วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 336 - รางวัลที่น่าดึงดูดใจ

*****ครืนนนนนนน*****



     เมื่อชายชรากล่าวจบ พลันพื้นดินเกิดการสั่นสะเทือน และในขณะเดียวกันก็ปรากฏทางเข้าสองทางออกมา ภายใต้ทางเข้าเป็นอุโมงค์กว้าง ซึ่งนำไปสู่ปราสาทขนาดใหญ่ใต้พื้นดิ



     “ทุกคน !! อุโมงค์ทั้งสองนี้ จะนำพวกเจ้าไปสู่ปราสาทไร้สิ้นสุดของคฤหาสน์ พวกเจ้าทุกคนจะต้องผ่านปราสาทไร้สิ้นสุดออกไป จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการชุมนุมแต่งงาน”



     “เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรม ปราสาทไร้จำกัดจึงแบ่งออกเป็นสองระดับ ระดับที่หนึ่งนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีพลังวิญญาณในขั้นแก่นวิญญาณ และมีอายุสิบแปดปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้จะต้องเข้าไปในปราสาทไร้สิ้นสุดระดับแก่นวิญญาณ”



     “สำหรับผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นกำเนิดวิญญาณ หรืออายุไม่ถึงสิบแปด พวกเจ้าสามารถเลือกที่จะเข้าสู่ปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณได้ และเมื่อพวกเจ้าสามารถผ่านออกมา ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการชุมนุมแต่งงานได้เช่นกัน”



     “ยังไงก็ตาม หากผู้ที่มีอายุไม่ถึงสิบปี เห็นว่าปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณนั้นง่ายไปสำหรับตนเอง และเป็นความไม่ยุติธรรม พวกเจ้าสามารถเลือกที่จะเข้าสู่ปราสาทระดับแก่นวิญญาณได้ แต่ผู้ที่มีอายุเกินกว่าสิบแปดปีขึ้นไป จะไม่สามารถเลือกเข้าปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณได้”



     “และไม่ว่าจะเป็นปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณ หรือระดับแก่นวิญญาณ ผู้ที่สามารถผ่านปราสาททั้งสองออกมาได้เป็นคนแรก จะมีรางวัลพิเศษมอบให้”



     “ปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณนั้น คนที่ผ่านเป็นคนแรกจะได้รับป้ายอันทรงเกียรติ คนที่มีป้านนี้จะได้รับการดูแลอย่างดีภายใต้คฤหาสน์ของข้า และสามารถเข้าออกจากคฤหาสน์ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องขออนุญาตใดๆ”



     “ไม่ใช่เพียงแค่ป้ายอันทรงเกียรติเท่านั้น คนที่ผ่านเป็นคนแรกจะได้รับลูกแก้วกำเนิดวิญญาณอีกหนึ่งหมื่นลูกเป็นรางวัล”



     “สำหรับคนที่สามารถผ่านปราสาทระดับแก่นวิญญาณเป็นคนแรกได้นั้น ก็จะได้รับป้ายอันทรงเกียรติ และลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูกเป็นรางวัล” ผู้จัดการกล่าวอธิบาย



     “อะไรนะ !! ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูก !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกๆ คนทั่วบริเวณต่างรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ กู๋โบ่ และสมาชิกของนิกายโลกวิญญาณ พวกเขาอดไม่ได้ที่เลียริมฝีปากของตัวเอง และกล่าวออกมาว่า “คฤหาสน์นี่ช่างน่าเกรงขาม และมั่งคั่งเสียจริง ของรางเช่นนี้มันช่างน่าดึงดูดใจยิ่งนัก”



     “สวรรค์……นี่พวกเขาใช้ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูกเป็นรางวัล” เมื่อเทียบอาการตื่นเต้นแล้วนั้น ไม่มีใครที่จะตื่นเต้นไปกว่า ชูเฟิง อีกแล้ว



     ชูเฟิง นั้น มาจากอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดในเก้าอาณาจักร แม้ว่าเขาสามารถโค่นล้มสำนักอันดับหนึ่งของ อาณาจักรมังกรฟ้า อย่างสำนักหลิงหยุนลงได้ แต่เขาก็ไม่ได้พบลูกแก้วแก่นวิญญาณแม้แต่ลูกเดียว



     แต่ในตอนนี้ คฤหาสน์แห่งนี้กลับใช้ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูกเป็นรางวัล นี่มันห่างไกลจากที่สำนักหลิงหยุนเคยตั้งขึ้นมาก



     นี่จึงแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นระหว่าง คฤหาสน์แห่งนี้ กับ สำนักหลิงหยุน ว่าห่างชั้นเพียงใด ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใด สำนักหลิงหยุน ที่เป็นสำนักอันดับหนึ่งของอาณาจักรมังกรฟ้านั้น ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับทวีปได้ เพราะเมื่อเทียบกับขุมพลังอย่างคฤหาสน์แห่งนี้นั้น สำนักหลิงหยุนดูอ่อนแออย่างมาก



     “ชูเฟิง ลูแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูกนี่ จะสามารถทำให้เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นวิญญาณระดับที่หนึ่งได้ และอาจจะก้าวเข้าสู่ระดับที่สองของขั้นแก่นวิญญาณ นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ”



     “หากเจ้าสามารถก้าวเข้าสู่ระดับสอง ขั้นแก่นวิญญาณได้นั้น แม้ว่าเจ้าไม่ต้องพึ่งพาพลังของข้า เจ้าสามารถกล่าวได้ว่าเป็นราชาในขั้นแก่นวิญญาณเลย การที่เจ้ามาที่คฤหาสน์แห่งนี้นี่มันช่างได้กำไรมหาศาลโดยแท้” ไม่ใช่เพียงแค่ ชูเฟิง ที่รู้สึกตื่นเต้นเท่านั้น แม้แต่ ต้านต้าน ก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก



     “ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นเม็ด แน่นอนว่ามีดึงดูดใจมาก แต่เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าภายในคนนับหมื่นที่นี่ กว่าครึ่งอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ และมีอีกหลายคนอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณ และภายในนั้นมีหลายคนที่แข็งแกร่งกว่า ตู่กู๋ โอวหยุน”



     “นอกจากนี้ ยังมีตาแก่ วัง เฉียง กับผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์อีก มันไม่ง่ายเลยที่จะผ่านออกมาเป็นคนแรก” ชูเฟิง ถอนหายใจออกมาเพียงชั่วขณะ “แต่ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งหมื่นลูก มันก็น่าสนใจจริงๆ ยังไงข้าก็ต้องลองดู”



     “ทุกคน !! รางวัลจะถูกจัดไว้ที่ทางออก คนแรกที่ผ่านออกไปจะได้รับของรางวัลนั้น”



     “ยังไงก็ตาม ข้าต้องขอเตือนพวกเจ้าก่อน ปราสาทไร้สิ้นสุดแห่งนี้ เป็นผลงานของบรรพบุรุษของคฤหาสน์อันทรงเกียรติ ที่มีอายุกว่าร้อยปี ไม่ใช่เพียงแค่มีขนาดใหญ่ แต่ยังมีอันตรายอีกมาก หลังจากที่เข้าไปแล้วนั้น ผู้ที่ไม่แข็งแกร่งพอ อาจจะตายได้”



     “ดังนั้น ถ้าผู้ใดไม่กล้าที่จะเข้าไป ก็ขอให้ถอนตัวออกไปซะ หากว่าพวกเจ้าเข้าไปแล้ว เกิดโชคร้ายตายลงภายในปราสาท ทางคฤหาสน์ของข้าจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น”



     “จำกัดเวลาในการผ่านปราสาท คือ สิบชั่วโมง ผู้ที่ผ่านปราสาทออกมาได้ จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการชุมนุมแต่งงาน และคนที่ไม่ผ่านปราสาทออกมาจะไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการชุมนุม”



     “เอาล่ะ !! กล่าวมาพอแล้ว ข้าจะคอยดูว่า ผู้ใดจะได้รับป้ายทั้งสองนี้ไปครอบครอง”



     ทันทีที่ผู้จัดการอาวุโสกล่าวจบ คนนับพันในลานกว้างต่างแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม และแยกกันเข้าสู่อุโมงค์ทั้งสอง



     ที่ปากทางเข้าของอุโมงค์ทั้งสองนั้น มีการวางรูปแบบพลังอำนาจวิญญาณแบบพิเศษ ที่ก่อตัวร่วมกับของวิเศษบางอย่าง ทำให้สามารถประเมินอายุของผู้เข้าได้



     ดังนั้น มีหลายคนที่พยายามใช้ความสับสนวุ่นวาย เพื่อเข้าสู่ปราสาทระดับกำเนิดวิญญาณ ถึงแม้ว่าอายุของพวกเขาจะเกินแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ถูกหยุดโดยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่มองไม่เห็นนั่น และถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์แห่งนี้ทันที



     “โอ้ว…..นี่ไม่ใช่อาณาจักรมังกรฟ้าบ้านนอกของเจ้านะ ชูเฟิง !! ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาที่นี่ เจ้าคงมาเพื่อหวังจะได้นับบางสิ่งบางอย่างกลับไปซินะ” ในขณะนั้น มีเสียงๆ หนึ่งเข้าไปในหูของ ชูเฟิง



     ทันใดนั้น ชูเฟิง หันไปทางต้นเสียง เขาก็พบว่ามีบุคคลที่คุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามาหาเขา นั่นคือ เจี่ย ปู้ฟาน สมาชิกของตระกูลเจี่ย



     ในปัจจุบันนั้น เจี่ย ปู้ฟาน ก็ยังเป็นเช่นเดียวกับ กู๋โบ่ คืออยู่ในระดับเก้า ขั้นกำเนิดวิญญาณ และที่ด้านหลังของเขาก็มีสมาชิกของตระกูลเจี่ยติดจามมา พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณทั้งสิ้น



     “อ่อ…..ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็แค่สวะที่เคยแพ้ให้ข้าในหอคอยอสูรฟ้านี่เอง” ชูเฟิง กล่าวอย่างเหยียดหยัน พร้อมกับยิ้มบางๆ ไปที่ เจี่ย ปู้ฟาน



     “อะฮ่า !! อย่ามาพูดให้ตลกไปหน่อยเลย ในตอนนั้น ข้าอยู่ภายใต้แรงกดดันของหอคอยอสูรฟ้า เจ้าจึงเอาชนะข้าได้ แต่ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในหอคอยอสูรฟ้าอีกแล้ว เจ้าจะเอาชนะข้าได้รึ !!”



     “เจ้าอยากจะลองเช่นนั้นรึ !!” ชูเฟิง ไม่ได้หวาดกลัวต่อคำขู่ของ เจี่ย ปู้ฟาน แต่อย่างใด ถึงแม้ไม่ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งขอว กู๋โบ่ และสมาชิกของนิกายโลกวิญญาณที่ด้านหลังของเขา ด้วยระดับของ เจี่ย ปู้ฟาน ในตอนนี้ และเหล่าผู้เชี่ยวชาญขั้นแก่นวิญญาณเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาของ ชูเฟิง เลยแม้แต่น้อย



     “ดี !! ดีมาก….ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ด้านใน ถ้าเจ้ากล้าพอ ก็เข้ามา” หลังจากกล่าวจบ เจี่ย ปู้ฟาน ก็ก้าวเข้าไปยังอุโมงค์ปราสาทขั้นแก่นวิญญาณ เหล่าผู้ติดตามต่างมองมาที่ ชูเฟิง ด้วยสายตาที่เย็นชา และเดินตาม เจีาย ปู้ฟาน เข้าสู่ปราสาทระดับแก่นวิญญาณ


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop