งแกร่ง ของแต่ละอาณาจักร และเป็นคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ



       " อาณาจักร ถัง อัจฉริยะอันดับ 1 แห่ง สำนัก หยวนกัง, ถัง ยี่ซิ้ว "



       " อาณาจักร ซ้ง อัจฉริยะอันดับ 1 แห่ง สำนัก เทพอัคคี, ซ้ง ฉิงเฟิง "



       " อาณาจักร หยวน อัจฉริยะอันดับ 1 แห่ง นิกายไป๋, ไป๋ หยุนเฟย "



       " อาณาจักร หมิง อัจฉริยะอันดับ 1 แห่ง ที่ราบหุบเขาไร้ใจ, หลิว เสียวเหยา "



       " อาณาจักร สุ่ย อัจฉริยะอันดับ 1 แห่ง หุบเขาเทพกระบี่. มู่หรง ยู่ "



       "นอกจากนี้ยังมีผู้นำของตระกูล เจี่ย ในอนาคต และเป็นพี่ชายของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน ชื่อเขาคือ เจี่ย ฉิงหมิง "

      

       " นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่จากนิกายโลกวิญญาณของเรา เขาคือ สู่ จงยู๋ "



       " พวกเขาเหล่านั้นแข็งแกร่งอย่างมาก บางคนก็เข้าสู่ อาณาจักรสวรรค์แล้ว บางคนถึงจะไม่ถึง ขั้น วิญญาณสวรรค์ แต่พวกเขาก็อยู่ใน ระดับ แก่นแท้วิญญาณระดับสูงสุดทั้งหมด พวกเขามีความแข็งแกร่งที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน พวกเขาคือตัวตนคนรุ่นใหม่ที่คนรุ่นเก่าบางคนก็ไม่กล้าที่จะโจมตีหรือทำร้ายพวกเขา "



       " อย่างไรก็ตาม ท่านต้องระวังคนเหล่านั้น โดยเฉพาะ เจี่ย ฉิงหมิง ที่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้น วิญญาณสวรรค์ แล้ว อีกทั้งเขายังมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากและ ผู้เชื่อมต่อชุดฟ้า ที่เป็นคนหนุนหลัง พวกเขาล้วนแต่แข็งแกร่งอย่างมาก จนสามารถทำให้ เจี่ย ฉิงหมิง ยึดได้ขณะที่มองเหยียดหยันคนอื่น "



       " ที่สำคัญที่สุดคือ การที่ท่านทำร้าย เจีย ปู้ฟ้าน ครั้งสุดท้ายที่หอคอยอสูรฟ้า ถ้าเกิดเจีย ปู้ฟ้าน ฟ้อง พี่มัน ข้าเกรงว่า เจี่ย ฉิงหมิง มันจะไม่ปล่อยให้ท่านลอยนวลเป็นแน่ "



       " แต่อย่างไรท่านไม่ต้องกังวลมากก็ได้ ท่านก็เป็นหนึ่งในนิกายจิตวิญญาณของเรา ดั้งนั้นถ้าท่านต้องการที่จะเข้าร่วม หุบเขาพันปีศาจ ข้าจะให้ความร่วมมือและช่วยท่านเอง "



        " เพราะนิกายจิตวิญญาณของเรานั้น มีผู้อาวุโส สู่ จงยู๋ ที่ก้าวเข้าสู่ ขั้นวิญญาณสวรรค์ เมื่อไม่นานนี้ และเขายังเป็นผู้เชื่อมต่อชุดฟ้า หาก เจี่ย ฉิงหมิง ต้องการจะทำร้ายท่านจริง มันก็คงต้อง ระวังตัวอย่างมาก ขนาดนี้ว่าต้องคิดอยู่หลายตลบ " กู่ โบ กล่าวอธิบาย



        " อืม!!! " ชูเฟิงตอบพยักหน้าอย่างไว เขารู้ว่าเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถต่อกรกับคนที่อยู่ ระดับวิญญาณสวรรค์ได้ ชูเฟิงยังจำเป็นต้องมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ จนสามารถต่อกรผู้อยู่อาณาจักรสวรรค์ "



เขายังจำ ยัน หยางเทียน และ หลิน โม่หลี่ ได้ พวกมันอยู่ที่ ระดับ 1 วิญญาณสวรรค์ มันยังคงแข็งแกร่ง ทำให้เขารู้ว่า เจี่ย ฉิงหมิง ที่เป็นอัฉริยะที่อยู่ อยู่ระดับ 1 วิญญาณสวรรค์ และยังมีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง ชูเฟิงคิดว่าตอนนี้เขายังไม่สามารถต่อกรกับมัน ได้เป็นแน่



ตอนนั้น ชูเฟิงพลัน นึกขึ้นได้ " กู่ โบ๋ เจ้าบอกว่าข้าว่า พวกเขาส่งจดหมายเชิญให้ 8 ฉบับ แต่ที่เจ้ากล่าวมา มีเพียงแค่ 7 คน และอีกคนที่เหลือละ "



       " พี่ชาย ชูเฟิง ท่านน่าจะเดาได้นะว่า คนสุดเป็นใคร " กู่ โบ กล่าวตอบ



      " ข้ารู้งั้นหรอ " ตอนนั้น ในทันทีที่ถูก กู่ โบ ถาม ชูเฟิงก็รู้สึกสับสนอย่างมาก



ใช่ เขาคิดอย่างหนัก มีอาณาจักรทั้งเก้า และอาณาจัก ฮั่น ถูกปกครองโดย ราชวงศ์ เจียง และด้วยพลังและอำนาจของพวกเขา พวกเขาคงไม่สนใจที่จะมาชุมนุม นี่หรอก



       " สำหรับจำนวนลูกศิษย์ต่างๆ หลิว จื่อซุนแม้เขาจะมีความแข็งแกร่งมาก ตั้งแต่งานชุมนุมนี้เปิดออกข้าก็ยังไม่เห็นเขา ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เขาอาจจะได้รับเชิญ "



เขาคิดเกี่ยวกับมัน และคนอื่นๆ ที่แข็งแกร่งที่สุดของคนรุ่นใหม่ ยังมีใครอีกที่เขายังไม่รู้



       " นี่เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าพูดถึง อาณาจักรมังกรฟ้าของข้า "



       " ถูกต้อง เขาคืออัฉริยะรุ่นใหม่จาก อาณาจักรมังกรฟ้าของท่าน ที่เป็นคนสุดท้ายที่ได้รับเชิญมาร่วมงานชุมนุมอันทรงเกียรติครั้งนี้ "


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


หรือจะเป็นข้ากัน!!!

แหม๋พี่เฟิง ไม่คิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยหรือ

ถึงท่านจะมีชื่อเสียง แต่วีรกรรมที่ท่านก่อมีแต่เรื่อง ชั่วๆทั้งนั้น

ข่มขื่นเอย ฆ่าล้างโครตบ้าง ถล่มสำนักอันดับ 1 บ้าง

แล้วพี่เฟิงเราจะมาสร้าง วีรกรรมอะไรไว้ที่งานชุมนุมในครั้งนี้

ต้องรอติดตาม



แปลโดย#Ate N'isfilm