วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 337 - ทำให้เจ้ามีสภาพน่าสังเวช



   เจี่ย ปู๋ฟ้าน หันหน้ามายั่วยุ ตอนนั้นชูเฟงได้แต่ยิ้มเบาๆพร้อมกับจะตามมันเข้าไป ทันที กู๋ โบ๋ ก็คว้า ชูเฟิง เอาไว้และกล่าวด้วยท่าทีกังวล 



" ชูเฟิง หากท่านต้องการสั่งสอนเขา ท่านจะทำตอนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ในเวลานี้ "



       " ท่านเกรงว่าเขาจะทำร้ายข้า ? " ชูเฟิงกล่าว



       " ไม่เพียงแต่ข้าเกรงว่าเขาจะทำร้ายท่าน แต่ราชวังใต้ดินระดับแก่นแท้มันไม่เหมาะกับพวกเรา "



       " อีกอย่าง เจี่ย ปู๋ฟ้าน ตั้งใจรอให้อาวุโสนิกายโลกวิญญาณเข้าไปราชวังใต้ดินก่อน จากนั้นเขาก็ค่อยยั่วยุท่าน เห็นได้ชัดว่าเขามีเจตนาร้าย และข้าเกรงว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่จะต้องมีพวกเขาอยู่อีกเป็นแน่ " กู๋ โบ๋ เตือน



       " ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่ เจี่ย ฉิงหมิง ไม่อยู่ด้วย ต่อให้มันมาเป็นฝูง พวกนั้นจะทำอะไรข้าได้ " ชูเฟิงยิ้มอย่างเย็นชาแล้วรีบมุ่งหน้าเข้าไปราชวังใต้ดินระดับแก่นแท้



เมื่อชูเฟิงใช้อำนาจพลังวิญญาณตรวจจับ เขาก็รู้ว่า เจี่ย ปู๋ฟ้านและคนอื่นๆ จ้องเล่นงานเขา แต่ตราบใดที่หนึ่งในนั้นไม่มีคนอยู่ในอาณาจักรสวรรค์ ชูเฟิงก็ไม่กลัวพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย



        " กู่ โบ๋ เด็กคนนี้ทะนงตัวน่าดู!!! เราอย่าไปยุ่งกับเขาเลย ศิษย์พี่และคนอื่นๆ ก็สั่งให้เราเข้าสู่ราชวังใต้ดินระดับกำเนิด เราอย่าได้ขัดคำสั่งพวกเขาเลย " ชายหนุ่มข้างๆ กู๋ โบ่ ที่ดูเหมือนอายุไม่ถึง 18 กล่าว



       " ไม่ข้าไม่อาจทิ้งเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งหรืออะไร ข้าก็ไม่สนและข้าก็ไม่ลังเลที่จะตามเขาไป " กู๋ โบ๋ ที่จะเลือกตาม ชูเฟิง



เห็นเช่นนั้นสมาชิกรุ่นเยาว์ของนิกายโลกวิญญาณก็มองแปลกๆ พร้อมกับลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อพวกเขาเห็นกู๋ โบ๋ ไม่คิดหันหลังกลับ พวกเขาจึงได้แต่กัดฟันและตามเขาไปอย่างฝืนใจ



ราชวังใต้ดินมันใหญ่มาก และเส้นทางก็ยังซับซ้อน ซึ่งให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของวงกตใต้ดินเป็นอย่างดี หากนี่เป็นทางวงกตมันก็เป็น โครตพ่อโครตแม่ทางวงกตเลย



แต่นั้นไม่ใช้ส่วนสำคัญ ส่วนที่สำคัญคือหลังจากที่ชูเฟิงและคนอื่นๆเข้ามาภายใน ก่อนที่จะเข้าเขตของเส้นทาง พวกเขาก็ถูกขวางโดยคนกลุ่มหนึ่ง พวกนั้นก็คือ เจี่ย ปู่ฟ้านและสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลเจี่ย



ยังไงก็ตาม มันก็เป็นไปตามที่ชูเฟิงและ กู๋ โบ่ คิดไว้ และคนที่ปรากฏมาตอนนั้นอย่าเรียกว่ากลุ่ม แต่มันต้องบอกว่าเป็นฝูงเลยทีเดียว เนื่องจากมีคนมากกว่ายี่สิบคนที่ดักรอ



ภายใน 20 คน มีเจี่ย ปู๋ฟ้าน คนเดียวที่อยู่ในระดับ 9 กำเนิดวิญญาณ ส่วนคนอื่นๆที่เหลือในนั้นทุกคนล้วนแต่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ และสองคนในกลุ่มนั้นยังก้าวเข้าสู่ระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณอีกด้วย ขณะที่พวกนั้นพยายามปล่อยออร่าเข้าข่ม



       " บ้าจริง . . . . นี้พวกมันถึงกับดักรอกันเลยหรอ "



เมื่อถูกคนตระกูลเจี่ยรายล้อม หลายคนจากนิกายโลกวิญญาณก็เริ่มโยนสายตาไปโทษ ชูเฟิง เพราะพวกเขารู้ว่านี้คงหมดโอกาสแล้วที่พวกเขาจะสามารถผ่านราชวังใต้ดินภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเพราะความทะนงตัวของชูเฟิง

หลังจากเห็นที่เห็นใบหน้าหวาดกลัวของคนจากนิกายโลกวิญญาณ เจี่ย ปู๋ฟ้านก็ยิ้มอย่างพอใจและกล่าว " กู่ โบ๋ วันนี้ข้าจะให้ ชูเฟิง มันได้ชดใช้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนิกายโลกวิญญาณ หากพวกเจ้าจะไปตอนนี้ ข้าก็ไม่ว่า "



        " เจี่ย ปู่ฟ้าน ข้าคิดว่าเจ้ายังไม่เข้าใจสินะ ชูเฟิงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนิกายโลกวิญญาณ เรื่องของเขาก็เป็นเรื่องของนิกายโลกวิญญาณ เช่นนี้แล้วเราจะไม่เกี่ยวข้องกันได้ไง "



         " ข้าแนะนำเจ้าว่าอย่าทำอะไรโง่ๆดีกว่า ไม่งั้นนิกายโลกวิญญาณจะไม่อยู่เฉย " กู๋ โบ่ กล่าวแบบนี้เพราะรู้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี อย่างน้อยๆเขาก็ไม่คิดจะถอยและยืนหยัดอยู่ด้านหน้าของ ชูเฟิง



ตอนนั้น ไม่ต้องพูดถึง ภายในใจของชูเฟิง ว่ามันแสนจะตื้นตันขนาดไหน นี้คงบอกได้ว่า ความรู้สึกที่จริงใจของเขาได้แสดงให้เห็นแล้ว ขนาดที่ว่าภัยพิบัติมาเยือนเขาก็ไม่คิดจะถอย เห็นว่ากู๋ โบ่ ยินอยู่ด้านหน้าของตัวเอง เขาก็รู้ว่าถึงเวลาที่เขาควรจะลงมือ



       " กู๋ โบ่ ข้าชูเฟิงแน่นอนว่าคือส่วนหนึ่งของนิกายโลกวิญญาณ แต่ข้าก็อยากแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง " ชูเฟิงก้าวออกมา พร้อมกับดึงแขนของกู๋ โบ่ กลับไปด้านหลังเขา จากนั้นเขาก็ยิ้มขณะที่จ้อง เจี่ย ปู๋ฟ้าน พร้อมกับกล่าว



       " เจี่ย ปู๋ฟ้าน ข้าจำได้ว่าเจ้าพูดว่า ข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ในวันนั้น เป็นเพราะแรงดันภายในหอคอยอสูรฟ้าใข่ไม๊ ?"


       " หืม!! หรือว่าไม่จริงไง๊!!! " เจี่ย ปู๋ฟ้านกล่าว และเมื่อนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นความโกรธของเขาจึงไม่สามารถเก็บไว้ได้ จนทะลักออกมาผ่านทางสายตา



**** อุ๊กกกก **** ในตอนนั้นชูเฟิงก็พุ่งเข้าไปดั่งสายฟ้า พร้อมกับยกขาขึ้นไปเตะที่หน้าอกของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน พลังที่รุนแรงทำให้ร่าง เจี่ย ปู่ฟ้านปลิว ล่วงลงกับพื้น


เมือ่ เจี่ย ปู่ฟ้าน หล่นลงบนพื้น ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนั้นมันมีเสียงแตกดังมาจากหน้าอกของเขา ซึ่งเกิดเมื่อเขาถูกชูเฟิงเตะ ตอนนี้เขาไม่สามารถเข้าร่วมในการทดสอบภายในราชวังใต้ดินอีกต่อไป



จากนั้นชูเฟิง ก้าวขาไปเหยียบร่างของ เจี่ย ปู่ฟ้าน ไว้ใต้ฝ่าเท้า ขณะที่ยิ้มและกล่าว " จริงๆแล้วข้าอยากบอกเจ้าว่าแม้แต่ภายนอกของหอคอยอสูรฟ้า ข้าก็สามารถทำให้เจ้ามีสภาพที่น่าสังเวช "



        " สวรรค์!!! . . . . ." เมื่อเห็นฉากนั้นทุกคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว จนพูดไม่ออก เจี่ย ปู๋ฟ้านเป็นอัจฉริยะของคนรุ่นเยาว์ภายในตระกูลเจี่ย อำนาจการต่อสู้ของเขาสำหรับคนรุ่นเดียวกันเขาถือว่าเกร่งที่สุด ที่มีเพียงกู่โบ๋จากนิกายโลกวิญญาณเท่านั้นที่พอจะสู้กับเขาได้



แต่ต่อหน้าของ ชูเฟิง เจี่ย ปู๋ฟ้าน ไม่มีโอกาสแม้แต่จะแตะเขาเลยด้วยซ้ำ นี้หมายความว่าอะไร หรือมันหมายความว่า พลังการต่อสู้ของชูเฟิงนั้นเหนือกว่า เจี่ย ปู่ฟ้าน จนเทียบได้กับผู้ที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้



         " เจ้าตายแน่!!! " แต่เมื่อเทียบกับความประหลาดใจของคนจากนิกายโลกวิญญาณ ที่กำลังน่าเสีย สมาชิกตระกูลเจี่ย 20 คนที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ก็พุ่งเข้าใส่ ชูเฟิง พร้อมๆกันจากทุกทิศทาง



        " พวกเจ้าคุกเข่าลง!!! " ในตอนนั้น ชูเฟิง ตะโกนออกมา พร้อมกับปล่อยแรงดันวิญญาณสุดจะแข็งแกร่งและดุดันกวาดไปรอบๆ ในพริบตามันก็เข้าปกคลุมทั้ง 20 คนเอาไว้



หลังจากที่พวกเขาทุกกดดันด้วยแรงดันวิญญาณมหาศาล พลังนั้นบังคับให้สมาชิกตระกูลเจี่ยทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ คุกเข่าลงกับพื้น และยากมากที่พวกเขาจะฝืนลุกขึ้นได้ พวกเขาทั้งหมดสูญเสียอำนาจในการขัดขืน และหลายคนที่ทนไม่ไหวก็ถึงกับหมดสติไปเพราะแรงดันวิญญาณ



ตอนนั้น คนจากนิกายโลกวิญญาณ ก็อ้าปากกว้างขึ้นจนจะฉีกเพราะความประหลาดใจที่มากจนถึงจุดที่พวกเขาจะทรงตัวได้ สายตาของพวกเขาสั่นระรัวในขณะที่แสดงความตกตะลึง



มันเป็นเพราะพวกเขาเห็นได้ชัดว่า ชูเฟิง นั้นอยู่แค่ระดับ 9 กำเนิดวิญญาณแต่ในเวลานี้ เขาสามารถใช้แรงดันวิญญาณกำราบคนพวกนั้นที่อยู่อาณาจักรแก่นแท้ได้อย่างง่ายดาย นี้คงเรียกว่าพลังวิญญาณที่ท้าทายสามัญสำนึก ที่เกิดขึ้นน้อยคน



         " นี่เขา!!! แข็งแกร่งอย่างมาก เขาเป็นใครกันแน่ ถึงสามารถใช้พลังวิญญาณแค่ระดับ 9 กำเนิดเพื่อเอาชนะคนทั้งกลุ่มที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ !!! "



        " ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก คนพวกนี้เป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา พวกเขาเป็นถึงสมาชิกตระกูลเจี่ยที่มาจากอาณาจักรจิตวิญญาณ!!! แต่ชายหนุ่มผู้นี้กับสามารถใช้แรงดันเพื่อหยุดพวกเขาจนไม่สามารถทำการโจมตีใดๆ อำนาจการต่อสู้ของเขามันร้ายกาจเกินไป "



        " ดูเหมือนว่าการคัดตัวนี้คงจะมีแต่ เสือซ่อนมังกรหมอบ สินะ แค่มองดูแวปเดียวก็บอกได้เลยว่าเขาคือยอดอัจฉริยะ แต่ข้าสังสัยว่า เขามาจากอาณาจักรใดและที่สำคัญนามของเขาคือ ? "



การกระทำของชูเฟิงแท้จริงแล้ว ทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นที่เห็นเหตุการณ์ได้ หลายคนที่กำลังจะเข้าไป ถึงกับหยุดดูพวกเขาพร้อมกับสังเกตุทุกอย่าง



แต่ ชูเฟิงไม่ได้สนใจการสนทนาของผู้คน เขาหันไปพูดกับกู๋โบ๋ว่า " พี่กู๋ โบ่ ข้าขอบคุณท่านที่ออกหน้าเพื่อข้า แต่โปรดเชื่อข้า ว่าราชวังใต้ดินระดับแก่นแท้ มันไม่อยากเกินสำหรับความสามารถของข้า "



หลังจากที่พูดประโยคนั้นจบ ชูเฟิงรีบวิ่งพวดเข้าไปภายในราชวังใต้ดิน เนื่องจากคิดไม่ตกเรื่องรางวัลของผู้ที่ไปถึงปลายทางคนแรก



และเมื่อเห็นร่างของชูเฟิง ที่หายไปภายในพริบตา กู๋ โบ่ ยิ้มออกมาและกล่าว " จริงๆแล้ว พลังที่ท้าทายขีดจำกัดครั้งนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับหอคอยอสูรฟ้าสินะ เขาช่างแข็งแกร่งจริงๆ ข้า กู่ โบ่ เทียบน้องชายไม่ได้เลย "



หลังจากนั้น กู๋ โบ๋ ก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปในราชว้งใต้ดินแก่นแท้ เขาจึงนำคนจากนิกายโลกวิญญาณกลับไปยังทางออกและเลือกเข้าราชวังใต้ดินระดับกำเนิดแทน



มันเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหมือน ชูเฟิง เพื่อที่รับประกันว่าพวกเขาจะได้รับคุณสมบัติที่ได้เข้าร่วมการชุมนุมคัดตัว มันจึงปลอดภัยกว่าหากเลือกราชวังใต้ดินระดับกำเนิด

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ชูเฟิง นายเอาอีกแล้วนะ 

ทำไงได้พวกนั้นรนหาที่เอง ไม่ฆ่าให้ตายก็บุญและ

ก็จริง แต่หากฆ่าตาย คงไม่ดีแน่หากจะมีเรื่องกับ เจี่ย ฉิงหมิง

ถึง สู้ไม่ได้ ตบแม่งที แล้วใช้ มังกรทะยาน แผ่น

เอาน่าอีกไม่นานก็คงถึงคิวพี่ของมัน รอพี่เฟิง ได้ . . . . !!!

โปรดติดตามตอนต่อไป